ทำให้เสียงออกหูฟังและลำโพงทีวีพร้อมกันอย่างไร ตั้งค่าแบบไม่ให้เสียงสะท้อน

การทำให้เสียงออกหูฟัง Bluetooth และลำโพงทีวีพร้อมกัน ต้องเปิด Multi-output Audio, Simultaneous Audio Output หรือ Use Multiple Speakers บน Smart TV หากทีวีไม่รองรับ สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Audio Pass-through หรือใช้ช่องเสียงออกภายนอก โดยความสามารถจะแตกต่างกันตามรุ่นของทีวี

หลังเปิดเสียงพร้อมกันแล้ว ควรปรับระดับเสียงของหูฟังและลำโพงแยกกัน หากได้ยินเสียงซ้อนหรือเสียงสะท้อน ให้เปิด A/V Sync หรือลดความหน่วงของ Bluetooth

สารบัญ

  • ทีวีส่งเสียงสองทางพร้อมกันได้หรือไม่
  • ตรวจสอบ Multi-output Audio
  • วิธีตั้งค่าเสียงออกพร้อมกัน
  • วิธีปรับเสียงหูฟังและลำโพงแยกกัน
  • วิธีใช้ Bluetooth Transmitter
  • วิธีแก้เสียงซ้อนและเสียงสะท้อน
  • วิธีแก้เมื่อเปิดแล้วไม่มีเสียง
  • ข้อจำกัดของระบบเสียงสองทาง
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

Smart TV ทำให้เสียงออกหูฟังและลำโพงพร้อมกันได้หรือไม่

ทำได้เฉพาะทีวีที่รองรับการส่งเสียงหลายช่องทางพร้อมกัน โดยชื่อคุณสมบัติอาจแตกต่างกัน เช่น

  • Multi-output Audio
  • Simultaneous Audio Output
  • TV Speaker + Bluetooth
  • Use Multiple Speakers
  • Bluetooth Audio and TV Speaker
  • Dual Sound Output
  • Headphone and Speaker
  • Accessibility Audio

ทีวีบางรุ่นเปิดคุณสมบัตินี้ไว้ในเมนูการช่วยการเข้าถึง เพราะออกแบบมาให้ผู้ใช้คนหนึ่งฟังเสียงผ่านหูฟังในระดับที่ต้องการ ขณะที่คนอื่นยังฟังจากลำโพงทีวีได้ตามปกติ

Multi-output Audio ต่างจาก Dual Audio อย่างไร

สองคุณสมบัตินี้อาจถูกเรียกคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันเสมอไป

Multi-output Audio

โดยทั่วไปหมายถึงการส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ต่างชนิดพร้อมกัน เช่น ลำโพงทีวีกับหูฟัง Bluetooth

Bluetooth Dual Audio

มักหมายถึงการส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ Bluetooth สองเครื่อง เช่น หูฟังสองตัวหรือลำโพงสองตัว

ชื่อและความสามารถจริงขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและรุ่นของทีวี จึงต้องอ่านคำอธิบายที่ปรากฏในเมนูเพิ่มเติม

❶ ตรวจสอบว่าทีวีรองรับเสียงออกพร้อมกันหรือไม่

เข้าไปที่:

การตั้งค่า > เสียง > เสียงออก

จากนั้นค้นหาตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ลำโพงหลายตัว

หากไม่พบ ให้ตรวจสอบใน:

  • การตั้งค่า > การช่วยการเข้าถึง
  • การตั้งค่า > เสียง > การตั้งค่าขั้นสูง
  • การตั้งค่า > อุปกรณ์ Bluetooth
  • การตั้งค่า > อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
  • การตั้งค่า > ลำโพง

หากมีเพียงตัวเลือกให้เลือกระหว่าง TV Speaker, Bluetooth และ HDMI ARC แสดงว่าทีวีอาจส่งเสียงออกได้ครั้งละช่องทางเดียว

❷ จับคู่หูฟัง Bluetooth กับ Smart TV ก่อน

ก่อนเปิด Multi-output Audio ต้องจับคู่หูฟังให้สำเร็จ

  1. ปิด Bluetooth ของโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ใกล้เคียง
  2. เปิด Pairing Mode ที่หูฟัง
  3. เปิดเมนู Bluetooth Speaker List บนทีวี
  4. เลือกชื่อหูฟัง
  5. กด Pair หรือ Connect
  6. ตรวจสอบว่าเสียงออกจากหูฟัง
  7. ลดระดับเสียงก่อนดำเนินการต่อ

หากเชื่อมต่อแล้วไม่มีเสียง ให้เลือกชื่อหูฟังจาก Sound Output และทดลองตั้ง Digital Audio Output เป็น PCM

❸ เปิด Multi-output Audio

เมื่อหูฟังเชื่อมต่อแล้ว ให้เปิดเมนูเสียงหลายช่องทาง

ขั้นตอนทั่วไป:

  1. เปิดการตั้งค่าทีวี
  2. เข้าเมนูเสียงหรือการช่วยการเข้าถึง
  3. เลือก Multi-output Audio
  4. เลือก TV Speaker + Bluetooth Device
  5. เลือกชื่อหูฟัง
  6. เปิดวิดีโอเพื่อทดสอบ
  7. ปรับระดับเสียงแยกกัน

หลังเปิดแล้ว เสียงควรออกจากทั้งลำโพงทีวีและหูฟัง Bluetooth

หากทีวีสลับกลับมาใช้เพียงอุปกรณ์เดียว ให้รีสตาร์ตทีวีและเปิด Multi-output Audio อีกครั้ง

❹ ใช้เมนู Sound Output เลือกลำโพงสองชุด

Smart TV บางรุ่นไม่มีคำว่า Multi-output Audio แต่มีตัวเลือกให้เลือกลำโพงหลายชุดในหน้า Sound Output

ชื่อเมนูอาจเป็น:

  • Use Multiple Speakers
  • TV Speaker + Bluetooth Speaker
  • Wireless Speaker + TV Speaker
  • Speaker Combination
  • Simultaneous Sound Output

เลือกเครื่องหมายถูกหน้าลำโพงทีวีและหูฟัง Bluetooth จากนั้นกดยืนยัน

หากมี Soundbar เชื่อมต่ออยู่ อาจต้องตัดการเชื่อมต่อ Soundbar ก่อน เพราะทีวีบางรุ่นไม่สามารถใช้ลำโพงทีวี Bluetooth และ HDMI ARC พร้อมกันทั้งหมดได้

❺ ปรับระดับเสียงของหูฟังและลำโพงแยกกัน

ระบบ Multi-output Audio มักแยกการควบคุมเสียงเป็นสองส่วน

  • รีโมตทีวีควบคุมลำโพงภายใน
  • ปุ่มบนหูฟังควบคุมเสียง Bluetooth

ทีวีบางรุ่นมีเมนู Bluetooth Device Volume ให้ปรับจากหน้าจอ

วิธีตั้งค่าอย่างเหมาะสม:

  1. ถอดหูฟังออกก่อน
  2. ลดเสียงทั้งสองอุปกรณ์
  3. เพิ่มเสียงลำโพงทีวีให้อยู่ระดับที่ต้องการ
  4. สวมหูฟัง
  5. เพิ่มเสียงหูฟังทีละน้อย
  6. ตรวจสอบว่าเสียงไม่ดังเกินไป

ระบบนี้เหมาะเมื่อผู้ชมแต่ละคนต้องการระดับเสียงไม่เท่ากัน

❻ เปิด A/V Sync เมื่อเสียงหูฟังช้ากว่าลำโพง

เสียง Bluetooth ต้องผ่านการเข้ารหัสและส่งแบบไร้สาย จึงมักช้ากว่าลำโพงทีวีเล็กน้อย เมื่อเปิดพร้อมกันอาจได้ยินเป็นเสียงซ้อนหรือเสียงสะท้อน

ค้นหาเมนูต่อไปนี้:

  • A/V Sync
  • Lip Sync
  • Audio Delay
  • Bluetooth Audio Delay
  • Digital Output Audio Delay
  • Audio Synchronization

เริ่มจากตั้งเป็น Auto หากยังได้ยินเสียงซ้อน ให้ปรับค่าทีละน้อยและทดสอบกับฉากที่มีบทสนทนาชัดเจน

ทีวีบางรุ่นไม่สามารถทำให้ลำโพงภายในกับหูฟัง Bluetooth ตรงกันอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากความหน่วงของหูฟังแต่ละรุ่นแตกต่างกัน

❼ เปลี่ยนรูปแบบเสียงเป็น PCM

หากเปิด Multi-output Audio แล้วเสียงหายจากอุปกรณ์หนึ่ง หรือเสียงเกิดอาการผิดปกติ ให้เปลี่ยนรูปแบบเสียงเป็น PCM

ไปที่:

การตั้งค่า > เสียง > การตั้งค่าขั้นสูง > Digital Audio Output > PCM

PCM เป็นเสียงที่เข้ากันได้กับอุปกรณ์สเตอริโอจำนวนมากและช่วยลดปัญหาการแปลงเสียง

หากกลับไปใช้ Soundbar แบบ Dolby Atmos อาจต้องเปลี่ยนรูปแบบเสียงกลับเป็น Auto, Bitstream หรือ Pass-through ตามอุปกรณ์

❽ ปิด Soundbar และ HDMI ARC ชั่วคราว

Soundbar ที่เชื่อมต่อผ่าน HDMI ARC หรือ eARC อาจได้รับลำดับความสำคัญเหนือ Bluetooth และลำโพงทีวี

หากเปิด Multi-output Audio ไม่ได้ ให้ทดลอง:

  1. ปิด Soundbar
  2. เข้าเมนู Sound Output
  3. เปลี่ยนจาก Receiver หรือ HDMI ARC เป็น TV Speaker
  4. เชื่อมต่อหูฟัง Bluetooth
  5. เปิด Multi-output Audio
  6. ทดสอบเสียงอีกครั้ง

ถ้าทำได้หลังปิด Soundbar แสดงว่าทีวีมีข้อจำกัดในการส่งเสียงหลายระบบพร้อมกัน

❾ ใช้ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ทีวีบางรุ่นสามารถเปิดลำโพงภายในพร้อมช่อง Headphone Out ได้ แต่บางรุ่นจะปิดลำโพงทันทีเมื่อเสียบสาย

ให้ตรวจสอบเมนู:

  • Headphone and Speaker
  • Headphone/Audio Out
  • Fixed Audio Output
  • Variable Audio Output
  • TV Speaker On

หากมีตัวเลือก Headphone and Speaker ให้เปิดใช้งาน แล้วต่อหูฟังแบบมีสายหรือ Bluetooth Transmitter ผ่านช่อง 3.5 มิลลิเมตร

ถ้าไม่มีตัวเลือกและลำโพงทีวีดับทันทีเมื่อเสียบสาย แสดงว่ารุ่นนั้นอาจไม่รองรับเสียงพร้อมกันผ่านช่องนี้

❿ ใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Audio Pass-through

ถ้าทีวีไม่รองรับ Multi-output Audio สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Pass-through เพื่อส่งเสียงไปยังหูฟังและส่งต่อไปยังลำโพงหรือ Soundbar

คุณสมบัติที่ควรมองหา ได้แก่

  • Optical Pass-through
  • Bypass Mode
  • Audio Pass-through
  • Simultaneous Output
  • TX with Bypass

ตัวอย่างการเชื่อมต่อ:

ทีวี > สาย Optical > Bluetooth Transmitter > สาย Optical > Soundbar

Transmitter จะส่งเสียง Bluetooth ไปยังหูฟัง พร้อมส่งสัญญาณผ่านสายไปยัง Soundbar

ก่อนเลือกใช้ต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับการส่งเสียงพร้อมกันจริง ไม่ใช่เพียงสลับระหว่าง Bluetooth กับ Pass-through

⓫ ใช้ Optical Splitter ได้หรือไม่

Optical Splitter สามารถแบ่งสัญญาณเสียงจากทีวีไปยังสองอุปกรณ์ เช่น Soundbar และ Bluetooth Transmitter แต่จะไม่ทำให้ลำโพงภายในทีวีเปิดพร้อมกันโดยอัตโนมัติ

แนวทางการเชื่อมต่อ:

  • ช่อง Optical Out ของทีวีเข้ากับ Splitter
  • ช่องแรกต่อ Soundbar
  • ช่องที่สองต่อ Bluetooth Transmitter
  • ตั้งเสียงทีวีเป็น PCM ถ้า Transmitter ไม่รองรับ Dolby

วิธีนี้เหมาะกับการใช้ Soundbar และหูฟังพร้อมกัน มากกว่าการใช้ลำโพงภายในทีวีและหูฟัง

⓬ แก้ปัญหาเปิดพร้อมกันแล้วไม่มีเสียง

หากเปิด Multi-output Audio แล้วไม่มีเสียงจากอุปกรณ์หนึ่ง ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ตรวจสอบว่าหูฟังขึ้น Connected
  2. เพิ่มเสียงบนหูฟัง
  3. เพิ่มเสียงลำโพงทีวี
  4. ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิด Mute
  5. ตั้ง Digital Audio Output เป็น PCM
  6. ปิด Soundbar ชั่วคราว
  7. ปิด Bluetooth ของโทรศัพท์
  8. ลบหูฟังแล้วจับคู่ใหม่
  9. ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที
  10. เปิด Multi-output Audio ใหม่

หากตัวเลือก Multi-output Audio เป็นสีเทา อาจมีอุปกรณ์หรือโหมดเสียงอื่นที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ เช่น HDMI eARC, Dolby Atmos หรือ Soundbar บางประเภท

ทำไมเสียงหูฟังกับลำโพงจึงไม่ตรงกัน

สาเหตุหลักคือเส้นทางเสียงไม่เหมือนกัน

ลำโพงทีวีได้รับสัญญาณจากระบบภายในโดยตรง แต่หูฟัง Bluetooth ต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มเติม ได้แก่

  1. เข้ารหัสเสียง
  2. ส่งผ่าน Bluetooth
  3. รับข้อมูลที่หูฟัง
  4. ถอดรหัส
  5. เล่นเสียง

ความล่าช้าแม้เพียงเล็กน้อยจะได้ยินชัดเมื่อเปิดลำโพงทีวีพร้อมกัน จึงเกิดเสียงคล้ายเสียงก้องหรือเสียงสะท้อน

วิธีลดเสียงสะท้อนเมื่อเปิดพร้อมกัน

  • เปิด A/V Sync เป็น Auto
  • ใช้ Sound Mode แบบ Standard
  • ปิด Virtual Surround
  • ตั้ง Digital Audio Output เป็น PCM
  • ปิดเอฟเฟกต์เสียงในหูฟัง
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์หูฟัง
  • ใช้หูฟังที่มีความหน่วงต่ำ
  • ลดเสียงลำโพงทีวีลงเล็กน้อย
  • นั่งห่างจากลำโพงทีวีตามความเหมาะสม

หากยังมีเสียงสะท้อนชัดเจน อาจต้องเลือกใช้เสียงเพียงช่องทางเดียว เพราะทีวีบางรุ่นไม่มีระบบชดเชยความหน่วงแยกสำหรับ Bluetooth

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ไม่ใช่ Smart TV ทุกเครื่องที่รองรับ Multi-output Audio
  • บางรุ่นใช้ได้เฉพาะลำโพงทีวีกับหูฟังหนึ่งตัว
  • HDMI ARC และ eARC อาจใช้พร้อมกันไม่ได้
  • Dolby Atmos อาจถูกปิดเมื่อใช้ Bluetooth
  • เสียงอาจถูกเปลี่ยนเป็น Stereo PCM
  • หูฟังอาจมีเสียงช้ากว่าลำโพง
  • รีโมตทีวีอาจควบคุมเสียงหูฟังไม่ได้
  • ระดับเสียงของอุปกรณ์สองชุดอาจต้องปรับแยกกัน
  • แอปบางตัวอาจมีข้อจำกัดด้านรูปแบบเสียง
  • เมนูอาจแตกต่างกันตามรุ่นและระบบของทีวี

ตารางเลือกวิธีที่เหมาะสม

สิ่งที่ต้องการวิธีที่ควรใช้
ลำโพงทีวีกับหูฟัง Bluetoothเปิด Multi-output Audio
ลำโพงทีวีกับหูฟังแบบมีสายเปิด Headphone and Speaker ถ้ามี
Soundbar กับหูฟัง Bluetoothใช้ Transmitter แบบ Pass-through
Soundbar กับ Transmitter ผ่าน Opticalใช้ Optical Splitter หรือ Pass-through
ต้องการปรับเสียงแยกกันใช้ปุ่มหูฟังและรีโมตทีวี
ได้ยินเสียงสะท้อนเปิด A/V Sync และใช้ PCM
ทีวีส่งเสียงได้ครั้งละช่องทางเดียวใช้อุปกรณ์แบ่งสัญญาณภายนอก

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต่อหูฟัง Bluetooth แล้วลำโพงทีวีหยุดทำงาน

ทีวีอาจตั้งให้ส่งเสียงออกเพียงอุปกรณ์เดียว ให้ค้นหา Multi-output Audio หรือ TV Speaker + Bluetooth หากไม่มี แสดงว่ารุ่นนั้นอาจไม่รองรับโดยตรง

เปิดเสียงพร้อมกันแล้วปรับระดับเสียงอย่างไร

โดยทั่วไปรีโมตควบคุมลำโพงทีวี ส่วนปุ่มบนหูฟังควบคุม Bluetooth แต่ทีวีบางรุ่นมีเมนูปรับแยกบนหน้าจอ

ทำไมได้ยินเสียงซ้อนเหมือนเสียงสะท้อน

เสียง Bluetooth เดินทางช้ากว่าเสียงจากลำโพงทีวี ให้เปิด A/V Sync เปลี่ยนเป็น PCM และปิดเอฟเฟกต์เสียงที่ไม่จำเป็น

ใช้ Soundbar และหูฟัง Bluetooth พร้อมกันได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับทีวี หากไม่รองรับ สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Optical Pass-through หรือใช้อุปกรณ์แบ่งสัญญาณที่เหมาะสม

เปิด Multi-output Audio แล้วใช้ Dolby Atmos ได้หรือไม่

ทีวีหลายรุ่นอาจลดรูปแบบเสียงเป็นสเตอริโอหรือปิด Dolby Atmos เมื่อส่งเสียงผ่าน Bluetooth ต้องตรวจสอบข้อจำกัดของรุ่นนั้น

สรุป

การทำให้เสียงออกหูฟัง Bluetooth และลำโพงทีวีพร้อมกัน ให้ค้นหา Multi-output Audio, Simultaneous Audio Output หรือ TV Speaker + Bluetooth ในเมนูเสียงและการช่วยการเข้าถึง จากนั้นเลือกหูฟังพร้อมลำโพงทีวีและปรับระดับเสียงแยกกัน

หากทีวีไม่รองรับ สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Audio Pass-through หรืออุปกรณ์แบ่งสัญญาณตามช่องเสียงที่ทีวีมี เมื่อเกิดเสียงซ้อน ให้เปิด A/V Sync ใช้ PCM และปิดระบบประมวลผลเสียงที่ไม่จำเป็น

comsiam แนะนำให้ตรวจสอบคุณสมบัติของทีวีก่อนซื้ออุปกรณ์เสริม เพราะคำว่า Multi-output Audio และ Dual Audio อาจมีความหมายต่างกันในแต่ละรุ่น การเลือกวิธีให้ตรงกับลำโพงทีวี Soundbar หรือหูฟังที่ต้องการใช้ จะช่วยลดปัญหาไม่มีเสียงและเสียงไม่ตรงกัน