Minecraft Java เข้า Server ไม่ได้ แก้อย่างไร เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่สำเร็จ

หาก Minecraft Java เข้า Server ไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์และพิมพ์ Server Address ถูกต้อง จากนั้นเลือกเวอร์ชัน Minecraft, Mod Loader และ Modpack ให้ตรงกับเซิร์ฟเวอร์ รีสตาร์ตเกม ลงชื่อเข้าบัญชี Microsoft ใหม่ และอนุญาต Minecraft กับ Java ผ่าน Firewall

หากเข้าไม่ได้เพียงเซิร์ฟเวอร์เดียว ปัญหามักอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ ที่อยู่ เวอร์ชัน Whitelist หรือ Mod แต่หากเข้าไม่ได้ทุกเซิร์ฟเวอร์ ควรตรวจบัญชี สิทธิ์ Multiplayer, Firewall, DNS, VPN และเครือข่ายของเครื่อง

สารบัญ

  • แยกปัญหาเครื่องหรือเซิร์ฟเวอร์
  • ตรวจ Server Address
  • เลือกเวอร์ชันเกมให้ตรงกัน
  • แก้ปัญหา Mod และ Modpack
  • ตรวจสิทธิ์ Multiplayer
  • อนุญาต Minecraft ผ่าน Firewall
  • แก้รหัสเชื่อมต่อที่พบบ่อย
  • เข้าเซิร์ฟเวอร์ LAN ไม่ได้
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้ตามลำดับ

① ตรวจสอบว่าเข้าไม่ได้ทุก Server หรือ Server เดียว

ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า ให้ทดลองเข้าเซิร์ฟเวอร์อื่นที่เชื่อถือได้เพื่อแยกสาเหตุ

เข้าไม่ได้เพียง Server เดียว

สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • เซิร์ฟเวอร์ปิดหรือกำลังรีสตาร์ต
  • Server Address หรือ Port ผิด
  • เวอร์ชันเกมไม่ตรง
  • Modpack ไม่ตรงกับเซิร์ฟเวอร์
  • เซิร์ฟเวอร์เปิด Whitelist
  • บัญชีถูกแบนจากเซิร์ฟเวอร์
  • เซิร์ฟเวอร์เต็ม
  • Plugin หรือ Mod ของเซิร์ฟเวอร์มีปัญหา
  • เซิร์ฟเวอร์รับเฉพาะผู้เล่นบางเวอร์ชัน

กรณีนี้ไม่ควรรีเซ็ต Windows หรือติดตั้ง Minecraft ใหม่ทันที เพราะเครื่องอาจทำงานปกติและปัญหาอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์นั้น

เข้าไม่ได้ทุก Server

ให้ตรวจสอบส่วนต่อไปนี้

  • อินเทอร์เน็ตของเครื่อง
  • บัญชี Microsoft
  • สิทธิ์การเล่น Multiplayer
  • Minecraft Launcher
  • Firewall และแอนติไวรัส
  • VPN หรือ Proxy
  • DNS
  • Java Runtime ที่เกมใช้งาน
  • Mod หรือโปรไฟล์เกม
  • สถานะบริการของ Minecraft

② รีสตาร์ตเกม Launcher และคอมพิวเตอร์

การเชื่อมต่อหรือ Session ของบัญชีอาจค้างชั่วคราว

  1. ออกจากเซิร์ฟเวอร์
  2. ปิด Minecraft: Java Edition
  3. ปิด Minecraft Launcher
  4. เปิด Task Manager ด้วย Ctrl + Shift + Esc
  5. ตรวจว่า Minecraft และ Java ไม่ค้างอยู่
  6. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  7. เปิด Minecraft Launcher
  8. ตรวจสอบบัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้
  9. เปิดเกมและลองเชื่อมต่ออีกครั้ง

หากเซิร์ฟเวอร์เพิ่งรีสตาร์ต ควรรอสักครู่ก่อนลองใหม่ เพราะบางเซิร์ฟเวอร์แสดงสถานะออนไลน์ก่อนโหลดโลก Plugin และ Mod เสร็จสมบูรณ์

③ ตรวจ Server Address และ Port

ที่อยู่ผิดเพียงตัวเดียวจะทำให้เชื่อมต่อไม่ได้

รูปแบบ Server Address ที่พบได้ ได้แก่

  • ชื่อโดเมน เช่น play.example.com
  • หมายเลข IP
  • ชื่อโดเมนพร้อม Port เช่น play.example.com:25565
  • IP ภายในพร้อม Port สำหรับเล่นผ่าน LAN

วิธีตรวจสอบมีดังนี้

  1. เปิด Minecraft: Java Edition
  2. เลือก Multiplayer
  3. เลือกเซิร์ฟเวอร์
  4. กด Edit
  5. ตรวจ Server Address
  6. ลบช่องว่างด้านหน้าและด้านหลัง
  7. ตรวจจุด ตัวเลข และเครื่องหมาย :
  8. ยืนยัน Port กับผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์
  9. กด Done แล้วเชื่อมต่อใหม่

Port เริ่มต้นที่ใช้บ่อยสำหรับ Minecraft Java คือ 25565 แต่ผู้ดูแลสามารถเปลี่ยนเป็นหมายเลขอื่นได้ หากเซิร์ฟเวอร์แจ้ง Port มาโดยเฉพาะ ต้องใส่ต่อท้ายหลังเครื่องหมาย :

ไม่ควรเดาหรือสุ่มเปลี่ยน Port เพราะจะทำให้เชื่อมต่อไปยังบริการที่ไม่มีอยู่

④ ตรวจว่าเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์หรือไม่

หากชื่อเซิร์ฟเวอร์แสดงเครื่องหมายผิดพลาดหรือไม่มีจำนวนผู้เล่น ให้ตรวจสอบกับผู้ดูแลก่อน

สัญญาณว่าเซิร์ฟเวอร์อาจออฟไลน์ ได้แก่

  • ขึ้น Can’t connect to server
  • ขึ้น Connection refused
  • ไม่มี MOTD หรือจำนวนผู้เล่น
  • ผู้เล่นทุกคนเข้าไม่ได้
  • เซิร์ฟเวอร์เพิ่งอัปเดต
  • เจ้าของกำลังสำรองหรือซ่อมโลก
  • เครื่องเซิร์ฟเวอร์ปิดอยู่
  • บริการโฮสต์เกิดปัญหา

หากผู้เล่นคนอื่นเข้าได้ แต่เราเข้าไม่ได้ ให้เปรียบเทียบ Server Address เวอร์ชันเกม Mod และบัญชีกับผู้เล่นที่เข้าได้

⑤ เลือกเวอร์ชัน Minecraft ให้ตรงกับ Server

Minecraft Java แต่ละเวอร์ชันไม่สามารถเข้าเซิร์ฟเวอร์คนละเวอร์ชันได้เสมอไป แม้บางเซิร์ฟเวอร์จะติดตั้งระบบรองรับหลายเวอร์ชันก็ตาม

  1. สอบถามเวอร์ชันที่เซิร์ฟเวอร์ใช้
  2. เปิด Minecraft Launcher
  3. เข้า Installations
  4. สร้างหรือเลือกโปรไฟล์
  5. เลือก Release ให้ตรงกับเซิร์ฟเวอร์
  6. หลีกเลี่ยง Snapshot หากเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้กำหนด
  7. เปิดเกมจากโปรไฟล์นั้น
  8. ทดลองเชื่อมต่อใหม่

ข้อความที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • Outdated client
  • Outdated server
  • Incompatible version
  • Please use a specific version

Outdated Client

โดยทั่วไปหมายถึงตัวเกมของผู้เล่นเก่ากว่าเวอร์ชันที่เซิร์ฟเวอร์รองรับ ให้เลือกเวอร์ชันที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด

Outdated Server

โดยทั่วไปหมายถึงเกมของผู้เล่นใหม่กว่าเซิร์ฟเวอร์ ให้เปิด Launcher แล้วเลือกเวอร์ชันเก่าที่ตรงกัน หรือรอให้ผู้ดูแลอัปเดตเซิร์ฟเวอร์

ไม่ควรเลือกเวอร์ชันจากการคาดเดา ให้ดูข้อความผิดพลาดหรือสอบถามผู้ดูแลโดยตรง

⑥ ทดสอบด้วยโปรไฟล์ Vanilla

Mod, Shader, Resource Pack หรือ Mod Loader อาจทำให้การเชื่อมต่อล้มเหลว

  1. เปิด Minecraft Launcher
  2. เข้า Installations
  3. สร้างโปรไฟล์เกมแบบปกติ
  4. เลือกเวอร์ชันเดียวกับเซิร์ฟเวอร์
  5. ไม่ใช้ Forge, Fabric, NeoForge หรือ Mod Loader อื่น
  6. เปิดเกม
  7. ทดลองเข้าเซิร์ฟเวอร์

หาก Vanilla เข้าได้ แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ Mod, Loader หรือไฟล์ตั้งค่าของโปรไฟล์เดิม

หากเซิร์ฟเวอร์บังคับใช้ Modpack จะเข้าแบบ Vanilla ไม่ได้ แต่การทดสอบนี้ยังช่วยแยกได้ว่าเครื่องสามารถเข้าเซิร์ฟเวอร์ปกติอื่นได้หรือไม่

⑦ ตรวจ Mod Loader และ Modpack ให้ตรงกัน

เซิร์ฟเวอร์ Modded มักกำหนดองค์ประกอบหลายส่วนพร้อมกัน ได้แก่

  • เวอร์ชัน Minecraft
  • ประเภท Mod Loader
  • เวอร์ชันของ Mod Loader
  • รายชื่อ Mod
  • เวอร์ชันของ Mod แต่ละตัว
  • ไฟล์ Configuration
  • Resource Pack ที่จำเป็น

ตัวอย่างเช่น เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Fabric จะไม่สามารถใช้โปรไฟล์ Forge แทนกันได้ แม้เป็น Minecraft เวอร์ชันเดียวกัน

วิธีตรวจสอบมีดังนี้

  1. ขอชื่อและเวอร์ชัน Modpack จากผู้ดูแล
  2. ตรวจว่าใช้ Loader ประเภทใด
  3. สำรองโลกส่วนตัวและไฟล์สำคัญ
  4. สร้างโฟลเดอร์หรือโปรไฟล์แยกสำหรับเซิร์ฟเวอร์
  5. ติดตั้ง Mod จากแหล่งที่ผู้ดูแลกำหนด
  6. อย่านำ Mod จากโปรไฟล์อื่นมารวมโดยไม่ตรวจสอบ
  7. เปิดเกมแล้วอ่านข้อความ Mod mismatch
  8. แก้เฉพาะ Mod ที่ข้อความระบุ

ไม่ควรดาวน์โหลด Modpack ที่มีชื่อเหมือนกันจากแหล่งไม่รู้จัก เพราะอาจเป็นคนละเวอร์ชันหรือมีไฟล์ไม่ปลอดภัย

⑧ ตรวจบัญชี Microsoft และ Game Session

ข้อความ Invalid Session, Failed to verify username หรือ Not authenticated อาจเกี่ยวข้องกับ Session การลงชื่อเข้าใช้

  1. ปิด Minecraft
  2. ออกจาก Minecraft Launcher
  3. ปิด Launcher ให้หมด
  4. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  5. เปิด Launcher
  6. ลงชื่อเข้าบัญชี Microsoft ที่เป็นเจ้าของเกม
  7. ตรวจว่า Launcher แสดง Minecraft: Java Edition พร้อมเล่น
  8. เปิดเกมและลองเข้าเซิร์ฟเวอร์ใหม่

ไม่ควรเปิดเกมจากบัญชีเดียวกันพร้อมกันหลายเครื่อง หากเซิร์ฟเวอร์ตรวจสอบบัญชีออนไลน์ อาจปฏิเสธ Session ที่ซ้ำหรือหมดอายุ

หากบริการยืนยันบัญชีมีปัญหา ผู้เล่นหลายเซิร์ฟเวอร์อาจเข้าไม่ได้พร้อมกัน ควรตรวจสถานะบริการและรอก่อนเปลี่ยนไฟล์เกม

⑨ ตรวจสิทธิ์การเล่น Multiplayer

หากปุ่ม Multiplayer ปิด ใช้งานไม่ได้ หรือมีข้อความเกี่ยวกับการตั้งค่าบัญชี อาจเกิดจาก Xbox Privacy และ Microsoft Family

สำหรับบัญชีที่อยู่ในกลุ่มครอบครัว ผู้ปกครองหรือผู้จัดการครอบครัวต้องตรวจสอบสิทธิ์ผ่านระบบ Family โดยตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับ

  • การเข้าร่วม Multiplayer games
  • การเล่นร่วมกับผู้เล่นภายนอกเครือข่าย
  • การสื่อสารด้วยเสียงหรือข้อความ
  • การเพิ่มเพื่อนและเข้าร่วมเกม

หลังเปลี่ยนสิทธิ์ให้ทำดังนี้

  1. ออกจาก Minecraft Launcher
  2. ปิดเกม
  3. รอให้การตั้งค่าซิงค์
  4. ลงชื่อเข้าบัญชีใหม่
  5. เปิด Minecraft Java
  6. ตรวจปุ่ม Multiplayer

ไม่ควรเปลี่ยนอายุบัญชีหรือสร้างบัญชีใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หากเป็นบัญชีเด็กต้องให้ผู้ปกครองหรือผู้จัดการครอบครัวดำเนินการตามระบบที่กำหนด

⑩ ตรวจอินเทอร์เน็ตและปิดงานที่ใช้เครือข่าย

การดาวน์โหลด อัปโหลด หรือ Packet Loss อาจทำให้การเชื่อมต่อหมดเวลา

ให้หยุดงานต่อไปนี้ชั่วคราว

  • Windows Update
  • การดาวน์โหลดเกม
  • การอัปโหลดไฟล์ขึ้น Cloud
  • การดูวิดีโอความละเอียดสูงหลายเครื่อง
  • โปรแกรม BitTorrent
  • การสำรองข้อมูล
  • การถ่ายทอดสด
  • Launcher อื่นที่กำลังอัปเดต

จากนั้นให้ทดลอง

  1. รีสตาร์ตเราเตอร์โดยไม่กด Reset
  2. ใช้สาย LAN แทน Wi‑Fi
  3. ขยับเข้าใกล้เราเตอร์
  4. ปิด VPN และ Proxy
  5. ทดลองเครือข่ายอื่น
  6. เปิดเกมและเข้าเซิร์ฟเวอร์ใหม่

หากใช้เครือข่ายโทรศัพท์แล้วเข้าได้ แต่เครือข่ายบ้านเข้าไม่ได้ ปัญหาอาจอยู่ที่เราเตอร์ DNS หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

⑪ ล้าง DNS เมื่อขึ้น Unknown Host

ข้อความ Unknown Host มักหมายถึงเครื่องไม่สามารถแปลงชื่อ Server Address เป็นหมายเลข IP ได้ หรือพิมพ์ชื่อผิด

ตรวจชื่อเซิร์ฟเวอร์ก่อน หากถูกต้องให้ล้าง DNS

  1. ปิด Minecraft Launcher
  2. กด Windows + R
  3. พิมพ์ cmd
  4. กด Enter
  5. พิมพ์ ipconfig /flushdns
  6. กด Enter
  7. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  8. เปิดเกมและทดสอบอีกครั้ง

หากยังขึ้น Unknown Host ให้สอบถามผู้ดูแลว่าโดเมนยังใช้งานอยู่หรือเปลี่ยนที่อยู่แล้วหรือไม่

การเปลี่ยน DNS ไม่ช่วยหาก Server Address พิมพ์ผิดหรือเซิร์ฟเวอร์ยกเลิกชื่อโดเมนไปแล้ว

⑫ อนุญาต Minecraft และ Java ผ่าน Firewall

Firewall อาจบล็อกการเชื่อมต่อของ Minecraft หรือ Java หลังเกมอัปเดตหรือเปลี่ยนโปรไฟล์

  1. เปิด Windows Security
  2. เข้า Firewall & network protection
  3. เลือก Allow an app through firewall
  4. กด Change settings
  5. ตรวจ Minecraft Launcher
  6. ตรวจ Java หรือ OpenJDK Platform binary ที่ Minecraft ใช้งาน
  7. อนุญาตบนเครือข่าย Private ตามความเหมาะสม
  8. กด OK
  9. รีสตาร์ต Launcher
  10. ทดลองเข้าเซิร์ฟเวอร์

หากมี Java หลายรายการ ให้ตรวจเส้นทางไฟล์และวันที่ก่อนอนุญาต ไม่ควรอนุญาตไฟล์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

ไม่ควรปิด Firewall ถาวรหรือเปิดพอร์ตทั้งหมดบนเราเตอร์ สำหรับผู้เล่นที่เพียงเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ปกติไม่จำเป็นต้องตั้งค่า Port Forwarding

⑬ ตรวจแอนติไวรัสและ Quarantine

โปรแกรมรักษาความปลอดภัยอาจกักกัน Minecraft Launcher, Java หรือไฟล์ Mod บางตัว

  1. เปิด Windows Security หรือโปรแกรมแอนติไวรัส
  2. เข้า Protection history หรือ Quarantine
  3. ตรวจรายการล่าสุด
  4. มองหา Minecraft Launcher, Java, OpenJDK หรือไฟล์ Mod
  5. คืนค่าเฉพาะไฟล์ที่ยืนยันว่าเชื่อถือได้
  6. เพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะโฟลเดอร์หรือไฟล์ที่จำเป็น
  7. สแกนไฟล์ Mod ก่อนใช้งาน
  8. รีสตาร์ตเครื่องและทดลองใหม่

หากปัญหาเกิดหลังเพิ่ม Mod ใหม่ ให้เอา Mod นั้นออกจากโปรไฟล์เพื่อทดสอบก่อนคืนไฟล์จาก Quarantine

⑭ อัปเดต Minecraft Launcher และ Windows

Launcher หรือส่วนประกอบ Windows ที่เก่าอาจทำให้ลงชื่อเข้าใช้หรือเชื่อมต่อผิดปกติ

  1. เปิด Minecraft Launcher
  2. เข้า Settings
  3. ตรวจข้อมูลการอัปเดตของ Launcher
  4. ติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดจากช่องทางทางการ
  5. เปิด Windows Settings
  6. เข้า Windows Update
  7. ติดตั้งอัปเดตสำคัญ
  8. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

Minecraft Launcher รุ่นปัจจุบันจัดการ Java Runtime ที่เหมาะสมให้โปรไฟล์เกมอย่างเป็นทางการโดยอัตโนมัติในหลายกรณี จึงไม่ควรดาวน์โหลด Java แบบสุ่มเพื่อวางทับไฟล์ของเกม

หากตั้งค่า Java Executable แบบกำหนดเองในโปรไฟล์ ให้คืนเป็นค่าเริ่มต้นเพื่อทดสอบก่อน

⑮ แก้ Connection Refused

ข้อความ Connection refused หมายถึงเครื่องปลายทางปฏิเสธการเชื่อมต่อหรือไม่มีบริการรอรับอยู่ที่ Address และ Port นั้น

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • เซิร์ฟเวอร์ยังไม่เปิด
  • Server Address ผิด
  • Port ผิด
  • โปรแกรม Server หยุดทำงาน
  • Firewall ฝั่ง Server บล็อก
  • Server ฟังอยู่คนละ Port
  • เจ้าของยังตั้งค่าเครือข่ายไม่สมบูรณ์

ผู้เล่นควรตรวจที่อยู่กับผู้ดูแลและสอบถามว่าคนอื่นเข้าได้หรือไม่ หากไม่มีใครเข้าได้ ผู้ดูแลต้องตรวจเครื่อง Server, Console, Firewall และ Port ของตนเอง

การติดตั้ง Minecraft ใหม่บนเครื่องผู้เล่นมักไม่ช่วยแก้ Connection refused ที่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ปิด

⑯ แก้ Connection Timed Out

ข้อความ Timed out หมายถึงเกมรอคำตอบจากเซิร์ฟเวอร์นานเกินกำหนด

ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้

  1. ยืนยันว่า Server ออนไลน์
  2. ตรวจ Server Address
  3. ปิด VPN และ Proxy
  4. ใช้สาย LAN
  5. ปิดการดาวน์โหลดและอัปโหลด
  6. รีสตาร์ตเราเตอร์
  7. อนุญาต Java ผ่าน Firewall
  8. ทดลองเครือข่ายอื่น
  9. สอบถามผู้ดูแลว่า Server ใช้ CPU หรือ RAM เต็มหรือไม่
  10. ตรวจว่าผู้เล่นคนอื่นพบอาการเดียวกันหรือไม่

หากเข้าได้ในช่วงที่ผู้เล่นน้อย แต่ Timed out เมื่อเซิร์ฟเวอร์มีผู้เล่นมาก ปัญหาอาจอยู่ที่ประสิทธิภาพหรือเครือข่ายของเซิร์ฟเวอร์

⑰ แก้ Connection Reset หรือ Internal Exception

ข้อความ Connection reset หมายถึงการเชื่อมต่อถูกตัดระหว่างทาง ส่วน Internal Exception สามารถเกิดได้จากเครือข่าย Mod ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ หรือเวอร์ชันที่ไม่ตรงกัน

วิธีตรวจสอบ ได้แก่

  1. รีสตาร์ตเกม
  2. ทดสอบโปรไฟล์ Vanilla
  3. เลือกเวอร์ชันให้ตรง
  4. ปิด VPN
  5. ทดสอบผ่าน LAN
  6. รีสตาร์ตเราเตอร์
  7. ตรวจ Modpack
  8. ลด Resource Pack เพื่อทดสอบ
  9. อัปเดต Launcher
  10. ส่งข้อความผิดพลาดฉบับเต็มให้ผู้ดูแล Server

หากข้อความมีชื่อ Mod, Plugin หรือ Channel ใดโดยเฉพาะ ให้แก้ส่วนที่ระบุก่อน ไม่ควรลบ Mod ทั้งหมดโดยไม่สำรองโปรไฟล์

⑱ แก้ Whitelist, Server Full และ Ban

You are not whitelisted

เซิร์ฟเวอร์อนุญาตเฉพาะรายชื่อที่กำหนด ผู้ดูแลต้องเพิ่มชื่อผู้เล่นให้ถูกต้อง ไม่สามารถแก้จากเครื่องผู้เล่นได้

Server is full

จำนวนผู้เล่นถึงขีดจำกัด ต้องรอให้มีช่องว่างหรือให้ผู้ดูแลเพิ่มจำนวนผู้เล่นหากเครื่องรองรับ

You are banned

ให้ตรวจเหตุผลและติดต่อผู้ดูแลตามช่องทางอุทธรณ์ของเซิร์ฟเวอร์ ไม่ควรใช้บัญชีอื่นหรือเปลี่ยนเครือข่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการแบน

Kicked by an operator

ผู้ดูแลหรือระบบ Plugin นำผู้เล่นออก ควรอ่านข้อความที่แสดง เพราะมักระบุเหตุผล เช่น เวอร์ชัน Mod ชื่อผู้เล่น หรือกฎของเซิร์ฟเวอร์

⑲ Minecraft Java เข้า Server LAN ไม่ได้

หากเล่นในบ้านหรือเครือข่ายเดียวกัน ให้ตรวจสอบต่างจากเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ทั่วไป

  1. ให้ทุกเครื่องเชื่อมต่อเราเตอร์เดียวกัน
  2. ตรวจว่าไม่ได้ใช้ Guest Wi‑Fi
  3. เครื่องเจ้าของโลกเปิด Singleplayer World
  4. กด Open to LAN
  5. จดหมายเลข Port ที่เกมแสดง
  6. เครื่องอื่นเปิด Multiplayer
  7. รอให้เกม LAN ปรากฏ
  8. หากไม่พบ ให้ใช้ Direct Connection
  9. ใส่ IP ภายในของเครื่อง Host พร้อม Port
  10. อนุญาต Java ผ่าน Firewall บนเครือข่าย Private

ตัวอย่างรูปแบบคือ

192.168.x.x:หมายเลข-Port

หมายเลข Port ของ Open to LAN สามารถเปลี่ยนเมื่อเปิดโลกใหม่ จึงต้องใช้หมายเลขที่เกมแสดงในรอบปัจจุบัน

หากทุกเครื่องต่อ Wi‑Fi เดียวกันแต่ยังมองไม่เห็นกัน ให้ตรวจว่าเราเตอร์เปิด Client Isolation หรือ AP Isolation หรือไม่ ฟังก์ชันนี้สามารถป้องกันอุปกรณ์ Wi‑Fi ติดต่อกันภายในเครือข่าย

⑳ สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเข้า Server ไม่ได้

แนวทางของ comsiam แนะนำให้หลีกเลี่ยงวิธีที่เสี่ยงหรือไม่ตรงสาเหตุ ได้แก่

  • ไม่ปิด Firewall ถาวร
  • ไม่เปิดพอร์ตทั้งหมดบนเราเตอร์
  • ไม่นำคอมพิวเตอร์ไปไว้ใน DMZ
  • ไม่ดาวน์โหลด Java หรือ DLL จากเว็บแจกไฟล์
  • ไม่ใช้ Launcher ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
  • ไม่ใช้บัญชีอื่นเพื่อหลีกเลี่ยง Ban
  • ไม่เปลี่ยนอายุบัญชีเพื่อเลี่ยง Family Settings
  • ไม่ลบโฟลเดอร์โลกก่อนสำรอง
  • ไม่ติดตั้ง Mod จากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ติดตั้ง Windows ใหม่เป็นวิธีแรก

ควรจดข้อความผิดพลาดให้ครบ เพราะคำว่า Connection refused, Timed out, Unknown host และ Outdated client มีสาเหตุต่างกัน

คำถามที่พบบ่อย

Minecraft Java ขึ้น Can’t connect to server ต้องทำอย่างไร

ตรวจว่า Server ออนไลน์ พิมพ์ Address ถูก และใช้เวอร์ชันตรงกัน หากเข้าไม่ได้ทุก Server ให้ตรวจบัญชี Firewall, DNS และเครือข่ายเพิ่มเติม

เข้า Server ได้เมื่อวาน แต่วันนี้เข้าไม่ได้เกิดจากอะไร

เซิร์ฟเวอร์อาจปิด เปลี่ยนเวอร์ชัน เปลี่ยน Modpack หรือเปลี่ยน Address ให้ตรวจประกาศจากผู้ดูแลและสอบถามผู้เล่นคนอื่นก่อนแก้เครื่อง

เพื่อนเข้าได้แต่เราเข้าไม่ได้ต้องตรวจอะไร

เปรียบเทียบ Address, Port, เวอร์ชัน Minecraft, Loader, Modpack และบัญชี จากนั้นทดสอบ Vanilla และเครือข่ายอื่น

Outdated Client แก้อย่างไร

เปิด Minecraft Launcher แล้วเลือกเวอร์ชันที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด หากเซิร์ฟเวอร์ใช้เวอร์ชันใหม่กว่าให้ดาวน์โหลด Release นั้นผ่าน Launcher

Outdated Server แก้อย่างไร

เลือกเวอร์ชันเก่าที่ตรงกับ Server หรือรอผู้ดูแลอัปเดตเซิร์ฟเวอร์ ผู้เล่นไม่สามารถอัปเดตเครื่อง Server ได้เอง

Unknown Host แก้อย่างไร

ตรวจการสะกด Server Address ล้าง DNS และสอบถามผู้ดูแลว่าชื่อโดเมนยังใช้งานอยู่หรือไม่

Connection Refused แปลว่าอะไร

หมายถึงปลายทางปฏิเสธการเชื่อมต่อหรือไม่มี Server รอรับอยู่ที่ Address และ Port นั้น มักเกิดจาก Server ปิดหรือระบุ Port ผิด

Connection Timed Out แก้อย่างไร

ปิด VPN ใช้ LAN รีสตาร์ตเราเตอร์ ตรวจ Firewall และสอบถามสถานะ Server หากผู้เล่นทุกคน Timed out ปัญหาน่าจะอยู่ที่ฝั่ง Server

ต้องติดตั้ง Java เองหรือไม่

Launcher ทางการจัดการ Java Runtime ที่เหมาะสมให้เกมในหลายกรณี หากไม่ได้ตั้งค่า Java แบบกำหนดเอง ไม่ควรติดตั้งหรือแทนที่ไฟล์สุ่ม ๆ

ต้อง Port Forward เพื่อเข้า Server คนอื่นหรือไม่

โดยทั่วไปไม่จำเป็นสำหรับผู้เล่นที่เชื่อมต่อไปยัง Server ภายนอก Port Forwarding เป็นการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องซึ่งเปิดให้ผู้อื่นเชื่อมต่อเข้ามา

สรุปวิธีแก้ Minecraft Java เข้า Server ไม่ได้

ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้

  1. ทดสอบว่าเข้าไม่ได้ Server เดียวหรือทุก Server
  2. รีสตาร์ตเกม Launcher และคอมพิวเตอร์
  3. ตรวจ Server Address และ Port
  4. ยืนยันว่า Server ออนไลน์
  5. เลือกเวอร์ชัน Minecraft ให้ตรง
  6. ทดสอบด้วยโปรไฟล์ Vanilla
  7. ตรวจ Loader, Mod และ Modpack
  8. ลงชื่อบัญชี Microsoft ใหม่
  9. ตรวจสิทธิ์ Multiplayer
  10. ปิดการดาวน์โหลด VPN และ Proxy
  11. รีสตาร์ตเราเตอร์และทดลอง LAN
  12. ล้าง DNS หากขึ้น Unknown Host
  13. อนุญาต Minecraft และ Java ผ่าน Firewall
  14. ตรวจแอนติไวรัสและ Quarantine
  15. อัปเดต Launcher และ Windows
  16. อ่านรหัส Connection Error ให้ตรงสาเหตุ
  17. ติดต่อผู้ดูแล Server เมื่อเป็น Whitelist, Ban หรือปัญหาฝั่ง Server

หัวใจสำคัญคือดูข้อความผิดพลาดและทดสอบขอบเขตของปัญหาก่อน หากเข้าไม่ได้เพียง Server เดียวให้ตรวจข้อมูลของ Server แต่หากเข้าไม่ได้ทุกแห่งจึงค่อยตรวจบัญชี Firewall และเครือข่าย การไล่ตรวจตามแนวทางของ comsiam จะช่วยแก้ได้ตรงจุดโดยไม่ต้องลบเกมหรือโลกโดยไม่จำเป็น