VALORANT ขึ้น VAN 1067 เข้าเกมไม่ได้ แก้อย่างไร

VALORANT ขึ้น VAN 1067 มักหมายถึง Riot Vanguard ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือเริ่มทำงานร่วมกับเกมได้ตามปกติ วิธีแก้เบื้องต้นคือรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบบริการ vgc ปิดโปรแกรมที่รบกวน Vanguard และติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่ หากยังไม่หายจึงค่อยซ่อมแซมหรือติดตั้ง VALORANT ใหม่

ข้อผิดพลาดนี้ไม่เหมือน VAN 9003 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Secure Boot หรือ TPM โดยตรง ดังนั้นอย่าเพิ่งเปลี่ยนการตั้งค่า BIOS หากหน้าจอแสดงเฉพาะรหัส VAN 1067

สารบัญ

  • อาการของข้อผิดพลาด VAN 1067
  • VAN 1067 เกิดจากอะไร
  • วิธีแก้ VAN 1067 ตามลำดับ
  • วิธีตรวจสอบบริการ Riot Vanguard
  • วิธีติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่
  • วิธีแยก VAN 1067 ออกจาก VAN 9003
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

① VAN 1067 คือข้อผิดพลาดอะไร

VAN 1067 เป็นรหัสข้อผิดพลาดด้านการเชื่อมต่อของ Riot Vanguard ซึ่งเป็นระบบป้องกันการโกงที่ VALORANT ต้องใช้ก่อนเปิดเกม

เมื่อ Vanguard เริ่มต้นไม่สมบูรณ์ ถูกโปรแกรมอื่นขัดขวาง หรือไฟล์ติดตั้งเสียหาย Riot Client อาจเปิดขึ้นตามปกติ แต่ VALORANT จะหยุดทำงานและแสดงข้อความประมาณว่าเกิดข้อผิดพลาดในการเชื่อมต่อ พร้อมรหัส VAN 1067

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • กด Play แล้วเกมเปิดขึ้นชั่วครู่ก่อนแสดง VAN 1067
  • เข้าเกมได้ถึงหน้าโหลดแล้วถูกปิด
  • Riot Client เปิดได้ แต่ VALORANT เข้าไม่ได้
  • ไอคอน Riot Vanguard ไม่ปรากฏหลังเปิด Windows
  • บริการ vgc หยุดทำงานหรือไม่เริ่มอัตโนมัติ
  • ปัญหาเกิดขึ้นหลังอัปเดต Windows, VALORANT หรือโปรแกรมรักษาความปลอดภัย

② VAN 1067 เกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

Riot Vanguard เริ่มทำงานไม่สมบูรณ์

Vanguard มีส่วนประกอบที่ต้องเริ่มทำงานพร้อม Windows หากเพิ่งติดตั้งหรืออัปเดต Vanguard แต่ยังไม่ได้รีสตาร์ต ระบบอาจโหลดส่วนประกอบไม่ครบ

บริการ vgc ถูกปิด

บริการ vgc เป็นส่วนหนึ่งของ Riot Vanguard หากถูกตั้งเป็น Disabled หรือหยุดทำงาน VALORANT อาจไม่สามารถตรวจสอบ Vanguard ได้

ไฟล์ Vanguard เสียหาย

การอัปเดตที่ไม่สมบูรณ์ การปิดเครื่องระหว่างติดตั้ง หรือไฟล์ถูกโปรแกรมรักษาความปลอดภัยกักกัน อาจทำให้ Vanguard ทำงานผิดปกติ

Firewall หรือโปรแกรมแอนติไวรัสขัดขวาง

Firewall และโปรแกรมแอนติไวรัสบางตัวอาจบล็อก Riot Client, VALORANT หรือบริการของ Vanguard โดยเฉพาะหลังเกมอัปเดตเป็นเวอร์ชันใหม่

โปรแกรมพื้นหลังทำงานชนกัน

โปรแกรมปรับแต่งระบบ โปรแกรมโอเวอร์เลย์ เครื่องมือควบคุมฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยจากผู้ผลิตรายอื่น อาจรบกวนการเริ่มต้นของ Vanguard

Windows หรือไดรเวอร์มีปัญหา

Windows ที่รอการรีสตาร์ต ไฟล์ระบบเสียหาย หรือไดรเวอร์บางรายการล้าสมัย อาจทำให้บริการที่เกมต้องใช้ทำงานผิดปกติได้

③ รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ก่อน

วิธีแรกที่ควรทำคือรีสตาร์ตเครื่องผ่านเมนู Start ไม่ใช่ปิดแล้วเปิดใหม่ เนื่องจาก Windows อาจใช้ Fast Startup ซึ่งไม่ได้เริ่มระบบใหม่ทั้งหมดเหมือนคำสั่ง Restart

  1. บันทึกงานและปิดโปรแกรมทั้งหมด
  2. เปิดเมนู Start
  3. เลือก Power
  4. กด Restart
  5. เมื่อ Windows เปิดเสร็จ ให้รอประมาณหนึ่งนาที
  6. เปิด Riot Client แล้วลองเข้า VALORANT

หากเพิ่งติดตั้ง Vanguard หรือเกมเพิ่งอัปเดต การรีสตาร์ตเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ปัญหาหายได้

④ ปิด Riot Client และ VALORANT ให้หมด

บางครั้ง Riot Client หรือบริการที่เกี่ยวข้องค้างอยู่ในพื้นหลัง การกดปิดหน้าต่างเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ

  1. กด Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager
  2. ตรวจสอบแท็บ Processes
  3. เลือกโปรเซสที่เกี่ยวข้อง เช่น Riot Client หรือ VALORANT
  4. กด End task
  5. ปิด Task Manager
  6. เปิด Riot Client ใหม่

ไม่ควรสุ่มปิดโปรเซสของ Windows หรือโปรเซสที่ไม่ทราบหน้าที่ เพราะอาจทำให้ระบบหรือโปรแกรมอื่นหยุดทำงานได้

⑤ ตรวจสอบบริการ vgc

หากรีสตาร์ตแล้ว VAN 1067 ยังปรากฏ ให้ตรวจสอบว่าบริการของ Vanguard ทำงานอยู่หรือไม่

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ services.msc
  3. กด Enter
  4. ค้นหาบริการชื่อ vgc
  5. ดับเบิลคลิกบริการดังกล่าว
  6. ตั้ง Startup type เป็น Automatic
  7. หาก Service status แสดงว่า Stopped ให้กด Start
  8. กด Apply และ OK
  9. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  10. ทดลองเปิดเกมใหม่

หากกด Start แล้วบริการหยุดทันที หรือ Windows แสดงข้อความผิดพลาด แสดงว่าไฟล์ Vanguard อาจเสียหาย ควรข้ามไปติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่

หากหา vgc ไม่พบ อาจหมายความว่า Vanguard ถูกถอนการติดตั้ง ติดตั้งไม่ครบ หรือไฟล์บริการถูกลบ การติดตั้ง Vanguard ใหม่เป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า

⑥ เปิด Riot Client ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบหนึ่งครั้ง

การเปิด Riot Client ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบสามารถใช้ทดสอบว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับสิทธิ์เข้าถึงไฟล์หรือบริการหรือไม่

  1. ปิด Riot Client ให้หมด
  2. ค้นหา Riot Client จากเมนู Start
  3. คลิกขวาแล้วเลือก Run as administrator
  4. เลือก Yes
  5. ทดลองเปิด VALORANT

หากวิธีนี้ช่วยได้ ควรตรวจสอบสิทธิ์ของโฟลเดอร์เกม โปรแกรมรักษาความปลอดภัย และไฟล์ที่ถูกกักกันเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องตั้งให้ทุกโปรแกรมเปิดด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบตลอดเวลา

⑦ ตรวจสอบ Windows Update

การอัปเดต Windows ที่ติดตั้งค้างหรือรอรีสตาร์ตอาจทำให้ Vanguard เริ่มทำงานไม่สมบูรณ์

  1. เปิด Settings
  2. เข้า Windows Update
  3. กด Check for updates
  4. ติดตั้งอัปเดตสำคัญที่พบ
  5. หากระบบแจ้งให้รีสตาร์ต ให้รีสตาร์ตเครื่อง
  6. เปิด Riot Client และทดสอบอีกครั้ง

หากปัญหาเพิ่งเกิดทันทีหลังอัปเดต Windows ให้ลองติดตั้งอัปเดตย่อยล่าสุดก่อน เพราะอาจมีแพตช์แก้ไขตามมา ไม่ควรถอนอัปเดตด้านความปลอดภัยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

⑧ ปิด VPN และ Proxy ชั่วคราว

เนื่องจาก VAN 1067 เป็นข้อผิดพลาดด้านการเชื่อมต่อ VPN หรือ Proxy อาจทำให้ Riot Client ติดต่อบริการที่จำเป็นไม่ได้

  • ปิด VPN แล้วเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตามปกติ
  • เข้า Settings > Network & Internet > Proxy
  • ปิด Manual proxy หากไม่ได้จำเป็นต้องใช้งาน
  • รีสตาร์ตเราเตอร์และคอมพิวเตอร์
  • ทดลองใช้สาย LAN หรือเครือข่ายอื่นเพื่อเปรียบเทียบ

สามารถล้างแคช DNS ได้โดยเปิด Command Prompt แล้วใช้คำสั่งต่อไปนี้

ipconfig /flushdns

จากนั้นปิดหน้าต่างและทดลองเข้าเกมใหม่ คำสั่งนี้ล้างเฉพาะแคชชื่อโดเมน ไม่ได้ลบไฟล์เกมหรือรหัสผ่าน Wi-Fi

⑨ ตรวจสอบ Firewall และแอนติไวรัส

อย่าปิดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยแบบถาวร ให้ตรวจสอบก่อนว่ามีไฟล์ของ Riot ถูกบล็อกหรือกักกันหรือไม่

  1. เปิด Windows Security หรือโปรแกรมแอนติไวรัสที่ใช้งาน
  2. ตรวจสอบ Protection history หรือ Quarantine
  3. มองหารายการที่เกี่ยวข้องกับ Riot Games, Riot Client, VALORANT หรือ Vanguard
  4. คืนค่าเฉพาะไฟล์ที่มั่นใจว่ามาจากตัวติดตั้งอย่างเป็นทางการ
  5. เพิ่ม Riot Client และ VALORANT เป็นแอปที่อนุญาตผ่าน Firewall
  6. รีสตาร์ตเครื่องแล้วทดสอบอีกครั้ง

หากใช้แอนติไวรัสจากผู้ผลิตรายอื่น ควรดูวิธีเพิ่มข้อยกเว้นจากเมนูของโปรแกรมนั้น หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์ Vanguard จากเว็บไซต์แจกไฟล์ เพราะอาจเป็นไฟล์ไม่ตรงเวอร์ชันหรือไม่ปลอดภัย

⑩ ติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่

หากบริการ vgc เปิดไม่ได้หรือ VAN 1067 ยังเกิดซ้ำ การติดตั้ง Vanguard ใหม่เป็นวิธีหลักที่ควรทำ

  1. ปิด Riot Client และ VALORANT
  2. เปิด Settings
  3. เข้า Apps > Installed apps
  4. ค้นหา Riot Vanguard
  5. กดเมนูด้านข้างแล้วเลือก Uninstall
  6. ยืนยันการถอนการติดตั้ง
  7. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  8. เปิด Riot Client และเปิด VALORANT
  9. ระบบจะติดตั้ง Vanguard ใหม่
  10. เมื่อการติดตั้งเสร็จ ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
  11. เปิดเกมและตรวจสอบผล

การรีสตาร์ตหลังติดตั้ง Vanguard เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะส่วนประกอบบางอย่างจะเริ่มทำงานได้หลัง Windows เปิดขึ้นใหม่เท่านั้น

หากถอนการติดตั้งไม่สำเร็จ ให้ปิด Riot Client จาก Task Manager และลองอีกครั้ง ไม่ควรลบโฟลเดอร์ Vanguard แบบสุ่ม เนื่องจากอาจเหลือบริการหรือไฟล์ระบบที่ไม่สมบูรณ์

⑪ ใช้เครื่องมือ Repair ของ Riot Client

หาก Vanguard ทำงานแล้วแต่เกมยังขึ้น VAN 1067 ให้ตรวจสอบไฟล์เกมผ่าน Riot Client

  1. เปิด Riot Client
  2. เข้าเมนู Settings หรือการตั้งค่าของ VALORANT
  3. เลือกตัวเลือก Repair หากมี
  4. รอให้ระบบตรวจสอบและดาวน์โหลดไฟล์ที่ขาด
  5. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  6. ทดลองเปิดเกมอีกครั้ง

ระหว่างซ่อมแซมควรมีพื้นที่ว่างเพียงพอและไม่ควรปิด Riot Client กลางคัน

⑫ ทดสอบด้วย Clean Boot

หากสงสัยว่าโปรแกรมพื้นหลังรบกวน Vanguard สามารถใช้ Clean Boot เพื่อแยกสาเหตุได้ แต่ควรจดจำการตั้งค่าเดิมก่อนเปลี่ยน

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ msconfig
  3. กด Enter
  4. เปิดแท็บ Services
  5. ทำเครื่องหมาย Hide all Microsoft services ก่อนเสมอ
  6. กด Disable all
  7. หากบริการ vgc ถูกปิด ให้เปิดบริการนี้กลับ
  8. เปิดแท็บ Startup แล้วเลือก Open Task Manager
  9. ปิดโปรแกรมเริ่มต้นที่ไม่จำเป็นชั่วคราว
  10. รีสตาร์ตเครื่องและทดสอบเกม

หาก VAN 1067 หาย แสดงว่ามีโปรแกรมหรือบริการพื้นหลังตัวใดตัวหนึ่งรบกวน Vanguard ให้เปิดกลับทีละกลุ่มเพื่อค้นหาต้นเหตุ หลังทดสอบเสร็จควรคืนค่าบริการและโปรแกรมเริ่มต้นที่จำเป็น

⑬ ติดตั้ง VALORANT ใหม่เป็นขั้นตอนสุดท้าย

หากติดตั้ง Vanguard ใหม่ ซ่อมไฟล์ และตรวจสอบโปรแกรมพื้นหลังแล้วยังไม่หาย อาจต้องติดตั้งเกมใหม่

ก่อนถอนเกมควรตรวจสอบว่า

  • อินเทอร์เน็ตเสถียร
  • ไดรฟ์มีพื้นที่ว่างเพียงพอ
  • ไม่มีไฟล์เกมอยู่ใน Quarantine
  • บริการ vgc สามารถเริ่มทำงานได้
  • Windows ไม่มีอัปเดตที่รอการรีสตาร์ต

จากนั้นถอนการติดตั้ง VALORANT และ Riot Vanguard รีสตาร์ตเครื่อง แล้วติดตั้ง VALORANT ใหม่ผ่าน Riot Client การติดตั้งเกมจะติดตั้ง Vanguard เวอร์ชันที่เข้ากันด้วย

⑭ VAN 1067 ต่างจาก VAN 9003 อย่างไร

แม้ทั้งสองรหัสจะเกี่ยวข้องกับ Riot Vanguard แต่สาเหตุหลักต่างกัน

  • VAN 1067: ข้อผิดพลาดการเชื่อมต่อหรือการทำงานของ Vanguard
  • VAN 9003: มักเกี่ยวข้องกับข้อกำหนด Secure Boot หรือ TPM 2.0 โดยเฉพาะบน Windows 11

หากหน้าจอแสดงเฉพาะ VAN 1067 ให้เริ่มจากรีสตาร์ต ตรวจสอบ vgc และติดตั้ง Vanguard ใหม่ก่อน ไม่ควรเปิด BIOS แล้วเปลี่ยน Secure Boot, TPM, CSM หรือโหมดบูตโดยไม่มีข้อความแจ้งที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยน BIOS ผิดวิธีอาจทำให้ Windows บูตไม่ได้ โดยเฉพาะเครื่องที่ติดตั้ง Windows ในรูปแบบ Legacy หากภายหลังพบ VAN 9003 หรือข้อความระบุ Secure Boot/TPM จึงค่อยตรวจสอบตามแนวทางของรหัสนั้น

⑮ สิ่งที่ไม่ควรทำ

เพื่อไม่ให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น ควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้

  • ไม่ดาวน์โหลดไฟล์ Vanguard จากเว็บไซต์ภายนอก
  • ไม่ลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Windows หรือ System32
  • ไม่แก้ Registry ตามคำแนะนำที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
  • ไม่ใช้คำสั่ง bcdedit แบบสุ่ม
  • ไม่ปิด Firewall หรือแอนติไวรัสถาวร
  • ไม่เปลี่ยน Secure Boot หรือ TPM หากพบเพียง VAN 1067
  • ไม่ติดตั้งโปรแกรมอ้างว่าแก้ VAN Error อัตโนมัติ
  • ไม่ถอนอัปเดตความปลอดภัยของ Windows โดยไม่ตรวจสอบสาเหตุ

แนวทางของ comsiam เน้นแก้จากขั้นตอนที่ปลอดภัยและย้อนกลับได้ก่อน แล้วจึงขยับไปสู่การถอนติดตั้งหรือการตั้งค่าระบบที่มีผลมากขึ้น

⑯ ควรติดต่อ Riot Support เมื่อใด

ควรส่งคำขอไปยังฝ่ายสนับสนุน หากดำเนินการต่อไปนี้แล้วยังพบ VAN 1067

  • รีสตาร์ตเครื่องแล้ว
  • ตั้งบริการ vgc เป็น Automatic แล้ว
  • ติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่แล้ว
  • ซ่อมแซมหรือติดตั้ง VALORANT ใหม่แล้ว
  • ทดสอบโดยปิด VPN และโปรแกรมพื้นหลังแล้ว
  • Windows และไดรเวอร์สำคัญเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว

ก่อนส่งคำขอควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  • ภาพหน้าจอที่เห็นรหัส VAN 1067
  • เวอร์ชันของ Windows
  • เวลาที่เริ่มเกิดปัญหา
  • รายการวิธีที่ทดลองไปแล้ว
  • ปัญหาเกิดหลังอัปเดตหรือติดตั้งโปรแกรมใดหรือไม่
  • Log ที่เครื่องมือของ Riot ขอให้แนบ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดการถามซ้ำและทำให้ตรวจสอบสาเหตุได้เร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

VAN 1067 เกิดจากอินเทอร์เน็ตอย่างเดียวหรือไม่

ไม่เสมอไป แม้รหัสนี้ถูกจัดเป็นข้อผิดพลาดการเชื่อมต่อ แต่ต้นเหตุอาจเป็นบริการ Vanguard ไม่ทำงาน ไฟล์เสียหาย Firewall บล็อก หรือโปรแกรมพื้นหลังรบกวนได้

ต้องเปิด Secure Boot เพื่อแก้ VAN 1067 หรือไม่

ไม่ควรสรุปว่าต้องเปิดทันที VAN 1067 ไม่ใช่รหัสเดียวกับ VAN 9003 ให้แก้บริการและการติดตั้ง Vanguard ก่อน หากมีข้อความระบุ Secure Boot หรือ TPM เพิ่มเติมจึงค่อยตรวจสอบส่วนนั้น

เปิดบริการ vgc แล้ว แต่พอรีสตาร์ตกลับหยุดอีกครั้งต้องทำอย่างไร

ตั้ง Startup type เป็น Automatic แล้วรีสตาร์ต หากบริการยังหยุดเอง ให้ถอน Riot Vanguard ติดตั้งใหม่ และตรวจสอบว่าแอนติไวรัสไม่ได้กักกันไฟล์ของ Vanguard

ถอน Riot Vanguard แล้วเกมจะหายหรือไม่

การถอน Riot Vanguard ไม่ได้ลบ VALORANT แต่จะยังเปิดเกมไม่ได้จนกว่าจะติดตั้ง Vanguard กลับและรีสตาร์ตเครื่อง

ข้อมูลและการตั้งค่าในเกมจะหายหรือไม่

ข้อมูลบัญชีและของในเกมผูกกับบัญชี Riot โดยทั่วไปจึงไม่หายจากการติดตั้ง Vanguard หรือเกมใหม่ อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าบางรายการที่เก็บในเครื่องอาจถูกรีเซ็ตได้

ใช้ VPN แล้วขึ้น VAN 1067 ควรทำอย่างไร

ปิด VPN และ Proxy แล้วทดสอบผ่านการเชื่อมต่อปกติ หากเข้าเกมได้ แสดงว่าเส้นทางเครือข่ายหรือการตั้งค่าของ VPN อาจรบกวนการเชื่อมต่อกับบริการ Riot

ต้องติดตั้ง Windows ใหม่หรือไม่

ยังไม่ควรทำ การติดตั้ง Windows ใหม่เป็นขั้นตอนที่ใหญ่เกินไปสำหรับ VAN 1067 ควรตรวจสอบ vgc ติดตั้ง Vanguard ใหม่ ซ่อมเกม และติดต่อ Riot Support ก่อน

สรุปวิธีแก้ VALORANT ขึ้น VAN 1067

ให้แก้ตามลำดับดังนี้

  1. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  2. ปิด Riot Client และ VALORANT จาก Task Manager
  3. ตรวจสอบบริการ vgc และตั้งเป็น Automatic
  4. เปิด Riot Client ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบเพื่อทดสอบ
  5. อัปเดต Windows และรีสตาร์ต
  6. ปิด VPN หรือ Proxy ชั่วคราว
  7. ตรวจสอบ Firewall และ Quarantine
  8. ถอนและติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่
  9. ใช้ Repair ตรวจสอบไฟล์เกม
  10. ทดสอบ Clean Boot
  11. ติดตั้ง VALORANT ใหม่
  12. ติดต่อ Riot Support หากยังไม่หาย

จุดสำคัญคือ VAN 1067 เป็นปัญหาการเชื่อมต่อหรือการเริ่มทำงานของ Vanguard ไม่ควรรีบเปลี่ยน Secure Boot หรือ TPM หากไม่มีข้อความเกี่ยวกับ VAN 9003 การไล่ตรวจตามลำดับของ comsiam จะช่วยค้นหาสาเหตุได้โดยลดความเสี่ยงต่อ Windows และไฟล์ในเครื่อง