VALORANT Riot Vanguard เปิดไม่ได้หรือไม่ทำงาน แก้อย่างไร

หาก Riot Vanguard เปิดไม่ได้ ไม่ทำงาน หรือ VALORANT แจ้งว่า Vanguard ยังไม่พร้อม ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบบริการ vgc ว่าตั้งเป็น Automatic และกำลังทำงาน จากนั้นติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่หากบริการเปิดไม่ได้หรือหยุดเอง โดยยังไม่ควรเปลี่ยน BIOS, Secure Boot หรือ TPM จนกว่าจะมีรหัสข้อผิดพลาดระบุว่าจำเป็น

Riot Vanguard เป็นระบบป้องกันการโกงที่ต้องเริ่มทำงานร่วมกับ Windows หาก Vanguard ไม่ทำงาน VALORANT จะไม่อนุญาตให้เข้าเกม แม้ Riot Client และไฟล์เกมส่วนอื่นจะเปิดได้ตามปกติก็ตาม

สารบัญ

  • อาการของ Riot Vanguard ที่ไม่ทำงาน
  • สาเหตุที่ Vanguard เปิดไม่ได้
  • วิธีตรวจสอบบริการ vgc
  • วิธีติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่
  • วิธีแก้เมื่อ vgc เปิดแล้วหยุดเอง
  • วิธีแยกปัญหา Vanguard แต่ละประเภท
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

① ตรวจสอบว่าเป็นปัญหาจาก Riot Vanguard หรือไม่

อาการที่บ่งบอกว่า Riot Vanguard อาจไม่ทำงาน ได้แก่

  • VALORANT แจ้งว่า Vanguard ยังไม่เริ่มต้น
  • ขึ้นข้อความ Vanguard Not Initialized
  • เกมแจ้งให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ซ้ำ
  • กด Play แล้วเกมไม่เปิด
  • เกมเปิดขึ้นชั่วครู่แล้วปิด
  • ขึ้นรหัส VAN 57, VAN 1067 หรือรหัสเกี่ยวกับ Vanguard
  • ไม่พบไอคอน Vanguard บริเวณ System Tray
  • บริการ vgc อยู่ในสถานะ Stopped
  • กด Start บริการ vgc แล้วบริการหยุดเอง
  • ปัญหาเริ่มเกิดหลังอัปเดตเกมหรือ Windows

การไม่เห็นไอคอน Vanguard เพียงอย่างเดียวยังไม่ยืนยันว่าระบบไม่ทำงาน ควรตรวจสอบบริการ vgc และข้อความผิดพลาดที่ VALORANT แสดงร่วมด้วย

② Riot Vanguard ไม่ทำงานเกิดจากอะไร

ปัญหานี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเสียหรือจำเป็นต้องติดตั้ง Windows ใหม่เสมอไป

ยังไม่ได้รีสตาร์ตหลังติดตั้ง

ส่วนประกอบระดับระบบของ Vanguard ต้องโหลดพร้อม Windows หลังติดตั้งหรืออัปเดตจึงต้องรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

บริการ vgc ถูกปิด

บริการ vgc อาจถูกตั้งเป็น Manual, Disabled หรือถูกโปรแกรมปรับแต่ง Windows ปิดโดยไม่ตั้งใจ

ไฟล์ Vanguard เสียหาย

การอัปเดตไม่สมบูรณ์ ไฟดับ เครื่องค้าง หรือปิด Riot Client ระหว่างติดตั้ง อาจทำให้ไฟล์บางส่วนเสียหาย

โปรแกรมรักษาความปลอดภัยบล็อกไฟล์

แอนติไวรัสหรือ Firewall อาจกักกันไฟล์ของ Vanguard หลังเกมอัปเดต โดยเฉพาะเมื่อใช้โปรแกรมรักษาความปลอดภัยจากผู้ผลิตรายอื่น

โปรแกรมพื้นหลังทำงานขัดแย้งกัน

โปรแกรมโอเวอร์เลย์ เครื่องมือปรับแต่งระบบ ซอฟต์แวร์ตรวจสอบฮาร์ดแวร์ โปรแกรมควบคุม RGB และระบบป้องกันการโกงของเกมอื่นอาจรบกวน Vanguard ได้

Windows ไม่ตรงตามข้อกำหนด

Windows ที่ไม่ได้อัปเดต ไฟล์ระบบผิดปกติ หรือการตั้งค่าความปลอดภัยบางอย่างไม่ตรงตามข้อกำหนดของ Vanguard อาจทำให้เกมแสดงรหัสข้อผิดพลาดเพิ่มเติม

③ รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้อง

เริ่มจากวิธีง่ายและปลอดภัยที่สุดก่อน

  1. บันทึกงานและปิดโปรแกรมทั้งหมด
  2. เปิดเมนู Start
  3. เลือก Power
  4. กด Restart
  5. รอให้ Windows เปิดสมบูรณ์
  6. เปิด Riot Client
  7. รอให้ Client ตรวจสอบอัปเดต
  8. ทดลองเปิด VALORANT

ควรใช้ Restart แทนการ Shut down แล้วเปิดใหม่ เนื่องจาก Fast Startup อาจทำให้ Windows ไม่โหลดส่วนประกอบระบบใหม่ทั้งหมด

หากเพิ่งติดตั้ง Vanguard และยังไม่เคยรีสตาร์ต วิธีนี้มีโอกาสแก้ปัญหาได้ทันที

④ ปิด Riot Client และโปรเซสที่ค้างอยู่

หากรีสตาร์ตแล้วยังเปิดเกมไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่า Riot Client หรือ VALORANT ค้างอยู่ในพื้นหลังหรือไม่

  1. กด Ctrl + Shift + Esc
  2. เปิดแท็บ Processes
  3. มองหารายการที่เกี่ยวข้องกับ Riot Client และ VALORANT
  4. เลือกรายการที่ค้างแล้วกด End task
  5. ปิด Task Manager
  6. เปิด Riot Client ใหม่

อย่าสุ่มปิดโปรเซสของ Windows หรือบริการที่ไม่ทราบหน้าที่ เพราะอาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติ

⑤ ตรวจสอบบริการ vgc

บริการ vgc เป็นจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบเมื่อ Vanguard ไม่ทำงาน

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ services.msc
  3. กด Enter
  4. เลื่อนหารายการชื่อ vgc
  5. ดับเบิลคลิก vgc
  6. เปลี่ยน Startup type เป็น Automatic
  7. กด Apply
  8. หาก Service status เป็น Stopped ให้กด Start
  9. กด OK
  10. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  11. ทดลองเปิด VALORANT

หากบริการกำลังทำงานอยู่แล้ว ให้กด Stop รอสักครู่ แล้วกด Start ใหม่ จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องอีกครั้ง

หากหา vgc ไม่พบ

หากไม่มีบริการ vgc ในรายการ อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

  • Vanguard ยังไม่ได้ติดตั้ง
  • การติดตั้งไม่สมบูรณ์
  • โปรแกรมรักษาความปลอดภัยลบไฟล์บางส่วน
  • Vanguard ถูกถอนการติดตั้งไปแล้ว

กรณีนี้ควรติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่ ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ vgc หรือไฟล์ระบบแยกจากเว็บไซต์ภายนอก

หากกด Start แล้วขึ้นข้อความผิดพลาด

หากบริการเปิดไม่ได้หรือเปิดแล้วหยุดทันที แสดงว่าไฟล์หรือส่วนประกอบของ Vanguard อาจเสียหาย ให้จดข้อความหรือรหัสผิดพลาดไว้ แล้วดำเนินการติดตั้ง Vanguard ใหม่

⑥ เปิด Riot Client ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบเพื่อทดสอบ

วิธีนี้ช่วยตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากสิทธิ์เข้าถึงไฟล์หรือบริการหรือไม่

  1. ปิด Riot Client ให้หมด
  2. ค้นหา Riot Client จากเมนู Start
  3. คลิกขวา Riot Client
  4. เลือก Run as administrator
  5. กด Yes
  6. ทดลองเปิด VALORANT

หากเกมเปิดได้ แสดงว่าปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ของโฟลเดอร์เกม การตั้งค่าความปลอดภัย หรือไฟล์ที่ถูกบล็อก ไม่จำเป็นต้องตั้งให้ Riot Client เปิดด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบตลอดเวลา

⑦ ตรวจสอบการอัปเดต Windows

Vanguard ต้องทำงานร่วมกับส่วนประกอบด้านความปลอดภัยและไดรเวอร์ของ Windows จึงควรติดตั้งอัปเดตสำคัญให้เรียบร้อย

  1. เปิด Settings
  2. เข้า Windows Update
  3. กด Check for updates
  4. ดาวน์โหลดและติดตั้งอัปเดตที่พบ
  5. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์เมื่อระบบร้องขอ
  6. ตรวจสอบ Windows Update อีกครั้ง
  7. เปิด Riot Client และทดสอบเกม

หากมีอัปเดตกำลังรอการรีสตาร์ต ควรรีสตาร์ตให้เสร็จก่อนแก้ไขด้วยวิธีอื่น

⑧ ตรวจสอบ Windows Security และแอนติไวรัส

ไม่ควรปิดระบบรักษาความปลอดภัยถาวร แต่ควรตรวจสอบว่ามีไฟล์ Riot ถูกบล็อกหรือกักกันหรือไม่

  1. เปิด Windows Security
  2. เข้า Virus & threat protection
  3. เปิด Protection history
  4. ตรวจสอบรายการล่าสุด
  5. มองหารายการที่เกี่ยวข้องกับ Riot Games, VALORANT หรือ Vanguard
  6. คืนค่าเฉพาะไฟล์ที่ยืนยันว่ามาจากการติดตั้ง Riot อย่างเป็นทางการ
  7. ตรวจสอบ Firewall ว่าอนุญาต Riot Client และ VALORANT
  8. รีสตาร์ตเครื่องแล้วทดสอบอีกครั้ง

หากใช้แอนติไวรัสจากผู้ผลิตรายอื่น ให้ตรวจสอบเมนู Quarantine หรือ Blocked applications ภายในโปรแกรมนั้น

ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ที่แอนติไวรัสแจ้งเตือนจากเว็บไซต์แจกไฟล์เพื่อวางทับ เพราะอาจเป็นไฟล์ผิดเวอร์ชันหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

⑨ ปิดโปรแกรมที่อาจทำงานขัดแย้งชั่วคราว

ปิดโปรแกรมพื้นหลังที่ไม่จำเป็นก่อนเปิดเกม โดยเฉพาะโปรแกรมประเภทต่อไปนี้

  • โปรแกรมโอเวอร์เลย์หน้าจอ
  • โปรแกรมปรับแต่ง Windows
  • โปรแกรมควบคุม RGB
  • โปรแกรมตรวจสอบอุณหภูมิหรือโอเวอร์คล็อก
  • โปรแกรมจำลองระบบหรือ Virtual Machine
  • ระบบป้องกันการโกงของเกมอื่น
  • แอนติไวรัสจากผู้ผลิตรายอื่น
  • โปรแกรมเปลี่ยนแปลงการทำงานของไดรเวอร์

หลังปิดโปรแกรมแล้วให้รีสตาร์ตเครื่องและทดสอบ VALORANT หากเกมเปิดได้ ให้เปิดโปรแกรมกลับทีละตัวเพื่อค้นหาต้นเหตุ

อย่าถอนโปรแกรมทั้งหมดพร้อมกัน เพราะจะทำให้ไม่ทราบว่าโปรแกรมใดเป็นสาเหตุจริง

⑩ ติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่

หากบริการ vgc ไม่มีอยู่ เปิดไม่ได้ หรือหยุดทำงานซ้ำ การติดตั้ง Vanguard ใหม่เป็นวิธีที่ควรทำที่สุด

  1. ปิด VALORANT และ Riot Client
  2. เปิด Settings
  3. เข้า Apps > Installed apps
  4. ค้นหา Riot Vanguard
  5. กดเมนูด้านข้าง
  6. เลือก Uninstall
  7. ยืนยันการถอนการติดตั้ง
  8. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  9. เปิด Riot Client
  10. เปิด VALORANT เพื่อเริ่มติดตั้ง Vanguard ใหม่
  11. รอจนติดตั้งเสร็จ
  12. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
  13. เปิด VALORANT และตรวจสอบผล

การรีสตาร์ตทั้งหลังถอนและหลังติดตั้งช่วยให้บริการกับส่วนประกอบระบบของ Vanguard ถูกนำออกและโหลดกลับอย่างสมบูรณ์

การถอน Riot Vanguard ไม่ได้ลบบัญชี Riot หรือไอเทมภายในเกม แต่ VALORANT จะเปิดไม่ได้จนกว่าจะติดตั้ง Vanguard กลับ

⑪ หากถอน Riot Vanguard ไม่ได้ต้องทำอย่างไร

หาก Windows แจ้งว่ายังมีโปรแกรมใช้งาน Vanguard อยู่ ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ปิด VALORANT
  2. ออกจาก Riot Client บริเวณ System Tray
  3. เปิด Task Manager
  4. ปิดโปรเซส Riot Client และ VALORANT ที่ยังค้างอยู่
  5. เปิด Settings > Apps > Installed apps
  6. ถอน Riot Vanguard อีกครั้ง
  7. รีสตาร์ตเครื่องเมื่อถอนสำเร็จ

หากยังถอนไม่ได้ ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์แล้วถอนก่อนเปิด Riot Client ไม่ควรเริ่มจากการลบโฟลเดอร์ Vanguard ด้วยตนเอง เพราะอาจเหลือบริการหรือรายการติดตั้งที่ไม่สมบูรณ์

⑫ ใช้เครื่องมือ Repair ของ Riot Client

หาก Vanguard ทำงานแล้ว แต่ VALORANT ยังตรวจไม่พบหรือเปิดเกมไม่ได้ ให้ตรวจสอบไฟล์เกมด้วยระบบ Repair

  1. เปิด Riot Client
  2. เข้าเมนู Settings
  3. เลือก VALORANT
  4. เลือก Repair หากมีตัวเลือก
  5. รอให้ระบบตรวจสอบไฟล์จนเสร็จ
  6. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  7. ทดลองเข้าเกมใหม่

ควรมีพื้นที่ว่างในไดรฟ์เพียงพอ และไม่ควรปิด Riot Client ระหว่างตรวจสอบหรือดาวน์โหลดไฟล์ทดแทน

⑬ ทดสอบด้วย Clean Boot

หากติดตั้ง Vanguard ใหม่แล้วยังไม่ทำงาน อาจมีบริการจากโปรแกรมอื่นรบกวน สามารถใช้ Clean Boot เพื่อทดสอบได้

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ msconfig
  3. กด Enter
  4. เปิดแท็บ Services
  5. ทำเครื่องหมาย Hide all Microsoft services ก่อนเสมอ
  6. กด Disable all
  7. ตรวจสอบและเปิดบริการ vgc กลับ
  8. เปิดแท็บ Startup
  9. กด Open Task Manager
  10. ปิดโปรแกรมเริ่มต้นที่ไม่จำเป็นชั่วคราว
  11. รีสตาร์ตเครื่อง
  12. ทดลองเปิด VALORANT

หาก Vanguard ทำงานหลัง Clean Boot แสดงว่ามีบริการหรือโปรแกรมพื้นหลังตัวหนึ่งเป็นสาเหตุ ให้เปิดกลับทีละกลุ่มจนพบต้นเหตุ

หลังทดสอบเสร็จควรคืนค่าบริการและโปรแกรมเริ่มต้นที่จำเป็นตามเดิม

⑭ ตรวจสอบรหัสข้อผิดพลาดก่อนเปลี่ยน BIOS

คำว่า Vanguard ไม่ทำงานอาจมาพร้อมรหัสหลายแบบ ซึ่งวิธีแก้ไม่เหมือนกันทั้งหมด

  • VAN 57 หรือ Vanguard Not Initialized: ตรวจสอบ vgc รีสตาร์ต และติดตั้ง Vanguard ใหม่
  • VAN 1067: เน้นตรวจสอบการเชื่อมต่อและการทำงานของ Vanguard
  • VAN 9003: อาจเกี่ยวข้องกับ Secure Boot หรือ TPM
  • VAN: RESTRICTION: ต้องอ่านข้อกำหนดที่แสดงบนหน้าจอว่าเกี่ยวข้องกับเฟิร์มแวร์หรือคุณสมบัติใด
  • ไม่มีรหัสและกด Play ไม่เข้าเกม: ตรวจสอบ Riot Client, Vanguard, ไฟล์เกม และโปรแกรมพื้นหลัง

หากมีเพียงข้อความว่า Vanguard ไม่ทำงาน อย่าเพิ่งเปลี่ยน Secure Boot, TPM, CSM, UEFI หรือโหมดบูต เพราะการตั้งค่าไม่ตรงกับรูปแบบที่ติดตั้ง Windows อาจทำให้เครื่องบูตไม่ขึ้น

ควรเปลี่ยน BIOS เฉพาะเมื่อ VALORANT แสดงข้อกำหนดชัดเจน และควรตรวจสอบคู่มือเมนบอร์ดหรือโน้ตบุ๊กรุ่นที่ใช้งานก่อนทุกครั้ง

⑮ สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อ Vanguard เปิดไม่ได้

แนวทางของ comsiam แนะนำให้หลีกเลี่ยงวิธีที่เพิ่มความเสี่ยงต่อ Windows ดังต่อไปนี้

  • ไม่ดาวน์โหลด Vanguard จากเว็บไซต์แจกไฟล์
  • ไม่ลบไฟล์ใน Windows หรือ System32
  • ไม่ปิด Windows Security ถาวร
  • ไม่ใช้โปรแกรมแก้ VAN Error ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
  • ไม่แก้ Registry แบบสุ่ม
  • ไม่ใช้คำสั่ง bcdedit โดยไม่ทราบผลกระทบ
  • ไม่ปิดระบบตรวจสอบไดรเวอร์เพื่อบังคับให้เกมทำงาน
  • ไม่แฟลช BIOS หากไม่มีข้อกำหนดหรือสาเหตุชัดเจน
  • ไม่ถอนอัปเดตด้านความปลอดภัยทันที
  • ไม่ติดตั้ง Windows ใหม่ก่อนตรวจสอบวิธีพื้นฐาน

การแก้ตามลำดับช่วยให้ย้อนกลับได้ง่ายและค้นหาสาเหตุที่แท้จริงได้แม่นยำกว่า

⑯ ติดตั้ง VALORANT ใหม่เมื่อใด

ควรติดตั้งเกมใหม่เมื่อดำเนินการต่อไปนี้แล้วแต่ยังไม่หาย

  • รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์แล้ว
  • ตรวจสอบ vgc แล้ว
  • ติดตั้ง Vanguard ใหม่แล้ว
  • ตรวจสอบ Firewall และ Quarantine แล้ว
  • ซ่อมไฟล์ผ่าน Riot Client แล้ว
  • ทดสอบ Clean Boot แล้ว
  • อัปเดต Windows แล้ว

ก่อนถอนเกม ควรตรวจสอบว่ามีพื้นที่เพียงพอและอินเทอร์เน็ตเสถียร จากนั้นถอน VALORANT และ Riot Vanguard รีสตาร์ตเครื่อง แล้วติดตั้งเกมใหม่ผ่าน Riot Client

ไม่ควรติดตั้งเกมใหม่เป็นวิธีแรก เพราะหากต้นเหตุคือบริการ vgc หรือโปรแกรมพื้นหลัง การดาวน์โหลดเกมใหม่ทั้งหมดอาจไม่ช่วยแก้ปัญหา

⑰ ควรติดต่อ Riot Support เมื่อใด

ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Riot หากเกิดกรณีต่อไปนี้

  • บริการ vgc หยุดเองทุกครั้ง
  • ติดตั้ง Vanguard ใหม่แล้วแต่บริการยังไม่ปรากฏ
  • ขึ้น VAN: RESTRICTION ที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์หรือเฟิร์มแวร์
  • เกมแสดงรหัสเดิมหลังติดตั้งใหม่ทั้งหมด
  • Windows แสดงข้อความผิดพลาดเมื่อเริ่มบริการ
  • ปัญหาเกิดขึ้นหลังอัปเดต Riot Client และไม่หายในหลายครั้ง
  • เครื่องผ่านข้อกำหนดทั้งหมดแต่ VALORANT ยังตรวจไม่พบ Vanguard

ควรเตรียมภาพหน้าจอ รหัสข้อผิดพลาด เวอร์ชัน Windows รายการวิธีที่ทดลอง และ Log ตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ โดยไม่ควรส่งรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันบัญชีให้บุคคลอื่น

คำถามที่พบบ่อย

Riot Vanguard ต้องเปิดเองทุกครั้งหรือไม่

ไม่จำเป็น ปกติ Vanguard จะเริ่มทำงานพร้อม Windows หากเพิ่งติดตั้งหรือปิด Vanguard ไป ต้องรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ก่อนเข้า VALORANT

ไม่เห็นไอคอน Vanguard แปลว่าไม่ทำงานหรือไม่

ไม่เสมอไป ควรตรวจสอบบริการ vgc และทดลองเปิดเกมร่วมด้วย ไอคอนอาจถูกซ่อนอยู่ในเมนู System Tray

ตั้ง vgc เป็น Automatic แล้วทำไมยังเปิดเกมไม่ได้

ไฟล์ Vanguard อาจเสียหาย ถูกแอนติไวรัสบล็อก หรือมีโปรแกรมอื่นรบกวน ให้ติดตั้ง Vanguard ใหม่ ตรวจสอบ Quarantine และทดสอบ Clean Boot

ถอน Vanguard แล้ว VALORANT จะหายหรือไม่

ไม่หาย การถอน Vanguard ไม่ได้ถอน VALORANT แต่จะเข้าเกมไม่ได้จนกว่าจะติดตั้ง Vanguard กลับและรีสตาร์ตเครื่อง

ปิด Vanguard ชั่วคราวแล้วจะเปิด VALORANT ได้หรือไม่

ไม่ได้ VALORANT ต้องใช้ Vanguard ระหว่างเล่น หากปิด Vanguard ต้องรีสตาร์ตเพื่อให้ระบบทำงานอีกครั้งก่อนเข้าเกม

ต้องเปิด Secure Boot ทุกเครื่องหรือไม่

ไม่ควรเปลี่ยนโดยดูจากคำว่า Vanguard ไม่ทำงานเพียงอย่างเดียว ให้ตรวจสอบรหัสและข้อความที่เกมแสดง หากเป็น VAN 9003 หรือข้อจำกัดที่ระบุ Secure Boot จึงค่อยตรวจสอบตามรุ่นเครื่อง

จำเป็นต้องปิดแอนติไวรัสหรือไม่

ไม่ควรปิดถาวร ให้ตรวจสอบ Quarantine, Protection history และรายการแอปที่ Firewall อนุญาตก่อน การเพิ่มข้อยกเว้นควรทำเฉพาะไฟล์ Riot ที่ติดตั้งจากแหล่งทางการ

ติดตั้ง Windows ใหม่ช่วยได้หรือไม่

อาจช่วยได้ในกรณีไฟล์ระบบเสียหายรุนแรง แต่เป็นวิธีที่ใหญ่เกินความจำเป็น ควรตรวจสอบบริการ ติดตั้ง Vanguard ใหม่ ซ่อมไฟล์เกม และติดต่อ Riot Support ก่อน

สรุปวิธีแก้ Riot Vanguard เปิดไม่ได้หรือไม่ทำงาน

ให้แก้ตามลำดับต่อไปนี้

  1. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  2. ปิด Riot Client และ VALORANT ที่ค้างอยู่
  3. เปิด services.msc
  4. ตั้งบริการ vgc เป็น Automatic
  5. กด Start แล้วรีสตาร์ตเครื่อง
  6. อัปเดต Windows
  7. ตรวจสอบ Firewall และ Quarantine
  8. ปิดโปรแกรมพื้นหลังที่อาจขัดแย้ง
  9. ถอนและติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่
  10. ใช้ Repair ตรวจสอบไฟล์ VALORANT
  11. ทดสอบด้วย Clean Boot
  12. ติดตั้งเกมใหม่เป็นขั้นตอนสุดท้าย
  13. ติดต่อ Riot Support หากยังไม่หาย

หัวใจสำคัญคือทำให้บริการ vgc เริ่มทำงานพร้อม Windows และไฟล์ Vanguard อยู่ในสภาพสมบูรณ์ หากพบรหัสเฉพาะอย่าง VAN 1067, VAN 9003 หรือ VAN: RESTRICTION ให้แก้ตามข้อกำหนดของรหัสนั้นโดยตรง การไล่ตรวจตามแนวทางของ comsiam จะช่วยลดการเปลี่ยนแปลงระบบที่ไม่จำเป็นและแก้ปัญหาได้อย่างปลอดภัยกว่า