Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

VALORANT เปิดไม่ได้หรือกด Play แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น มักเกิดจาก Riot Client ค้าง Riot Vanguard ไม่ทำงาน ไฟล์เกมเสียหาย โปรแกรมป้องกันไวรัสบล็อก หรือ Windows และไดรเวอร์การ์ดจอไม่ได้รับการอัปเดต
ให้เริ่มจากรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ ปิด Riot Client ให้หมด เปิดเกมด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ และใช้เครื่องมือ Repair ของ Riot Client หากยังไม่หายจึงตรวจสอบ Vanguard, Firewall, ไดรเวอร์ และโปรแกรมพื้นหลังตามลำดับ
อาการที่อาจพบ ได้แก่
หากมีรหัสข้อผิดพลาด ให้จดรหัสไว้ เพราะรหัส VAN 9003, VAN 1067 และรหัสอื่นอาจมีวิธีแก้เฉพาะ
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
ให้ทำตามวิธีต่อไปนี้ทีละข้อ และทดลองเปิดเกมหลังจบแต่ละขั้นตอน
VALORANT ใช้ Riot Vanguard ซึ่งต้องเริ่มทำงานพร้อมระบบ Windows การปิดแล้วเปิด Riot Client อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ควรเลือก Restart ไม่ใช่ Shut down แล้วเปิดใหม่ เพราะ Fast Startup อาจเก็บสถานะบางส่วนของระบบไว้
หาก Riot Client แจ้งว่าต้องรีสตาร์ตหลังติดตั้งหรืออัปเดต Vanguard ต้องรีสตาร์ตตามคำแนะนำก่อนเปิดเกมอีกครั้ง
กระบวนการเดิมอาจค้างอยู่ ทำให้กด Play รอบใหม่แล้วเกมไม่เปิด
Ctrl + Shift + Escไม่ควรปิดบริการหรือกระบวนการของ Windows ที่ไม่รู้จัก ให้ปิดเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับ VALORANT และ Riot Client
บางครั้งเกมเปิดไม่ได้เพราะระบบ Login, Matchmaking หรือบริการ VALORANT มีปัญหาชั่วคราว
ให้ตรวจสอบว่า:
หากเป็นปัญหาจากเซิร์ฟเวอร์ การติดตั้งเกมใหม่จะไม่ช่วย ควรรอให้บริการกลับมาใช้งานก่อน
Riot Client อาจไม่มีสิทธิ์เริ่ม Vanguard หรือแก้ไขไฟล์เกม
หากวิธีนี้ช่วยได้ ให้ตรวจสอบสิทธิ์ของโฟลเดอร์ Riot Games และโปรแกรมป้องกันไวรัสเพิ่มเติม
ไม่จำเป็นต้องตั้งให้ Riot Client เปิดด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบถาวรหากเกมกลับมาเปิดแบบปกติได้แล้ว
Compatibility Mode ของ Windows รุ่นเก่าอาจทำให้ Riot Client, VALORANT และ Vanguard ทำงานไม่สอดคล้องกัน
ควรตรวจสอบไฟล์ VALORANT เพิ่มเติมหากเคยแก้ Compatibility Mode ด้วยตนเอง
ไฟล์ VALORANT หรือส่วนประกอบของ Riot Client อาจเสียหายหลังอัปเดต
ตำแหน่งของเมนูอาจเปลี่ยนเล็กน้อยตามเวอร์ชัน Riot Client แต่จะอยู่ในส่วน Settings หรือเครื่องมือซ่อมเกม
ระหว่าง Repair ไม่ควรปิด Client หรือปิดเครื่อง
เกมอาจเปิดไม่ได้หากไดรฟ์ระบบหรือไดรฟ์ที่ติดตั้ง VALORANT เต็ม
Windows + Eควรเหลือพื้นที่สำหรับแพตช์ ไฟล์ชั่วคราว และการทำงานของ Windows ไม่ควรใช้พื้นที่จนเต็มทั้งหมด
VALORANT และ Riot Vanguard อาศัยส่วนประกอบด้านระบบและความปลอดภัยของ Windows
หาก Windows เวอร์ชันเก่ามากหรือไม่ได้รับการสนับสนุน เกมอาจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
ไดรเวอร์ NVIDIA, AMD หรือ Intel ที่ผิดปกติอาจทำให้เกมเปิดแล้วปิดหรือจอดำ
ไม่ควรใช้โปรแกรมดาวน์โหลดไดรเวอร์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก
VALORANT อาจเปิดไม่ได้หาก DirectX หรือไฟล์ระบบที่เกี่ยวข้องเสียหาย
Windows + Rdxdiag
DirectX หลักจะได้รับการอัปเดตผ่าน Windows จึงควรติดตั้ง Windows Update ให้ครบก่อนดาวน์โหลดส่วนประกอบอื่น
หาก Vanguard ไม่ทำงาน VALORANT อาจเปิดไม่ได้หรือแสดงข้อความให้รีสตาร์ตเครื่อง
หากมีรหัส VAN หรือข้อความเกี่ยวกับ Vanguard ให้แก้ตามรหัสนั้น ไม่ควรถอน Vanguard ทันทีโดยยังไม่ได้รีสตาร์ตและตรวจสอบข้อความ
บริการ vgc เป็นส่วนหนึ่งของ Riot Vanguard หากบริการไม่เริ่ม เกมอาจเปิดไม่ได้
Windows + Rservices.msc
vgcหากไม่มีบริการ vgc หรือเปิดแล้วหยุดทันที Riot Vanguard อาจติดตั้งไม่สมบูรณ์และต้องติดตั้งใหม่
VALORANT บางระบบอาจต้องใช้ Secure Boot, TPM หรือคุณสมบัติความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อ Vanguard แสดงรหัสเฉพาะ
ไม่ควรเข้า BIOS และเปลี่ยนการตั้งค่าแบบสุ่มหากเกมไม่ได้แจ้งปัญหานี้ เพราะการตั้งค่าผิดอาจทำให้ Windows บูตไม่ได้หรือระบบเข้ารหัสขอ Recovery Key
ให้ตรวจสอบก่อนว่า:
หากขึ้น VAN 9003 หรือรหัสที่เกี่ยวข้อง ควรแก้ตามบทความเฉพาะของรหัสนั้น
โปรแกรมรักษาความปลอดภัยอาจบล็อก Riot Client, VALORANT หรือ Vanguard
ไฟล์ที่ควรตรวจสอบสิทธิ์ ได้แก่ Riot Client, VALORANT และ Riot Vanguard ที่ติดตั้งจากแหล่งทางการ
ไม่ควรปิด Firewall หรือโปรแกรมป้องกันไวรัสถาวร ให้เพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะโปรแกรมที่เชื่อถือได้
VPN หรือ Proxy อาจทำให้ Riot Client เชื่อมต่อ Login หรือบริการเกมไม่สำเร็จ
หากปิดแล้วเกมเปิดได้ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าเครือข่ายเดิม ไม่จำเป็นต้องติดตั้งเกมใหม่
โปรแกรมบางประเภทอาจขัดแย้งกับ Vanguard หรือการแสดงผลของเกม
ลองปิดโปรแกรมประเภทต่อไปนี้ชั่วคราว
หลังปิดแล้วให้รีสตาร์ตเครื่องและทดสอบ VALORANT
ไม่ควรลบโปรแกรมแบบสุ่ม ให้ปิดชั่วคราวเพื่อแยกสาเหตุก่อน
Clean Boot ช่วยเปิด Windows โดยใช้บริการและโปรแกรมเริ่มต้นให้น้อยลง
Windows + Rmsconfig
vgcvgc กลับไว้ต้องเปิด Hide all Microsoft services ก่อนกด Disable all เพื่อป้องกันการปิดบริการระบบสำคัญ
ควรจดหรือถ่ายภาพการตั้งค่าเดิมไว้ และเปิดบริการกลับหลังทดสอบเสร็จ
Cache ที่เสียหายอาจทำให้ Riot Client ค้างหรือส่งคำสั่งเปิดเกมไม่สำเร็จ
ก่อนดำเนินการควรปิด Riot Client ผ่าน Task Manager และตรวจสอบว่าจำข้อมูลบัญชีได้
ตำแหน่งข้อมูลชั่วคราวอาจอยู่ภายใน:
%localappdata%
ให้ค้นหาโฟลเดอร์ของ Riot Client แล้วเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Cache หรือโฟลเดอร์ข้อมูลชั่วคราวเป็นชื่อสำรองก่อนเปิด Client ใหม่
ไม่ควรลบทั้งโฟลเดอร์ VALORANT หรือ Riot Games แบบสุ่ม เพราะอาจทำให้ต้องซ่อมหรือดาวน์โหลดเกมใหม่
หากบริการ vgc หาย Vanguard เปิดไม่ได้ หรือ Riot Client แจ้งให้ติดตั้ง Vanguard ใหม่ ให้ดำเนินการดังนี้
ต้องรีสตาร์ตทั้งหลังถอนและหลังติดตั้ง เพื่อให้บริการและไดรเวอร์ของ Vanguard เริ่มทำงานอย่างถูกต้อง
หาก Repair, Vanguard และวิธีทั้งหมดไม่ช่วย อาจจำเป็นต้องติดตั้งเกมใหม่
ก่อนถอนเกมควร:
หากติดตั้งใหม่แล้วยังเปิดไม่ได้ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ Windows, BIOS, ไดรเวอร์หรือโปรแกรมที่ขัดแย้งกับ Vanguard
ปิด Riot Client ผ่าน Task Manager รีสตาร์ตเครื่อง และใช้ Repair
อัปเดตไดรเวอร์ ปิด Overlay และตรวจสอบโปรแกรมป้องกันไวรัส
รีสตาร์ตเครื่อง ตรวจสอบบริการ vgc และจดรหัส VAN
Repair เกม อัปเดต Windows และรีสตาร์ต Vanguard
มีโปรแกรมหรือบริการพื้นหลังขัดแย้ง ให้เปิดกลับทีละกลุ่มเพื่อหาสาเหตุ
ตรวจสอบข้อกำหนด Vanguard, Secure Boot, TPM, BIOS และระบบปฏิบัติการ
รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ ปิด Riot Client ให้หมด แล้วเปิด Client แบบผู้ดูแลระบบหนึ่งครั้ง หากยังไม่หายให้ใช้ Repair
Riot Vanguard มีบริการและไดรเวอร์ที่ต้องเริ่มพร้อม Windows การรีสตาร์ตจึงจำเป็นหลังติดตั้งหรืออัปเดต
ไม่ควรเปลี่ยน BIOS โดยไม่มีข้อความแจ้ง ให้ตรวจสอบรหัส VAN และข้อกำหนดของระบบก่อน
VALORANT ต้องใช้ Vanguard บน PC จึงไม่สามารถเล่นตามปกติโดยไม่มี Vanguard ได้ หากถอนต้องเปิด Riot Client เพื่อติดตั้งใหม่และรีสตาร์ตเครื่อง
โดยทั่วไป Repair ตรวจสอบไฟล์ติดตั้ง ไม่ได้ลบบัญชีหรือความคืบหน้าที่ผูกกับบัญชี Riot
ไม่ควรปิดถาวร ให้ตรวจสอบ Protection History และเพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะไฟล์ Riot ที่เชื่อถือได้
ไม่แน่นอน หากสาเหตุอยู่ที่ Vanguard, Windows, BIOS หรือโปรแกรมพื้นหลัง การติดตั้งเกมใหม่อาจไม่ช่วย
VALORANT เปิดไม่ได้หรือกด Play แล้วไม่เข้าเกม มักเกิดจาก Riot Client ค้าง Riot Vanguard ไม่ทำงาน ไฟล์เกมเสียหาย หรือโปรแกรมพื้นหลังขัดแย้งกับเกม
ให้เริ่มจากรีสตาร์ตเครื่อง ปิด Riot Client ผ่าน Task Manager เปิดแบบผู้ดูแลระบบ และใช้ Repair จากนั้นอัปเดต Windows ไดรเวอร์ และตรวจสอบบริการ vgc, Firewall กับโปรแกรมพื้นหลังตามลำดับ
แนวทางของ comsiam คือไม่เปลี่ยน BIOS หรือถอนเกมตั้งแต่ขั้นแรก เพราะหลายกรณีแก้ได้ด้วยการรีสตาร์ต Vanguard และซ่อมไฟล์ผ่าน Riot Client
หากมีรหัส VAN ควรแก้ตามรหัสนั้นโดยตรง ส่วนวิธีแก้ปัญหา VALORANT และเกมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมสามารถติดตามได้จาก comsiam