Netflix แจ้งว่าอุปกรณ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือน แก้อย่างไรให้กลับมาดูได้

หาก Netflix แจ้งว่าอุปกรณ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือน ให้เชื่อมต่อทีวีกับอินเทอร์เน็ตหลักภายในบ้าน เปิดเมนูจัดการครัวเรือน Netflix แล้วส่งคำขอยืนยันไปยังเจ้าของบัญชี จากนั้นกดลิงก์ยืนยันและกลับมาเปิด Netflix ใหม่

ปัญหานี้มักเกิดหลังเปลี่ยนทีวี เปลี่ยนเราเตอร์ ย้ายบ้าน เปลี่ยนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือนำบัญชีไปใช้ในอีกสถานที่หนึ่ง ผู้ใช้ควรเลือกวิธีแก้ให้ตรงกับสถานการณ์ ไม่ควรรีเซ็ตทีวีทันที เพราะข้อความนี้มักเกี่ยวข้องกับการยืนยันบัญชีและเครือข่ายมากกว่าความเสียหายของทีวี

บทความจาก comsiam จะอธิบายตั้งแต่ความหมายของครัวเรือน Netflix วิธีตั้งค่าทีวีหลัก การยืนยันอุปกรณ์ และแนวทางสำหรับผู้ที่เดินทางหรือใช้ทีวีเครื่องใหม่

สารบัญ

  • ครัวเรือน Netflix คืออะไร
  • ทำไมทีวีจึงถูกมองว่าอยู่นอกครัวเรือน
  • วิธีแก้แบบรวดเร็ว
  • วิธีตั้งค่าหรืออัปเดตครัวเรือน Netflix
  • วิธีแก้เมื่อไม่ได้รับอีเมลหรือข้อความยืนยัน
  • วิธีใช้งานระหว่างเดินทาง
  • กรณีบ้านหลังที่สองหรือคนละที่อยู่
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

1. ครัวเรือน Netflix คืออะไร

ครัวเรือน Netflix หมายถึงกลุ่มอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในสถานที่หลักซึ่งใช้รับชม Netflix เป็นประจำ โดยระบบอาจพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่าย อินเทอร์เน็ต และการใช้งานของอุปกรณ์

อุปกรณ์ภายในครัวเรือนอาจประกอบด้วย

  • Smart TV
  • กล่องสตรีมมิง
  • โทรศัพท์
  • แท็บเล็ต
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องเล่นเกม
  • อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทีวี

ครัวเรือนไม่ได้หมายถึงจำนวนโปรไฟล์ และไม่เหมือนกับจำนวนจอที่ดูพร้อมกัน จำนวนจอพร้อมกันขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ ส่วนครัวเรือนเกี่ยวข้องกับสถานที่หลักและอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน

2. ข้อความว่าอุปกรณ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือนหมายความว่าอย่างไร

ข้อความนี้หมายความว่า Netflix ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอุปกรณ์กำลังใช้งานอยู่ในครัวเรือนหลักของบัญชี

สาเหตุอาจเกิดจาก

  • ทีวีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคนละเครือข่ายกับทีวีหลัก
  • เพิ่งซื้อหรือเปลี่ยน Smart TV
  • เปลี่ยนเราเตอร์หรือชื่อ Wi-Fi
  • เปลี่ยนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
  • ย้ายบ้านหรือย้ายหอพัก
  • ใช้บัญชีในบ้านอีกหลัง
  • ใช้ฮอตสปอตจากโทรศัพท์
  • เครือข่ายได้รับหมายเลข IP ใหม่
  • ไม่ได้เปิด Netflix บนอุปกรณ์นั้นเป็นเวลานาน
  • เจ้าของบัญชีเคยอัปเดตครัวเรือนจากทีวีเครื่องอื่น
  • บัญชีถูกใช้งานจากหลายสถานที่
  • ข้อมูลในแอป Netflix ต้องได้รับการรีเฟรช

ข้อความนี้ไม่ได้แปลว่าบัญชีถูกปิด และไม่ได้หมายความว่า Smart TV เสีย

3. วิธีแก้แบบรวดเร็วที่ควรลองก่อน

หากทีวีอยู่ในบ้านหลักของเจ้าของบัญชี ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ตรวจสอบว่าทีวีเชื่อมต่อ Wi-Fi บ้านที่ใช้งานประจำ
  2. หลีกเลี่ยงการใช้ฮอตสปอตจากโทรศัพท์
  3. ปิด Netflix
  4. ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที
  5. รีสตาร์ตเราเตอร์
  6. เปิดทีวีและเชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่
  7. เปิด Netflix
  8. เลือกยืนยันหรืออัปเดตครัวเรือนหากมีข้อความปรากฏ
  9. ให้เจ้าของบัญชีกดยืนยันจากอีเมลหรือข้อความ
  10. กลับมาเปิด Netflix ใหม่

หากโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชีเชื่อมต่อ Wi-Fi เดียวกับทีวี จะช่วยลดความสับสนระหว่างขั้นตอนการยืนยัน

4. ตรวจสอบว่าทีวีเชื่อมต่อเครือข่ายหลักจริงหรือไม่

บ้านหนึ่งหลังอาจมีชื่อ Wi-Fi หลายชื่อ เช่น

  • Wi-Fi จากเราเตอร์หลัก
  • Wi-Fi จากตัวขยายสัญญาณ
  • Wi-Fi สำหรับแขก
  • ฮอตสปอตจากโทรศัพท์
  • เราเตอร์สำรอง
  • อินเทอร์เน็ตจากห้องข้างเคียง

ให้ตรวจสอบชื่อเครือข่ายที่ทีวีใช้งาน แล้วเปรียบเทียบกับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์หลักของเจ้าของบัญชี

ถ้าทีวีเชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับแขก ให้เปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi หลักของบ้าน เพราะเครือข่ายสำหรับแขกอาจแยกอุปกรณ์ออกจากกันหรือใช้การตั้งค่าคนละชุด

5. วิธีตั้งค่าครัวเรือน Netflix จาก Smart TV

ชื่อเมนูอาจต่างกันตามรุ่นทีวีและเวอร์ชันของ Netflix โดยทั่วไปให้ทำดังนี้

  1. เปิด Netflix บนทีวีที่อยู่ในบ้านหลัก
  2. เปิดเมนูด้านซ้าย
  3. เลือก “รับความช่วยเหลือ” หรือเมนูการตั้งค่า
  4. เลือก “จัดการครัวเรือน Netflix”
  5. เลือก “ยืนยันครัวเรือน Netflix”
  6. หากไม่มีตัวเลือกยืนยัน ให้เลือก “อัปเดตครัวเรือน Netflix”
  7. เลือกส่งอีเมลหรือข้อความยืนยัน
  8. ให้เจ้าของบัญชีเปิดข้อความที่ได้รับ
  9. กดปุ่มยืนยันหรืออัปเดต
  10. กลับมาที่ทีวี
  11. เปิด Netflix ใหม่
  12. ตรวจสอบว่าสามารถเลือกรับชมได้หรือไม่

ควรทำบนทีวีที่อยู่ในสถานที่หลักและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซึ่งครอบครัวใช้งานเป็นประจำ

6. ถ้าไม่พบเมนูจัดการครัวเรือน Netflix

เมนูดังกล่าวอาจไม่ปรากฏในทีวีบางรุ่น หรืออาจอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกัน

ให้ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. กลับไปหน้าแรกของ Netflix
  2. เปิดเมนูด้านซ้าย
  3. เลือกรับความช่วยเหลือ
  4. เลือกการตั้งค่าหากมี
  5. ออกจากระบบ Netflix
  6. ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที
  7. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบใหม่
  8. อัปเดตแอป Netflix
  9. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  10. ตรวจสอบเมนูอีกครั้ง

หากทีวีเก่ามาก เมนูบางอย่างอาจแสดงไม่ครบ ควรตรวจสอบว่ารุ่นทีวียังรองรับ Netflix เวอร์ชันปัจจุบันหรือไม่

7. วิธีอัปเดตครัวเรือนเมื่อเปลี่ยนเราเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต

การเปลี่ยนเราเตอร์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือสถานที่ติดตั้งอาจทำให้ Netflix มองว่าเครือข่ายหลักเปลี่ยนไป

วิธีแก้คือ

  1. เชื่อมต่อทีวีหลักกับเราเตอร์ใหม่
  2. ตรวจสอบว่าทีวีออกอินเทอร์เน็ตได้
  3. เปิด Netflix
  4. เลือกจัดการครัวเรือน
  5. เลือกอัปเดตครัวเรือน
  6. ส่งคำขอยืนยันไปยังเจ้าของบัญชี
  7. กดยืนยันจากอีเมลหรือข้อความ
  8. เปิด Netflix บนทีวีใหม่
  9. เชื่อมต่อโทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นกับ Wi-Fi ใหม่
  10. เปิด Netflix บนอุปกรณ์เหล่านั้นเพื่อรีเฟรชการเชื่อมต่อ

ไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชีใหม่เพียงเพราะเปลี่ยนเราเตอร์ แต่ควรอัปเดตครัวเรือนจากทีวีในบ้านหลัก

8. เปลี่ยน Smart TV เครื่องใหม่ต้องตั้งค่าครัวเรือนใหม่หรือไม่

เมื่อซื้อทีวีใหม่ ให้เชื่อมต่อกับ Wi-Fi บ้านหลักก่อนเข้าสู่ระบบ Netflix

ขั้นตอนที่แนะนำคือ

  1. ตั้งค่าอินเทอร์เน็ตบนทีวีใหม่
  2. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  3. อัปเดตหรือติดตั้ง Netflix
  4. เปิดแอป
  5. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเจ้าของ
  6. เลือกยืนยันอุปกรณ์หากมีข้อความปรากฏ
  7. ส่งคำขอไปยังเจ้าของบัญชี
  8. กดยืนยัน
  9. กลับมาเปิดแอปใหม่

ไม่ควรตั้งค่าครัวเรือนจากทีวีที่ใช้งานชั่วคราวนอกบ้าน เพราะอาจทำให้ทีวีในบ้านหลักต้องยืนยันใหม่

9. ย้ายบ้านแล้ว Netflix แจ้งว่าอยู่นอกครัวเรือน

เมื่อย้ายบ้าน เครือข่ายและตำแหน่งการใช้งานหลักจะเปลี่ยน จึงควรอัปเดตครัวเรือนจากทีวีในบ้านใหม่

  1. ติดตั้งอินเทอร์เน็ตในบ้านใหม่
  2. เชื่อมต่อ Smart TV กับ Wi-Fi ใหม่
  3. เปิด Netflix
  4. เลือกอัปเดตครัวเรือน Netflix
  5. ให้เจ้าของบัญชีกดยืนยัน
  6. เปิด Netflix บนอุปกรณ์หลักผ่าน Wi-Fi บ้านใหม่
  7. ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งานแล้วหากจำเป็น

หลังอัปเดต อุปกรณ์ในบ้านเดิมอาจต้องยืนยันใหม่ เพราะระบบจะถือว่าบ้านใหม่เป็นสถานที่หลักของบัญชี

10. ไม่ได้รับอีเมลยืนยันต้องทำอย่างไร

ถ้ากดส่งอีเมลแล้วไม่พบข้อความ ให้ตรวจสอบดังนี้

  • เปิดกล่องจดหมายของอีเมลที่เป็นเจ้าของบัญชีจริง
  • ตรวจสอบโฟลเดอร์จดหมายขยะ
  • ตรวจสอบโฟลเดอร์โปรโมชัน
  • ค้นหาคำว่า Netflix ในกล่องจดหมาย
  • รอสักครู่แล้วกดส่งใหม่
  • ตรวจสอบว่าอีเมลของบัญชียังใช้งานได้
  • อย่ากดส่งซ้ำหลายครั้งติดกัน
  • ใช้ข้อความฉบับล่าสุดในการยืนยัน

หากไม่สามารถเข้าถึงอีเมลของบัญชีได้ เจ้าของบัญชีควรกู้คืนการเข้าถึงอีเมลหรือแก้ไขข้อมูลบัญชีก่อน

11. ได้รับอีเมลแต่กดยืนยันไม่สำเร็จ

ลิงก์ยืนยันอาจมีเวลาจำกัดหรือถูกแทนที่เมื่อส่งคำขอใหม่

ให้ทำดังนี้

  1. กลับไปที่ทีวี
  2. ส่งคำขอยืนยันใหม่หนึ่งครั้ง
  3. เปิดอีเมลฉบับล่าสุด
  4. กดปุ่มยืนยันทันที
  5. รอให้หน้าเว็บแสดงว่าดำเนินการสำเร็จ
  6. กลับไปยัง Netflix บนทีวี
  7. เลือกดำเนินการต่อหรือเปิดแอปใหม่
  8. หากยังไม่เปลี่ยน ให้ถอดปลั๊กทีวีแล้วเปิดใหม่

อย่าใช้ข้อความยืนยันฉบับเก่าหลังจากส่งคำขอใหม่ เพราะคำขอเดิมอาจหมดอายุแล้ว

12. ไม่ได้รับรหัสทางโทรศัพท์ต้องทำอย่างไร

หากเลือกส่งข้อความแล้วไม่ได้รับรหัส ให้ตรวจสอบดังนี้

  • หมายเลขโทรศัพท์ผูกอยู่กับบัญชีถูกต้องหรือไม่
  • โทรศัพท์มีสัญญาณหรือไม่
  • กล่องข้อความเต็มหรือไม่
  • มีการบล็อกข้อความบริการหรือไม่
  • รหัสประเทศถูกต้องหรือไม่
  • โทรศัพท์เปิดโหมดเครื่องบินอยู่หรือไม่
  • มีคำขอส่งรหัสหลายครั้งเกินไปหรือไม่

หากยังไม่ได้รับ ให้เลือกยืนยันผ่านอีเมลแทน หากมีตัวเลือก

13. เจ้าของบัญชีไม่อยู่บ้านสามารถยืนยันได้หรือไม่

เจ้าของบัญชีสามารถเปิดอีเมลหรือข้อความยืนยันจากอุปกรณ์ของตนได้ แต่ทีวีที่กำลังตั้งค่าควรอยู่ในสถานที่หลักและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบ้าน

ขั้นตอนคือ

  1. ผู้ใช้งานเปิด Netflix บนทีวี
  2. เลือกส่งคำขอยืนยัน
  3. แจ้งเจ้าของบัญชีให้ตรวจสอบอีเมลหรือข้อความ
  4. เจ้าของบัญชีกดยืนยัน
  5. ผู้ใช้งานกลับมาเปิด Netflix บนทีวีใหม่

ไม่ควรส่งรหัสผ่านบัญชีให้บุคคลอื่น เพียงให้เจ้าของบัญชีกดยืนยันด้วยตนเองก็เพียงพอ

14. ใช้ Netflix ระหว่างเดินทางต้องทำอย่างไร

ถ้าเดินทางและเปิด Netflix บนทีวีโรงแรม บ้านพัก หรือสถานที่ชั่วคราว ระบบอาจขอให้ยืนยันว่าเป็นการใช้งานชั่วคราว

แนวทางที่ควรทำคือ

  1. เลือกตัวเลือกสำหรับการเดินทางหรือดูชั่วคราว หากมี
  2. ส่งรหัสไปยังอีเมลหรือโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี
  3. กรอกรหัสบนทีวีภายในเวลาที่กำหนด
  4. ใช้งานเฉพาะช่วงที่เดินทาง
  5. ออกจากระบบก่อนคืนห้องพักหรือออกจากสถานที่

หากเป็นทีวีสาธารณะหรือทีวีในโรงแรม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าออกจากระบบแล้ว เพื่อป้องกันผู้อื่นเข้าถึงบัญชีภายหลัง

15. โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตถูกแจ้งว่าอยู่นอกครัวเรือน

ถ้าเป็นอุปกรณ์พกพาของสมาชิกในบ้าน ให้เชื่อมต่อกับ Wi-Fi บ้านหลักและเปิด Netflix เพื่อให้อุปกรณ์เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ใช้งานประจำ

ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. กลับมาเชื่อมต่อ Wi-Fi บ้านหลัก
  2. ปิดเครือข่ายมือถือชั่วคราว
  3. เปิด Netflix
  4. เลือกโปรไฟล์
  5. เปิดวิดีโอสั้นๆ เพื่อทดสอบ
  6. ปิดและเปิดแอปใหม่
  7. อัปเดต Netflix หากยังมีข้อความเดิม

ควรนำอุปกรณ์พกพากลับมาเชื่อมต่อ Wi-Fi บ้านหลักเป็นระยะ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่นำออกไปใช้นอกบ้านบ่อย

16. บ้านหลังที่สองใช้บัญชีเดียวกันได้หรือไม่

หากใช้งานทีวีประจำในบ้านคนละหลัง ระบบอาจมองว่าเป็นคนละครัวเรือน แม้เจ้าของบัญชีจะเป็นคนเดียวกัน

ตัวเลือกที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • ใช้งานแบบชั่วคราวเมื่อเดินทาง
  • ตรวจสอบว่าแพ็กเกจรองรับสมาชิกเสริมหรือไม่
  • เพิ่มสมาชิกเสริมตามตัวเลือกที่บัญชีมี
  • ใช้บัญชีแยกสำหรับผู้ที่อาศัยคนละบ้าน
  • รับชมผ่านอุปกรณ์พกพาที่ได้รับการยืนยันจากบ้านหลัก

ไม่ควรอัปเดตครัวเรือนสลับไปมาระหว่างสองบ้านบ่อยๆ เพราะอุปกรณ์ในอีกสถานที่อาจถูกขอให้ยืนยันใหม่

17. ใช้ฮอตสปอตมือถือแล้วขึ้นว่าอยู่นอกครัวเรือน

ฮอตสปอตใช้เครือข่ายมือถือซึ่งต่างจากอินเทอร์เน็ตบ้าน จึงอาจทำให้ Netflix ตรวจสอบครัวเรือนไม่ตรงกับเดิม

วิธีแก้คือ

  1. ปิดฮอตสปอต
  2. เชื่อมต่อทีวีกับ Wi-Fi บ้านหลัก
  3. รีสตาร์ต Netflix
  4. ยืนยันครัวเรือนถ้ามีข้อความ
  5. ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเป็นเครือข่ายหลักของทีวี

หากอินเทอร์เน็ตบ้านใช้ไม่ได้ชั่วคราว การใช้ฮอตสปอตอาจรับชมได้บางกรณี แต่ไม่ควรใช้เป็นเครือข่ายหลักสำหรับตั้งค่าครัวเรือนถ้ามีอินเทอร์เน็ตบ้านประจำอยู่แล้ว

18. เปลี่ยนหมายเลข IP แล้วต้องยืนยันใหม่หรือไม่

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจเปลี่ยนหมายเลข IP ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่ได้ทำให้ต้องยืนยันใหม่ทุกครั้งเสมอไป

แต่ระบบอาจขอให้ยืนยันเมื่อมีหลายปัจจัยเกิดพร้อมกัน เช่น

  • เปลี่ยน IP
  • เปลี่ยนเราเตอร์
  • เปลี่ยนสถานที่
  • ใช้ทีวีเครื่องใหม่
  • ไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์เป็นเวลานาน
  • มีการเข้าสู่ระบบจากหลายพื้นที่

ถ้าทีวียังอยู่บ้านเดิม ให้เชื่อมต่อ Wi-Fi หลักแล้วทำขั้นตอนอัปเดตครัวเรือนตามปกติ

19. ใช้ Wi-Fi Mesh หรือตัวขยายสัญญาณมีผลหรือไม่

โดยทั่วไป Wi-Fi Mesh ที่ทำงานเป็นเครือข่ายเดียวกับเราเตอร์หลักควรใช้งานได้ แต่การตั้งค่าบางแบบอาจทำให้จุดกระจายสัญญาณสร้างเครือข่ายแยก

ให้ตรวจสอบว่า

  • ทุกจุดใช้ชื่อเครือข่ายเดียวกัน
  • ไม่ได้เปิดโหมดเราเตอร์ซ้อนกันโดยไม่จำเป็น
  • ทีวีไม่ได้เชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับแขก
  • โทรศัพท์ของเจ้าของบัญชีอยู่บนเครือข่ายเดียวกับทีวี
  • ตัวขยายสัญญาณไม่ได้แยกอุปกรณ์ออกจากกัน

หากสงสัย ให้เชื่อมต่อทีวีกับเราเตอร์หลักโดยตรงชั่วคราวแล้วลองยืนยันอีกครั้ง

20. ออกจากระบบ Netflix แล้วเข้าสู่ระบบใหม่

หากยืนยันแล้วแต่ข้อความยังคงปรากฏ อาจต้องรีเฟรชข้อมูลในแอป

  1. เปิด Netflix
  2. เปิดเมนูด้านซ้าย
  3. เลือกรับความช่วยเหลือ
  4. เลือกออกจากระบบ
  5. ยืนยันการออกจากระบบ
  6. ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที
  7. เปิดทีวี
  8. เปิด Netflix
  9. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดิม
  10. ยืนยันครัวเรือนอีกครั้งหากระบบร้องขอ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้อีเมลของบัญชีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะบ้านที่มีบัญชี Netflix มากกว่าหนึ่งบัญชี

21. ล้างแคชหรือข้อมูล Netflix

Android TV และ Google TV หลายรุ่นสามารถล้างข้อมูลแอปได้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือกดูแอปทั้งหมด
  4. เลือก Netflix
  5. เลือกพื้นที่จัดเก็บและแคช
  6. เลือกล้างแคช
  7. เปิด Netflix ทดสอบ

หากยังไม่หาย ให้เลือก “ล้างข้อมูล” หลังจากนั้นต้องเข้าสู่ระบบใหม่และอาจต้องยืนยันครัวเรือนอีกครั้ง

ทีวีที่ไม่มีเมนูล้างแคชให้ใช้วิธีออกจากระบบ ถอดปลั๊ก หรือติดตั้ง Netflix ใหม่แทน

22. อัปเดตแอปและซอฟต์แวร์ทีวี

แอปรุ่นเก่าอาจแสดงเมนูการยืนยันไม่ครบหรือทำงานผิดพลาด

ให้ตรวจสอบดังนี้

  1. เปิดร้านแอปของ Smart TV
  2. ค้นหา Netflix
  3. เลือกอัปเดตหากมี
  4. เปิดการตั้งค่าทีวี
  5. เลือกการอัปเดตซอฟต์แวร์
  6. ตรวจสอบเวอร์ชันใหม่
  7. ติดตั้งการอัปเดต
  8. รอให้ทีวีรีสตาร์ต
  9. เปิด Netflix ใหม่

ห้ามถอดปลั๊กทีวีระหว่างติดตั้งซอฟต์แวร์

23. ถอนและติดตั้ง Netflix ใหม่

ถ้าข้อความยังแสดงหลังยืนยันสำเร็จ อาจเกิดจากข้อมูลแอปไม่อัปเดต

  1. ถอนการติดตั้ง Netflix หากทีวีอนุญาต
  2. รีสตาร์ตทีวี
  3. เปิดร้านแอปของทีวี
  4. ค้นหา Netflix
  5. ติดตั้งใหม่
  6. เปิดแอป
  7. เข้าสู่ระบบ
  8. เชื่อมต่อ Wi-Fi บ้านหลัก
  9. ยืนยันครัวเรือนอีกครั้ง

Smart TV บางรุ่นติดตั้ง Netflix เป็นแอประบบ จึงไม่สามารถถอนออกได้ ให้ใช้การล้างข้อมูลหรือรีเซ็ตระบบแอปแทน

24. ตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นใช้บัญชีหรือไม่

หากครัวเรือนถูกเปลี่ยนโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชี

สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่

  • มีโปรไฟล์ที่ไม่รู้จัก
  • มีประวัติรับชมที่ไม่ได้เปิดเอง
  • ภาษาหรือการตั้งค่าถูกเปลี่ยน
  • มีอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  • อีเมลแจ้งการเข้าสู่ระบบจากสถานที่แปลก
  • ครัวเรือนถูกอัปเดตโดยไม่ได้ดำเนินการ

ถ้าพบความผิดปกติ ให้เจ้าของบัญชีเปลี่ยนรหัสผ่าน ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก และเข้าสู่ระบบใหม่เฉพาะอุปกรณ์ในบ้าน

25. รีเซ็ต Smart TV ช่วยแก้ได้หรือไม่

การรีเซ็ตทีวีเป็นค่าโรงงานไม่ใช่วิธีแรก เพราะข้อความเกี่ยวกับครัวเรือนส่วนใหญ่ต้องแก้ด้วยการยืนยันบัญชีและเครือข่าย

ควรรีเซ็ตทีวีเฉพาะเมื่อ

  • Netflix และแอปอื่นทำงานผิดปกติ
  • เมนูการตั้งค่าแอปเปิดไม่ได้
  • ระบบทีวีค้าง
  • อัปเดตซอฟต์แวร์ไม่สำเร็จ
  • ล้างข้อมูลและติดตั้งแอปใหม่แล้วยังไม่ได้ผล

การรีเซ็ตจะลบบัญชี Wi-Fi แอป และการตั้งค่าต่างๆ แต่ไม่ได้ยกเลิกข้อกำหนดเรื่องครัวเรือน หากทีวีอยู่คนละบ้าน ระบบอาจยังขอให้ยืนยันเหมือนเดิม

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมอยู่บ้านตัวเองแต่ Netflix บอกว่าอยู่นอกครัวเรือน?

อาจเกิดหลังเปลี่ยนเราเตอร์ เปลี่ยน IP ใช้เครือข่ายสำหรับแขก หรือตั้งครัวเรือนจากทีวีอีกเครื่อง ให้เชื่อมต่อ Wi-Fi หลักและอัปเดตครัวเรือนจากทีวีในบ้าน

เปลี่ยน Wi-Fi แล้วต้องตั้งค่าครัวเรือนใหม่หรือไม่?

อาจต้องยืนยันหรืออัปเดตใหม่ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนเราเตอร์ ผู้ให้บริการ หรือย้ายสถานที่

โปรไฟล์ Netflix ถือเป็นคนละครัวเรือนหรือไม่?

ไม่ใช่ โปรไฟล์ใช้แยกประวัติและคำแนะนำภายในบัญชีเดียว ส่วนครัวเรือนเกี่ยวข้องกับสถานที่และเครือข่ายหลัก

ดูพร้อมกันได้หลายจอแล้วยังติดข้อจำกัดครัวเรือนได้หรือไม่?

ได้ จำนวนจอพร้อมกันกับครัวเรือนเป็นคนละเงื่อนไข แม้แพ็กเกจดูได้หลายจอ แต่อุปกรณ์ที่อยู่อีกสถานที่อาจถูกขอให้ยืนยัน

การล้างแคชช่วยยกเลิกข้อจำกัดครัวเรือนหรือไม่?

ไม่ การล้างแคชช่วยแก้ข้อมูลแอปค้าง แต่ยังต้องยืนยันอุปกรณ์ตามเงื่อนไขของบัญชี

ใช้ VPN แล้วแก้ข้อความนี้ได้หรือไม่?

ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ตำแหน่งเครือข่ายเปลี่ยนและตรวจสอบครัวเรือนได้ยากขึ้น ควรปิด VPN และใช้เครือข่ายบ้านตามปกติ

รีเซ็ตทีวีแล้วข้อความจะหายหรือไม่?

ไม่แน่นอน หากทีวีอยู่นอกเครือข่ายหลัก ข้อความอาจกลับมาอีกหลังเข้าสู่ระบบ ควรแก้ด้วยการยืนยันครัวเรือนให้ถูกต้อง

จำเป็นต้องเปลี่ยนรหัสผ่านหรือไม่?

ไม่จำเป็นถ้าการใช้งานทั้งหมดเป็นของคนในบ้าน แต่ควรเปลี่ยนเมื่อพบอุปกรณ์ โปรไฟล์ หรือประวัติรับชมที่ไม่รู้จัก

สรุป

เมื่อ Netflix แจ้งว่าอุปกรณ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือน ให้ทำตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าทีวีอยู่ในบ้านหลัก
  2. เชื่อมต่อ Wi-Fi หลักของบ้าน
  3. หลีกเลี่ยง Wi-Fi สำหรับแขกและฮอตสปอต
  4. รีสตาร์ตทีวีและเราเตอร์
  5. เปิดเมนูจัดการครัวเรือน Netflix
  6. เลือกยืนยันหรืออัปเดตครัวเรือน
  7. ส่งคำขอไปยังเจ้าของบัญชี
  8. กดยืนยันจากอีเมลหรือข้อความล่าสุด
  9. กลับมาเปิด Netflix บนทีวี
  10. ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่หากข้อความยังอยู่
  11. ล้างข้อมูลหรืออัปเดตแอป
  12. ตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชี
  13. ใช้ตัวเลือกการเดินทางเมื่ออยู่นอกบ้านชั่วคราว
  14. พิจารณาบัญชีหรือสมาชิกเสริมเมื่ออาศัยคนละบ้าน

หัวใจสำคัญคือทีวีต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประจำของบ้านหลักและได้รับการยืนยันจากเจ้าของบัญชี การล้างแคช เปลี่ยน DNS หรือรีเซ็ตทีวีไม่สามารถแทนการยืนยันครัวเรือนได้ หากยืนยันแล้วแต่ข้อความยังปรากฏ comsiam แนะนำให้ออกจากระบบ ถอดปลั๊กทีวี แล้วเข้าสู่ระบบใหม่ผ่าน Wi-Fi หลักอีกครั้ง