Netflix ดูพร้อมกันไม่ได้ เกิดจากอะไร เช็กจำนวนจอและแก้ปัญหาคนใช้บัญชีเต็ม

Netflix ดูพร้อมกันไม่ได้มักเกิดจากจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังรับชมเกินสิทธิ์ของแพ็กเกจ มีคนอื่นเปิดค้างไว้ บัญชีถูกใช้จากอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก หรือทีวีอยู่นอกครัวเรือน Netflix วิธีแก้คือหยุดเล่นบนอุปกรณ์อื่น รอสักครู่แล้วลองใหม่ พร้อมตรวจสอบแพ็กเกจและอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ

จำนวนโปรไฟล์ในบัญชีไม่เท่ากับจำนวนจอที่ดูพร้อมกันได้ แม้จะสร้างหลายโปรไฟล์ แต่จำนวนอุปกรณ์ที่เล่นวิดีโอในเวลาเดียวกันยังถูกกำหนดโดยแพ็กเกจที่สมัคร บทความจาก comsiam จะช่วยตรวจสอบว่าใครกำลังใช้งาน สิทธิ์เต็มเพราะอะไร และควรแก้อย่างไรโดยไม่ต้องเปลี่ยนแพ็กเกจทันที

สารบัญ

  • ดูพร้อมกันไม่ได้หมายความว่าอย่างไร
  • จำนวนโปรไฟล์กับจำนวนจอต่างกันอย่างไร
  • สาเหตุที่ Netflix แจ้งว่ามีผู้ใช้มากเกินไป
  • วิธีตรวจสอบและหยุดอุปกรณ์อื่น
  • วิธีตรวจสอบแพ็กเกจ Netflix
  • ปัญหาครัวเรือน Netflix
  • บัญชีถูกบุคคลอื่นใช้ต้องทำอย่างไร
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

1. Netflix ดูพร้อมกันไม่ได้หมายความว่าอย่างไร

ปัญหานี้เกิดเมื่อผู้ใช้เปิด Netflix ได้ตามปกติ แต่เมื่อกดเล่นหนังหรือซีรีส์ ระบบแจ้งข้อความลักษณะต่อไปนี้

  • มีผู้ใช้บัญชีนี้มากเกินไป
  • บัญชี Netflix กำลังใช้งานบนอุปกรณ์อื่น
  • มีอุปกรณ์รับชมพร้อมกันครบจำนวนแล้ว
  • โปรดลองอีกครั้งภายหลัง
  • จำเป็นต้องหยุดรับชมบนอุปกรณ์อื่น
  • ไม่สามารถเล่นเนื้อหาได้ในขณะนี้
  • อุปกรณ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือน Netflix

อาการนี้ต่างจากปัญหาอินเทอร์เน็ต เพราะผู้ใช้มักเปิดแอป เลือกโปรไฟล์ และดูรายการเนื้อหาได้ แต่ติดขัดเมื่อกดเล่นวิดีโอ

2. จำนวนโปรไฟล์ไม่เท่ากับจำนวนจอที่ดูพร้อมกัน

หลายคนเข้าใจว่ามีห้าโปรไฟล์จึงดูพร้อมกันได้ห้าจอ ซึ่งไม่ถูกต้อง

โปรไฟล์คืออะไร

โปรไฟล์ใช้แยกข้อมูลของผู้ใช้ เช่น

  • ประวัติการรับชม
  • รายการของฉัน
  • คำแนะนำภาพยนตร์และซีรีส์
  • ภาษาของโปรไฟล์
  • ระดับความเหมาะสมของเนื้อหา
  • การตั้งค่าคำบรรยาย

จำนวนจอพร้อมกันคืออะไร

จำนวนจอพร้อมกันหมายถึงจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถเล่นวิดีโอด้วยบัญชีเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ใช้งาน

การสร้างโปรไฟล์เพิ่มจึงไม่ได้เพิ่มสิทธิ์ดูพร้อมกัน หากแพ็กเกจรองรับจำนวนจอน้อย เมื่อมีอุปกรณ์เล่นครบแล้ว อุปกรณ์ถัดไปจะกดดูไม่ได้

3. สาเหตุที่ Netflix ดูพร้อมกันไม่ได้

สาเหตุสำคัญมีดังนี้

  • มีคนกำลังดู Netflix ครบจำนวนจอของแพ็กเกจ
  • มีอุปกรณ์เปิดวิดีโอค้างอยู่
  • แอปบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตยังเล่นอยู่เบื้องหลัง
  • ผู้ใช้เปลี่ยนเรื่องเร็วเกินไปและระบบยังไม่คืนสิทธิ์
  • บัญชีเข้าสู่ระบบอยู่ในทีวีโรงแรมหรืออุปกรณ์เก่า
  • บุคคลที่ไม่รู้จักเข้าถึงบัญชี
  • จำนวนจอของแพ็กเกจน้อยกว่าที่เข้าใจ
  • เพิ่งลดระดับแพ็กเกจ
  • การเปลี่ยนแพ็กเกจยังไม่ถึงรอบที่มีผล
  • ระบบ Netflix ยังไม่อัปเดตสถานะอุปกรณ์
  • อุปกรณ์อยู่นอกครัวเรือนหลัก
  • แอป Netflix ค้างหรือข้อมูลบัญชีไม่อัปเดต
  • สมาชิกเสริมหรือผู้ใช้คนอื่นมีปัญหาสิทธิ์การใช้งาน

ควรอ่านข้อความที่ปรากฏให้ครบ เพราะข้อความ “มีผู้ใช้มากเกินไป” กับ “อุปกรณ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือน” เป็นคนละปัญหา

4. หยุด Netflix บนอุปกรณ์อื่นก่อน

เริ่มจากตรวจสอบอุปกรณ์ของคนในบ้าน เช่น

  • Smart TV
  • โทรศัพท์
  • แท็บเล็ต
  • คอมพิวเตอร์
  • กล่อง Android TV หรือ Google TV
  • Apple TV
  • เครื่องเล่นเกม
  • ทีวีในห้องอื่น

ให้ผู้ใช้อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นดำเนินการดังนี้

  1. กดหยุดวิดีโอ
  2. กลับไปหน้าแรก Netflix
  3. ปิดแอป
  4. หากเป็น Smart TV ให้ออกจากแอป
  5. รอประมาณ 2–5 นาที
  6. ทดลองกดเล่นบนอุปกรณ์ที่ต้องการอีกครั้ง

เพียงปิดหน้าจอหรือสลับไปแอปอื่นอาจไม่หยุดการเล่นทันที ควรกดหยุดวิดีโอและปิด Netflix อย่างสมบูรณ์

5. ตรวจสอบว่าแอปยังเล่นอยู่เบื้องหลังหรือไม่

โทรศัพท์และแท็บเล็ตอาจยังคงสถานะการเล่นไว้ แม้ผู้ใช้จะเปลี่ยนไปเปิดแอปอื่น

บนโทรศัพท์ Android

  1. เปิดรายการแอปล่าสุด
  2. ปัดปิด Netflix
  3. หากยังไม่หาย ให้เปิดการตั้งค่า
  4. เลือกแอป
  5. เลือก Netflix
  6. เลือกบังคับหยุด

บน iPhone หรือ iPad

  1. เปิดหน้ารวมแอปล่าสุด
  2. ปัดหน้าต่าง Netflix ขึ้นเพื่อปิด
  3. รอสักครู่
  4. เปิด Netflix ใหม่เมื่อจำเป็น

บน Smart TV

  1. กดหยุดวิดีโอ
  2. กลับไปหน้าหลัก
  3. ปิดทีวี
  4. ถอดปลั๊กประมาณ 1 นาทีหากแอปค้าง
  5. เปิดทีวีใหม่

6. รอให้ระบบคืนสิทธิ์การรับชม

หลังหยุด Netflix บนอุปกรณ์หนึ่ง ระบบอาจไม่ได้คืนสิทธิ์ให้ทันที โดยเฉพาะเมื่อแอปปิดผิดปกติ อินเทอร์เน็ตหลุด หรืออุปกรณ์ดับระหว่างเล่นวิดีโอ

ให้ทำดังนี้

  1. หยุดเล่นบนอุปกรณ์เดิม
  2. ปิดแอปอย่างสมบูรณ์
  3. รอประมาณ 2–5 นาที
  4. ปิดและเปิด Netflix บนอุปกรณ์ใหม่
  5. ทดลองเล่นอีกครั้ง

หากยังไม่ได้ ให้รีสตาร์ตอุปกรณ์ที่ต้องการใช้และรอเพิ่มอีกเล็กน้อยก่อนทดสอบ

7. ตรวจสอบแพ็กเกจ Netflix ที่ใช้งาน

จำนวนอุปกรณ์ที่ดูพร้อมกันได้ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ และแพ็กเกจที่เปิดให้สมัครอาจเปลี่ยนแปลงตามประเทศหรือช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบจากหน้าบัญชีของตัวเองแทนการจำตัวเลขจากข้อมูลเก่า

วิธีตรวจสอบโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. เปิด Netflix ผ่านเว็บเบราว์เซอร์
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเจ้าของ
  3. เปิดเมนูบัญชี
  4. ดูหัวข้อรายละเอียดแพ็กเกจ
  5. ตรวจสอบจำนวนอุปกรณ์ที่รับชมพร้อมกัน
  6. ตรวจสอบคุณภาพวิดีโอที่รองรับ
  7. ตรวจสอบวันที่เรียกเก็บเงิน
  8. ดูว่ามีการเปลี่ยนแพ็กเกจที่กำลังรอมีผลหรือไม่

ผู้ใช้โปรไฟล์ทั่วไปอาจไม่สามารถแก้ไขแพ็กเกจได้ ต้องใช้บัญชีของเจ้าของสมาชิก

8. เพิ่งเปลี่ยนแพ็กเกจแต่จำนวนจอยังไม่เพิ่ม

การเปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจที่สูงขึ้นอาจมีผลทันทีหรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่แสดงในบัญชี ส่วนการลดแพ็กเกจอาจมีผลในรอบเรียกเก็บเงินถัดไป

หากเปลี่ยนแพ็กเกจแล้วแต่ยังดูไม่ได้ ให้ลองดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าได้รับการยืนยันการเปลี่ยนแพ็กเกจแล้ว
  2. ออกจากระบบ Netflix บนอุปกรณ์
  3. ปิดแอป
  4. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  5. เข้าสู่ระบบใหม่
  6. เปิดหน้าบัญชีเพื่อตรวจสอบแพ็กเกจปัจจุบัน
  7. รอสักครู่แล้วทดลองอีกครั้ง

อย่าเปลี่ยนแพ็กเกจซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจทำให้สับสนว่าคำสั่งใดกำลังรอมีผล

9. ตรวจสอบกิจกรรมการเข้าถึงและอุปกรณ์

หากสมาชิกในบ้านยืนยันว่าไม่มีใครกำลังดู แต่อุปกรณ์ยังแจ้งว่ามีผู้ใช้เต็ม อาจมีอุปกรณ์อื่นเข้าสู่ระบบอยู่

ให้เจ้าของบัญชีตรวจสอบดังนี้

  1. เปิดหน้าบัญชี Netflix
  2. เปิดเมนูจัดการการเข้าถึงและอุปกรณ์
  3. ตรวจสอบชื่ออุปกรณ์
  4. ตรวจสอบโปรไฟล์ที่ใช้งาน
  5. ตรวจสอบตำแหน่งโดยประมาณ
  6. ตรวจสอบเวลาที่ใช้งานล่าสุด
  7. ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  8. ตรวจสอบอีกครั้งหลังรอสักครู่

อุปกรณ์บางรายการอาจแสดงชื่อทั่วไป เช่น Smart TV หรือเว็บเบราว์เซอร์ จึงควรเทียบกับเวลาและสถานที่ใช้งานก่อนออกจากระบบ

10. ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้ว

บัญชีอาจยังอยู่ในทีวีเครื่องเก่า บ้านพัก โรงแรม หรืออุปกรณ์ที่ขายหรือยกให้ผู้อื่นไปแล้ว

ควรออกจากระบบในกรณีต่อไปนี้

  • เปลี่ยน Smart TV เครื่องใหม่
  • ขายหรือยกทีวีให้คนอื่น
  • เคยเข้าสู่ระบบในโรงแรม
  • เคยใช้ Netflix ในบ้านพัก
  • เคยยืมอุปกรณ์ของผู้อื่น
  • ไม่รู้จักชื่ออุปกรณ์
  • ไม่ได้ใช้อุปกรณ์นั้นแล้ว

หากสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ ให้เปิด Netflix แล้วเลือกออกจากระบบโดยตรง หากไม่สามารถเข้าถึง ให้จัดการจากหน้าบัญชีของเจ้าของสมาชิก

11. ใช้คำสั่งออกจากระบบทุกอุปกรณ์เมื่อจำเป็น

ถ้าไม่สามารถระบุว่าอุปกรณ์ใดกำลังใช้งาน หรือสงสัยว่ามีผู้อื่นเข้าถึงบัญชี สามารถออกจากระบบทุกอุปกรณ์ได้

ก่อนดำเนินการควรทราบว่า

  • Smart TV ทุกเครื่องจะออกจากระบบ
  • โทรศัพท์และแท็บเล็ตต้องเข้าสู่ระบบใหม่
  • คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องเข้าสู่ระบบใหม่
  • สมาชิกในบ้านอาจรับชมไม่ได้ชั่วคราว
  • ต้องเตรียมอีเมลและรหัสผ่านไว้
  • ระบบอาจใช้เวลาสักครู่กว่าจะออกจากระบบครบ

หลังออกจากระบบทั้งหมด ให้เปลี่ยนรหัสผ่านหากพบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก แล้วเข้าสู่ระบบใหม่เฉพาะอุปกรณ์ของคนในบ้าน

12. เปลี่ยนรหัสผ่านเมื่อสงสัยว่ามีคนอื่นใช้บัญชี

สัญญาณว่าบัญชีอาจถูกใช้โดยบุคคลอื่น ได้แก่

  • มีโปรไฟล์ที่ไม่รู้จัก
  • มีประวัติรับชมแปลกๆ
  • ภาษาโปรไฟล์ถูกเปลี่ยน
  • รายการของฉันมีเนื้อหาที่ไม่ได้เพิ่ม
  • มีอุปกรณ์จากสถานที่ไม่คุ้นเคย
  • จำนวนจอเต็มบ่อยทั้งที่ไม่มีคนในบ้านดู
  • อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ถูกเปลี่ยน

วิธีจัดการคือ

  1. เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นรหัสใหม่
  2. ไม่ใช้รหัสเดียวกับอีเมลหรือบริการอื่น
  3. ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  4. ตรวจสอบอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ในบัญชี
  5. ลบโปรไฟล์ที่ไม่ได้สร้าง
  6. เข้าสู่ระบบใหม่เฉพาะอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้
  7. ไม่ส่งรหัสผ่านผ่านกลุ่มแชตสาธารณะ

13. ปัญหาครัวเรือน Netflix กับจำนวนจอเหมือนกันหรือไม่

ไม่เหมือนกัน แม้ทั้งสองปัญหาจะทำให้กดดูไม่ได้

จำนวนจอพร้อมกันเต็ม

หมายถึงมีอุปกรณ์กำลังเล่นวิดีโอครบตามสิทธิ์ของแพ็กเกจแล้ว วิธีแก้คือหยุดการเล่นบนอุปกรณ์อื่นหรือเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสม

อุปกรณ์อยู่นอกครัวเรือน

หมายถึงระบบยังไม่ยืนยันว่าอุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่หลัก วิธีแก้คือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบ้านและยืนยันครัวเรือน

การเพิ่มจำนวนจอไม่ได้ทำให้อุปกรณ์นอกครัวเรือนได้รับการยืนยันโดยอัตโนมัติ

14. ดาวน์โหลดไว้ดูออฟไลน์นับเป็นการดูพร้อมกันหรือไม่

การรับชมไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้แบบออฟไลน์ต่างจากการสตรีมออนไลน์ แต่สิทธิ์ดาวน์โหลด จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลด และระยะเวลาของไฟล์ยังขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและเงื่อนไขของเนื้อหา

ปัญหาที่อาจพบ ได้แก่

  • ดาวน์โหลดบนอุปกรณ์ครบจำนวนแล้ว
  • ไฟล์ดาวน์โหลดหมดอายุ
  • เนื้อหาเรื่องนั้นไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด
  • อุปกรณ์ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อยืนยันเป็นระยะ
  • บัญชีหรือแพ็กเกจมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อความว่าอุปกรณ์ดาวน์โหลดครบจำนวนจึงไม่ใช่ข้อความเดียวกับจำนวนจอสตรีมพร้อมกันเต็ม

15. เปิด Netflix ไว้แต่กดหยุดแล้วนับเป็นหนึ่งจอหรือไม่

หากวิดีโอหยุดชั่วคราวหรือแอปยังเปิดค้าง ระบบอาจยังไม่คืนสิทธิ์ทันที วิธีที่แน่นอนกว่าคือ

  1. กดหยุดวิดีโอ
  2. กลับไปหน้าหลัก Netflix
  3. ปิดแอป
  4. รอประมาณ 2–5 นาที
  5. ทดลองบนอุปกรณ์ใหม่

ถ้าเป็นทีวีที่ไม่มีวิธีปิดแอปชัดเจน ให้กลับหน้า Home แล้วปิดทีวี หรือถอดปลั๊กหากแอปค้าง

16. ปิดทีวีแล้วทำไมยังแจ้งว่าจอเต็ม

สาเหตุอาจเกิดจากทีวีเข้าสู่โหมดสแตนด์บายแทนการปิดแอป หรือการเชื่อมต่อขาดหายโดยไม่ได้ส่งสถานะหยุดเล่นกลับไปยังระบบ

วิธีแก้คือ

  1. เปิดทีวีเครื่องเดิม
  2. เปิด Netflix
  3. กดหยุดวิดีโอ
  4. ออกจากแอป
  5. ปิดทีวี
  6. ถอดปลั๊กประมาณ 1 นาที
  7. รอสักครู่
  8. ทดลองบนอุปกรณ์ใหม่

หากไม่สามารถเข้าถึงทีวีเดิม ให้เจ้าของบัญชีออกจากระบบอุปกรณ์นั้นผ่านการจัดการบัญชี

17. Smart TV เปิด Netflix เองหรือเล่นตัวอย่างนับหรือไม่

การเลื่อนดูตัวอย่างในหน้าแรกไม่เหมือนการเปิดเล่นภาพยนตร์หรือซีรีส์เต็มเรื่อง แต่ถ้ามีวิดีโอกำลังเล่นจริงหรือแอปค้างอยู่ในหน้ารับชม อาจทำให้สถานะของอุปกรณ์ยังไม่ถูกคืนทันที

หากไม่แน่ใจ ให้ปิด Netflix บนทีวีเครื่องนั้นอย่างสมบูรณ์แล้วรอสักครู่

18. ใช้โปรไฟล์เด็กช่วยเพิ่มจำนวนจอได้หรือไม่

ไม่ได้ โปรไฟล์เด็กใช้ควบคุมประเภทเนื้อหาที่แสดง แต่ยังใช้สิทธิ์จำนวนจอของบัญชีเดียวกัน

ไม่ว่าจะเปิดด้วย

  • โปรไฟล์หลัก
  • โปรไฟล์สมาชิกในครอบครัว
  • โปรไฟล์เด็ก
  • โปรไฟล์ที่สร้างใหม่

ทุกโปรไฟล์ยังอยู่ภายใต้จำนวนอุปกรณ์รับชมพร้อมกันของแพ็กเกจเดียวกัน

19. สร้างโปรไฟล์ใหม่แล้วดูพร้อมกันได้เพิ่มหรือไม่

ไม่ได้ การสร้างโปรไฟล์ใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแพ็กเกจและไม่เพิ่มจำนวนจอพร้อมกัน

โปรไฟล์ใหม่ช่วยเพียงแยก

  • ประวัติการดู
  • คำแนะนำ
  • รายการโปรด
  • ภาษา
  • การควบคุมเนื้อหา

ถ้าต้องการดูพร้อมกันมากขึ้น ต้องตรวจสอบสิทธิ์ของแพ็กเกจ ไม่ใช่เพิ่มจำนวนโปรไฟล์

20. ใช้หลายอุปกรณ์แต่ไม่ได้เปิดพร้อมกันได้หรือไม่

โดยทั่วไปสามารถเข้าสู่ระบบ Netflix ไว้ในอุปกรณ์หลายเครื่องได้ แต่จำนวนเครื่องที่เล่นวิดีโอในเวลาเดียวกันจะถูกจำกัดตามแพ็กเกจ

ตัวอย่างเช่น อาจเข้าสู่ระบบไว้ในทีวี โทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ แต่ถ้ามีการเล่นพร้อมกันครบสิทธิ์แล้ว อุปกรณ์ถัดไปจะต้องรอให้อุปกรณ์หนึ่งหยุดเล่นก่อน

จำนวนอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบจึงไม่เหมือนกับจำนวนอุปกรณ์ที่ดูพร้อมกัน

21. ใช้ Netflix คนละบ้านแล้วดูพร้อมกันไม่ได้

กรณีนี้อาจมีทั้งปัญหาจำนวนจอและข้อกำหนดเรื่องครัวเรือน

ให้ตรวจสอบสองเรื่องแยกกัน

  1. แพ็กเกจรองรับจำนวนจอพร้อมกันเพียงพอหรือไม่
  2. อุปกรณ์ในอีกบ้านได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขครัวเรือนหรือไม่

แม้แพ็กเกจยังเหลือจำนวนจอ แต่อุปกรณ์ที่อยู่คนละบ้านอาจถูกขอให้ยืนยันครัวเรือน การเพิ่มแพ็กเกจจึงไม่สามารถแก้ข้อความเกี่ยวกับครัวเรือนได้ทุกกรณี

22. รีสตาร์ตแอป Netflix บนอุปกรณ์ที่มีปัญหา

หากหยุดอุปกรณ์อื่นแล้วแต่ยังดูไม่ได้ อาจเป็นเพราะแอปยังแสดงข้อมูลเดิม

  1. ปิด Netflix
  2. เปิดรายการแอปล่าสุดและปิดแอป
  3. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  4. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใหม่
  5. เปิด Netflix
  6. เลือกโปรไฟล์
  7. ทดลองเล่นวิดีโอ

สำหรับ Smart TV ให้ถอดปลั๊กประมาณ 1 นาทีเพื่อให้แอปเริ่มต้นใหม่อย่างสมบูรณ์

23. ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่

ถ้าแอปยังแจ้งจำนวนผู้ใช้เต็มทั้งที่ปิดทุกอุปกรณ์แล้ว ให้รีเฟรชข้อมูลบัญชี

  1. เปิด Netflix
  2. เลือกรับความช่วยเหลือ
  3. เลือกออกจากระบบ
  4. ปิดแอป
  5. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  6. เปิด Netflix
  7. เข้าสู่ระบบใหม่
  8. ทดลองเล่นอีกครั้ง

ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบบัญชีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะบ้านที่มี Netflix มากกว่าหนึ่งบัญชี

24. ล้างแคชหรือข้อมูลแอป

Android TV, Google TV และโทรศัพท์ Android สามารถล้างแคช Netflix ได้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือก Netflix
  4. เลือกพื้นที่จัดเก็บและแคช
  5. เลือกล้างแคช
  6. เปิด Netflix ใหม่

ถ้ายังไม่หาย ให้เลือก “ล้างข้อมูล” หลังจากนั้นต้องเข้าสู่ระบบใหม่

การล้างข้อมูลไม่เพิ่มจำนวนจอของแพ็กเกจ แต่ช่วยแก้กรณีแอปค้างและแสดงสถานะการใช้งานเดิม

25. อัปเดต Netflix และซอฟต์แวร์อุปกรณ์

แอปรุ่นเก่าอาจแสดงสถานะผิดพลาดหรือจัดการข้อมูลบัญชีไม่สมบูรณ์

ให้ตรวจสอบดังนี้

  • อัปเดต Netflix ผ่านร้านแอปของอุปกรณ์
  • อัปเดตระบบ Smart TV
  • อัปเดตระบบโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต
  • รีสตาร์ตอุปกรณ์หลังอัปเดต
  • เข้าสู่ระบบใหม่เมื่อจำเป็น

ไม่ควรติดตั้ง Netflix จากไฟล์ที่มาจากแหล่งภายนอก เพราะอาจไม่เข้ากับอุปกรณ์หรือไม่ได้รับการอัปเดตที่ถูกต้อง

26. เมื่อใดควรเปลี่ยนแพ็กเกจ

ควรพิจารณาเปลี่ยนแพ็กเกจเมื่อ

  • คนในบ้านจำเป็นต้องดูพร้อมกันเป็นประจำ
  • จำนวนจอเต็มทุกวัน
  • ทุกอุปกรณ์เป็นของสมาชิกในบ้านจริง
  • ตรวจสอบแล้วไม่มีบุคคลอื่นใช้บัญชี
  • ต้องการคุณภาพภาพที่สูงขึ้นร่วมด้วย
  • ค่าใช้จ่ายใหม่อยู่ในงบประมาณ

ไม่ควรรีบเพิ่มแพ็กเกจหากปัญหาเกิดเพียงครั้งเดียว เพราะอาจเป็นอุปกรณ์เปิดค้างหรือมีบุคคลที่ไม่รู้จักใช้บัญชี

คำถามที่พบบ่อย

Netflix ดูพร้อมกันได้กี่เครื่อง?

ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่บัญชีใช้งาน ควรตรวจสอบรายละเอียดในหน้าบัญชี เพราะแพ็กเกจและสิทธิ์อาจแตกต่างกันตามประเทศหรือช่วงเวลา

มีห้าโปรไฟล์หมายความว่าดูพร้อมกันได้ห้าจอหรือไม่?

ไม่ จำนวนโปรไฟล์ใช้แยกข้อมูลผู้ชม ส่วนจำนวนจอพร้อมกันถูกกำหนดโดยแพ็กเกจ

หยุดดูแล้วทำไมอีกเครื่องยังเปิดไม่ได้?

ระบบอาจใช้เวลาสักครู่เพื่อคืนสิทธิ์ ให้ปิดแอปบนเครื่องเดิม รอประมาณ 2–5 นาที แล้วเปิด Netflix บนเครื่องใหม่อีกครั้ง

เข้าสู่ระบบหลายเครื่องได้หรือไม่?

สามารถเข้าสู่ระบบไว้หลายอุปกรณ์ได้ แต่จำนวนอุปกรณ์ที่เล่นวิดีโอพร้อมกันยังจำกัดตามแพ็กเกจ

ดาวน์โหลดไว้ดูนับรวมกับการสตรีมพร้อมกันหรือไม่?

การดาวน์โหลดมีข้อจำกัดแยกจากจำนวนจอสตรีมพร้อมกัน แต่จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลดยังขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและเงื่อนไขของ Netflix

เปลี่ยนโปรไฟล์ช่วยให้ดูได้หรือไม่?

ไม่ หากจำนวนจอของบัญชีเต็ม การเปลี่ยนโปรไฟล์ยังใช้สิทธิ์ของบัญชีเดียวกัน

ออกจากระบบทุกเครื่องแล้วจะดูได้ทันทีหรือไม่?

อาจต้องรอสักครู่ให้ระบบอัปเดตสถานะ จากนั้นให้เข้าสู่ระบบเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องการใช้

การเพิ่มจำนวนจอแก้ปัญหาครัวเรือน Netflix ได้หรือไม่?

ไม่ได้ จำนวนจอพร้อมกันและครัวเรือน Netflix เป็นคนละเงื่อนไข ต้องยืนยันครัวเรือนแยกต่างหาก

สรุป

หาก Netflix ดูพร้อมกันไม่ได้ ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้

  1. อ่านข้อความที่แสดงให้ครบ
  2. ตรวจสอบว่าจำนวนจอเต็มหรือเป็นปัญหาครัวเรือน
  3. ให้ผู้ใช้อุปกรณ์อื่นกดหยุดวิดีโอ
  4. ปิด Netflix บนอุปกรณ์ที่ไม่ใช้
  5. รอประมาณ 2–5 นาที
  6. ตรวจสอบแพ็กเกจในหน้าบัญชี
  7. ตรวจสอบกิจกรรมและอุปกรณ์
  8. ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  9. เปลี่ยนรหัสผ่านหากพบความผิดปกติ
  10. รีสตาร์ต Netflix บนอุปกรณ์ที่ต้องการดู
  11. ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่
  12. ล้างแคชหรือข้อมูลแอป
  13. อัปเดต Netflix
  14. พิจารณาเปลี่ยนแพ็กเกจเมื่อจำนวนจอไม่เพียงพอจริง

สาเหตุที่พบมากที่สุดคือมีอุปกรณ์เปิดวิดีโอครบสิทธิ์ของแพ็กเกจ หรือแอปเครื่องเดิมยังไม่คืนสถานะการรับชม หากไม่มีคนในบ้านดูแต่จอยังเต็ม comsiam แนะนำให้ตรวจสอบรายการอุปกรณ์ ออกจากระบบเครื่องที่ไม่รู้จัก และเปลี่ยนรหัสผ่านก่อนพิจารณาเพิ่มแพ็กเกจ