Netflix ขึ้นรหัสข้อผิดพลาดบน Smart TV แก้อย่างไร รวมวิธีแก้รหัสที่พบบ่อย

หาก Netflix ขึ้นรหัสข้อผิดพลาดบน Smart TV ให้จดรหัสทั้งหมดบนหน้าจอ จากนั้นรีสตาร์ตทีวีและเราเตอร์ ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต ออกจากระบบ Netflix แล้วเข้าสู่ระบบใหม่ รวมถึงอัปเดตแอปและซอฟต์แวร์ทีวี หากยังไม่หายจึงล้างข้อมูลหรือติดตั้ง Netflix ใหม่

รหัส Netflix แต่ละรหัสอาจมีสาเหตุต่างกัน บางรหัสเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต บางรหัสเกิดจากข้อมูลแอปเสียหาย หรืออุปกรณ์ไม่รองรับ ดังนั้นบทความจาก comsiam จะช่วยแยกประเภทของปัญหาและเรียงวิธีแก้จากขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุดก่อน

สารบัญ

  • ทำไม Netflix จึงแสดงรหัสข้อผิดพลาด
  • สิ่งที่ต้องจดก่อนเริ่มแก้ไข
  • วิธีแก้พื้นฐานที่ควรทำก่อน
  • รหัสข้อผิดพลาด Netflix ที่พบบ่อย
  • วิธีแก้ตามยี่ห้อและระบบของ Smart TV
  • เมื่อใดควรรีเซ็ตทีวี
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

1. ทำไม Netflix จึงแสดงรหัสข้อผิดพลาด

รหัสข้อผิดพลาดเป็นข้อมูลที่ช่วยระบุว่าการทำงานติดขัดอยู่ที่ส่วนใด เช่น แอป อินเทอร์เน็ต บัญชี หรือระบบของทีวี

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • Smart TV เชื่อมต่อ Wi-Fi แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ต
  • สัญญาณ Wi-Fi อ่อนหรือหลุดบ่อย
  • เราเตอร์หรือ DNS ทำงานผิดปกติ
  • แอป Netflix ค้าง
  • แคชหรือข้อมูลแอปเสียหาย
  • ซอฟต์แวร์ทีวีล้าสมัย
  • แอป Netflix ไม่ได้อัปเดต
  • วันที่และเวลาของทีวีผิด
  • ข้อมูลการเข้าสู่ระบบหมดอายุ
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของทีวีไม่เพียงพอ
  • บัญชี Netflix มีปัญหา
  • Netflix ขัดข้องชั่วคราว
  • ทีวีรุ่นเก่าไม่รองรับ Netflix แล้ว

การพบรหัสข้อผิดพลาดไม่ได้หมายความว่าทีวีเสียเสมอไป ส่วนใหญ่มักแก้ได้ด้วยการรีสตาร์ตอุปกรณ์หรือรีเฟรชข้อมูลของแอป

2. จดรหัสข้อผิดพลาดให้ครบก่อนปิดหน้าจอ

ก่อนเริ่มแก้ไข ให้ถ่ายรูปหรือจดข้อความทั้งหมดที่ปรากฏบนหน้าจอ โดยเฉพาะข้อมูลต่อไปนี้

  • ตัวอักษรภาษาอังกฤษ
  • ตัวเลข
  • เครื่องหมายขีดกลาง
  • ตัวเลขที่อยู่ในวงเล็บ
  • ข้อความที่แสดงเหนือหรือใต้รหัส
  • ชื่อเรื่องที่กำลังเปิดเมื่อเกิดปัญหา

ตัวอย่างเช่น UI-800-3 กับ UI-800-3 ที่มีตัวเลขต่อท้ายในวงเล็บอาจต้องใช้วิธีตรวจสอบต่างกัน จึงไม่ควรจดเพียงส่วนแรกของรหัส

3. ตรวจสอบว่าปัญหาเกิดกับ Netflix เพียงแอปเดียวหรือไม่

ลองเปิด YouTube หรือแอปสตรีมมิงอื่นบนทีวีแล้วเปรียบเทียบ

  • ถ้าทุกแอปเปิดไม่ได้ ปัญหาน่าจะอยู่ที่ทีวีหรืออินเทอร์เน็ต
  • ถ้าเสียเฉพาะ Netflix ปัญหาน่าจะอยู่ที่แอปหรือข้อมูลบัญชี
  • ถ้า Netflix เปิดได้แต่เล่นบางเรื่องไม่ได้ อาจเป็นปัญหาเฉพาะเนื้อหาหรือโปรไฟล์
  • ถ้าทุกอุปกรณ์ในบ้านใช้ Netflix ไม่ได้ อาจเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตหรือระบบ Netflix

การตรวจสอบนี้ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

4. รีสตาร์ต Smart TV อย่างสมบูรณ์

การกดปุ่ม Power หนึ่งครั้งอาจทำให้ทีวีเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย โดยแอปยังคงค้างอยู่ในหน่วยความจำ

วิธีรีสตาร์ตอย่างสมบูรณ์มีดังนี้

  1. ปิด Smart TV
  2. ถอดปลั๊กไฟออก
  3. รออย่างน้อย 1 นาที
  4. หากทีวีมีปุ่ม Power ที่ตัวเครื่อง ให้กดค้างประมาณ 10–15 วินาทีขณะถอดปลั๊ก
  5. เสียบปลั๊กกลับ
  6. เปิดทีวี
  7. รอให้ระบบเริ่มทำงานเสร็จ
  8. เปิด Netflix อีกครั้ง

หากยังแสดงรหัสเดิม ให้จดไว้แล้วทำขั้นตอนถัดไป

5. รีสตาร์ตเราเตอร์และโมเด็ม

รหัส Netflix จำนวนมากเกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างทีวีกับเซิร์ฟเวอร์ไม่สำเร็จ

  1. ปิด Smart TV
  2. ถอดปลั๊กเราเตอร์และโมเด็ม
  3. รอประมาณ 30–60 วินาที
  4. เสียบปลั๊กโมเด็มกลับก่อน
  5. รอจนไฟอินเทอร์เน็ตติดตามปกติ
  6. เสียบปลั๊กเราเตอร์
  7. รอให้ Wi-Fi พร้อมใช้งาน
  8. เปิดทีวี
  9. เชื่อมต่อเครือข่าย
  10. ทดลองเปิด Netflix

หากทีวีอยู่ไกลเราเตอร์ ให้ทดลองใช้ Wi-Fi 2.4 GHz หรือสาย LAN เพื่อดูว่ารหัสเกิดจากสัญญาณไร้สายไม่เสถียรหรือไม่

6. ลืม Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่

ข้อมูลเครือข่ายที่บันทึกไว้ในทีวีอาจผิดพลาด แม้หน้าจอจะแสดงว่าเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วก็ตาม

  1. เปิดการตั้งค่าเครือข่ายของทีวี
  2. เลือกชื่อ Wi-Fi ที่ใช้งาน
  3. เลือกลืมเครือข่ายหรือยกเลิกการเชื่อมต่อ
  4. รีสตาร์ตทีวี
  5. เลือกชื่อ Wi-Fi อีกครั้ง
  6. ป้อนรหัสผ่านใหม่
  7. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
  8. เปิด Netflix

ควรเตรียมชื่อและรหัสผ่าน Wi-Fi ก่อนลบการเชื่อมต่อเดิม

7. รหัส Netflix NW-2-5 แก้อย่างไร

รหัส NW-2-5 มักเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่าย ทำให้อุปกรณ์ติดต่อบริการ Netflix ไม่สำเร็จ

ให้แก้ตามลำดับนี้

  1. เปิดแอปอื่นเพื่อทดสอบอินเทอร์เน็ต
  2. รีสตาร์ตทีวี
  3. รีสตาร์ตเราเตอร์
  4. ลืม Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่
  5. ย้ายเราเตอร์ให้ใกล้ทีวีขึ้น
  6. ทดลองใช้สาย LAN
  7. ปิดการดาวน์โหลดขนาดใหญ่ในอุปกรณ์อื่น
  8. ตั้งค่า DNS เป็นอัตโนมัติ
  9. ตรวจสอบวันที่และเวลาของทีวี
  10. ทดลองเชื่อมต่อเครือข่ายอื่นชั่วคราว

ถ้า Netflix ใช้ได้เมื่อเปลี่ยนเครือข่าย ปัญหาน่าจะอยู่ที่เราเตอร์หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเดิม

8. รหัส Netflix NW-3-6 แก้อย่างไร

รหัส NW-3-6 มักเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าเครือข่ายหรือการเชื่อมต่อที่ขัดขวางไม่ให้ทีวีติดต่อ Netflix

วิธีแก้เบื้องต้น ได้แก่

  1. รีสตาร์ต Smart TV
  2. รีสตาร์ตเราเตอร์และโมเด็ม
  3. ตรวจสอบว่าไม่ได้ตั้งค่า IP แบบผิดพลาด
  4. เปลี่ยน IP และ DNS กลับเป็นอัตโนมัติ
  5. ลืม Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่
  6. หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายที่ต้องเข้าสู่ระบบผ่านหน้าเว็บ
  7. ปิด VPN หรือระบบเปลี่ยนเส้นทางที่ตั้งไว้ในเราเตอร์
  8. ทดลองเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง

หากทุกแอปออนไลน์ใช้งานไม่ได้ ควรแก้เครือข่ายก่อนกลับมาทดสอบ Netflix

9. รหัส Netflix UI-800-3 แก้อย่างไร

รหัส UI-800-3 มักหมายถึงข้อมูล Netflix ที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ต้องได้รับการรีเฟรช หรือเครือข่ายกำลังมีปัญหา

ให้ดำเนินการดังนี้

  1. ถอดปลั๊กทีวีอย่างน้อย 1 นาที
  2. เปิด Netflix ใหม่
  3. ออกจากระบบ Netflix
  4. รีสตาร์ตเราเตอร์
  5. ล้างแคช Netflix หากทีวีมีเมนูนี้
  6. ล้างข้อมูลแอปหากยังไม่หาย
  7. อัปเดต Netflix
  8. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  9. ถอนและติดตั้ง Netflix ใหม่
  10. รีเซ็ตระบบแอปของทีวีเมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล

การล้างข้อมูลแอปจะทำให้บัญชีออกจากระบบ จึงควรเตรียมอีเมลและรหัสผ่านไว้ก่อน

10. รหัส Netflix UI-113 แก้อย่างไร

รหัส UI-113 มักเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่บันทึกอยู่ในอุปกรณ์หรือปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ให้ลองทำตามลำดับนี้

  1. ปิดและเปิด Netflix
  2. ถอดปลั๊กทีวี
  3. รีสตาร์ตเครือข่าย
  4. ออกจากระบบ Netflix
  5. เข้าสู่ระบบใหม่
  6. ล้างแคชและข้อมูลแอป
  7. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  8. ติดตั้ง Netflix ใหม่

ถ้ารหัสเกิดเฉพาะกับโปรไฟล์หนึ่ง ให้ทดลองเปลี่ยนโปรไฟล์เพื่อแยกว่าเป็นปัญหาระดับแอปหรือข้อมูลโปรไฟล์

11. รหัส Netflix tvq-pb-101 แก้อย่างไร

รหัส tvq-pb-101 อาจเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่ายหรือข้อมูลที่อยู่ในทีวี

วิธีแก้ที่ควรลอง ได้แก่

  1. จดรหัสทั้งหมดรวมตัวเลขในวงเล็บ
  2. ปิด Smart TV อย่างสมบูรณ์
  3. ถอดปลั๊กประมาณ 1 นาที
  4. รีสตาร์ตเราเตอร์
  5. ตรวจสอบว่าแอปอื่นออกอินเทอร์เน็ตได้
  6. เชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่
  7. ออกจากระบบ Netflix
  8. อัปเดตแอปและซอฟต์แวร์ทีวี
  9. ล้างข้อมูล Netflix
  10. ติดตั้งแอปใหม่

หากมีตัวเลขต่อท้ายในวงเล็บ ควรใช้รหัสทั้งหมดในการตรวจสอบ เพราะแต่ละชุดอาจมีรายละเอียดต่างกัน

12. รหัส Netflix tvq-st-103 แก้อย่างไร

รหัส tvq-st-103 มักปรากฏเมื่อข้อมูลที่บันทึกในอุปกรณ์หรือเครือข่ายทำให้ Netflix เชื่อมต่อไม่สำเร็จ

ให้ทดลองดังนี้

  1. รีสตาร์ตทีวี
  2. รีสตาร์ตเราเตอร์
  3. ตรวจสอบวันที่และเวลา
  4. ตั้ง IP และ DNS เป็นอัตโนมัติ
  5. ออกจากระบบ Netflix
  6. ล้างข้อมูลแอป
  7. เข้าสู่ระบบใหม่
  8. อัปเดตระบบทีวี

ถ้ารหัสยังปรากฏบนทุกเครือข่าย อาจต้องติดตั้งแอปใหม่หรือตรวจสอบการรองรับของอุปกรณ์

13. รหัส Netflix -13 แก้อย่างไร

รหัส -13 มักพบใน Android TV หรืออุปกรณ์ระบบ Android เมื่อแอป Netflix ที่ติดตั้งไม่เข้ากับอุปกรณ์

แนวทางแก้คือ

  1. ถอนการติดตั้ง Netflix ที่มีอยู่
  2. รีสตาร์ตทีวี
  3. เปิด Google Play Store บนทีวี
  4. ค้นหา Netflix
  5. ติดตั้งผ่านร้านแอปของทีวีโดยตรง
  6. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบใหม่

ไม่ควรติดตั้ง Netflix ด้วยไฟล์ APK จากแหล่งภายนอก เพราะอาจเป็นเวอร์ชันสำหรับโทรศัพท์ ไม่รองรับรีโมต หรือไม่ผ่านการรับรองสำหรับการรับชมบนทีวี

ถ้าค้นหา Netflix ไม่พบใน Google Play Store ของทีวี อุปกรณ์อาจไม่รองรับแอปอย่างเป็นทางการ

14. รหัส Netflix NSES-500 เกี่ยวกับ Smart TV หรือไม่

รหัส NSES-500 มักพบเมื่อใช้งาน Netflix ผ่านเว็บเบราว์เซอร์มากกว่าแอปบน Smart TV หากพบจากเบราว์เซอร์ในทีวี ให้ปิดเบราว์เซอร์และใช้แอป Netflix ที่ติดตั้งสำหรับทีวีแทน

Smart TV หลายรุ่นไม่รองรับการดู Netflix ผ่านเว็บเบราว์เซอร์อย่างสมบูรณ์ แม้จะเปิดหน้าเว็บไซต์ได้ก็ตาม

15. Netflix ขึ้นจอดำโดยไม่มีรหัสต้องทำอย่างไร

ถ้าไม่มีรหัสแต่หน้าจอดำ ให้ทำตามลำดับนี้

  1. กดกลับไปหน้าหลัก
  2. เปิด Netflix ใหม่
  3. ถอดปลั๊กทีวี
  4. ตรวจสอบว่าแอปอื่นแสดงภาพได้
  5. ออกจากระบบ Netflix
  6. ล้างแคชและข้อมูลแอป
  7. อัปเดต Netflix
  8. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  9. ติดตั้งแอปใหม่
  10. ทดลองเล่นเนื้อหาเรื่องอื่น

ถ้าใช้กล่องสตรีมมิงต่อผ่าน HDMI ให้ตรวจสอบสาย HDMI พอร์ตเชื่อมต่อ และการตั้งค่าความละเอียดของกล่องด้วย

16. Netflix ขึ้นข้อความเชื่อมต่อไม่ได้แต่ไม่มีรหัส

หากหน้าจอแสดงเพียงว่าไม่สามารถเชื่อมต่อ Netflix ได้ ให้ตรวจสอบดังนี้

  • ทีวีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจริงหรือไม่
  • แอปอื่นใช้งานออนไลน์ได้หรือไม่
  • วันที่และเวลาถูกต้องหรือไม่
  • Wi-Fi หลุดหรือสัญญาณอ่อนหรือไม่
  • บัญชี Netflix ใช้ได้บนอุปกรณ์อื่นหรือไม่
  • แอปและซอฟต์แวร์ทีวีเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือไม่
  • Netflix กำลังขัดข้องชั่วคราวหรือไม่

อย่ารีเซ็ตทีวีทันที เพราะปัญหาอาจหายหลังรีสตาร์ตเราเตอร์หรือรอให้ระบบกลับมาทำงาน

17. ออกจากระบบ Netflix แล้วเข้าสู่ระบบใหม่

ถ้าแอปยังเปิดได้ ให้ดำเนินการดังนี้

  1. เปิดหน้าแรก Netflix
  2. เปิดเมนูด้านซ้าย
  3. เลือกรับความช่วยเหลือ
  4. เลือกออกจากระบบ
  5. กดยืนยัน
  6. ปิดแอป
  7. เปิด Netflix ใหม่
  8. เข้าสู่ระบบอีกครั้ง

หากไม่สามารถเปิดเมนูได้ ให้กดปุ่มทิศทางบนรีโมตตามลำดับนี้

ขึ้น > ขึ้น > ลง > ลง > ซ้าย > ขวา > ซ้าย > ขวา > ขึ้น > ขึ้น > ขึ้น > ขึ้น

จากนั้นเลือกออกจากระบบ เริ่มใหม่ รีเซ็ต หรือปิดใช้งานตามตัวเลือกที่ปรากฏ

18. ล้างแคชและข้อมูล Netflix

เมนูนี้มักมีใน Android TV และ Google TV

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือกดูแอปทั้งหมด
  4. เลือก Netflix
  5. เลือกพื้นที่จัดเก็บและแคช
  6. เลือกล้างแคช
  7. เปิด Netflix ทดสอบ

ถ้ายังไม่หาย ให้กลับมาเลือก “ล้างข้อมูล” หรือ “ล้างพื้นที่จัดเก็บ” หลังล้างข้อมูลจะต้องเข้าสู่ระบบ Netflix ใหม่

Samsung Smart TV, LG Smart TV และ Roku TV อาจไม่มีเมนูล้างแคชแยก ให้ใช้วิธีถอดปลั๊ก ออกจากระบบ หรือติดตั้งแอปใหม่แทน

19. อัปเดตแอปและซอฟต์แวร์ทีวี

แอปหรือระบบเก่าอาจเชื่อมต่อบริการ Netflix รุ่นปัจจุบันไม่ได้

ให้ตรวจสอบสองส่วน ได้แก่

อัปเดต Netflix

เปิดร้านแอปของ Smart TV ค้นหา Netflix แล้วเลือกอัปเดต หากไม่มีปุ่มอัปเดต อาจหมายถึงแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือระบบอัปเดตให้อัตโนมัติ

อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี

เปิดการตั้งค่า เลือกระบบ การสนับสนุน เกี่ยวกับอุปกรณ์ หรือการอัปเดตซอฟต์แวร์ตามยี่ห้อทีวี จากนั้นตรวจสอบเวอร์ชันใหม่

ห้ามปิดหรือถอดปลั๊กทีวีขณะกำลังติดตั้งซอฟต์แวร์

20. ตรวจสอบวันที่และเวลาของ Smart TV

เวลาที่ผิดอาจทำให้ระบบตรวจสอบความปลอดภัยหรือเชื่อมต่อบริการออนไลน์ไม่ได้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกระบบหรือทั่วไป
  3. เปิดวันที่และเวลา
  4. ตั้งค่าเป็นอัตโนมัติ
  5. ตรวจสอบเขตเวลาให้ตรงกับพื้นที่ใช้งาน
  6. รีสตาร์ตทีวี
  7. เปิด Netflix อีกครั้ง

ถ้าวันที่เปลี่ยนกลับไปผิดทุกครั้งหลังปิดเครื่อง อาจต้องตรวจสอบซอฟต์แวร์หรือการตั้งค่าระบบของทีวีเพิ่มเติม

21. ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บของทีวี

พื้นที่ว่างไม่เพียงพออาจทำให้ Netflix เด้ง อัปเดตไม่ได้ หรือเปิดค้าง

ให้ลบเฉพาะรายการที่ไม่จำเป็น เช่น

  • แอปที่ไม่ใช้งาน
  • เกมที่ไม่ได้เล่น
  • แคชของแอปอื่น
  • ไฟล์ดาวน์โหลด
  • ข้อมูลชั่วคราว

หลังเพิ่มพื้นที่ให้รีสตาร์ตทีวี แล้วอัปเดต Netflix อีกครั้ง

22. ตรวจสอบว่าบัญชี Netflix ใช้งานได้หรือไม่

ลองเข้าสู่ระบบบัญชีเดียวกันบนโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์

  • ถ้าเข้าไม่ได้ทุกอุปกรณ์ ให้ตรวจสอบอีเมล รหัสผ่าน และสถานะบัญชี
  • ถ้าเข้าได้บนอุปกรณ์อื่น ปัญหาน่าจะอยู่ที่ทีวีหรือแอป
  • ถ้าดูได้บางโปรไฟล์ ให้ตรวจสอบข้อจำกัดของโปรไฟล์
  • ถ้าระบบแจ้งเรื่องครัวเรือน ให้ทำตามขั้นตอนยืนยันอุปกรณ์ของบัญชี

ไม่ควรรีเซ็ตทีวีหากบัญชีเดียวกันใช้ไม่ได้บนทุกอุปกรณ์ เพราะการรีเซ็ตจะไม่แก้ปัญหาที่เกิดจากบัญชี

23. รีเซ็ตระบบแอปก่อนรีเซ็ตทีวีทั้งเครื่อง

Smart TV แต่ละยี่ห้อมีวิธีรีเซ็ตระบบแอปต่างกัน เช่น

  • Samsung ใช้การรีเซ็ต Smart Hub
  • LG อาจต้องลบและติดตั้งแอปใหม่
  • Android TV และ Google TV ใช้การล้างข้อมูลแอป
  • Roku TV ใช้การลบช่อง รีสตาร์ต แล้วติดตั้งกลับ

ควรใช้วิธีเหล่านี้ก่อนรีเซ็ตทีวีเป็นค่าโรงงาน เพราะกระทบข้อมูลและการตั้งค่าน้อยกว่า

24. เมื่อใดควรรีเซ็ต Smart TV เป็นค่าโรงงาน

ควรรีเซ็ตเมื่อทำครบทุกข้อแล้ว ได้แก่

  • ถอดปลั๊กทีวี
  • รีสตาร์ตเราเตอร์
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่
  • ออกจากระบบ Netflix
  • ล้างข้อมูลแอป
  • อัปเดต Netflix
  • อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  • ติดตั้ง Netflix ใหม่
  • ตรวจสอบว่าบัญชีใช้งานได้

การรีเซ็ตเป็นค่าโรงงานจะลบบัญชี Wi-Fi แอปที่ติดตั้ง และการตั้งค่าภาพหรือเสียง ควรจดข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ก่อนดำเนินการ

25. ทีวีรุ่นเก่าแสดงรหัสหรือข้อความไม่รองรับ Netflix

หากหน้าจอแจ้งว่า Netflix ไม่สามารถใช้งานบนอุปกรณ์นี้ได้อีกต่อไป การรีสตาร์ตหรือติดตั้งแอปใหม่อาจไม่ช่วย เพราะเกิดจากการยุติการรองรับอุปกรณ์

สัญญาณที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • Netflix หายจากร้านแอป
  • ค้นหาแอปไม่พบ
  • ขึ้นข้อความว่าอุปกรณ์ไม่รองรับ
  • ไม่สามารถอัปเดตแอปได้
  • ไม่มีซอฟต์แวร์ทีวีรุ่นใหม่
  • รีเซ็ตแล้วแอปยังติดตั้งไม่ได้

ทางเลือกคือใช้อุปกรณ์สตรีมมิงที่รองรับ Netflix เชื่อมต่อกับพอร์ต HDMI โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทีวีทันที

คำถามที่พบบ่อย

รหัส Netflix หายหลังรีสตาร์ต แต่กลับมาอีกต้องทำอย่างไร?

ถ้ารหัสกลับมาซ้ำ ให้ตรวจสอบเครือข่าย อัปเดตแอป ล้างข้อมูล และจดรหัสทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุเฉพาะ ไม่ควรรีสตาร์ตซ้ำเพียงอย่างเดียว

ทำไมต้องจดตัวเลขในวงเล็บด้วย?

รหัสหลักเดียวกันอาจมีรหัสย่อยหลายแบบ ตัวเลขในวงเล็บช่วยระบุปัญหาได้ละเอียดขึ้น

รหัส Netflix หมายความว่าทีวีเสียหรือไม่?

ส่วนใหญ่ไม่ได้หมายความว่าทีวีเสีย รหัสจำนวนมากเกิดจากอินเทอร์เน็ต แอปค้าง หรือข้อมูลในอุปกรณ์ต้องรีเฟรช

เปลี่ยน DNS แก้รหัส Netflix ได้ทุกกรณีหรือไม่?

ไม่ได้ การเปลี่ยน DNS ช่วยเฉพาะปัญหาเครือข่ายบางกรณี ควรใช้ DNS อัตโนมัติและทำวิธีพื้นฐานก่อน

ล้างข้อมูล Netflix แล้วประวัติการรับชมหายหรือไม่?

ประวัติการรับชมและรายการโปรดที่ผูกกับบัญชีจะไม่หาย แต่ทีวีจะออกจากระบบและต้องเข้าสู่ระบบใหม่

ถอน Netflix แล้วติดตั้งใหม่ได้ทุกทีวีหรือไม่?

ไม่ได้ ทีวีบางรุ่นติดตั้ง Netflix เป็นแอประบบและไม่สามารถถอนออกได้ ให้ใช้การออกจากระบบ รีเซ็ตระบบแอป หรืออัปเดตซอฟต์แวร์แทน

รีเซ็ตทีวีเป็นค่าโรงงานช่วยได้แน่นอนหรือไม่?

ไม่แน่นอน หากปัญหาเกิดจากอินเทอร์เน็ต บัญชี ระบบ Netflix หรืออุปกรณ์ไม่ได้รับการรองรับ การรีเซ็ตทีวีอาจไม่ช่วย

สรุป

หาก Netflix ขึ้นรหัสข้อผิดพลาดบน Smart TV ให้แก้ตามลำดับดังนี้

  1. ถ่ายรูปและจดรหัสทั้งหมด
  2. ทดสอบแอปอื่น
  3. รีสตาร์ตทีวีอย่างสมบูรณ์
  4. รีสตาร์ตเราเตอร์
  5. ลืม Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่
  6. ตั้งวันที่และเวลาเป็นอัตโนมัติ
  7. ออกจากระบบ Netflix
  8. ล้างแคชและข้อมูลแอป
  9. อัปเดต Netflix
  10. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  11. ติดตั้ง Netflix ใหม่
  12. ตรวจสอบบัญชีบนอุปกรณ์อื่น
  13. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ยังรองรับ Netflix
  14. รีเซ็ตระบบแอป
  15. รีเซ็ตทีวีเป็นขั้นตอนสุดท้าย

รหัส NW มักเกี่ยวข้องกับเครือข่าย ส่วน UI และ tvq หลายรหัสมักต้องรีเฟรชข้อมูลในอุปกรณ์ แต่ควรตรวจสอบรหัสเต็มทุกครั้ง หากแก้ครบแล้วยังไม่หาย comsiam แนะนำให้เตรียมรหัสข้อผิดพลาด รุ่นทีวี ระบบปฏิบัติการ และอาการที่เกิดขึ้นก่อนติดต่อฝ่ายสนับสนุน