Netflix เปิดไม่ได้บน TCL Smart TV แก้อย่างไร ค้าง จอดำ หรือเด้งออกทำตามนี้

หาก Netflix เปิดไม่ได้บน TCL Smart TV ให้เริ่มจากถอดปลั๊กทีวี 1 นาที รีสตาร์ตเราเตอร์ บังคับหยุดแอป Netflix และล้างแคช จากนั้นอัปเดตแอปกับระบบทีวี หากยังไม่หายจึงถอนการติดตั้งแอปหรือล้างข้อมูล Netflix แล้วเข้าสู่ระบบใหม่

เนื่องจาก TCL Smart TV มีทั้งระบบ Google TV, Android TV และ Roku TV ชื่อเมนูและวิธีแก้บางขั้นตอนจึงแตกต่างกัน บทความจาก comsiam จะแยกวิธีให้เลือกตามระบบที่ใช้งาน โดยเรียงจากวิธีง่ายและไม่ทำให้ข้อมูลหายก่อน

สารบัญ

  • ตรวจสอบว่า TCL TV ใช้ระบบใด
  • อาการของ Netflix ที่เปิดไม่ได้
  • สาเหตุที่ทำให้ Netflix ใช้งานไม่ได้
  • วิธีแก้สำหรับ TCL Google TV และ Android TV
  • วิธีแก้สำหรับ TCL Roku TV
  • วิธีแก้รหัสข้อผิดพลาด Netflix
  • กรณีทีวีไม่รองรับ Netflix
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

1. ตรวจสอบก่อนว่า TCL Smart TV ใช้ระบบใด

TCL Smart TV ไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกันทั้งหมด การทราบระบบของทีวีจะช่วยให้เลือกเมนูแก้ไขได้ถูกต้อง

TCL Google TV

หน้าหลักมักมีแท็บ “สำหรับคุณ” “ภาพยนตร์” “รายการ” และรูปโปรไฟล์ Google อยู่มุมขวาบน เมนูการตั้งค่าจะใช้รูปเฟือง

TCL Android TV

หน้าหลักมักแสดงแถวรายการแอปและช่องแนะนำ มี Google Play Store และเมนู Device Preferences หรือค่ากำหนดอุปกรณ์

TCL Roku TV

หน้าหลักจะแสดงช่องสัญญาณและแอปเป็นช่องสี่เหลี่ยม พร้อมเมนูด้านซ้าย เช่น Home, Settings และ Streaming Channels

หากไม่แน่ใจ ให้กดปุ่ม Home แล้วสังเกตหน้าตาของเมนู หรือเปิดการตั้งค่าและดูข้อมูลในหัวข้อเกี่ยวกับอุปกรณ์

2. อาการ Netflix เปิดไม่ได้บน TCL Smart TV

ปัญหาที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • กด Netflix แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • แอปเปิดแล้วเด้งกลับหน้าหลัก
  • ค้างอยู่ที่โลโก้ Netflix
  • วงกลมโหลดหมุนไม่หยุด
  • หน้าจอเป็นสีดำ
  • แอปค้างและรีโมตสั่งงานไม่ได้
  • เปิดแอปได้แต่กดเล่นวิดีโอไม่ได้
  • ภาพค้างแต่เสียงยังเล่น
  • เข้าสู่ระบบ Netflix ไม่ได้
  • Netflix หายจากรายการแอป
  • ดาวน์โหลดหรืออัปเดต Netflix ไม่ได้
  • ขึ้นข้อความว่าแอปไม่รองรับอุปกรณ์
  • แสดงรหัสข้อผิดพลาด เช่น UI-800-3, tvq-pb-101 หรือ -13

ถ้า YouTube และแอปสตรีมมิงอื่นเปิดไม่ได้พร้อมกัน ควรตรวจสอบอินเทอร์เน็ตหรือระบบทีวี แต่ถ้ามีเพียง Netflix ที่เสีย ให้เน้นแก้ตัวแอปก่อน

3. สาเหตุที่ทำให้ Netflix ใช้งานไม่ได้

Netflix อาจเปิดไม่ได้จากสาเหตุต่อไปนี้

  • แอปค้างอยู่เบื้องหลัง
  • แคชหรือข้อมูล Netflix เสียหาย
  • หน่วยความจำของทีวีเหลือน้อย
  • Wi-Fi อ่อนหรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
  • เราเตอร์หรือ DNS ทำงานผิดปกติ
  • วันที่และเวลาของทีวีไม่ถูกต้อง
  • แอป Netflix ไม่ได้อัปเดต
  • ระบบ Google TV, Android TV หรือ Roku TV ล้าสมัย
  • บัญชี Google หรือ Roku มีปัญหา
  • ข้อมูลเข้าสู่ระบบ Netflix หมดอายุ
  • ระบบ Netflix ขัดข้องชั่วคราว
  • ติดตั้ง Netflix จากแหล่งที่ไม่ใช่ร้านแอปของทีวี
  • TCL Smart TV รุ่นเก่าไม่รองรับ Netflix แล้ว

ควรแก้ตามลำดับ ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ตทีวีเป็นค่าโรงงานตั้งแต่ขั้นตอนแรก

4. ถอดปลั๊กเพื่อรีสตาร์ต TCL Smart TV

การกดปุ่ม Power บนรีโมตอาจทำให้ทีวีเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย แต่ไม่ได้ปิดระบบทั้งหมด การถอดปลั๊กจะช่วยเริ่มระบบและแอปใหม่

  1. ปิด TCL Smart TV
  2. ถอดปลั๊กออกจากเต้าเสียบ
  3. รออย่างน้อย 1 นาที
  4. หากมีปุ่ม Power ที่ตัวทีวี ให้กดค้างประมาณ 10–15 วินาทีขณะถอดปลั๊ก
  5. เสียบปลั๊กกลับ
  6. เปิดทีวี
  7. รอให้ระบบเริ่มทำงานสมบูรณ์
  8. เปิด Netflix อีกครั้ง

วิธีนี้เหมาะกับอาการแอปค้างที่โลโก้ เปิดแล้วเด้ง จอดำ หรือรีโมตสั่งงานไม่ได้

5. ทดสอบแอปอื่นและตรวจสอบอินเทอร์เน็ต

ให้เปิด YouTube หรือแอปออนไลน์อื่นบนทีวีเพื่อทดสอบ

  • ถ้าแอปอื่นเปิดได้ตามปกติ ปัญหาน่าจะอยู่ที่ Netflix
  • ถ้าทุกแอปเปิดไม่ได้ ให้ตรวจสอบ Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ต
  • ถ้าเปิดได้แต่ภาพกระตุกทุกแอป สัญญาณอาจอ่อนหรือความเร็วไม่เสถียร

จากนั้นตรวจสอบสถานะเครือข่ายในเมนูการตั้งค่า เส้นทางเมนูจะแตกต่างกันตามระบบ

TCL Google TV หรือ Android TV

การตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต

TCL Roku TV

Settings > Network > About หรือ Check connection

ตรวจสอบว่าทีวีเชื่อมต่อกับชื่อ Wi-Fi ที่ถูกต้องและออกอินเทอร์เน็ตได้จริง

6. รีสตาร์ตเราเตอร์และโมเด็ม

หาก Netflix โหลดไม่หยุดหรือขึ้นข้อความเชื่อมต่อไม่ได้ ให้รีสตาร์ตอุปกรณ์เครือข่าย

  1. ปิดทีวี
  2. ถอดปลั๊กเราเตอร์และโมเด็ม
  3. รอประมาณ 30–60 วินาที
  4. เสียบปลั๊กโมเด็มกลับ
  5. รอจนไฟอินเทอร์เน็ตทำงานปกติ
  6. เสียบปลั๊กเราเตอร์
  7. รอให้ Wi-Fi พร้อมใช้งาน
  8. เปิด TCL Smart TV
  9. เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วเปิด Netflix

หากทีวีอยู่ไกลเราเตอร์ ให้ทดลองใช้ Wi-Fi 2.4 GHz ซึ่งส่งสัญญาณได้ไกลกว่า แต่ถ้าทีวีอยู่ใกล้เราเตอร์และต้องการความเร็วสูง สามารถใช้ 5 GHz หรือสาย LAN

7. ลืมเครือข่าย Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่

ข้อมูลการเชื่อมต่อที่บันทึกไว้อาจผิดพลาด แม้หน้าจอจะแสดงว่าเชื่อมต่อแล้วก็ตาม

บน TCL Google TV หรือ Android TV

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต
  3. เลือกชื่อ Wi-Fi ที่กำลังใช้งาน
  4. เลือกลืมเครือข่าย
  5. เลือกชื่อ Wi-Fi อีกครั้ง
  6. ป้อนรหัสผ่าน
  7. เปิด Netflix เพื่อทดสอบ

บน TCL Roku TV

  1. เปิด Settings
  2. เลือก System
  3. เลือก Advanced system settings
  4. เลือก Network connection reset
  5. เลือก Reset connection
  6. รอให้ทีวีรีสตาร์ต
  7. ตั้งค่าเครือข่ายใหม่

การรีเซ็ตการเชื่อมต่อจะลบข้อมูล Wi-Fi ที่บันทึกไว้ ควรเตรียมชื่อและรหัสผ่านเครือข่ายก่อนดำเนินการ

8. บังคับหยุด Netflix บน TCL Google TV

หากเปิด Netflix แล้วเด้งหรือค้าง ให้ปิดแอปที่ทำงานเบื้องหลังอย่างสมบูรณ์

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือก Apps หรือแอป
  3. เลือก See all apps หรือดูแอปทั้งหมด
  4. เลือก Netflix
  5. เลือก Force stop หรือบังคับหยุด
  6. กดยืนยัน
  7. กลับไปหน้าหลัก
  8. เปิด Netflix ใหม่

หากหา Netflix ไม่พบในรายการแรก ให้เลือกแสดงแอประบบหรือดูแอปทั้งหมด

9. ล้างแคช Netflix บน TCL Google TV หรือ Android TV

แคชคือไฟล์ชั่วคราวที่ช่วยให้แอปเปิดเร็วขึ้น แต่ถ้าไฟล์เสียหายอาจทำให้แอปเปิดไม่ได้

  1. ไปที่การตั้งค่า
  2. เลือก Apps
  3. เลือก See all apps
  4. เลือก Netflix
  5. เลือก Storage & cache
  6. เลือก Clear cache
  7. กลับไปเปิด Netflix

การล้างแคชโดยทั่วไปไม่ทำให้บัญชีออกจากระบบ จึงควรทดลองก่อนล้างข้อมูลทั้งหมด

10. ล้างข้อมูล Netflix เมื่อการล้างแคชไม่ได้ผล

ถ้า Netflix ยังเปิดไม่ได้ ให้ล้างข้อมูลแอปเพื่อรีเซ็ตกลับสู่สถานะเริ่มต้น

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือก Apps
  3. เลือก Netflix
  4. เปิด Storage & cache
  5. เลือก Clear data หรือ Clear storage
  6. ยืนยันการล้างข้อมูล
  7. เปิด Netflix ใหม่
  8. เข้าสู่ระบบอีกครั้ง

ขั้นตอนนี้จะลบข้อมูลบัญชีและการตั้งค่าของ Netflix ออกจากทีวี แต่ไม่ลบบัญชีหรือประวัติการรับชมที่เก็บอยู่ในระบบ Netflix

11. อัปเดตแอป Netflix

แอปรุ่นเก่าอาจไม่เข้ากับระบบทีวีหรือบริการของ Netflix

TCL Google TV หรือ Android TV

  1. เปิด Google Play Store
  2. เลือกรูปโปรไฟล์
  3. เลือก Manage apps & games
  4. เปิดรายการ Updates
  5. เลือก Netflix
  6. กด Update

บางรุ่นสามารถเลือก Update all เพื่ออัปเดตทุกแอปพร้อมกัน หลังอัปเดตเสร็จให้รีสตาร์ตทีวีแล้วเปิด Netflix ใหม่

TCL Roku TV

  1. เลื่อนไปที่ไอคอน Netflix
  2. กดปุ่มดอกจันบนรีโมต
  3. เลือก Check for updates
  4. รอให้ระบบตรวจสอบและติดตั้ง
  5. เปิด Netflix ใหม่

12. ถอนการติดตั้ง Netflix แล้วติดตั้งใหม่

การติดตั้งใหม่เหมาะกับกรณีไฟล์แอปเสียหายหรืออัปเดตไม่สมบูรณ์

TCL Google TV หรือ Android TV

  1. ไปที่การตั้งค่า
  2. เลือก Apps
  3. เลือก Netflix
  4. เลือก Uninstall หากมี
  5. ยืนยันการถอนการติดตั้ง
  6. เปิด Google Play Store
  7. ค้นหา Netflix
  8. เลือกติดตั้ง
  9. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบ

TCL TV บางรุ่นติดตั้ง Netflix มาเป็นแอประบบ จึงอาจไม่มีปุ่มถอนการติดตั้ง หรือมีเพียงคำสั่งถอนการอัปเดต หากเป็นเช่นนั้นให้ล้างข้อมูลและอัปเดตแอปใหม่แทน

TCL Roku TV

  1. เลื่อนไปที่ Netflix บนหน้าหลัก
  2. กดปุ่มดอกจันบนรีโมต
  3. เลือก Remove channel
  4. รีสตาร์ต TCL Roku TV
  5. เปิด Streaming Channels
  6. ค้นหา Netflix
  7. เลือก Add channel
  8. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบใหม่

ควรรีสตาร์ต Roku TV หลังลบแอปและก่อนติดตั้งกลับ เพื่อให้ระบบล้างข้อมูลเดิมอย่างสมบูรณ์

13. ออกจากระบบ Netflix แล้วเข้าสู่ระบบใหม่

หากเปิดแอปได้แต่เลือกโปรไฟล์หรือเล่นวิดีโอไม่ได้ ข้อมูลการเข้าสู่ระบบอาจต้องรีเฟรช

  1. เปิด Netflix
  2. เปิดเมนูด้านซ้าย
  3. เลือก Get Help หรือรับความช่วยเหลือ
  4. เลือก Sign Out หรือออกจากระบบ
  5. กดยืนยัน
  6. ปิดและเปิดแอปใหม่
  7. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดิม

หากเข้าเมนูไม่ได้ ให้กดปุ่มทิศทางตามลำดับนี้

ขึ้น > ขึ้น > ลง > ลง > ซ้าย > ขวา > ซ้าย > ขวา > ขึ้น > ขึ้น > ขึ้น > ขึ้น

เมื่อเมนูปรากฏ ให้เลือกออกจากระบบ เริ่มใหม่ รีเซ็ต หรือปิดใช้งาน โดยตัวเลือกอาจแตกต่างกันตามรุ่น

14. ตั้งวันที่และเวลาเป็นอัตโนมัติ

วันที่หรือเวลาผิดอาจทำให้ทีวีเชื่อมต่อร้านแอป ระบบอัปเดต หรือเซิร์ฟเวอร์ Netflix ไม่สำเร็จ

TCL Google TV หรือ Android TV

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือก System หรือ Device Preferences
  3. เลือก Date & time
  4. เปิด Automatic date & time
  5. เปิด Automatic time zone หากมี
  6. รีสตาร์ตทีวี

TCL Roku TV

Roku TV จะตั้งเวลาจากเครือข่ายเป็นหลัก ให้ตรวจสอบเขตเวลาที่

Settings > System > Time > Time zone

จากนั้นเลือกเขตเวลาที่ตรงกับตำแหน่งใช้งาน

15. อัปเดตระบบ TCL Google TV หรือ Android TV

ซอฟต์แวร์ระบบที่ล้าสมัยอาจทำให้ Netflix เปิดไม่ได้หรือทำงานไม่เสถียร

เส้นทางทั่วไปสำหรับ TCL Android TV คือ

การตั้งค่า > Device Preferences > About > System update

ส่วน TCL Google TV อาจใช้เส้นทาง

การตั้งค่า > System > About > System update

จากนั้นดำเนินการดังนี้

  1. เชื่อมต่อทีวีกับอินเทอร์เน็ต
  2. เลือกตรวจสอบการอัปเดต
  3. ดาวน์โหลดและติดตั้งหากพบเวอร์ชันใหม่
  4. ห้ามถอดปลั๊กระหว่างติดตั้ง
  5. รอให้ทีวีรีสตาร์ต
  6. เปิด Netflix เพื่อทดสอบ

ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชันระบบ

16. อัปเดต TCL Roku TV

สำหรับ TCL Roku TV ให้ทำดังนี้

  1. กดปุ่ม Home
  2. เปิด Settings
  3. เลือก System
  4. เลือก Software update
  5. เลือก Check now
  6. รอให้ระบบตรวจสอบ
  7. ติดตั้งการอัปเดตหากมี
  8. รอให้ทีวีรีสตาร์ต
  9. เปิด Netflix ใหม่

การอัปเดต Roku TV จะตรวจสอบทั้งระบบและแอปที่ติดตั้งอยู่

17. เพิ่มพื้นที่ว่างใน TCL Smart TV

ถ้าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเหลือน้อย Netflix อาจเปิดช้า เด้งออก หรืออัปเดตไม่ได้

สำหรับ TCL Google TV และ Android TV ให้ไปที่

การตั้งค่า > System หรือ Device Preferences > Storage

จากนั้นตรวจสอบพื้นที่และลบเฉพาะสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น

  • แอปที่ไม่ใช้งาน
  • แคชของแอปขนาดใหญ่
  • ไฟล์ดาวน์โหลดที่ไม่จำเป็น
  • เกมที่ไม่ได้เล่น
  • ข้อมูลชั่วคราวของแอปอื่น

หลังเพิ่มพื้นที่แล้วให้ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที จากนั้นเปิดเครื่องและอัปเดต Netflix อีกครั้ง

18. Netflix ขึ้นข้อผิดพลาด -13 ต้องทำอย่างไร

ข้อความว่าแอป Netflix เวอร์ชันนี้ไม่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ หรือรหัส -13 มักเกี่ยวข้องกับแอปที่ติดตั้งไม่ตรงกับอุปกรณ์

วิธีแก้คือ

  1. ถอนการติดตั้ง Netflix ที่มีอยู่
  2. รีสตาร์ตทีวี
  3. เปิด Google Play Store บน TCL TV
  4. ค้นหา Netflix
  5. ติดตั้งจาก Google Play Store โดยตรง
  6. ห้ามติดตั้งไฟล์ APK จากเว็บไซต์ภายนอก
  7. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบใหม่

หากไม่พบ Netflix ใน Google Play Store ของทีวี อุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์รุ่นนั้นอาจไม่รองรับ Netflix อย่างเป็นทางการ

19. Netflix ขึ้น UI-800-3 ต้องแก้อย่างไร

รหัส UI-800-3 มักหมายถึงข้อมูลที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ต้องได้รับการรีเฟรช หรือการเชื่อมต่อเครือข่ายมีปัญหา

ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ถอดปลั๊ก TCL TV อย่างน้อย 1 นาที
  2. รีสตาร์ตเราเตอร์
  3. ออกจากระบบ Netflix
  4. ล้างแคช Netflix
  5. ล้างข้อมูลแอป
  6. เปิด Netflix แล้วเข้าสู่ระบบใหม่
  7. อัปเดตระบบทีวี
  8. ติดตั้ง Netflix ใหม่หากยังไม่หาย

ถ้ามีตัวเลขอื่นต่อท้ายในวงเล็บ ควรจดรหัสทั้งหมด เพราะอาจต้องใช้วิธีแก้เฉพาะรหัสนั้น

20. Netflix ขึ้น tvq-pb-101 ต้องแก้อย่างไร

รหัส tvq-pb-101 มักเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อระหว่างทีวีกับ Netflix

แนวทางแก้เบื้องต้นคือ

  1. รีสตาร์ต TCL TV
  2. รีสตาร์ตเราเตอร์
  3. ตรวจสอบว่าแอปอื่นใช้อินเทอร์เน็ตได้
  4. ลืม Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่
  5. ตั้งวันที่และเวลาเป็นอัตโนมัติ
  6. ทดสอบด้วยสาย LAN หากทำได้
  7. ทดลองเชื่อมต่อเครือข่ายอื่นชั่วคราว
  8. ติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหากทุกอุปกรณ์มีปัญหา

21. ตรวจสอบว่า Netflix ขัดข้องหรือไม่

หาก Netflix เปิดไม่ได้บนทีวี โทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์พร้อมกัน อาจไม่ได้เกิดจาก TCL TV

ให้ทดลองดังนี้

  • เปิด Netflix บนโทรศัพท์ผ่าน Wi-Fi
  • เปลี่ยนไปใช้เครือข่ายมือถือ
  • ทดลองผ่านคอมพิวเตอร์
  • ตรวจสอบสถานะบริการ Netflix
  • รอประมาณ 15–30 นาทีแล้วทดสอบใหม่

ถ้า Netflix ใช้ได้ผ่านเครือข่ายมือถือ แต่ใช้ไม่ได้ผ่าน Wi-Fi บ้าน ให้เน้นตรวจสอบเราเตอร์หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

22. รีเซ็ต TCL Smart TV เป็นค่าโรงงาน

ควรใช้วิธีนี้เมื่อรีสตาร์ต ล้างแคช ล้างข้อมูล อัปเดตระบบ และติดตั้ง Netflix ใหม่แล้วยังไม่ได้ผล

การรีเซ็ตจะลบข้อมูลต่อไปนี้

  • บัญชี Google หรือ Roku ในทีวี
  • แอปที่ดาวน์โหลดเพิ่มเติม
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • การจัดเรียงแอปและช่อง
  • ข้อมูลเข้าสู่ระบบ Netflix

TCL Google TV หรือ Android TV

ไปที่

การตั้งค่า > System หรือ Device Preferences > About > Factory reset

TCL Roku TV

ไปที่

Settings > System > Advanced system settings > Factory reset

ก่อนรีเซ็ตควรจดชื่อ Wi-Fi รหัสผ่าน และบัญชีที่ใช้ตั้งค่าทีวีไว้ หลังรีเซ็ตต้องตั้งค่าทีวีและดาวน์โหลดแอปใหม่

23. TCL Smart TV รุ่นเก่ายังดู Netflix ได้หรือไม่

Netflix อาจไม่รองรับทีวีและอุปกรณ์สตรีมมิงบางรุ่นที่เก่ากว่าปี 2015 อย่างไรก็ตาม อายุทีวีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ ต้องตรวจสอบรุ่นและข้อความที่ปรากฏด้วย

สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าไม่รองรับแล้ว ได้แก่

  • Netflix หายจากร้านแอป
  • ค้นหา Netflix ไม่พบ
  • ขึ้นข้อความว่าอุปกรณ์ไม่รองรับ
  • แสดงข้อความว่า Netflix จะหยุดให้บริการบนอุปกรณ์นี้
  • อัปเดตระบบแล้วแต่ยังติดตั้งแอปไม่ได้
  • ฝ่ายสนับสนุนยืนยันว่ารุ่นทีวีไม่ได้รับการรองรับแล้ว

กรณีนี้สามารถใช้อุปกรณ์สตรีมมิงที่รองรับ Netflix อย่างเป็นทางการเชื่อมต่อผ่าน HDMI แทนการเปลี่ยนทีวีทั้งเครื่อง

24. เมื่อใดควรติดต่อ TCL หรือ Netflix

ควรติดต่อ TCL เมื่อพบปัญหาเหล่านี้

  • แอปหลายตัวเปิดไม่ได้พร้อมกัน
  • Google Play Store หรือร้านแอปเปิดไม่ได้
  • ทีวีอัปเดตระบบไม่สำเร็จ
  • ทีวีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้
  • ระบบค้างหรือรีสตาร์ตเองบ่อย
  • รีเซ็ตทีวีแล้ว Netflix ยังเปิดไม่ได้
  • ต้องการตรวจสอบว่ารุ่นทีวีรองรับ Netflix หรือไม่

ควรติดต่อ Netflix เมื่อพบกรณีต่อไปนี้

  • เข้าสู่ระบบไม่ได้บนทุกอุปกรณ์
  • มีปัญหากับอีเมล รหัสผ่าน หรือการชำระเงิน
  • มีรหัสข้อผิดพลาดเฉพาะ
  • เปิด Netflix ไม่ได้บนหลายอุปกรณ์และหลายเครือข่าย
  • บัญชีถูกออกจากระบบซ้ำๆ

ก่อนติดต่อควรเตรียมหมายเลขรุ่น TCL TV ชนิดของระบบ เวอร์ชันซอฟต์แวร์ และรหัสข้อผิดพลาดที่ปรากฏ

คำถามที่พบบ่อย

Netflix ค้างที่โลโก้บน TCL TV แก้อย่างไร?

ให้ถอดปลั๊กทีวี 1 นาที บังคับหยุด Netflix แล้วล้างแคช หากยังค้างให้ล้างข้อมูลและอัปเดตแอป

ทำไม Netflix เปิดแล้วเด้งกลับหน้าหลัก?

อาจเกิดจากแอปค้าง แคชเสีย พื้นที่ว่างไม่พอ หรือแอปไม่เข้ากับระบบ ให้บังคับหยุด ล้างแคช อัปเดตแอป และอัปเดตทีวีตามลำดับ

ล้างแคชกับล้างข้อมูลต่างกันอย่างไร?

การล้างแคชจะลบไฟล์ชั่วคราวและมักไม่ทำให้บัญชีออกจากระบบ ส่วนการล้างข้อมูลจะรีเซ็ตแอปและต้องเข้าสู่ระบบ Netflix ใหม่

ทำไม TCL Roku TV ไม่มีเมนูล้างแคช Netflix?

Roku TV ไม่มีเมนูล้างแคชแยกเหมือน Android TV วิธีที่ใกล้เคียงคือถอน Netflix รีสตาร์ตทีวี แล้วติดตั้งแอปกลับ

ติดตั้ง Netflix ด้วยไฟล์ APK ได้หรือไม่?

ไม่แนะนำ ควรติดตั้งผ่าน Google Play Store ของทีวีเท่านั้น เพราะแอปจากแหล่งอื่นอาจไม่ตรงกับอุปกรณ์และเกิดข้อผิดพลาด -13

ทำไม Netflix เปิดได้บนโทรศัพท์แต่เปิดไม่ได้บน TCL TV?

สาเหตุอาจอยู่ที่แอป Netflix ในทีวี แคช ระบบปฏิบัติการ หรือการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของทีวี ไม่ได้หมายความว่าบัญชี Netflix มีปัญหาเสมอไป

รีเซ็ตทีวีเป็นค่าโรงงานจำเป็นหรือไม่?

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น ควรใช้หลังจากรีสตาร์ต ล้างแคช ล้างข้อมูล อัปเดตระบบ และติดตั้ง Netflix ใหม่แล้วยังไม่ได้ผล

สรุป

เมื่อ Netflix เปิดไม่ได้บน TCL Smart TV ให้ทำตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าทีวีใช้ Google TV, Android TV หรือ Roku TV
  2. ถอดปลั๊กทีวีอย่างน้อย 1 นาที
  3. ทดสอบแอปอื่นและตรวจสอบอินเทอร์เน็ต
  4. รีสตาร์ตเราเตอร์
  5. ลืม Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่
  6. บังคับหยุด Netflix
  7. ล้างแคช
  8. ล้างข้อมูลแอป
  9. ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่
  10. อัปเดต Netflix
  11. อัปเดตระบบ TCL TV
  12. ถอนและติดตั้ง Netflix ใหม่
  13. เพิ่มพื้นที่ว่าง
  14. แก้ตามรหัสข้อผิดพลาด
  15. รีเซ็ตทีวีเมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล
  16. ตรวจสอบว่ารุ่นทีวียังรองรับ Netflix หรือไม่

สำหรับ TCL Google TV และ Android TV วิธีที่ได้ผลบ่อยคือบังคับหยุดแอปแล้วล้างแคช ส่วน TCL Roku TV ควรถอน Netflix รีสตาร์ตทีวี และติดตั้งกลับ หากทำครบแล้วยังใช้ไม่ได้ comsiam แนะนำให้จดรุ่นทีวี ระบบปฏิบัติการ และรหัสข้อผิดพลาดก่อนติดต่อฝ่ายสนับสนุน