Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Google TV รีสตาร์ตเองบ่อยอาจเกิดได้ทั้งจากแอปหรือระบบค้าง พื้นที่เต็ม ความร้อนสูง และไฟเลี้ยงไม่เพียงพอ หากเป็น TV Stick หรือกล่อง Google TV ให้ตรวจอะแดปเตอร์กับสายไฟก่อน โดยเฉพาะเมื่อจ่ายไฟจากพอร์ต USB ของทีวี หากเป็นทีวีที่มี Google TV ในตัว ให้ถอดอุปกรณ์ USB และ HDMI แล้วทดสอบ ก่อนอัปเดตระบบหรือคืนค่าโรงงาน
หากอุปกรณ์มีกลิ่นไหม้ ความร้อนผิดปกติ หรือสายไฟเสียหาย ให้หยุดใช้งานทันที ไม่ควรเปิดฝาหรือซ่อมวงจรไฟฟ้าด้วยตนเอง
อาการรีสตาร์ตสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น
การจดว่าอาการเกิดตอนไหน ใช้แอปใด และต่ออุปกรณ์อะไรอยู่ จะช่วยแยกปัญหาระบบออกจากไฟเลี้ยงได้เร็วขึ้น
สาเหตุที่พบได้บ่อยแบ่งได้เป็นหลายกลุ่ม
ควรเริ่มจากสาเหตุภายนอกที่ตรวจได้อย่างปลอดภัยก่อน ไม่ควรเปิดฝาอุปกรณ์
| ลักษณะอาการ | มีแนวโน้มเป็นระบบหรือแอป | มีแนวโน้มเป็นไฟเลี้ยง |
|---|---|---|
| รีสตาร์ตเฉพาะเมื่อเปิดแอปหนึ่ง | สูง | ปานกลาง |
| รีสตาร์ตเมื่อเปิดวิดีโอความละเอียดสูง | ปานกลาง | สูง |
| รีสตาร์ตหลังติดตั้งแอป | สูง | ต่ำ |
| รีสตาร์ตหลังอัปเดต | สูง | ต่ำ |
| ดับเมื่อขยับสายไฟ | ต่ำ | สูง |
| ไฟสถานะดับสนิทก่อนเปิดใหม่ | ปานกลาง | สูง |
| รีสตาร์ตเมื่อเสียบฮาร์ดดิสก์ USB | ปานกลาง | สูง |
| รีสตาร์ตหลังเครื่องร้อน | ปานกลาง | ปานกลาง |
| เปิดได้ปกติเมื่อเปลี่ยนอะแดปเตอร์ที่ถูกต้อง | ต่ำ | สูง |
| คืนค่าโรงงานแล้วยังรีสตาร์ต | ต่ำ | สูงหรือฮาร์ดแวร์ |
ตารางนี้เป็นเพียงแนวทาง ต้องทดสอบทีละส่วนจึงจะยืนยันสาเหตุได้
ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า ให้จดข้อมูลดังนี้
หากอาการเกิดซ้ำตามเงื่อนไขเดิม จะช่วยระบุต้นเหตุได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน
หากยังเข้าเมนูได้ ให้เลือก
การตั้งค่า > ระบบ > รีสตาร์ต
หรือกดปุ่มเปิด–ปิดบนรีโมตค้าง แล้วเลือก Restart หากมีตัวเลือก
การกดปิดตามปกติอาจเป็นเพียงโหมดสแตนด์บาย จึงไม่ปิดกระบวนการที่ค้างทั้งหมด
หากระบบค้างและไม่ได้กำลังอัปเดต ให้ถอดไฟประมาณหนึ่งถึงสองนาทีแล้วเสียบกลับ ห้ามตัดไฟขณะมีข้อความว่ากำลังติดตั้งอัปเดต
หากใช้ Chromecast, TV Stick หรือกล่อง Google TV อะแดปเตอร์มีผลโดยตรงต่อความเสถียร
ควรตรวจว่าอะแดปเตอร์
ไม่ควรเลือกอะแดปเตอร์จากรูปร่างหัวต่อเพียงอย่างเดียว เพราะอะแดปเตอร์ที่เสียบได้อาจมีค่าทางไฟฟ้าไม่ตรงกับอุปกรณ์
ควรใช้อะแดปเตอร์เดิมหรือรุ่นทดแทนที่ตรงตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
พอร์ต USB ของทีวีบางรุ่นจ่ายไฟไม่เพียงพอสำหรับ TV Stick หรือกล่อง Google TV โดยเฉพาะเมื่อเปิดวิดีโอความละเอียดสูง อัปเดตระบบ หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi หนัก
อาการที่บ่งชี้ว่าไฟจาก USB ไม่พอ ได้แก่
ควรทดลองใช้อะแดปเตอร์ที่ตรงตามข้อกำหนดและเสียบกับเต้ารับที่ใช้งานปกติ หากอาการหาย แสดงว่าพอร์ต USB เดิมอาจจ่ายไฟไม่พอ
สายที่ชำรุดหรือมีความต้านทานสูงอาจทำให้แรงดันตกเมื่ออุปกรณ์ใช้พลังงานมาก
ตรวจจากภายนอกว่า
หากอุปกรณ์ดับเมื่อแตะหรือขยับสาย ให้หยุดใช้สายเส้นนั้น ไม่ควรดัดสายค้างไว้เพื่อให้เครื่องทำงานต่อ
ให้ตรวจเฉพาะสภาพภายนอก เช่น
สามารถทดลองเสียบอะแดปเตอร์กับเต้ารับที่ใช้งานปกติ โดยไม่ใช้ปลั๊กพ่วงที่สงสัย
หากพบเต้ารับหลวม มีประกายไฟ กลิ่นไหม้ หรือความร้อนผิดปกติ ไม่ควรใช้งานต่อหรือซ่อมเอง ให้แจ้งผู้ใหญ่และช่างไฟที่มีความรู้
อุปกรณ์ USB อาจใช้ไฟมากหรือทำให้ระบบค้างระหว่างอ่านข้อมูล เช่น
ให้ปิด Google TV ถอดอุปกรณ์ USB ทั้งหมด แล้วเปิดทดสอบด้วยอุปกรณ์พื้นฐานเท่านั้น
หากอาการหาย ให้เชื่อมต่อกลับทีละชิ้น อุปกรณ์ที่ใช้ไฟสูงอาจต้องมีแหล่งจ่ายไฟแยกตามข้อกำหนด ไม่ควรให้กล่องจ่ายไฟเกินความสามารถของพอร์ต
HDMI-CEC ช่วยให้อุปกรณ์เปิด ปิด และควบคุมกันได้ แต่การตั้งค่าหรืออุปกรณ์ผิดปกติอาจส่งคำสั่งให้ Google TV เปิดและปิดซ้ำ
ควรถอดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นชั่วคราว เช่น
จากนั้นเปิด Google TV โดยต่อเฉพาะสิ่งที่จำเป็น หากอาการหาย ให้ต่ออุปกรณ์กลับทีละชิ้นและตรวจ HDMI-CEC ของอุปกรณ์นั้น
บางรุ่นมีฟังก์ชันที่อาจทำให้เข้าใจว่าเครื่องรีสตาร์ตเอง เช่น
ตรวจเมนูพลังงาน ตัวตั้งเวลา และโหมดประหยัดพลังงาน หากอาการเกิดเวลาเดิมทุกวัน ควรตรวจรายการเหล่านี้ก่อนสงสัยฮาร์ดแวร์
TV Stick และกล่อง Google TV อาจอุ่นระหว่างใช้งาน แต่ไม่ควรร้อนผิดปกติพร้อมอาการดับหรือรีสตาร์ต
ไม่ควรเจาะ แกะฝา หรือติดอุปกรณ์ดัดแปลงกับตัวเครื่อง หากร้อนมากจนจับไม่ได้หรือมีกลิ่นผิดปกติ ให้หยุดใช้งาน
หากเกิดกับแอปใดแอปหนึ่ง ให้แก้ที่แอปนั้นก่อน
หากยังรีสตาร์ต ให้ล้างข้อมูลแอปหรือติดตั้งใหม่ โดยเตรียมชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านก่อน
ถ้าทีวีรีสตาร์ตทุกครั้งที่เปิดแอปจากภายนอก ควรถอนแอปนั้นและไม่ติดตั้งเวอร์ชันเดิมซ้ำ
หากอาการเริ่มหลังติดตั้งแอป ให้ถอนแอปล่าสุดออกก่อน โดยเฉพาะแอปที่
หลังถอนแอป ให้รีสตาร์ต Google TV และทดสอบโดยไม่ติดตั้งกลับทันที
เมื่อพื้นที่เหลือน้อย ระบบอาจไม่มีพื้นที่สำหรับ Cache บันทึกสถานะ และติดตั้งอัปเดต ส่งผลให้แอปเด้งหรือระบบรีสตาร์ต
เข้าเมนู
การตั้งค่า > ระบบ > พื้นที่จัดเก็บ
จากนั้น
ไม่ควรลบ Google Play Services หรือแอประบบเพื่อเพิ่มพื้นที่
หากรีสตาร์ตขณะเข้าหน้าหลักหรือเปลี่ยนโปรไฟล์ ให้ตรวจแอป Google TV Home
เส้นทางโดยประมาณคือ
การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด > แสดงแอประบบ > Google TV Home
จากนั้นเลือก
ไม่ควรล้างข้อมูลของแอปหน้าหลักในขั้นแรก เพราะอาจทำให้การจัดเรียงและการตั้งค่าบางส่วนกลับค่าเริ่มต้น
อินเทอร์เน็ตไม่เสถียรมักไม่ทำให้อุปกรณ์ดับจริง แต่อาจทำให้แอปหรือหน้าหลักค้างจนระบบรีสตาร์ตในบางกรณี
ให้ตรวจว่า
หากเกิดเฉพาะแอปออนไลน์ แต่เมนูออฟไลน์ปกติ ให้ตรวจเครือข่ายและแอปก่อนอะแดปเตอร์
แอปเวอร์ชันเก่าอาจมีข้อผิดพลาดหรือไม่เข้ากับระบบ ให้เปิด Google Play Store แล้วตรวจรายการอัปเดต
ก่อนอัปเดตควร
หากรีสตาร์ตเกิดจากแอปเดียว ควรอัปเดตเฉพาะแอปนั้นก่อนเพื่อดูผล
เข้าเมนูโดยประมาณดังนี้
การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > การอัปเดตระบบ
อัปเดตอาจแก้ปัญหา
ก่อนเริ่มต้องมั่นใจว่าอะแดปเตอร์และไฟฟ้าเสถียร เพราะหากเครื่องดับระหว่างติดตั้งอาจทำให้ระบบเปิดไม่สมบูรณ์
ระหว่างติดตั้งอัปเดต Google TV อาจรีสตาร์ตหลายครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติหาก
หากยังรีสตาร์ตวนเป็นเวลานานหลังอัปเดต ให้ถอดอุปกรณ์ USB และ HDMI แล้วรอให้แน่ใจว่าการติดตั้งเสร็จก่อนเริ่มแก้ไข
ควรพิจารณาคืนค่าโรงงานเมื่อ
คำสั่งมักอยู่ที่
การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > รีเซ็ต > คืนค่าโรงงาน
ก่อนรีเซ็ตควรเตรียมบัญชีและรหัสผ่าน หลังรีเซ็ตให้ทดสอบอุปกรณ์โดยยังไม่ติดตั้งแอปเพิ่ม หากยังรีสตาร์ต อาจเป็นไฟเลี้ยงหรือฮาร์ดแวร์มากกว่าซอฟต์แวร์
หลังตั้งค่าพื้นฐานแล้ว ให้ทดสอบตามลำดับ
วิธีนี้ช่วยระบุว่าอาการกลับมาหลังติดตั้งแอปหรือต่ออุปกรณ์ใด
ควรหยุดแก้ทางซอฟต์แวร์และติดต่อศูนย์บริการเมื่อ
ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวีหรือแกะกล่อง Google TV เพราะอาจมีไฟฟ้าคงค้างและทำให้อุปกรณ์เสียหายมากขึ้น
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีตรวจสอบก่อน |
|---|---|---|
| รีสตาร์ตเฉพาะแอปเดียว | แอปหรือ Cache ผิดปกติ | ล้าง Cache และติดตั้งใหม่ |
| รีสตาร์ตเมื่อเล่น 4K | ไฟเลี้ยง ความร้อน หรือแอป | ตรวจอะแดปเตอร์และการระบายอากาศ |
| รีสตาร์ตเมื่อจ่ายไฟจาก USB ทีวี | กำลังไฟไม่เพียงพอ | ใช้อะแดปเตอร์ตรงข้อกำหนด |
| ดับเมื่อขยับสาย | สายหรือหัวต่อหลวม | หยุดใช้สายและเปลี่ยนอย่างเหมาะสม |
| รีสตาร์ตเมื่อเสียบฮาร์ดดิสก์ | USB ใช้ไฟมากหรือมีข้อผิดพลาด | ถอด USB แล้วทดสอบ |
| รีสตาร์ตเมื่อเปิด Soundbar | HDMI-CEC หรืออุปกรณ์ภายนอก | ถอด HDMI และปิด CEC ชั่วคราว |
| รีสตาร์ตหลังใช้นาน | ความร้อนหรือหน่วยความจำค้าง | จัดการระบายอากาศและรีสตาร์ต |
| รีสตาร์ตหลังติดตั้งแอป | แอปไม่เข้ากับระบบ | ถอนแอปล่าสุด |
| รีเซ็ตแล้วยังรีสตาร์ต | ไฟเลี้ยงหรือฮาร์ดแวร์ | ทดสอบอะแดปเตอร์และติดต่อศูนย์ |
ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam แยกสาเหตุด้านระบบ ไฟเลี้ยง ความร้อน และอุปกรณ์ภายนอกก่อนคืนค่าโรงงาน
หากมีประกายไฟ กลิ่นไหม้ ความร้อนผิดปกติ หรือสายไฟเสียหาย ให้ถอดปลั๊กจากจุดที่ปลอดภัยและแจ้งผู้ใหญ่หรือช่างทันที
ได้ โดยเฉพาะ TV Stick และกล่องที่ใช้อะแดปเตอร์ไม่ตรงข้อกำหนดหรือจ่ายไฟจากพอร์ต USB ของทีวีซึ่งมีกำลังไม่พอ
การเล่นวิดีโอความละเอียดสูงใช้ทรัพยากรและพลังงานมากขึ้น อาจเผยปัญหาไฟเลี้ยง ความร้อน แอป หรือเครือข่ายได้
เป็นไปได้ เพราะระบบไม่มีพื้นที่สำหรับ Cache และไฟล์ชั่วคราว ควรถอนแอปที่ไม่ใช้และล้าง Cache
ใช้ได้เฉพาะเมื่อค่าทางไฟฟ้า มาตรฐาน และขั้วตรงตามข้อกำหนดของอุปกรณ์ ไม่ควรตัดสินจากหัวต่อเพียงอย่างเดียว
เป็นเรื่องปกติระหว่างการติดตั้ง แต่หากยังวนซ้ำหลังอัปเดตเสร็จ ควรตรวจระบบ แอป อุปกรณ์ภายนอก และไฟเลี้ยง
ช่วยได้เมื่อสาเหตุมาจากข้อมูลหรือระบบ แต่ไม่แก้อะแดปเตอร์เสีย ไฟเลี้ยงไม่พอ ความร้อน หรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติ
ควรส่งเมื่อใช้อะแดปเตอร์ที่ถูกต้อง ถอดอุปกรณ์ภายนอก และคืนค่าโรงงานแล้วอาการยังเกิด หรือพบความผิดปกติทางไฟฟ้า
เริ่มจากสังเกตว่ารีสตาร์ตระหว่างเปิดแอป เล่นวิดีโอ หรือต่ออุปกรณ์ใด หากเป็น TV Stick หรือกล่อง ให้ตรวจอะแดปเตอร์ สายไฟ และหลีกเลี่ยงการจ่ายไฟจาก USB ทีวีเมื่อกำลังไฟไม่พอ จากนั้นถอด USB และ HDMI เพิ่มพื้นที่ ล้าง Cache และถอนแอปที่สงสัย
ควรอัปเดตระบบเมื่อไฟเลี้ยงเสถียร และใช้การคืนค่าโรงงานเป็นขั้นตอนท้าย หากรีเซ็ตแล้วยังรีสตาร์ต แนวทางจาก comsiam คือหยุดแก้ทางซอฟต์แวร์และตรวจไฟเลี้ยงหรือให้ศูนย์บริการตรวจฮาร์ดแวร์ โดยไม่เปิดฝาอุปกรณ์เอง