Google TV ล้าง Cache ของแอปอย่างไร ช่วยแก้อะไรได้บ้าง

การล้าง Cache บน Google TV ทำได้จาก การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด > เลือกแอป > ล้างแคช วิธีนี้ช่วยแก้อาการแอปเปิดช้า ค้าง เด้ง หรือแสดงข้อมูลผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ทำให้บัญชีออกจากระบบ แต่ควรล้างเฉพาะแอปที่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องล้างทุกแอปเป็นประจำ

อย่าสับสนระหว่าง ล้างแคช กับ ล้างข้อมูล เพราะการล้างข้อมูลจะคืนค่าแอปและอาจทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่


สารบัญ

  • Cache คืออะไร
  • การล้าง Cache ช่วยแก้อะไร
  • วิธีล้าง Cache ทีละแอป
  • ล้าง Cache กับล้างข้อมูลต่างกันอย่างไร
  • ควรล้าง Cache ของแอปใด
  • วิธีล้าง Cache ของ Play Store
  • วิธีตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บ
  • ล้าง Cache แล้วยังไม่หายทำอย่างไร
  • ควรล้าง Cache บ่อยแค่ไหน
  • สิ่งที่ไม่ควรทำ
  • ตารางวิเคราะห์อาการ
  • คำถามที่พบบ่อย

Cache บน Google TV คืออะไร

Cache คือไฟล์ชั่วคราวที่แอปสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้เปิดเนื้อหาและเมนูได้เร็วขึ้น ตัวอย่างข้อมูลที่อาจถูกเก็บไว้ ได้แก่

  • รูปภาพหน้าปก
  • ภาพตัวอย่างรายการ
  • ข้อมูลเมนู
  • ไฟล์ประกอบหน้าหลัก
  • ข้อมูลชั่วคราวจากการสตรีม
  • ผลการค้นหาบางส่วน
  • ไฟล์ที่ช่วยให้แอปเริ่มต้นเร็วขึ้น

Cache ไม่ใช่ไฟล์เสียเสมอไป และมีประโยชน์ต่อการทำงานของแอป แต่หากไฟล์ชั่วคราวเสียหาย มีขนาดมาก หรือไม่ตรงกับแอปเวอร์ชันใหม่ อาจทำให้แอปทำงานผิดปกติได้


การล้าง Cache ช่วยแก้อะไรได้บ้าง

การล้าง Cache อาจช่วยแก้อาการต่อไปนี้

  • แอปเปิดช้ากว่าปกติ
  • แอปค้างอยู่ที่โลโก้
  • เปิดแอปแล้วเด้งกลับหน้าหลัก
  • ภาพหน้าปกหรือเมนูไม่โหลด
  • แอปแสดงข้อมูลเก่า
  • วิดีโอเปิดไม่ได้ทั้งที่อินเทอร์เน็ตปกติ
  • Play Store โหลดหน้าร้านไม่ขึ้น
  • อัปเดตแอปแล้วเกิดข้อผิดพลาด
  • แอปใช้พื้นที่มากกว่าปกติ
  • หน้าหลัก Google TV แสดงผลผิดปกติ
  • แอปค้นหาเนื้อหาไม่พบ
  • แอปตอบสนองช้าหลังใช้งานต่อเนื่อง

การล้าง Cache ไม่สามารถแก้ทุกปัญหาได้ เช่น อินเทอร์เน็ตล่ม บัญชีหมดอายุ แอปไม่รองรับอุปกรณ์ หรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติ


วิธีล้าง Cache บน Google TV ทีละแอป

ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามยี่ห้อทีวี รุ่น และเวอร์ชันของ Google TV

ขั้นตอนมาตรฐาน

  1. กดปุ่ม Home บนรีโมต
  2. เลือกไอคอน การตั้งค่า
  3. เลือก แอป
  4. เลือก ดูแอปทั้งหมด
  5. เลือกแอปที่มีปัญหา
  6. เลือก ล้างแคช
  7. กลับหน้าหลัก
  8. เปิดแอปและทดสอบใหม่

ชื่อภาษาอังกฤษที่อาจพบ ได้แก่ Settings, Apps, See all apps และ Clear cache

หากหาแอปไม่พบในรายการ

เลื่อนลงไปดูหัวข้อ แสดงแอประบบ หรือ Show system apps เฉพาะเมื่อจำเป็นต้องตรวจแอปที่ติดตั้งมากับระบบ เช่น Google Play Store

ไม่ควรเปลี่ยนการตั้งค่าหรือล้างข้อมูลของบริการระบบที่ไม่รู้จัก


วิธีเข้าเมนูแอปอย่างรวดเร็ว

Google TV บางรุ่นสามารถเปิดหน้าข้อมูลแอปได้จากหน้าหลัก โดย

  1. เลื่อนไปยังไอคอนแอป
  2. กดปุ่มเลือกหรือ OK ค้างไว้
  3. เลือก ดูรายละเอียด
  4. เลือก ล้างแคช

หากไม่มีเมนูดังกล่าว ให้ใช้เส้นทางผ่านการตั้งค่าตามปกติ เพราะตัวเลือกอาจต่างกันตามหน้าหลักของผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อ


หลังล้าง Cache จะเกิดอะไรขึ้น

หลังล้าง Cache แอปจะสร้างไฟล์ชั่วคราวใหม่เมื่อเปิดใช้งานครั้งถัดไป จึงอาจเกิดสิ่งต่อไปนี้

  • แอปเปิดครั้งแรกช้ากว่าปกติเล็กน้อย
  • รูปภาพและหน้าปกต้องดาวน์โหลดใหม่
  • การใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นชั่วคราว
  • ขนาด Cache เริ่มเพิ่มขึ้นอีกตามการใช้งาน
  • ข้อผิดพลาดจากไฟล์ชั่วคราวเดิมอาจหายไป

พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าการล้าง Cache ไม่สำเร็จ


ล้าง Cache กับล้างข้อมูลต่างกันอย่างไร

รายการล้าง Cacheล้างข้อมูล
ลบไฟล์ชั่วคราวใช่ใช่
ทำให้บัญชีออกจากระบบโดยทั่วไปไม่อาจเกิดขึ้น
คืนค่าแอปเป็นค่าเริ่มต้นไม่ใช่
ลบการตั้งค่าภายในแอปโดยทั่วไปไม่อาจลบ
ลบไฟล์ดาวน์โหลดในแอปโดยทั่วไปไม่อาจลบ
เหมาะกับการแก้ขั้นแรกใช่ใช้หลังล้าง Cache ไม่สำเร็จ
ต้องเตรียมรหัสผ่านปกติไม่จำเป็นควรเตรียม

ควรเริ่มจากล้าง Cache เสมอ หากต้องการล้างข้อมูล ให้ตรวจชื่อคำสั่งบนหน้าจอและเตรียมบัญชีก่อนยืนยัน


ควรล้าง Cache ของแอปใดก่อน

ให้เริ่มจากแอปที่แสดงอาการ ไม่จำเป็นต้องล้างทุกแอป ตัวอย่างเช่น

แอปสตรีมมิง

เหมาะกับกรณี

  • ค้างที่โลโก้
  • ภาพหน้าปกไม่โหลด
  • เปิดเนื้อหาไม่ได้
  • เมนูตอบสนองช้า
  • แอปเด้งเป็นครั้งคราว

YouTube

อาจล้าง Cache เมื่อ

  • หน้าแรกโหลดไม่ขึ้น
  • รูปตัวอย่างหาย
  • ค้นหาไม่ได้
  • เปิดวิดีโอแล้วเกิดข้อผิดพลาด
  • แอปค้างหลังอัปเดต

Google Play Store

เหมาะกับกรณี

  • หน้าร้านไม่โหลด
  • ค้นหาแอปไม่พบทั้งที่ควรมี
  • ดาวน์โหลดไม่เริ่ม
  • การอัปเดตค้าง
  • แสดงข้อความผิดพลาดซ้ำ

แอปหน้าหลัก

ควรล้าง Cache เฉพาะเมื่อหน้าหลักค้าง แสดงภาพผิด หรือรายการแอปไม่อัปเดต ไม่ควรล้างข้อมูลของหน้าหลักโดยไม่จำเป็น เพราะการจัดเรียงอาจถูกรีเซ็ต


วิธีล้าง Cache ของ Google Play Store

หากติดตั้งหรืออัปเดตแอปไม่ได้ ให้ทำตามขั้นตอนนี้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือกดูแอปทั้งหมด
  4. เลือกแสดงแอประบบ หากไม่พบ Play Store
  5. เลือก Google Play Store
  6. เลือกบังคับหยุด
  7. เลือกล้างแคช
  8. รีสตาร์ต Google TV
  9. เปิด Play Store แล้วทดลองใหม่

หากยังไม่หาย ให้ตรวจอินเทอร์เน็ต พื้นที่จัดเก็บ วันและเวลา รวมถึงบัญชี Google ก่อนล้างข้อมูล Play Store


ควรล้าง Cache ของ Google Play Services หรือไม่

Google Play Services เป็นบริการสำคัญที่เชื่อมโยงบัญชี การซิงค์ และฟังก์ชันของแอปหลายรายการ จึงควรจัดการอย่างระมัดระวัง

สามารถพิจารณาล้าง Cache เมื่อ

  • แอป Google หลายตัวมีปัญหาพร้อมกัน
  • Play Store เชื่อมต่อไม่ได้
  • บัญชีซิงค์ผิดปกติ
  • บริการ Google แสดงข้อผิดพลาดซ้ำ
  • รีสตาร์ตและล้าง Cache ของ Play Store แล้วไม่หาย

ควรล้างเฉพาะ Cache ก่อน ไม่ควรปิดใช้งานหรือถอนบริการนี้ และไม่ควรล้างข้อมูลหากยังไม่ได้เตรียมข้อมูลบัญชี


ล้าง Cache เพื่อเพิ่มพื้นที่ได้มากแค่ไหน

ขนาดพื้นที่ที่ได้คืนขึ้นอยู่กับจำนวนและพฤติกรรมของแอป แอปสตรีมมิงหรือแอปที่แสดงรูปภาพจำนวนมากอาจมี Cache มากกว่าแอปทั่วไป

อย่างไรก็ตาม Cache จะกลับมาเพิ่มขึ้นเมื่อใช้งานอีก การล้าง Cache จึงไม่ใช่วิธีเพิ่มพื้นที่ถาวร หากพื้นที่เต็มบ่อย ควร

  • ถอนแอปที่ไม่ใช้
  • ลบเกมขนาดใหญ่
  • ตรวจไฟล์ดาวน์โหลด
  • ลดจำนวนแอปที่ติดตั้ง
  • ตรวจข้อมูลแอปที่มีขนาดผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดเนื้อหาไว้ดูออฟไลน์มากเกินไป

การลบแอปที่ไม่ได้ใช้ช่วยคืนพื้นที่ได้มากและถาวรกว่าการล้าง Cache เพียงอย่างเดียว


วิธีตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บ Google TV

เข้าเมนูโดยประมาณดังนี้

การตั้งค่า > ระบบ > พื้นที่จัดเก็บ

บางรุ่นอาจใช้เส้นทาง

การตั้งค่า > ค่ากำหนดอุปกรณ์ > พื้นที่จัดเก็บ

ตรวจสอบรายการ เช่น

  • แอป
  • รูปภาพและวิดีโอ
  • เสียง
  • ไฟล์ดาวน์โหลด
  • Cache
  • พื้นที่อื่น
  • พื้นที่ว่าง

หากพื้นที่เหลือน้อยมาก ควรถอนแอปที่ไม่ใช้ก่อนอัปเดตระบบหรือแอป เพราะการอัปเดตต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวเพิ่มเติม


สามารถล้าง Cache ทุกแอปพร้อมกันได้หรือไม่

Google TV หลายรุ่นไม่มีปุ่มล้าง Cache ของทุกแอปในครั้งเดียว จึงต้องเลือกทีละแอป โดยเฉพาะแอปที่มีปัญหาหรือใช้พื้นที่มาก

ผู้ผลิตบางรายอาจมีเครื่องมือจัดการพื้นที่ของตนเอง แต่เมนูและความสามารถแตกต่างกัน ควรอ่านข้อความก่อนยืนยันว่าเป็นการล้าง Cache ไม่ใช่ล้างข้อมูลหรือคืนค่าแอป

ไม่ควรติดตั้งแอปทำความสะอาดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพื่อให้ล้างทั้งหมด เพราะอาจขอสิทธิ์เกินจำเป็น ใช้ทรัพยากรเบื้องหลัง หรือแสดงโฆษณาจำนวนมาก


ควรล้าง Cache บ่อยแค่ไหน

ไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ควรล้างเมื่อมีอาการ เช่น

  • แอปช้าหรือค้าง
  • แอปเด้ง
  • ภาพและข้อมูลไม่อัปเดต
  • แอปใช้พื้นที่มากผิดปกติ
  • Play Store ดาวน์โหลดไม่ได้
  • พื้นที่ใกล้เต็ม
  • มีปัญหาหลังอัปเดตแอป

การล้าง Cache บ่อยเกินไปอาจทำให้แอปต้องดาวน์โหลดไฟล์ใหม่ซ้ำ และเปิดช้าชั่วคราวโดยไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระยะยาว


ล้าง Cache แล้วแอปยังเปิดไม่ได้ทำอย่างไร

ให้ดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้

1. บังคับหยุดแอป

เข้าไปที่หน้าข้อมูลของแอป เลือกบังคับหยุด แล้วเปิดใหม่

2. รีสตาร์ต Google TV

ใช้คำสั่ง

การตั้งค่า > ระบบ > รีสตาร์ต

การกดปิดตามปกติอาจเป็นเพียงโหมดสแตนด์บาย

3. ตรวจอินเทอร์เน็ต

หากเสียเฉพาะแอปออนไลน์ ให้ทดสอบ YouTube หรืออุปกรณ์อื่นที่ใช้ Wi-Fi เดียวกัน

4. ตรวจวันและเวลา

ตั้งวัน เวลา และเขตเวลาเป็นอัตโนมัติ เพราะเวลาที่ผิดอาจทำให้แอปเชื่อมต่อบริการออนไลน์ไม่ได้

5. อัปเดตแอป

เปิด Google Play Store และตรวจว่ามีเวอร์ชันใหม่หรือไม่

6. ล้างข้อมูลแอป

ใช้เมื่อขั้นตอนอื่นไม่สำเร็จ และต้องเตรียมชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านก่อน

7. ถอนและติดตั้งใหม่

เหมาะกับแอปที่ดาวน์โหลดเพิ่มและยังมีอยู่ใน Play Store ไม่ควรถอนแอปที่ถูกนำออกจากร้านค้า เพราะอาจติดตั้งกลับไม่ได้

8. อัปเดตระบบ

เข้าเมนูการอัปเดตระบบและติดตั้งเมื่อมีเวอร์ชันที่รองรับ


ล้าง Cache แล้วแอปออกจากระบบ เกิดจากอะไร

โดยทั่วไปการล้าง Cache อย่างเดียวไม่ควรทำให้บัญชีออกจากระบบ แต่บางแอปอาจจัดการข้อมูลชั่วคราวแตกต่างกัน หรือผู้ใช้อาจเลือกคำสั่งล้างข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ

ให้ตรวจสอบว่าเลือกคำสั่งใด

  • Clear cache หมายถึงล้างไฟล์ชั่วคราว
  • Clear data หมายถึงล้างข้อมูลแอป
  • Clear storage อาจมีความหมายเหมือนล้างข้อมูล
  • Uninstall updates หมายถึงถอนเวอร์ชันอัปเดตของแอประบบ

ควรอ่านข้อความยืนยันก่อนกดทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อแอปมีบัญชีสมาชิกหรือข้อมูลสำคัญ


ล้าง Cache แล้วแอปเปิดช้ากว่าเดิมเป็นเรื่องปกติหรือไม่

เป็นเรื่องปกติในครั้งแรก เพราะแอปต้องดาวน์โหลดรูปภาพ เมนู และข้อมูลชั่วคราวใหม่ หลังใช้งานสักระยะความเร็วควรกลับเป็นปกติ

หากแอปยังช้าต่อเนื่อง ให้ตรวจสอบ

  • ความเร็วอินเทอร์เน็ต
  • พื้นที่ว่าง
  • เวอร์ชันแอป
  • เวอร์ชันระบบ
  • จำนวนแอปที่ทำงานเบื้องหลัง
  • ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์

จำเป็นต้องรีเซ็ต Google TV หรือไม่

ไม่ควรคืนค่าโรงงานเพียงเพราะ Cache ของแอปมีปัญหา ควรลองบังคับหยุด ล้าง Cache อัปเดต และติดตั้งแอปใหม่ก่อน

การคืนค่าโรงงานจะลบข้อมูลหลายรายการ เช่น

  • บัญชี Google
  • แอปที่ติดตั้ง
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • การจับคู่ Bluetooth
  • ข้อมูลภายในแอป
  • การจัดเรียงหน้าหลัก

ควรรีเซ็ตเมื่อหลายแอปและระบบมีปัญหาต่อเนื่อง หลังตรวจอินเทอร์เน็ต พื้นที่ และอัปเดตระบบแล้วเท่านั้น


ตารางวิเคราะห์ปัญหาก่อนล้าง Cache

อาการควรล้าง Cache หรือไม่ขั้นตอนต่อไป
แอปค้างที่โลโก้ควรลองบังคับหยุดและรีสตาร์ต
แอปเด้งกลับหน้าหลักควรลองตรวจพื้นที่และอัปเดต
ภาพหน้าปกไม่โหลดควรลองตรวจอินเทอร์เน็ต
วิดีโอกระตุกทุกแอปอาจไม่ใช่สาเหตุหลักตรวจ Wi-Fi และเราเตอร์
บัญชีเข้าสู่ระบบไม่ได้อาจช่วยบางกรณีตรวจบัญชี วัน และเวลา
Play Store ดาวน์โหลดค้างควรลองตรวจพื้นที่และบริการ Google
แอปไม่รองรับอุปกรณ์ไม่ช่วยใช้แอปหรือวิธีที่รองรับ
หาแอปไม่เจอในร้านค้าอาจไม่เกี่ยวตรวจรุ่น ภูมิภาค และโปรไฟล์
พื้นที่เต็มช่วยได้ชั่วคราวถอนแอปที่ไม่ใช้
เมนูช้าทั้งระบบช่วยเฉพาะบางส่วนรีสตาร์ตและเพิ่มพื้นที่

ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam เลือกใช้การล้าง Cache เฉพาะกรณีที่มีโอกาสช่วยได้จริง


สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อล้าง Cache

  • ไม่ควรล้างข้อมูลแทน Cache โดยไม่อ่านชื่อคำสั่ง
  • ไม่ควรล้างข้อมูลก่อนเตรียมรหัสผ่าน
  • ไม่ควรปิดหรือถอน Google Play Services
  • ไม่ควรล้างข้อมูลของแอปหน้าหลักโดยไม่จำเป็น
  • ไม่ควรลบแอปที่ถูกถอนจาก Play Store ทันที
  • ไม่ควรติดตั้งแอปทำความสะอาดจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ควรกดคำสั่งซ้ำขณะระบบกำลังประมวลผล
  • ไม่ควรถอดปลั๊กระหว่างอัปเดต
  • ไม่ควรคืนค่าโรงงานเพียงเพื่อเพิ่มพื้นที่เล็กน้อย

หาก Google TV ค้างทั้งระบบ ให้รีสตาร์ตอย่างปลอดภัยก่อน ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาอุปกรณ์หรือซ่อมชิ้นส่วนภายใน


คำถามที่พบบ่อย

ล้าง Cache ทำให้แอปหรือบัญชีหายหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ทำให้แอปและบัญชีหาย เพราะลบเฉพาะไฟล์ชั่วคราว แต่ควรตรวจว่าไม่ได้เลือกคำสั่งล้างข้อมูลหรือ Clear storage

ล้าง Cache ช่วยให้ Google TV เร็วขึ้นหรือไม่

อาจช่วยเมื่อแอปมี Cache เสียหายหรือขนาดใหญ่ แต่หากระบบช้าเพราะพื้นที่เต็มหรือฮาร์ดแวร์จำกัด ควรถอนแอปที่ไม่ใช้และลดงานเบื้องหลังร่วมด้วย

ต้องล้าง Cache ทุกแอปหรือไม่

ไม่จำเป็น ควรเริ่มจากแอปที่มีปัญหา แอปที่ใช้พื้นที่มาก หรือ Play Store เมื่อดาวน์โหลดติดขัด

Cache จะกลับมาอีกหรือไม่

กลับมา เพราะแอปต้องสร้างไฟล์ชั่วคราวเพื่อใช้งาน ถือเป็นพฤติกรรมปกติ

ล้าง Cache แล้วทำไมแอปเปิดช้า

แอปต้องดาวน์โหลดภาพและข้อมูลชั่วคราวใหม่ จึงอาจช้าชั่วคราวในครั้งแรก

ล้าง Cache ช่วยแก้แอปไม่รองรับได้หรือไม่

ไม่ได้ หากแอปไม่รองรับรุ่น ระบบ หรือภูมิภาค การล้าง Cache จะไม่เปลี่ยนข้อกำหนดของแอป

ล้าง Cache ของ Play Store ปลอดภัยหรือไม่

โดยทั่วไปปลอดภัยและไม่ควรลบบัญชี แต่ควรเริ่มจากบังคับหยุดและล้าง Cache ก่อนล้างข้อมูล


สรุปวิธีล้าง Cache บน Google TV

เข้าไปที่ การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด > เลือกแอป > ล้างแคช แล้วเปิดแอปทดสอบใหม่ การล้าง Cache เหมาะกับอาการแอปช้า ค้าง เด้ง หรือแสดงข้อมูลผิดปกติ และโดยทั่วไปไม่ทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่

หากล้างแล้วไม่หาย ให้บังคับหยุด รีสตาร์ต ตรวจอินเทอร์เน็ต พื้นที่ วันเวลา และอัปเดตแอปก่อนพิจารณาล้างข้อมูล แนวทางจาก comsiam คือจัดการเฉพาะแอปที่มีปัญหาและแยกคำสั่ง Clear cache ออกจาก Clear data ให้ชัด เพื่อป้องกันข้อมูลหายโดยไม่จำเป็น