Sony Bravia รีโมตใช้งานไม่ได้ ตรวจสอบและจับคู่ใหม่อย่างไร

หากรีโมต Sony Bravia ใช้งานไม่ได้ ให้เริ่มจากเปลี่ยนถ่านใหม่ ตรวจสอบขั้วถ่าน รีสตาร์ตทีวี และนำสิ่งกีดขวางหน้าเซ็นเซอร์ออก หากใช้ได้เฉพาะบางปุ่มหรือสั่งงานด้วยเสียงไม่ได้ รีโมต Bluetooth อาจหลุดการเชื่อมต่อ จึงต้องจับคู่กับทีวีใหม่ผ่านเมนูรีโมตและอุปกรณ์เสริม

ไม่ควรรีบซื้อรีโมตใหม่จนกว่าจะทดสอบถ่าน สัญญาณอินฟราเรด การจับคู่ Bluetooth และปุ่มควบคุมบนตัวทีวีเรียบร้อยแล้ว


สารบัญ

  • อาการรีโมต Sony Bravia ใช้งานไม่ได้
  • รีโมตอินฟราเรดกับ Bluetooth ต่างกันอย่างไร
  • สาเหตุที่รีโมตไม่ตอบสนอง
  • วิธีแก้เบื้องต้น
  • วิธีทดสอบสัญญาณอินฟราเรด
  • วิธีจับคู่รีโมตใหม่
  • รีโมตใช้ได้แต่สั่งงานด้วยเสียงไม่ได้
  • ปุ่มบางปุ่มกดไม่ได้
  • วิธีควบคุมทีวีชั่วคราว
  • ตารางวิเคราะห์อาการ
  • เมื่อใดควรเปลี่ยนรีโมต

อาการรีโมต Sony Bravia ใช้งานไม่ได้มีแบบใดบ้าง

ปัญหารีโมตสามารถแสดงอาการได้หลายรูปแบบ เช่น

  • กดทุกปุ่มแล้วทีวีไม่ตอบสนอง
  • เปิดและปิดทีวีได้ แต่ปุ่มอื่นใช้ไม่ได้
  • ปรับเสียงได้ แต่สั่งงานด้วยเสียงไม่ได้
  • ต้องกดปุ่มหลายครั้งจึงทำงาน
  • ต้องยืนใกล้ทีวีมากกว่าปกติ
  • รีโมตตอบสนองช้าหรือคำสั่งขาดหาย
  • ปุ่มบางปุ่มใช้งานไม่ได้
  • ทีวีแจ้งว่าไม่ได้เชื่อมต่อรีโมต
  • รีโมตหลุดการจับคู่หลังอัปเดตระบบ
  • กดหนึ่งครั้งแต่ทีวีเลื่อนเมนูหลายตำแหน่ง

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากถ่าน รีโมต เซ็นเซอร์รับสัญญาณ การเชื่อมต่อ Bluetooth หรือระบบทีวี จึงควรตรวจสอบทีละส่วน


รีโมตอินฟราเรดและ Bluetooth ต่างกันอย่างไร

Sony Bravia อาจใช้รีโมตที่ส่งคำสั่งผ่านอินฟราเรด หรือใช้ทั้งอินฟราเรดและ Bluetooth ในอุปกรณ์ชิ้นเดียวกัน

รีโมตอินฟราเรด

รีโมตประเภทนี้ต้องหันไปทางเซ็นเซอร์ของทีวีและไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง สัญญาณมักใช้ควบคุมคำสั่งพื้นฐาน เช่น เปิดเครื่อง ปิดเครื่อง หรือปรับระดับเสียง

รีโมต Bluetooth

รีโมตประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องหันตรงไปที่ทีวีตลอดเวลา และมักใช้กับ

  • การสั่งงานด้วยเสียง
  • Google Assistant
  • การเลื่อนเมนู
  • ฟังก์ชันพิเศษของ Google TV หรือ Android TV

รีโมตบางรุ่นใช้สัญญาณอินฟราเรดสำหรับปุ่มเปิดเครื่อง แต่ใช้ Bluetooth สำหรับคำสั่งอื่น ดังนั้นอาการเปิดทีวีได้แต่ปุ่มเสียงหรือไมโครโฟนใช้ไม่ได้ อาจหมายถึง Bluetooth หลุดการจับคู่


สาเหตุที่รีโมต Sony Bravia ใช้งานไม่ได้

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. ถ่านหมดหรือกำลังไฟต่ำ
  2. ใส่ถ่านกลับขั้ว
  3. ขั้วสัมผัสถ่านไม่แน่นหรือมีคราบ
  4. มีสิ่งกีดขวางเซ็นเซอร์รับสัญญาณ
  5. แสงสว่างบางชนิดรบกวนอินฟราเรด
  6. รีโมตอยู่ไกลจากทีวีเกินไป
  7. รีโมต Bluetooth หลุดการจับคู่
  8. ระบบทีวีค้างชั่วคราว
  9. ปุ่มรีโมตติดหรือสกปรก
  10. รีโมตได้รับความชื้นหรือกระแทก
  11. ใช้รีโมตคนละรุ่นหรือไม่รองรับทีวี
  12. เซ็นเซอร์รับสัญญาณของทีวีมีปัญหา

หากมีรีโมตหลายอันอยู่ใกล้กัน ควรตรวจสอบด้วยว่ากำลังใช้รีโมตที่ตรงกับทีวีเครื่องนั้น


วิธีแก้รีโมต Sony Bravia เบื้องต้น

1. เปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งสองก้อน

ถอดถ่านเดิมออกแล้วเปลี่ยนเป็นถ่านใหม่ชนิดและขนาดเดียวกันทั้งชุด ไม่ควรใช้ถ่านเก่าผสมกับถ่านใหม่ เพราะแรงดันไฟอาจไม่สม่ำเสมอ

ตรวจสอบเครื่องหมายบวกและลบภายในช่องใส่ถ่านก่อนปิดฝา จากนั้นทดสอบรีโมตในระยะใกล้ทีวี

2. รีเซ็ตพลังงานของรีโมต

  1. ถอดถ่านออกจากรีโมต
  2. กดปุ่มเปิด–ปิดค้างไว้ประมาณ 5–10 วินาที
  3. ปล่อยปุ่มและรอประมาณหนึ่งนาที
  4. ใส่ถ่านใหม่กลับเข้าไป
  5. ทดสอบการใช้งานอีกครั้ง

ขั้นตอนนี้ช่วยระบายประจุที่ค้างอยู่ในวงจรรีโมต และไม่กระทบข้อมูลภายในทีวี

3. ตรวจสอบช่องใส่ถ่าน

ดูว่าขั้วโลหะสะอาด ไม่บิดงอ และไม่มีร่องรอยผิดปกติ หากพบคราบเล็กน้อย ให้ถอดถ่านออกก่อนแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดเบา ๆ

หากพบถ่านบวม รั่ว หรือมีสารออกจากถ่าน ไม่ควรสัมผัสโดยตรงหรือใส่กลับเข้าไป ให้แจ้งผู้ใหญ่ช่วยจัดการอย่างปลอดภัยตามคำแนะนำของผู้ผลิตถ่าน

4. นำสิ่งกีดขวางออก

ตรวจสอบบริเวณด้านหน้าหรือขอบล่างของทีวี เพราะเป็นตำแหน่งที่มักติดตั้งเซ็นเซอร์รับสัญญาณ สิ่งที่อาจกีดขวาง ได้แก่

  • Soundbar
  • ของตกแต่ง
  • กรอบหรือแผ่นปิด
  • ฝุ่นหนา
  • อุปกรณ์เกมที่วางหน้าเครื่อง

เลื่อนสิ่งของออก แล้วหันรีโมตตรงไปยังทีวีในระยะประมาณหนึ่งถึงสองเมตรเพื่อทดสอบ

5. รีสตาร์ตทีวี

หากปุ่มควบคุมบนตัวทีวียังใช้ได้ ให้ปิดเครื่องและเปิดใหม่ หรือเลือกคำสั่ง Restart จากเมนู หากทีวีไม่ได้กำลังอัปเดตระบบ สามารถถอดปลั๊กประมาณหนึ่งถึงสองนาทีแล้วเสียบกลับได้

ห้ามถอดปลั๊กหากหน้าจอกำลังแสดงข้อความติดตั้งหรืออัปเดตซอฟต์แวร์


วิธีทดสอบรีโมตอินฟราเรดด้วยกล้องโทรศัพท์

กล้องโทรศัพท์หลายรุ่นสามารถมองเห็นแสงจากหลอดอินฟราเรดของรีโมตได้ แม้ตาเปล่าจะมองไม่เห็น

ขั้นตอนการทดสอบ

  1. เปิดแอปกล้องบนโทรศัพท์
  2. หันปลายด้านหน้าของรีโมตเข้าหากล้อง
  3. มองภาพผ่านหน้าจอโทรศัพท์
  4. กดปุ่มบนรีโมตค้างไว้
  5. สังเกตว่ามีแสงกะพริบสีขาวหรือม่วงที่ปลายรีโมตหรือไม่

หากไม่เห็นแสง ให้ลองกล้องหน้า เพราะโทรศัพท์บางรุ่นมีตัวกรองอินฟราเรดที่กล้องหลัง

แปลผลอย่างไร

  • มีแสงกะพริบ: รีโมตส่งสัญญาณอินฟราเรดได้
  • ไม่มีแสงจากทุกปุ่ม: ถ่านหมด ใส่ถ่านผิด หรือรีโมตอาจเสีย
  • มีแสงเฉพาะบางปุ่ม: ปุ่มหรือแผงสัมผัสภายในอาจมีปัญหา
  • รีโมตมีแสงแต่ทีวีไม่ตอบสนอง: ตรวจเซ็นเซอร์ทีวี สิ่งกีดขวาง และระบบทีวี

วิธีนี้ทดสอบได้เฉพาะสัญญาณอินฟราเรด ไม่ได้ยืนยันว่า Bluetooth หรือไมโครโฟนทำงานปกติ


วิธีจับคู่รีโมต Sony Bravia ใหม่

วิธีจับคู่อาจแตกต่างกันตามรุ่นของทีวีและรีโมต ก่อนเริ่มควรใส่ถ่านใหม่และนำรีโมตมาไว้ใกล้ทีวี

จับคู่ผ่านเมนูทีวี

เข้าเมนูโดยประมาณดังนี้

การตั้งค่า > รีโมตและอุปกรณ์เสริม > รีโมตคอนโทรล > เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth

ชื่อเมนูอาจเป็น Remotes & Accessories, Remote control หรือ Bluetooth settings

จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ ซึ่งอาจให้กดปุ่มสองปุ่มพร้อมกันค้างไว้จนไฟสถานะกะพริบ

หากเข้าเมนูด้วยรีโมตไม่ได้

สามารถใช้วิธีใดวิธีหนึ่งชั่วคราว ได้แก่

  • ปุ่มควบคุมบนตัวทีวี
  • แอปรีโมตที่รองรับบนโทรศัพท์
  • เมาส์หรือคีย์บอร์ด USB ในรุ่นที่รองรับ
  • รีโมตสำรองที่ใช้งานร่วมกับทีวีได้

เมื่อเข้าเมนูได้แล้ว ให้ลบรีโมตเดิมออกจากรายการ Bluetooth หากระบบอนุญาต จากนั้นเริ่มจับคู่ใหม่

ปุ่มที่ใช้จับคู่

ปุ่มสำหรับจับคู่ไม่เหมือนกันทุกรีโมต บางรุ่นอาจใช้ปุ่มลดเสียงร่วมกับปุ่มไมโครโฟน ขณะที่บางรุ่นใช้ปุ่มอื่น ควรทำตามภาพที่ทีวีแสดงหรือคู่มือของรีโมตรุ่นนั้น ไม่ควรสุ่มกดปุ่มหลายชุดต่อเนื่อง


รีโมตเปิดทีวีได้แต่ปุ่มอื่นใช้ไม่ได้

อาการนี้มักเกิดเมื่อปุ่มเปิดเครื่องยังส่งผ่านอินฟราเรดได้ แต่การเชื่อมต่อ Bluetooth หลุด

ให้ลองทำดังนี้

  1. เปลี่ยนถ่านใหม่
  2. รีสตาร์ตทีวี
  3. เข้าเมนูรีโมตและอุปกรณ์เสริม
  4. ตรวจสอบว่ารีโมตแสดงสถานะเชื่อมต่อหรือไม่
  5. ลบการเชื่อมต่อเดิมแล้วจับคู่ใหม่
  6. อัปเดตซอฟต์แวร์ของทีวี

หากปุ่มเปิดเครื่องและปรับเสียงทำงาน แต่ปุ่ม Google Assistant ใช้ไม่ได้ ให้ตรวจสอบไมโครโฟนและสิทธิ์ของบริการ Google เพิ่มเติม


รีโมตใช้ได้แต่สั่งงานด้วยเสียงไม่ได้

ฟังก์ชันเสียงต้องใช้ทั้ง Bluetooth ไมโครโฟน อินเทอร์เน็ต และบริการผู้ช่วยเสียง จึงอาจมีปัญหาแม้ปุ่มทั่วไปยังทำงาน

ตรวจสอบการจับคู่ Bluetooth

เปิดเมนูรีโมตและอุปกรณ์เสริม แล้วตรวจสอบว่ารีโมตเชื่อมต่ออยู่ หากไม่พบให้จับคู่ใหม่

ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต

ลองเปิด YouTube หรือแอปออนไลน์ หากอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ การสั่งงานด้วยเสียงอาจไม่สามารถประมวลผลคำสั่งได้

ตรวจสอบบัญชีและสิทธิ์

ทีวีบางรุ่นต้องเข้าสู่ระบบบัญชี Google และเปิดใช้ Google Assistant ก่อน ตรวจสอบว่าบริการไมโครโฟนหรือผู้ช่วยเสียงไม่ได้ถูกปิดไว้ในเมนูความเป็นส่วนตัว

พูดใกล้ไมโครโฟน

กดปุ่มไมโครโฟนตามวิธีของรีโมต แล้วพูดด้วยเสียงปกติใกล้ส่วนไมโครโฟน ไม่จำเป็นต้องตะโกน หากมีเคสหรือแผ่นปิดรีโมต ให้ตรวจสอบว่าไม่ได้บังช่องไมโครโฟน


ปุ่มบางปุ่มกดไม่ได้หรือกดแล้วค้าง

หากเสียเพียงบางปุ่ม สาเหตุอาจเป็นสิ่งสกปรก ปุ่มติด หรือหน้าสัมผัสภายในเสื่อม

แนวทางที่ปลอดภัยคือ

  1. ถอดถ่านออก
  2. ตรวจดูว่ามีปุ่มใดจมหรือติดค้างหรือไม่
  3. ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าหมาดเล็กน้อยเช็ดภายนอก
  4. รอให้รีโมตแห้งสนิท
  5. ใส่ถ่านและทดสอบใหม่

ไม่ควรฉีดน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดเข้าไปตามร่องปุ่ม และไม่ควรแกะวงจรรีโมตหากไม่มีความรู้ เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายหรือประกอบกลับไม่ถูกต้อง

หากกดหนึ่งครั้งแล้วเมนูเลื่อนหลายตำแหน่ง ให้ตรวจว่าปุ่มทิศทางไม่ได้ติดอยู่ และถอดถ่านออกชั่วคราวเพื่อดูว่าอาการหยุดหรือไม่


ทีวีไม่ตอบสนองทั้งรีโมตและปุ่มบนเครื่อง

หากทีวีไม่ตอบสนองต่อทั้งรีโมตและปุ่มควบคุมบนตัวเครื่อง ปัญหาอาจอยู่ที่ระบบทีวี ไม่ใช่รีโมต

ให้สังเกตว่า

  • ไฟสถานะของทีวีติดหรือไม่
  • หน้าจอค้างอยู่ที่โลโก้หรือไม่
  • มีภาพหรือเสียงอยู่หรือไม่
  • ทีวีกำลังอัปเดตระบบหรือไม่
  • อุปกรณ์ HDMI สามารถปลุกทีวีได้หรือไม่

หากไม่ได้กำลังอัปเดต ให้ปิดและถอดปลั๊กประมาณหนึ่งถึงสองนาที แล้วเสียบกลับโดยตรงกับเต้ารับที่ใช้งานปกติ หากยังไม่มีการตอบสนอง ควรติดต่อศูนย์บริการ

ห้ามเปิดฝาหลังทีวีหรือแตะต้องวงจรภายใน เพราะอาจมีไฟฟ้าคงค้างแม้ถอดปลั๊กแล้ว


ใช้โทรศัพท์ควบคุม Sony Bravia ชั่วคราวได้หรือไม่

Sony Bravia ที่ใช้ Google TV หรือ Android TV หลายรุ่นสามารถรับคำสั่งจากแอปรีโมตที่รองรับได้ โดยโทรศัพท์และทีวีต้องเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เชื่อมต่อโทรศัพท์กับ Wi-Fi เดียวกับทีวี
  2. เปิดแอปที่มีฟังก์ชันรีโมต Google TV
  3. เลือกชื่อทีวี
  4. ป้อนรหัสยืนยันที่แสดงบนหน้าจอทีวี
  5. ใช้ปุ่มทิศทางเข้าสู่เมนูจับคู่รีโมต

ควรใช้แอปจากร้านค้าอย่างเป็นทางการและตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาก่อนติดตั้ง ไม่ควรให้สิทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมทีวี

หากทีวีไม่ได้เชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่ แอปบนโทรศัพท์อาจค้นหาทีวีไม่พบ จึงอาจต้องใช้ปุ่มบนตัวเครื่องหรือรีโมตสำรองแทน


อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวีและรีโมต

ซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่อาจแก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Bluetooth และการตอบสนองของรีโมต ตรวจสอบได้จากเมนูโดยประมาณดังนี้

การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > การอัปเดตระบบ

Sony Bravia บางรุ่นสามารถอัปเดตเฟิร์มแวร์ของรีโมตได้จากเมนูรีโมตและอุปกรณ์เสริม หากพบคำสั่งอัปเดต ควรใส่ถ่านที่มีกำลังเพียงพอ วางรีโมตใกล้ทีวี และไม่ถอดถ่านระหว่างดำเนินการ

ไม่ควรปิดทีวีหรือถอดปลั๊กขณะระบบกำลังอัปเดต


รีเซ็ตทีวีจำเป็นหรือไม่

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องคืนค่าโรงงานเมื่อเสียเฉพาะรีโมต ควรลองเปลี่ยนถ่าน รีเซ็ตรีโมต รีสตาร์ตทีวี และจับคู่ Bluetooth ใหม่ก่อน

การคืนค่าโรงงานอาจลบข้อมูลต่อไปนี้

  • บัญชี Google
  • แอปที่ติดตั้ง
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • การจับคู่อุปกรณ์ Bluetooth
  • การจัดเรียงช่องและหน้าหลัก

ควรพิจารณารีเซ็ตเมื่อระบบทีวีมีอาการผิดปกติหลายส่วนพร้อมกัน และขั้นตอนอื่นทั้งหมดไม่สำเร็จเท่านั้น


ตารางวิเคราะห์อาการรีโมต Sony Bravia

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีตรวจสอบก่อน
ทุกปุ่มใช้งานไม่ได้ถ่านหมดหรือรีโมตไม่มีไฟเปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด
ต้องกดใกล้ทีวีมากถ่านอ่อนหรือมีสิ่งกีดขวางเปลี่ยนถ่านและเปิดทางเซ็นเซอร์
เปิดทีวีได้แต่ปุ่มอื่นไม่ได้Bluetooth หลุดการเชื่อมต่อจับคู่รีโมตใหม่
ปุ่มทั่วไปใช้ได้แต่เสียงไม่ได้Bluetooth ไมโครโฟน หรืออินเทอร์เน็ตตรวจการจับคู่และเครือข่าย
ใช้ไม่ได้เฉพาะบางปุ่มปุ่มติดหรือหน้าสัมผัสเสื่อมทำความสะอาดภายนอกและทดสอบ
รีโมตมีแสง IR แต่ทีวีไม่ตอบสนองเซ็นเซอร์ถูกบังหรือทีวีค้างนำสิ่งกีดขวางออกและรีสตาร์ต
กดครั้งเดียวแต่เลื่อนหลายครั้งปุ่มทิศทางติดถอดถ่านและตรวจปุ่ม
รีโมตหลุดบ่อยถ่านอ่อนหรือซอฟต์แวร์มีปัญหาเปลี่ยนถ่านและอัปเดตระบบ
รีโมตสำรองก็ใช้ไม่ได้ทีวีหรือเซ็นเซอร์อาจมีปัญหาทดสอบปุ่มบนทีวีและติดต่อศูนย์

ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam แยกได้ว่าควรตรวจรีโมต การจับคู่ หรือระบบของทีวีก่อนซื้ออุปกรณ์ใหม่


สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อรีโมตใช้งานไม่ได้

  • ไม่ควรใช้ถ่านเก่าผสมกับถ่านใหม่
  • ไม่ควรใช้ถ่านต่างชนิดกันในชุดเดียว
  • ไม่ควรใส่ถ่านที่บวม รั่ว หรือเสียหาย
  • ไม่ควรฉีดน้ำยาทำความสะอาดเข้าไปในรีโมต
  • ไม่ควรทุบหรือกระแทกรีโมตเพื่อให้กลับมาทำงาน
  • ไม่ควรสุ่มกดปุ่มหลายชุดระหว่างอัปเดตเฟิร์มแวร์
  • ไม่ควรดาวน์โหลดแอปรีโมตจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวีเพื่อตรวจเซ็นเซอร์ด้วยตนเอง

หากรีโมตหรือถ่านมีความร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือพบของเหลวจากถ่าน ให้หยุดใช้งานทันทีและแจ้งผู้ใหญ่ช่วยตรวจสอบ


คำถามที่พบบ่อย

รีโมต Sony Bravia เปิดทีวีได้ แต่เลื่อนเมนูไม่ได้ เกิดจากอะไร

ปุ่มเปิดเครื่องอาจใช้สัญญาณอินฟราเรด แต่เมนูใช้ Bluetooth รีโมตจึงอาจหลุดการจับคู่ ให้เข้าเมนูรีโมตและอุปกรณ์เสริมแล้วจับคู่ใหม่

เปลี่ยนถ่านแล้วรีโมตยังใช้ไม่ได้ควรทำอย่างไร

ตรวจขั้วถ่าน รีเซ็ตพลังงานของรีโมต ทดสอบอินฟราเรดด้วยกล้อง และรีสตาร์ตทีวี หากเป็นรีโมต Bluetooth ให้จับคู่ใหม่

ใช้กล้องโทรศัพท์ทดสอบรีโมตได้ทุกรุ่นหรือไม่

ทดสอบได้เฉพาะการส่งสัญญาณอินฟราเรด โทรศัพท์บางรุ่นกรองแสงอินฟราเรด จึงอาจต้องใช้กล้องหน้า และวิธีนี้ไม่สามารถทดสอบ Bluetooth ได้

ทำไมปุ่มไมโครโฟนใช้ไม่ได้

อาจเกิดจากรีโมตไม่ได้จับคู่ผ่าน Bluetooth อินเทอร์เน็ตขัดข้อง บริการผู้ช่วยเสียงถูกปิด หรือไมโครโฟนถูกบัง

ใช้รีโมต Sony รุ่นอื่นแทนกันได้หรือไม่

ปุ่มพื้นฐานอาจใช้งานได้ในบางรุ่น แต่ฟังก์ชัน Bluetooth ไมโครโฟน และปุ่มลัดอาจไม่รองรับ ควรตรวจหมายเลขรุ่นของทีวีและรีโมตก่อนซื้อ

จำเป็นต้องรีเซ็ตทีวีเป็นค่าโรงงานหรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น ปัญหารีโมตมักแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนถ่าน รีสตาร์ต และจับคู่ใหม่ การคืนค่าโรงงานควรเป็นทางเลือกท้าย ๆ

เมื่อใดควรซื้อรีโมตใหม่

ควรพิจารณาเมื่อใส่ถ่านใหม่แล้วรีโมตไม่ส่งสัญญาณ ปุ่มเสียหลายปุ่ม หรือรีโมตได้รับความเสียหาย และทดสอบแล้วว่าทีวียังรับคำสั่งจากรีโมตอื่นหรือแอปได้ตามปกติ


สรุปวิธีแก้ Sony Bravia รีโมตใช้งานไม่ได้

เริ่มจากเปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด ตรวจขั้วถ่าน นำสิ่งกีดขวางหน้าเซ็นเซอร์ออก และรีสตาร์ตทีวี หากเปิดทีวีได้แต่ปุ่มอื่นหรือการสั่งงานด้วยเสียงใช้ไม่ได้ ให้ตรวจ Bluetooth และจับคู่รีโมตใหม่

การทดสอบอินฟราเรดด้วยกล้องโทรศัพท์ช่วยตรวจว่ารีโมตส่งสัญญาณหรือไม่ แต่ไม่สามารถทดสอบ Bluetooth ได้ หากรีโมตสำรองและปุ่มบนตัวทีวีก็ไม่ตอบสนอง ปัญหาอาจอยู่ที่ระบบหรือฮาร์ดแวร์ของทีวี แนวทางจาก comsiam คือแยกทดสอบรีโมตกับทีวีก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์หรือคืนค่าโรงงาน