Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Samsung Smart TV ค้างที่โลโก้ ให้ถอดอุปกรณ์ HDMI และ USB ทั้งหมด จากนั้นทำ Cold Boot หรือถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1–2 นาทีแล้วเปิดใหม่ หากยังค้างซ้ำ อาจเกิดจากระบบเสียหาย พื้นที่เต็ม อุปกรณ์ภายนอกรบกวนการบูต หรือฮาร์ดแวร์มีปัญหา
อาการอาจเกิดได้หลายลักษณะ เช่น
หากทีวีค้างเพียงครั้งเดียวแล้วกลับมาปกติหลัง Cold Boot อาจเป็นระบบทำงานผิดพลาดชั่วคราว แต่ถ้าเกิดทุกครั้งควรตรวจสอบอย่างเป็นขั้นตอน
กระบวนการของ Smart Hub หรือระบบปฏิบัติการอาจหยุดตอบสนอง ทำให้ทีวีไม่สามารถเข้าสู่หน้าหลักได้
กล่องทีวี เกมคอนโซล ฮาร์ดดิสก์ USB หรืออุปกรณ์ HDMI-CEC อาจส่งคำสั่งผิดปกติ ทำให้ทีวีเปลี่ยนช่อง เปิด–ปิด หรือค้างระหว่างบูต
ปุ่ม Power ที่กดค้าง รีโมตชำรุด หรือปุ่มบนตัวทีวีติด อาจส่งคำสั่งเปิด–ปิดซ้ำจนดูเหมือนทีวีบูตวน
เมื่อพื้นที่จัดเก็บใกล้เต็ม ระบบอาจไม่มีพื้นที่สำหรับสร้างไฟล์ชั่วคราวหรือโหลด Smart Hub ส่งผลให้เปิดช้า ค้าง หรือรีสตาร์ตเอง
หากไฟดับ อินเทอร์เน็ตหลุด หรือทีวีถูกปิดระหว่างอัปเดต ไฟล์ระบบอาจไม่สมบูรณ์จนบูตไม่ผ่าน
แอปที่เปิดอัตโนมัติหลังเปิดทีวีอาจค้าง ทำให้ทีวีหยุดอยู่หน้าโลโก้หรือรีสตาร์ตกลับมาใหม่
ปลั๊กหลวม รางปลั๊กมีปัญหา หรือแหล่งจ่ายไฟไม่สม่ำเสมออาจทำให้ทีวีรีสตาร์ตระหว่างเริ่มระบบ
หากทำขั้นตอนภายนอกทั้งหมดแล้วยังบูตวน อาจเกี่ยวข้องกับหน่วยความจำ แผงวงจร หรือระบบจ่ายไฟภายใน ซึ่งควรให้ช่างตรวจสอบ
เริ่มจากถอดอุปกรณ์ภายนอกและรีสตาร์ตโดยไม่ลบข้อมูลก่อน
หากอาการเกิดทันทีหลังอัปเดตหรือไฟกลับมา ให้รอประมาณ 5–10 นาทีโดยไม่กดปุ่มซ้ำ เพราะระบบอาจกำลังตรวจสอบไฟล์หรือดำเนินการติดตั้งต่อ
หากหน้าจอแสดงข้อความกำลังอัปเดต ห้ามปิดเครื่องหรือถอดปลั๊กจนกว่าระบบจะเสร็จ
หากอาการหายหลังถอดถ่าน รีโมตหรือปุ่ม Power อาจเป็นต้นเหตุ
ปิดทีวีแล้วถอดอุปกรณ์ต่อไปนี้ออกชั่วคราว
ให้เหลือเพียงสายไฟของทีวี จากนั้นเปิดเครื่องและตรวจสอบว่าสามารถเข้าสู่หน้าหลักได้หรือไม่
หากทีวียังตอบสนองต่อรีโมต ให้ลองทำดังนี้
หากทีวีกลับไปค้างเหมือนเดิม ให้ใช้การถอดปลั๊กในขั้นตอนถัดไป
ไม่ควรขยับทีวีที่ติดผนังหรือเอื้อมไปยังบริเวณที่เข้าถึงยาก หากไม่สามารถกดปุ่มบนเครื่องได้ เพียงถอดปลั๊กและรอโดยไม่ต้องทำขั้นตอนดังกล่าว
ตรวจสอบว่าสายไฟเสียบแน่นและเต้ารับไม่มีรอยไหม้ หลวม หรือร้อนผิดปกติ
หากใช้รางปลั๊ก ให้ทดลองเต้ารับที่อยู่ในสภาพดีโดยมีผู้ใหญ่ช่วยตรวจสอบ ไม่ควรใช้เต้ารับหรือสายไฟที่ชำรุด
หากปลั๊ก สายไฟ หรือเต้ารับมีกลิ่นผิดปกติ ควรหยุดใช้งานทันที
ถอดสาย LAN และปิดเราเตอร์ชั่วคราว จากนั้นเปิดทีวีโดยไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
หากทีวีเข้าสู่หน้าหลักได้ อาจมีปัญหากับแอปที่เปิดอัตโนมัติ Smart Hub หรือการเชื่อมต่อเครือข่าย หลังเข้าระบบแล้วให้ปิดการเปิดแอปอัตโนมัติและตรวจสอบอัปเดต
เมื่อทีวีกลับมาเปิดได้ ให้ต่ออุปกรณ์กลับตามลำดับ
หากทีวีกลับมาค้างหลังต่ออุปกรณ์ใด อุปกรณ์ สาย หรือ HDMI-CEC ของชุดนั้นอาจเป็นต้นเหตุ
เมื่อเข้าเมนูได้แล้ว ให้ตรวจสอบตัวเลือกที่อาจใช้ชื่อว่า
ปิดการเปิดแอปล่าสุดชั่วคราว เพื่อป้องกันแอปที่มีปัญหาเริ่มทำงานทันทีหลังเปิดทีวี
เปิด Apps, Device Care หรือ Manage Storage แล้วลบแอปที่ไม่ได้ใช้งาน
ควรเริ่มจาก
หลังเพิ่มพื้นที่ ให้ทำ Cold Boot แล้วตรวจสอบการเปิดเครื่องอีกครั้ง
เมื่อทีวีเข้าเมนูได้อย่างเสถียร ให้ทำดังนี้
หากทีวียังค้างที่โลโก้และเข้าเมนูไม่ได้ ไม่ควรดาวน์โหลด Firmware จากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือติดตั้งไฟล์ของรุ่นอื่น
หากทีวีเปิดได้ แต่ค้างเมื่อ Smart Hub เริ่มทำงาน ให้พิจารณา Reset Smart Hub
การรีเซ็ตอาจทำให้บัญชีและแอปที่ติดตั้งเพิ่มถูกนำออก จึงควรจดอีเมล รหัสผ่าน และรายชื่อแอปไว้ก่อน
Factory Reset เหมาะกับกรณีที่ทีวียังเข้า Settings ได้ แต่ค้างหรือรีสตาร์ตซ้ำจากปัญหาระบบ
ก่อนทำควรจดข้อมูลต่อไปนี้
หากทีวีค้างที่โลโก้จนเข้าเมนูไม่ได้ ไม่ควรพยายามใช้ Service Menu หรือชุดปุ่มที่ไม่แน่ใจ ควรติดต่อศูนย์บริการแทน
อาการเปิด–ปิดวนหรือ Boot Loop อาจเกิดจากรีโมต อุปกรณ์ HDMI ระบบ หรือฮาร์ดแวร์
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
หากทีวีรีสตาร์ตแม้ไม่มีอุปกรณ์ใดเชื่อมต่อ ปัญหาอาจอยู่ที่ระบบหรือฮาร์ดแวร์ของทีวี
USB หรือฮาร์ดดิสก์อาจมีไฟล์เสียหาย ใช้พลังงานมากเกินไป หรือทำให้ระบบพยายามอ่านข้อมูลระหว่างเริ่มเครื่อง
วิธีตรวจสอบคือ
หากทีวีเปิดได้เมื่อถอด USB ไม่ควรเสียบอุปกรณ์เดิมซ้ำจนกว่าจะตรวจสอบข้อมูลและสภาพอุปกรณ์แล้ว
HDMI-CEC อาจส่งคำสั่งเปิด–ปิดหรือเปลี่ยนแหล่งสัญญาณอัตโนมัติ ทำให้ดูเหมือนทีวีค้างหรือรีสตาร์ต
ให้ลองทำดังนี้
หากปิด Anynet+ แล้วอาการหาย ควรตรวจสอบ HDMI Control ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเพิ่มเติม
หากหน้าจอแสดงข้อความเกี่ยวกับการอัปเดต ให้รอจนระบบเสร็จ ไม่ควรถอดปลั๊ก
หากไม่มีข้อความอัปเดตและค้างอยู่นานผิดปกติ ให้ทำตามนี้
การถอดปลั๊กระหว่างที่ระบบกำลังเขียน Firmware อาจทำให้ไฟล์ระบบเสียหายมากขึ้น จึงไม่ควรรีบตัดไฟเมื่อยังไม่แน่ใจว่าการอัปเดตสิ้นสุดแล้ว
หากทีวีเข้าเมนูได้เป็นช่วงสั้น ๆ ให้ดำเนินการตามลำดับความสำคัญดังนี้
ไม่ควรเปิดแอปจำนวนมากหรือเริ่ม Factory Reset หากทีวีรีสตาร์ตระหว่างการทำงานบ่อย เพราะอาจทำให้กระบวนการไม่สมบูรณ์
| วิธีแก้ | ผลกระทบต่อข้อมูล |
|---|---|
| ถอด HDMI และ USB | ข้อมูลในทีวีไม่หาย |
| Cold Boot | โดยทั่วไปข้อมูลไม่หาย |
| ถอดปลั๊กหลังระบบหยุดทำงาน | โดยทั่วไปข้อมูลไม่หาย |
| ปิด Autorun | เปลี่ยนเฉพาะพฤติกรรมตอนเปิดเครื่อง |
| ลบแอป | ข้อมูลภายในแอปอาจหาย |
| Reset Smart Hub | บัญชีและแอปใน Smart Hub อาจถูกรีเซ็ต |
| Factory Reset | การตั้งค่า บัญชี และแอปส่วนใหญ่หาย |
| ซ่อมหรือเปลี่ยนแผงวงจร | ข้อมูลอาจหายขึ้นอยู่กับชิ้นส่วน |
ควรถอดปลั๊กและหยุดใช้งานเมื่อพบอาการต่อไปนี้
ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวี เพราะส่วนประกอบภายในบางจุดอาจมีพลังงานสะสมแม้ถอดปลั๊กแล้ว
ตามแนวทางของ comsiam ผู้ใช้ควรตรวจสอบเฉพาะอุปกรณ์ภายนอก สาย และการตั้งค่าที่เข้าถึงได้ตามปกติ ส่วนระบบไฟและแผงวงจรควรให้ช่างดำเนินการ
ไม่เสมอไป อาจเกิดจากระบบค้าง รีโมต อุปกรณ์ HDMI, USB หรือพื้นที่เต็ม ควรถอดอุปกรณ์ทั้งหมดและทำ Cold Boot ก่อนสรุปว่าเป็นฮาร์ดแวร์
โดยทั่วไปประมาณ 1–2 นาทีเพียงพอสำหรับการเริ่มระบบใหม่ หากทีวีกำลังอัปเดตซอฟต์แวร์ไม่ควรถอดปลั๊ก
USB อาจมีไฟล์เสียหาย ใช้พลังงานสูง หรือทำให้ระบบค้างระหว่างอ่านข้อมูล ควรตรวจสอบ USB ก่อนนำกลับมาใช้
อาจเกิดจากพื้นที่เต็ม แอปผิดปกติ บัญชี หรือข้อมูล Smart Hub ควรปิด Autorun เพิ่มพื้นที่ และพิจารณา Reset Smart Hub
ไม่ทำให้แอปและบัญชีหาย เป็นการเริ่มระบบใหม่อย่างสมบูรณ์กว่าการปิดเข้าโหมดสแตนด์บาย
ไม่แน่นอน หากสาเหตุเกิดจากฮาร์ดแวร์ แหล่งจ่ายไฟ หรือไฟล์ระบบเสียหายจนเข้าเมนูไม่ได้ Factory Reset อาจทำไม่ได้หรือไม่ช่วย
ถอด HDMI และ USB ทำ Cold Boot และเปิดโดยเหลือเพียงสายไฟ หากยังค้าง ให้จดหมายเลขรุ่นและลักษณะไฟสถานะเพื่อติดต่อศูนย์บริการ
Samsung Smart TV เปิดแล้วค้างที่โลโก้ควรเริ่มจากถอดถ่านรีโมต ถอด HDMI และ USB ทั้งหมด แล้วทำ Cold Boot หรือถอดปลั๊กประมาณ 1–2 นาที หากเปิดได้ ให้ต่ออุปกรณ์กลับทีละชิ้นเพื่อค้นหาต้นเหตุ
หากทีวียังค้างหรือเปิด–ปิดวนแม้เหลือเพียงสายไฟ comsiam แนะนำให้หยุดทดลองซ้ำและติดต่อศูนย์บริการ ไม่ควรเปิดฝาหลัง เข้า Service Menu หรือติดตั้ง Firmware ที่ไม่ตรงกับหมายเลขรุ่น