Samsung Smart TV จอดำแต่ยังมีเสียง เกิดจากอะไร

Samsung Smart TV จอดำแต่ยังมีเสียง อาจเกิดจากเลือกช่องสัญญาณผิด สาย HDMI มีปัญหา เปิดโหมดปิดภาพ การตั้งค่าความสว่างผิดปกติ หรือระบบทีวีค้าง หากมีภาพจาง ๆ เมื่อส่องไฟฉาย อาจเกี่ยวข้องกับระบบไฟส่องสว่างของหน้าจอและควรให้ช่างตรวจสอบ

สารบัญ

  • อาการจอดำแต่มีเสียง
  • สาเหตุที่พบบ่อย
  • วิธีแยกปัญหาจากแหล่งสัญญาณ
  • วิธีแก้ตามลำดับ
  • วิธีทดสอบภาพ
  • จอดำเฉพาะ HDMI แก้อย่างไร
  • อาการใดควรหยุดใช้และเรียกช่าง
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. อาการ Samsung Smart TV จอดำแต่ยังมีเสียง

ปัญหาจอดำอาจมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น

  • มีเสียงรายการแต่หน้าจอมืดสนิท
  • เปิดทีวีแล้วเห็นโลโก้ก่อนจอดำ
  • หน้าจอดำเฉพาะเมื่อเปิดกล่องรับสัญญาณ
  • YouTube มีเสียงแต่ไม่มีภาพ
  • หน้าหลักแสดงได้ แต่เปิดวิดีโอแล้วดำ
  • มีภาพจางมากเมื่อส่องไฟฉาย
  • หน้าจอสว่างเล็กน้อยแต่ไม่มีภาพ
  • จอดำเป็นช่วงแล้วภาพกลับมา
  • ด้านหนึ่งของจอมืดกว่าปกติ
  • มีเสียงตอบสนองเมื่อกดรีโมต แต่ไม่เห็นเมนู
  • ปิดและเปิดใหม่แล้วภาพกลับมาชั่วคราว
  • ภาพหายหลังใช้งานไปสักพัก
  • ไฟสถานะทีวีติดหรือกะพริบ
  • เสียงออกจาก Soundbar แต่หน้าจอไม่แสดงภาพ

ก่อนส่งซ่อมควรแยกให้ออกว่าจอดำเฉพาะแหล่งสัญญาณ หรือจอดำทั้งเมนูของ Samsung Smart TV


2. สาเหตุที่ Samsung Smart TV จอดำแต่มีเสียง

2.1 เลือกช่องสัญญาณผิด

ทีวีอาจถูกเปลี่ยนไปยัง HDMI ที่ไม่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อ ทำให้หน้าจอดำหรือขึ้นข้อความไม่มีสัญญาณ แต่เสียงอาจยังมาจาก Soundbar หรืออุปกรณ์อื่น

2.2 สาย HDMI หลวมหรือชำรุด

หากสายส่งเสียงได้แต่ข้อมูลภาพผิดปกติ ทีวีอาจมีเสียงแต่ไม่มีภาพ โดยเฉพาะเมื่อสาย ขั้วต่อ หรือการจับมือ HDMI มีปัญหา

2.3 กล่องรับสัญญาณหรืออุปกรณ์ต้นทางค้าง

หากเมนูทีวีแสดงปกติ แต่จอดำเฉพาะกล่องทีวี เกมคอนโซล หรือคอมพิวเตอร์ ปัญหามักอยู่ที่อุปกรณ์ต้นทางหรือสายเชื่อมต่อ

2.4 ระบบ Samsung Smart TV ค้าง

ระบบภาพหรือแอปอาจทำงานผิดปกติชั่วคราว การทำ Cold Boot หรือถอดปลั๊กสามารถช่วยเริ่มระบบใหม่ได้

2.5 เปิดโหมดปิดภาพไว้

Samsung Smart TV บางรุ่นมีฟังก์ชันปิดภาพแต่ยังเล่นเสียง เช่น Picture Off หรือ Screen Off ซึ่งเหมาะสำหรับฟังเพลง หากเปิดโดยไม่ตั้งใจหน้าจอจะดำแต่เสียงยังทำงาน

2.6 การตั้งค่าความสว่างผิดปกติ

Brightness, Backlight หรือความสว่างของหน้าจออาจถูกลดต่ำมาก หรือระบบประหยัดพลังงานปรับจอมืดเกินไป

2.7 แอปหรือวิดีโอมีปัญหา

หากหน้าหลักและแอปอื่นมีภาพตามปกติ แต่อาการเกิดเฉพาะแอปหรือวิดีโอหนึ่งรายการ ปัญหาอาจไม่ได้มาจากหน้าจอทีวี

2.8 ระบบไฟส่องสว่างของหน้าจอผิดปกติ

หากยังมองเห็นภาพจาง ๆ เมื่อส่องไฟฉาย แต่หน้าจอไม่สว่างตามปกติ อาจเกี่ยวข้องกับระบบ Backlight ซึ่งต้องให้ช่างตรวจสอบ

2.9 แผงหน้าจอหรือวงจรภายในมีปัญหา

หากจอดำทั้งเมนู ไม่มีภาพแม้รีสตาร์ต และเกิดซ้ำต่อเนื่อง อาจเกี่ยวข้องกับแผงหน้าจอหรือวงจรภายใน ไม่ควรเปิดฝาหลังตรวจสอบเอง


3. วิธีแยกว่าปัญหาอยู่ที่ทีวีหรืออุปกรณ์ภายนอก

กดปุ่ม Home

หากเมนู Home แสดงขึ้น แสดงว่าหน้าจอทีวียังทำงาน ปัญหาน่าจะอยู่ที่แอป ช่อง HDMI กล่องรับสัญญาณ หรือสาย

หากกด Home แล้วไม่มีเมนู แต่ยังได้ยินเสียงตอบสนอง ควรตรวจสอบระบบภาพ การตั้งค่าหน้าจอ และฮาร์ดแวร์ของทีวี

เปิดเมนู Settings

หาก Settings แสดงได้แต่ภาพจาก HDMI ไม่แสดง ให้แก้ที่อุปกรณ์ต้นทางและสาย HDMI ก่อน

ทดลองแอปภายในทีวี

เปิด YouTube หรือแอปอื่นใน Samsung Smart TV หากมีภาพปกติ แสดงว่าหน้าจอไม่ได้เสียทั้งระบบ

ทดลองช่องสัญญาณอื่น

เปลี่ยนจาก HDMI 1 ไป HDMI 2 หรือช่องทีวี หากบางช่องมีภาพและบางช่องไม่มี ให้ตรวจสอบสายและอุปกรณ์ที่ต่อกับช่องนั้น


4. วิธีแก้ Samsung Smart TV จอดำแต่มีเสียง

ขั้นตอนที่ 1 กดปุ่ม Home หรือ Settings

กด Home เพื่อดูว่าเมนู Samsung Smart TV แสดงหรือไม่

  • ถ้าเมนูแสดง ให้ตรวจสอบแอปหรืออุปกรณ์ต้นทาง
  • ถ้าเมนูไม่แสดง ให้ทำ Cold Boot
  • ถ้าเห็นข้อความ No Signal ให้ตรวจสอบ Input และสาย
  • ถ้าหน้าจอมืดแต่มีเสียงเมนู ให้ตรวจสอบ Picture Off และระบบภาพ

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบว่าเปิด Picture Off หรือไม่

กดปุ่มใดก็ได้บนรีโมต ยกเว้นปุ่มปรับเสียงและ Power เพื่อดูว่าภาพกลับมาหรือไม่

จากนั้นเปิด Settings แล้วค้นหาตัวเลือกที่อาจใช้ชื่อว่า

  • Picture Off
  • Screen Off
  • Turn Off Picture
  • Accessibility
  • Energy Saving

ตำแหน่งเมนูขึ้นอยู่กับรุ่น หากภาพกลับมาหลังแตะปุ่ม แสดงว่าอาจเป็นโหมดปิดหน้าจอ ไม่ใช่ความเสียหายของจอ

ขั้นตอนที่ 3 ทำ Cold Boot

หากรีโมตยังใช้งานได้ ให้ทำดังนี้

  1. เปิดทีวีไว้
  2. กดปุ่ม Power บนรีโมตค้าง
  3. รอจนทีวีปิด
  4. กดค้างต่อจนทีวีเปิดและแสดงโลโก้ Samsung
  5. ปล่อยปุ่ม
  6. รอให้ระบบโหลด
  7. ตรวจสอบภาพ

หากไม่เห็นโลโก้เลย ให้ใช้วิธีถอดปลั๊กในขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 4 ถอดปลั๊กทีวี

  1. ปิดทีวี
  2. ถอดปลั๊กออกจากเต้ารับ
  3. ถอดอุปกรณ์ HDMI ออกชั่วคราว
  4. รอประมาณ 60 วินาที
  5. เสียบปลั๊กทีวีโดยยังไม่ต่อ HDMI
  6. เปิดทีวี
  7. กด Home
  8. ตรวจสอบว่าหน้าหลักแสดงหรือไม่

ไม่ควรถอดปลั๊กขณะที่ทีวีกำลังอัปเดตซอฟต์แวร์

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบช่อง Input

กด Source หรือ Home แล้วเลือก Connected Devices จากนั้นเลือกช่องที่ต่ออุปกรณ์จริง เช่น HDMI 1, HDMI 2 หรือ TV

หากไม่แน่ใจ ให้สลับทีละช่องและรอประมาณ 5–10 วินาทีเพื่อให้ระบบตรวจพบสัญญาณ

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบสาย HDMI

  1. ปิดทีวีและอุปกรณ์ต้นทาง
  2. ถอดสาย HDMI ทั้งสองด้าน
  3. ตรวจดูว่าหัวสายไม่เอียงหรือหลวม
  4. เสียบกลับให้แน่น
  5. เปิดอุปกรณ์ต้นทาง
  6. เปิดทีวี
  7. เลือก HDMI ที่ถูกต้อง
  8. ทดสอบภาพ

หากยังจอดำ ให้ทดลองสาย HDMI เส้นอื่นและช่อง HDMI อื่น

ขั้นตอนที่ 7 รีสตาร์ตอุปกรณ์ต้นทาง

หากใช้กล่องทีวี เกมคอนโซล หรือคอมพิวเตอร์ ให้ปิดและถอดปลั๊กอุปกรณ์นั้นประมาณ 30–60 วินาที แล้วเปิดใหม่

หากเมนู Smart TV มีภาพ แต่ภาพจากอุปกรณ์ภายนอกยังดำ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่อุปกรณ์ต้นทาง ความละเอียด หรือสาย HDMI

ขั้นตอนที่ 8 ลดความละเอียดของอุปกรณ์ต้นทาง

อุปกรณ์อาจส่งความละเอียดหรือ Refresh Rate ที่ทีวีไม่รองรับ ให้ตั้งเป็นค่าพื้นฐาน เช่น 1080p เพื่อทดสอบ

หากเป็นคอมพิวเตอร์หรือเกมคอนโซล อาจต้องเชื่อมต่อกับจออื่นที่ใช้งานได้ก่อน แล้วจึงลดความละเอียดและนำกลับมาต่อทีวี

ขั้นตอนที่ 9 ตรวจสอบการตั้งค่าภาพ

หากยังพอมองเห็นเมนู ให้เปิด Settings > Picture แล้วตรวจสอบ

  • Picture Mode
  • Brightness
  • Contrast
  • Backlight หรือ Panel Brightness
  • Energy Saving
  • Brightness Optimization
  • Ambient Light Detection

เลือกโหมด Standard แล้วเพิ่มความสว่างในระดับเหมาะสม ไม่ควรปรับทุกค่าไปสูงสุดทันที

ขั้นตอนที่ 10 ปิดการประหยัดพลังงานเพื่อทดสอบ

ระบบประหยัดพลังงานอาจลดความสว่างตามแสงในห้อง ให้ทดลองปิดตัวเลือกต่อไปนี้ชั่วคราว

  • Brightness Optimization
  • Energy Saving
  • Motion Lighting
  • Ambient Light Detection
  • Minimum Brightness

หากภาพกลับมา ให้เปิดคุณสมบัติทีละรายการเพื่อดูว่าตัวเลือกใดทำให้หน้าจอมืดเกินไป

ขั้นตอนที่ 11 ใช้ Picture Test

Samsung Smart TV บางรุ่นมีการทดสอบภาพในเมนู Self Diagnosis หรือ Device Care

ตำแหน่งที่อาจพบคือ

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Support
  3. เลือก Device Care หรือ Self Diagnosis
  4. เลือก Picture Test
  5. ตรวจสอบภาพตัวอย่างที่ระบบแสดง

หากภาพทดสอบแสดงปกติ ปัญหามักอยู่ที่แอป สาย หรืออุปกรณ์ต้นทาง หาก Picture Test ไม่แสดงหรือจอยังดำ ควรพิจารณาให้ช่างตรวจสอบ

ขั้นตอนที่ 12 อัปเดตซอฟต์แวร์

หากภาพกลับมาและสามารถใช้เมนูได้ ให้ตรวจสอบ Software Update

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Support
  3. เลือก Software Update
  4. เลือก Update Now
  5. รอจนติดตั้งเสร็จ
  6. ห้ามปิดเครื่องหรือถอดปลั๊ก
  7. ตรวจสอบอาการอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 13 รีเซ็ตการตั้งค่าภาพ

หากอาการเกิดหลังปรับภาพ ให้ใช้ Reset Picture เพื่อคืนค่าภาพเป็นค่าเริ่มต้น วิธีนี้ไม่ควรลบแอปหรือบัญชี แต่ค่าภาพที่ตั้งไว้จะหาย

ขั้นตอนที่ 14 คืนค่าโรงงาน

ใช้เมื่อหน้าจอยังแสดงเมนูได้และมีเหตุผลเชื่อว่าปัญหาเกิดจากระบบ ไม่ควรทำ Factory Reset หากจอมืดสนิทจนมองไม่เห็นเมนู เพราะอาจตั้งค่าเครื่องกลับไม่ได้

ก่อนรีเซ็ตควรจดบัญชี รหัสผ่าน Wi-Fi แอป และการตั้งค่าที่สำคัญ


5. วิธีทดสอบหน้าจอด้วยไฟฉายอย่างปลอดภัย

การทดสอบนี้ช่วยสังเกตว่าหน้าจอยังสร้างภาพอยู่หรือไม่ โดยไม่ต้องเปิดฝาหลังทีวี

  1. เปิดทีวีและเปิดรายการที่มีเสียง
  2. ลดแสงภายในห้อง
  3. เปิดไฟฉายจากโทรศัพท์
  4. ส่องเฉียงเข้าใกล้หน้าจอโดยไม่ให้โทรศัพท์กระแทกจอ
  5. สังเกตว่ามีภาพหรือเงาเคลื่อนไหวจาง ๆ หรือไม่
  6. กด Home แล้วดูว่ามองเห็นรูปเมนูจาง ๆ หรือไม่

หากเห็นภาพจางแต่จอไม่มีความสว่าง อาจเกี่ยวข้องกับระบบไฟส่องสว่างของหน้าจอ ควรปิดทีวี ถอดปลั๊ก และติดต่อช่าง ไม่ควรเปิดฝาหลังหรือวัดวงจรภายในเอง


6. จอดำเฉพาะ HDMI แก้อย่างไร

หากแอปใน Samsung Smart TV มีภาพปกติ แต่ HDMI จอดำ ให้ตรวจสอบตามนี้

  • เลือกช่อง HDMI ถูกต้อง
  • เปิดอุปกรณ์ต้นทางแล้ว
  • ถอดและเสียบสายใหม่
  • เปลี่ยนสาย HDMI
  • ทดลองช่อง HDMI อื่น
  • รีสตาร์ตอุปกรณ์ต้นทาง
  • ลดความละเอียดเป็น 1080p
  • ปิด HDR ชั่วคราว
  • ปรับ Refresh Rate ให้ทีวีรองรับ
  • ตรวจสอบการตั้งค่า Input Signal Plus
  • ต่ออุปกรณ์ต้นทางเข้าทีวีโดยตรง
  • ถอดอุปกรณ์แยกสัญญาณหรือ Receiver ชั่วคราว

หากต่อผ่าน Soundbar หรือ AV Receiver ให้ลองต่อกล่องหรือเกมคอนโซลเข้าทีวีโดยตรง เพื่อแยกว่าปัญหาเกิดจากอุปกรณ์ตัวกลางหรือไม่


7. หน้าจอดำเฉพาะแอปเดียวแก้อย่างไร

หากหน้าหลักและแอปอื่นแสดงปกติ ให้แก้เฉพาะแอปก่อน

  1. ออกจากแอป
  2. ทำ Cold Boot
  3. ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต
  4. ทดลองวิดีโออื่น
  5. อัปเดตแอป
  6. อัปเดตทีวี
  7. ติดตั้งแอปใหม่
  8. ตรวจสอบรูปแบบภาพหรือ HDR
  9. ตรวจสอบว่าแอปยังรองรับรุ่นทีวี
  10. รีเซ็ต Smart Hub เมื่อหลายแอปมีปัญหาร่วมกัน

ไม่ควรรีเซ็ตทีวีทั้งเครื่องเมื่อมีปัญหาเพียงแอปเดียว


8. เปิดทีวีแล้วเห็นโลโก้ก่อนจอดำหมายถึงอะไร

หากเห็นโลโก้ Samsung ชัดเจน แสดงว่าหน้าจอสามารถสร้างภาพได้ในช่วงเริ่มต้น ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ

  • ระบบ Smart Hub ค้าง
  • แอปเริ่มต้นมีปัญหา
  • อุปกรณ์ HDMI ส่งสัญญาณผิดปกติ
  • ทีวีเปลี่ยนไปยังช่องสัญญาณที่ไม่มีภาพ
  • การตั้งค่าภาพหลังเข้าสู่ระบบ
  • ซอฟต์แวร์ผิดปกติ

ให้ถอด HDMI ทั้งหมด ทำ Cold Boot และเปิดทีวีโดยไม่มีอุปกรณ์ภายนอก หากหน้าหลักกลับมา ให้ต่ออุปกรณ์กลับทีละชิ้น


9. หน้าจอมืดเพียงบางส่วนเกิดจากอะไร

หากภาพยังแสดงแต่ด้านหนึ่งหรือบางบริเวณมืด อาจเกี่ยวข้องกับระบบแสงของหน้าจอหรือแผงจอ ไม่ควรแก้ด้วยการเคาะ กด หรือบิดหน้าจอ

สิ่งที่ทำได้อย่างปลอดภัยคือ

  • ทำ Cold Boot
  • รีเซ็ตการตั้งค่าภาพ
  • ปิดระบบปรับความสว่างอัตโนมัติ
  • ใช้ Picture Test
  • ถ่ายภาพอาการไว้
  • จดหมายเลขรุ่น
  • ติดต่อศูนย์บริการ

หาก Picture Test แสดงพื้นที่มืดในตำแหน่งเดิม ปัญหามีแนวโน้มมาจากทีวีมากกว่าแหล่งสัญญาณ


10. อาการใดควรหยุดใช้และเรียกช่าง

ควรปิดทีวี ถอดปลั๊ก และติดต่อช่างเมื่อพบอาการต่อไปนี้

  • มีกลิ่นผิดปกติ
  • มีเสียงผิดปกติจากภายในเครื่อง
  • หน้าจอกะพริบรุนแรง
  • ทีวีเปิดและปิดวนพร้อมจอดำ
  • หน้าจอดำหลังเครื่องได้รับแรงกระแทก
  • มีรอยแตกบนหน้าจอ
  • เห็นภาพจางจากการทดสอบไฟฉายตลอดเวลา
  • หน้าจอมืดเป็นแถบหรือมืดครึ่งจอ
  • ปลั๊กหรือสายไฟร้อนผิดปกติ
  • เบรกเกอร์ตัดเมื่อเปิดทีวี

ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวี เพราะอุปกรณ์ภายในบางส่วนอาจยังมีพลังงานสะสมแม้ถอดปลั๊กแล้ว

แนวทางของ comsiam คือให้ตรวจสอบเฉพาะสาย เมนู และอุปกรณ์ภายนอก ส่วนงานภายในควรให้ช่างที่มีความรู้และเครื่องมือเหมาะสมดำเนินการ


11. ตารางวิเคราะห์อาการ

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้
เมนู Home แสดง แต่ HDMI ดำสาย ช่องสัญญาณ หรืออุปกรณ์ต้นทาง
แอปอื่นปกติ แต่แอปเดียวจอดำแอปหรือวิดีโอ
เห็นโลโก้แล้วจอดำระบบ ช่องสัญญาณ หรืออุปกรณ์ HDMI
ไม่มีเมนูแต่ยังมีเสียงPicture Off ระบบภาพ หรือฮาร์ดแวร์
ส่องไฟแล้วเห็นภาพจางระบบไฟส่องสว่างของหน้าจอ
จอมืดเพียงด้านเดียวระบบแสงหรือแผงหน้าจอ
ภาพกลับมาหลังถอดปลั๊กระบบทีวีหรือ HDMI ค้าง
มีเสียงจาก Soundbar แต่ไม่มีภาพInput, สาย HDMI หรือทีวี
Picture Test ปกติแหล่งสัญญาณหรือแอป
Picture Test ยังดำปัญหาที่ทีวีหรือหน้าจอ

12. สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวี
  • ไม่ควรสัมผัสหรือวัดวงจรภายใน
  • ไม่ควรเคาะหรือกดหน้าจอ
  • ไม่ควรบิดหรือยกทีวีจากขอบจอ
  • ไม่ควรเปลี่ยนชิ้นส่วน Backlight เอง
  • ไม่ควรเข้า Service Menu
  • ไม่ควรติดตั้ง Firmware ที่ไม่ตรงรุ่น
  • ไม่ควรถอดปลั๊กระหว่างอัปเดต
  • ไม่ควรเปิดเครื่องต่อหากมีกลิ่นหรือความร้อนผิดปกติ
  • ไม่ควร Factory Reset หากมองไม่เห็นเมนู

13. คำถามที่พบบ่อย

Samsung TV จอดำแต่มีเสียงแปลว่าจอเสียหรือไม่

ไม่เสมอไป อาจเกิดจาก Picture Off สาย HDMI แอป อุปกรณ์ต้นทาง หรือระบบค้าง ต้องทดสอบเมนู Home และ Picture Test ก่อนสรุป

ถอดปลั๊กช่วยแก้จอดำได้หรือไม่

ช่วยได้หากระบบทีวีหรือ HDMI ค้าง ให้ถอดปลั๊กประมาณ 60 วินาทีและถอดอุปกรณ์ HDMI ชั่วคราวแล้วเปิดใหม่

ทำไมกล่องทีวีมีเสียงแต่ไม่มีภาพ

อาจเลือก Input ผิด สาย HDMI มีปัญหา หรือกล่องส่งความละเอียดที่ทีวีไม่รองรับ ให้ทดลองสาย ช่อง HDMI และลดความละเอียด

ส่องไฟฉายแล้วเห็นภาพจางหมายถึงอะไร

แสดงว่าหน้าจออาจยังสร้างภาพ แต่ส่วนให้ความสว่างทำงานผิดปกติ ควรให้ช่างตรวจสอบโดยไม่เปิดฝาหลังเอง

Picture Test ใช้ตรวจอะไร

ใช้แยกว่าปัญหาภาพมาจากตัวทีวีหรือแหล่งสัญญาณ หากภาพทดสอบปกติ ปัญหามักอยู่ที่สาย แอป หรืออุปกรณ์ภายนอก

รีเซ็ตภาพทำให้แอปหายหรือไม่

การใช้ Reset Picture โดยทั่วไปคืนค่าเฉพาะการตั้งค่าภาพ ไม่ควรลบแอปหรือบัญชี

จอดำครึ่งจอแก้ด้วยการรีเซ็ตได้หรือไม่

สามารถทดลอง Cold Boot และ Picture Test ได้ แต่หากมืดตำแหน่งเดิมตลอด มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับระบบแสงหรือแผงหน้าจอ ควรให้ช่างตรวจสอบ


14. สรุป

Samsung Smart TV จอดำแต่ยังมีเสียงควรเริ่มจากกด Home เพื่อตรวจสอบว่าเมนูแสดงหรือไม่ จากนั้นทำ Cold Boot ถอดอุปกรณ์ HDMI ตรวจสอบ Input สาย และการตั้งค่าภาพ หากเมนูมีภาพแต่ HDMI ดำ ปัญหามักอยู่ที่แหล่งสัญญาณ

หากไม่มีภาพทั้งระบบและส่องไฟแล้วเห็นภาพจาง หรือหน้าจอมืดบางส่วนอย่างต่อเนื่อง comsiam แนะนำให้ปิดเครื่อง ถอดปลั๊ก และติดต่อช่าง ไม่ควรเปิดฝาหลังหรือซ่อมวงจรภายในด้วยตนเอง