Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากคุณต้องการนำวิดีโอ YouTube ไปฝังบนเว็บไซต์หรือ Blog แต่พบว่า วิดีโอ Embed ไม่ได้ ขึ้นว่า Video unavailable หรือปิด–เปิด Allow Embedding แล้วค่าไม่บันทึก ปัญหานี้อาจเกิดจากการตั้งค่าของวิดีโอ ข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ Permission ของบัญชี หรือ YouTube Studio ทำงานผิดปกติ
บทความนี้จะอธิบายว่า Allow Embedding คืออะไร มีผลต่อ SEO และยอดวิวอย่างไร พร้อมวิธีแก้เมื่อวิดีโอไม่สามารถนำไปฝังบนเว็บไซต์ได้
Embedding คือการนำวิดีโอ YouTube ไปแสดงภายในเว็บไซต์หรือหน้าเว็บอื่น โดยผู้ชมสามารถเล่นวิดีโอได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดหน้า YouTube โดยตรงก่อน
มักใช้บน
วิดีโอยังคงโฮสต์อยู่บน YouTube เพียงแต่ถูกแสดงผ่าน Player บนเว็บไซต์อื่น
Allow Embedding คือการอนุญาตให้เว็บไซต์ภายนอกนำ YouTube Player ของวิดีโอไปฝังในหน้าเว็บ
หากเปิดใช้งาน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถใช้ Embed Code ของ YouTube เพื่อนำวิดีโอไปแสดง
หากปิดไว้ เว็บไซต์ภายนอกอาจไม่สามารถเล่นวิดีโอผ่าน Embedded Player ได้ตามปกติ
เข้า
YouTube Studio → Content
เลือกวิดีโอที่ต้องการ
เปิดรายละเอียดเพิ่มเติมของวิดีโอ แล้วค้นหาการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับ
Allow embedding
เปิดตัวเลือกดังกล่าว แล้วกด Save
ตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของ YouTube Studio
หากเปิดแล้วแต่ปุ่ม Save ไม่ทำงาน ให้ตรวจสอบ
จากนั้นรีเฟรช Studio แล้วลองใหม่อีกครั้ง
ลองตามลำดับนี้
หากยังกลับเป็นค่าเดิม ให้ทดลองผ่าน Incognito
ได้
หากสามารถเปลี่ยนค่าได้ใน Incognito แต่ Browser ปกติทำไม่ได้ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ
ไม่จำเป็นต้องลบวิดีโอหรืออัปโหลดใหม่
ส่วนขยายบางประเภทอาจรบกวน YouTube Studio เช่น
ลองปิดชั่วคราวแล้ว Refresh Studio
หาก Chrome มีปัญหา ให้ทดลอง
หาก Browser อื่นสามารถ Save ได้ แสดงว่าปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ Browser เดิม
มีได้
หากบัญชีของคุณเป็น Editor หรือผู้ดูแลที่มีสิทธิ์จำกัด การตั้งค่าบางประเภทอาจแก้ไม่ได้
ควรตรวจ Permission ของบัญชีก่อน
ไม่ควรแชร์ Password ของบัญชี Owner เพื่อแก้ปัญหา
สาเหตุอาจไม่ได้มาจาก Allow Embedding เพียงอย่างเดียว
ควรตรวจสอบ
จึงควรเปิดวิดีโอบน YouTube โดยตรงก่อนเพื่อทดสอบ
Private มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสูง
ดังนั้นไม่ควรใช้ Private หากต้องการให้ผู้ชมทั่วไปบนเว็บไซต์สามารถเปิดวิดีโอได้
หากต้องการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ควรเลือก Visibility ที่เหมาะสมกับรูปแบบการเข้าถึง
ในหลายกรณี วิดีโอแบบ Unlisted สามารถถูกเข้าถึงผ่านลิงก์และใช้งานในรูปแบบ Embed ได้ตามเงื่อนไขของวิดีโอ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้าถึงหน้าเว็บหรือมีลิงก์อาจสามารถรับชมได้
จึงไม่ควรใช้ Unlisted กับเนื้อหาที่เป็นความลับสูง
อาจมีผลได้ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของเจ้าของสิทธิ์
บางเนื้อหาอาจถูกจำกัด
ควรเปิดรายละเอียด Copyright Claim ใน YouTube Studio เพื่อดูข้อจำกัดที่แท้จริง
มีได้
เนื้อหาที่จำกัดอายุอาจต้องให้ผู้ชมเข้าสู่ระบบหรือรับชมผ่านขั้นตอนเพิ่มเติมของ YouTube
จึงอาจไม่ทำงานเหมือนวิดีโอทั่วไปเมื่อฝังบนเว็บไซต์
เปิดวิดีโอบน YouTube
เลือกเมนู Share
จากนั้นเลือก Embed หากระบบมีตัวเลือกดังกล่าว
YouTube จะแสดงโค้ดสำหรับนำไปใส่ในเว็บไซต์
ตัวอย่างโครงสร้างโดยทั่วไปจะเป็น iframe
ควรใช้ Code ที่ YouTube สร้างให้ มากกว่าการสร้าง URL เองแบบสุ่ม
ได้
WordPress หลายรูปแบบสามารถใช้เพียง URL ของ YouTube หรือ Block สำหรับ Video/Embed
ไม่จำเป็นต้องใส่ iframe เองทุกครั้ง
วิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Editor และ Theme ที่ใช้งาน
ได้
สามารถใช้ Embed Code หรือเครื่องมือแทรกวิดีโอของ Blogspot ตามรูปแบบ Editor ที่ใช้งาน
หลังเพิ่มแล้วควร Preview ทั้ง
เพื่อให้แน่ใจว่าวิดีโอไม่ล้นหน้าจอ
ปัญหานี้มักเกิดจากการกำหนด Width แบบตายตัว
เช่น
width="800"
เมื่อเปิดบนมือถือที่มีหน้าจอแคบ วิดีโออาจล้นออกจาก Content Area
ควรใช้ Responsive Embed ตามระบบของเว็บไซต์หรือ Theme
มีผลได้
YouTube Player ต้องโหลดทรัพยากรเพิ่มเติมจากภายนอก
หากหน้าเว็บฝังวิดีโอจำนวนมาก อาจเพิ่ม
ดังนั้นไม่ควรฝังวิดีโอจำนวนมากโดยไม่จำเป็น
มีโอกาส
โดยเฉพาะหาก Player ถูกโหลดทันทีตั้งแต่เปิดหน้า
เว็บไซต์ที่เน้น Performance อาจพิจารณาใช้
ตามระบบที่เว็บไซต์รองรับ
เพื่อลดภาระการโหลดช่วงแรก
วิดีโอสามารถเพิ่มคุณค่าให้บทความ หากช่วยตอบคำถามของผู้ใช้ได้จริง
ตัวอย่างเช่น บทความสอนซ่อมมือถือที่มีวิดีโอสาธิตประกอบ อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจขั้นตอนได้ง่ายขึ้น
แต่การฝังวิดีโอไม่ได้ทำให้บทความติดอันดับโดยอัตโนมัติ
ยังต้องมี
การรับชมผ่าน Embedded Player สามารถถูกบันทึกเป็นการรับชมตามเกณฑ์และระบบของ YouTube
แต่ไม่ควรพยายามเล่นวิดีโออัตโนมัติหรือสร้างการรับชมเทียมเพื่อเพิ่มยอดวิว
ควรปล่อยให้ผู้ใช้เลือกดูวิดีโอตามธรรมชาติ
การตั้งวิดีโอให้เล่นเองอาจทำให้
Browser หลายตัวก็มีข้อจำกัดกับ Autoplay อยู่แล้ว
โดยทั่วไปควรให้ผู้ชมเป็นคนกดเล่นเอง
หากเจ้าของวิดีโอเปิด Embedding และ YouTube มีเครื่องมือ Share/Embed ให้ใช้งาน สามารถนำ Player ไปฝังตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์มได้
แต่ไม่ควร
การ Embed กับการ Reupload เป็นคนละเรื่อง
เว็บไซต์ที่เคยฝังวิดีโออาจไม่สามารถเล่นวิดีโอผ่าน Embedded Player ได้ตามปกติหลังการตั้งค่ามีผล
ดังนั้นหากวิดีโอของคุณถูกใช้ใน
ควรคิดให้ดีก่อนปิด Allow Embedding
การเปิด Embedding ไม่ได้โอนลิขสิทธิ์วิดีโอให้เว็บไซต์อื่น
วิดีโอยังคงเล่นผ่านระบบของ YouTube
แต่หากตัววิดีโอมี Material ที่คุณไม่มีสิทธิ์ใช้ตั้งแต่แรก การเปิดหรือปิด Embedding ก็ไม่ได้แก้ปัญหาลิขสิทธิ์นั้น
มักเหมาะกับ
เพราะช่วยให้คอนเทนต์ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์อื่นได้สะดวกขึ้น
ให้ลองตามลำดับนี้
การ Embed คือการเล่นวิดีโอผ่าน YouTube Player ไม่ใช่การให้สิทธิ์ดาวน์โหลดและอัปโหลดไฟล์ใหม่โดยอัตโนมัติ
ยอดวิวเดิมไม่ถูกรีเซ็ต แต่เว็บไซต์ภายนอกที่ฝัง Player อาจไม่สามารถสร้างการรับชมใหม่ผ่าน Embed ได้ตามเดิม
ช่วยด้านประสบการณ์ผู้ใช้ได้หากวิดีโอมีประโยชน์และตรงกับเนื้อหา แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่รับประกันอันดับ
สามารถทำได้ในหลายกรณีตามการตั้งค่าของวิดีโอ แต่ผู้ที่เข้าถึงหน้าเว็บก็สามารถรับชมได้ จึงไม่เหมาะกับข้อมูลลับ
ไม่ควร ให้ตรวจ Browser, Permission และ Restrictions ก่อน เพราะการตั้งค่านี้ไม่จำเป็นต้องแก้ด้วยการอัปโหลดใหม่
YouTube Studio ตั้งค่า Allow Embedding ไม่ได้ มักเกี่ยวข้องกับ Browser, Permission, Restrictions หรือการบันทึกของ Studio ให้เริ่มจากตรวจ Visibility และข้อจำกัดของวิดีโอ เปิด Allow Embedding แล้วกด Save จากนั้นเปิด Studio ใหม่เพื่อตรวจสอบ
สำหรับช่องที่มีเว็บไซต์หรือ Blog การเปิด Embedding สามารถช่วยนำวิดีโอไปเสริมเนื้อหาบนเว็บได้อย่างมีประโยชน์ แต่ควรใช้อย่างเหมาะสม ไม่ฝังวิดีโอจำนวนมากจนทำให้เว็บไซต์ช้า และไม่ใช้ Autoplay โดยไม่จำเป็น
สิ่งสำคัญคือให้วิดีโอช่วยตอบคำถามของผู้ชมจริง เพราะ Embed ที่ดีควรเพิ่มคุณค่าของหน้าเว็บ ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวน Player บนหน้า