Windows 11 Error 0x80246007 วิธีแก้ล่าสุด

หากคุณพบ Windows 11 Error 0x80246007 ระหว่างการดาวน์โหลดหรือติดตั้ง Windows Update โดยมีข้อความว่า “Download failed” หรือการอัปเดตเริ่มดาวน์โหลดแต่หยุดกลางคัน ข้อผิดพลาดนี้มักเกิดจาก Background Intelligent Transfer Service (BITS) หรือระบบจัดการการดาวน์โหลดของ Windows ทำงานผิดปกติ

Error Code 0x80246007 เป็นข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดาวน์โหลดไฟล์อัปเดต และสามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Windows ใหม่ในกรณีส่วนใหญ่

บทความนี้จะแนะนำวิธีแก้ไขล่าสุดแบบละเอียด ตั้งแต่วิธีพื้นฐานไปจนถึงการซ่อมแซมระบบ


🔍 Windows 11 Error 0x80246007 คืออะไร

Error 0x80246007 หมายถึง

Windows Update ไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์อัปเดตที่จำเป็นได้

ข้อผิดพลาดนี้มักเกิดในช่วง

  • Checking for updates
  • Downloading updates
  • Microsoft Defender Update
  • Feature Update
  • Cumulative Update

โดยส่วนใหญ่จะเกิดก่อนเริ่มขั้นตอนการติดตั้ง


🔍 สาเหตุของ Error 0x80246007

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • Background Intelligent Transfer Service (BITS) ไม่ทำงาน
  • Windows Update Service มีปัญหา
  • SoftwareDistribution Folder เสียหาย
  • Catroot2 Folder เสียหาย
  • Windows Update Cache เสียหาย
  • อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
  • Firewall หรือ Antivirus บล็อกการดาวน์โหลด
  • พื้นที่ว่างของไดรฟ์ C ไม่เพียงพอ

① รีสตาร์ทเครื่อง

เริ่มจากวิธีง่ายที่สุด

รีสตาร์ท Windows

จากนั้นไปที่

Settings > Windows Update

เลือก

Check for updates

อีกครั้ง


② ตรวจสอบ Background Intelligent Transfer Service (BITS)

กด

Win + R

พิมพ์

services.msc

ค้นหา

Background Intelligent Transfer Service

ตรวจสอบว่า

  • Startup Type = Automatic (Delayed Start)
  • Status = Running

หากหยุดอยู่

กด

Start


③ ตรวจสอบ Windows Update Service

ในหน้าต่างเดียวกัน

ตรวจสอบ

Windows Update

ให้บริการอยู่ในสถานะ

Running

หากไม่ทำงาน

ให้กด

Start


④ รีเซ็ต Windows Update Components

เปิด

Command Prompt (Run as Administrator)

หยุดบริการ

net stop wuauserv
net stop bits
net stop cryptsvc

เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์

ren C:\Windows\SoftwareDistribution SoftwareDistribution.old
ren C:\Windows\System32\catroot2 Catroot2.old

เริ่มบริการใหม่

net start cryptsvc
net start bits
net start wuauserv

รีสตาร์ทเครื่อง


⑤ ซ่อมไฟล์ระบบ

เปิด

Command Prompt

รัน

sfc /scannow

เมื่อเสร็จแล้ว

DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth

คำสั่งเหล่านี้ช่วยซ่อมไฟล์ระบบที่เกี่ยวข้องกับ Windows Update


⑥ ตรวจสอบพื้นที่ว่างของไดรฟ์ C

Windows Update ต้องใช้พื้นที่ในการดาวน์โหลดไฟล์

ควรเหลือพื้นที่ว่างอย่างน้อย

  • SSD : 20 GB
  • HDD : 30 GB

หากพื้นที่ใกล้เต็ม ควรลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นก่อน


⑦ ใช้ Windows Update Troubleshooter

ไปที่

Settings > System > Troubleshoot > Other troubleshooters

เลือก

Windows Update

กด

Run

Windows จะตรวจสอบบริการและกระบวนการดาวน์โหลดโดยอัตโนมัติ


⑧ ปิด Antivirus และ Firewall ชั่วคราว

โปรแกรมรักษาความปลอดภัยบางตัว

อาจบล็อกการดาวน์โหลดไฟล์จาก Microsoft

ลองปิดชั่วคราว

แล้วตรวจสอบอัปเดตอีกครั้ง


⑨ ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต

หากใช้งาน Wi-Fi

ลองเปลี่ยนเป็น

  • สาย LAN
  • เครือข่ายอื่น

เพื่อทดสอบว่าปัญหาเกิดจากเครือข่ายหรือไม่


⑩ ใช้ Installation Assistant

หาก Windows Update ยังดาวน์โหลดไม่ได้

ใช้

  • Windows 11 Installation Assistant
  • Media Creation Tool

อัปเดต Windows แทน

ทีมงาน comsiam แนะนำให้ตรวจสอบบริการ BITS เป็นอันดับแรก เพราะ Error 0x80246007 มักเกี่ยวข้องกับบริการนี้โดยตรง และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด


วิธีป้องกัน Error 0x80246007

  • อัปเดต Windows อย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบให้ BITS ทำงานอยู่เสมอ
  • เหลือพื้นที่ว่างในไดรฟ์ C เพียงพอ
  • ใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียร
  • หลีกเลี่ยงการปิดเครื่องระหว่างดาวน์โหลดอัปเดต

นอกจากนี้ comsiam แนะนำให้ตรวจสอบบริการของ Windows เป็นระยะ หากเคยใช้โปรแกรมปรับแต่งระบบ เพราะบางโปรแกรมอาจปิด BITS หรือ Windows Update Service โดยอัตโนมัติ


สรุป

Windows 11 Error 0x80246007 มักเกิดจากบริการ BITS หรือ Windows Update ไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์อัปเดตได้ วิธีแก้ที่ได้ผลคือเปิดใช้งาน BITS รีเซ็ต Windows Update Components ซ่อมไฟล์ระบบด้วย SFC และ DISM ตรวจสอบพื้นที่ว่างและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากยังไม่สามารถแก้ไขได้ สามารถใช้ Installation Assistant หรือ Media Creation Tool เพื่ออัปเดต Windows แทน


คำถามชวนคิด

Error 0x80246007 ของคุณเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มดาวน์โหลดอัปเดต หรือดาวน์โหลดไปได้สักพักแล้วจึงหยุดและแสดงข้อผิดพลาด?