Wi‑Fi 5GHz หายหรืออุปกรณ์มองไม่เห็น เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้

Wi‑Fi 5GHz หายหรืออุปกรณ์มองไม่เห็น มักเกิดจากอุปกรณ์ไม่รองรับ 5GHz, Router เลือก Channel ที่เครื่องนั้นไม่รองรับ เปิด Smart Connect จนชื่อ 5GHz ถูกรวมกับ 2.4GHz หรืออุปกรณ์อยู่ไกลเกินระยะสัญญาณ

วิธีแก้เบื้องต้นคือแยกชื่อ Wi‑Fi 5GHz ตรวจสอบว่า Radio 5GHz เปิดอยู่ เปลี่ยน Channel จาก Auto หรือ DFS ไปยัง Channel กลุ่มทั่วไป แล้วลด Channel Width เป็น 80 หรือ 40 MHz หากยังไม่พบ ควรตรวจสอบความสามารถและไดรเวอร์ของอุปกรณ์ปลายทาง

บทความนี้จาก comsiam จะพาตรวจสอบทุกสาเหตุ โดยแยกกรณีหายทุกเครื่องและหายเฉพาะอุปกรณ์บางเครื่องอย่างชัดเจน


สารบัญ

  1. Wi‑Fi 5GHz หายหมายถึงอะไร
  2. อุปกรณ์ไม่รองรับ 5GHz
  3. Smart Connect รวมชื่อ Wi‑Fi
  4. Router ปิด Radio 5GHz
  5. Channel ไม่รองรับ
  6. DFS Channel และช่วงรอตรวจสอบ
  7. อุปกรณ์อยู่ไกล Router
  8. Channel Width และมาตรฐาน Wi‑Fi
  9. WPA3 และระบบความปลอดภัย
  10. ไดรเวอร์ Wi‑Fi มีปัญหา
  11. Router ร้อนหรือทำงานผิดปกติ
  12. วิธีแยกปัญหาจาก Router และอุปกรณ์
  13. วิธีแก้ Wi‑Fi 5GHz หายแบบเป็นขั้นตอน
  14. ค่าตั้งต้นสำหรับทดสอบ 5GHz
  15. เมื่อไรควร Factory Reset
  16. คำถามที่พบบ่อย
  17. สรุป

1. Wi‑Fi 5GHz หายหมายถึงอะไร

อาการ Wi‑Fi 5GHz หายมีได้หลายรูปแบบ ได้แก่

  • ชื่อ 5GHz ไม่แสดงบนอุปกรณ์ทุกเครื่อง
  • โทรศัพท์เห็น แต่ Smart TV ไม่เห็น
  • คอมพิวเตอร์เห็นเป็นบางครั้ง
  • ชื่อหายหลัง Router รีสตาร์ต
  • ชื่อกลับมาหลังรอสักระยะ
  • 2.4GHz แสดงตามปกติ
  • ชื่อถูกรวมกับ 2.4GHz
  • อุปกรณ์เคยเชื่อมได้แต่หาไม่พบภายหลัง
  • ชื่อแสดงเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ Router
  • 5GHz หายหลัง Router เปลี่ยน Channel

สิ่งแรกที่ต้องแยกคือ 5GHz หายจากทุกอุปกรณ์ หรือหายเฉพาะเครื่องเดียว เพราะแนวทางแก้แตกต่างกัน


2. อุปกรณ์ไม่รองรับ 5GHz

อุปกรณ์รุ่นเก่าหรืออุปกรณ์ต้นทุนต่ำบางประเภทอาจรองรับเฉพาะ Wi‑Fi 2.4GHz เช่น

  • Smart Home
  • กล้อง Wi‑Fi บางรุ่น
  • Smart TV รุ่นเก่า
  • เครื่องพิมพ์
  • โทรศัพท์รุ่นเก่า
  • USB Wi‑Fi Adapter แบบ Single Band
  • คอมพิวเตอร์ที่ใช้การ์ด Wi‑Fi รุ่นเก่า
  • กล่องสตรีมมิงบางรุ่น

คำที่บอกว่าอุปกรณ์รองรับ 5GHz ได้แก่

  • Dual Band
  • 802.11a
  • 802.11ac
  • Wi‑Fi 5
  • Wi‑Fi 6
  • Wi‑Fi 6E
  • Wi‑Fi 7

อุปกรณ์ที่ระบุเพียง 802.11b/g/n อาจรองรับเฉพาะ 2.4GHz หรือรองรับได้ทั้งสองย่านขึ้นอยู่กับชิป จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของรุ่นโดยตรง

การเปลี่ยนการตั้งค่า Router ไม่สามารถทำให้อุปกรณ์ที่ไม่มีวงจร 5GHz มองเห็นเครือข่ายได้ ต้องเพิ่มอะแดปเตอร์ที่รองรับหรือใช้ 2.4GHz ต่อไป


3. Smart Connect รวมชื่อ Wi‑Fi

เมื่อเปิด Smart Connect หรือ Band Steering Router อาจรวมชื่อ 2.4GHz กับ 5GHz ให้เหลือชื่อเดียว

ตัวอย่างก่อนเปิด

HomeWiFi
HomeWiFi-5G

หลังเปิดอาจเหลือเพียง

HomeWiFi

กรณีนี้ 5GHz ไม่ได้หาย แต่ Router ให้ชื่อและรหัสผ่านเดียวกัน แล้วพยายามเลือกย่านให้อุปกรณ์โดยอัตโนมัติ

วิธีตรวจสอบ

  1. เปิดหน้าจัดการ Router
  2. ตรวจสอบเมนู Smart Connect
  3. ดูสถานะ Radio 2.4GHz และ 5GHz
  4. เปิดรายการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
  5. ตรวจสอบว่าแต่ละเครื่องใช้ย่านใด
  6. ปิด Smart Connect ชั่วคราว
  7. ตั้งชื่อ 5GHz แยกแล้วค้นหาใหม่

หากต้องการควบคุมให้ Smart TV หรือเครื่องเล่นเกมใช้ 5GHz โดยเฉพาะ การแยกชื่อช่วยให้ตรวจสอบง่ายกว่า


4. Router ปิด Radio 5GHz

Router อาจปิด Radio 5GHz จากการตั้งค่า ตารางเวลา หรือระบบประหยัดพลังงาน

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • Enable 5GHz เปิดอยู่หรือไม่
  • Wireless Radio เปิดอยู่หรือไม่
  • Wi‑Fi Schedule ปิดตามเวลาหรือไม่
  • ปุ่ม Wi‑Fi บนตัวเครื่องถูกกดหรือไม่
  • Router อยู่ในโหมดที่ปิดบาง Radio หรือไม่
  • Mesh ใช้ 5GHz เป็น Backhaul โดยไม่กระจายให้ Client หรือไม่
  • Guest Network หมดเวลาใช้งานหรือไม่
  • ระบบ parental control ปิด Wi‑Fi หรือไม่
  • การอัปเดตระบบเปลี่ยนค่าเดิมหรือไม่

Router บางรุ่นมีไฟสถานะแยก 2.4GHz และ 5GHz หากไฟ 5GHz ดับ ควรเปิดหน้าจัดการเพื่อตรวจสอบ Radio ก่อนสรุปว่าอุปกรณ์เสีย


5. Channel ไม่รองรับ

อุปกรณ์ 5GHz ไม่ได้รองรับ Channel เหมือนกันทุกเครื่อง บางรุ่นรองรับเฉพาะ Channel กลุ่มทั่วไป ขณะที่บางรุ่นรองรับ DFS และ Channel ช่วงอื่นด้วย

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • โทรศัพท์ใหม่มองเห็น แต่ Smart TV ไม่เห็น
  • Wi‑Fi หายเฉพาะเครื่องเล่นเกมรุ่นเก่า
  • ใช้ได้เมื่อ Channel ต่ำ แต่หายเมื่อใช้ Auto
  • Router เปลี่ยน Channel แล้วอุปกรณ์หลุด
  • อุปกรณ์จากต่างภูมิภาคมองไม่เห็นบาง Channel
  • รีสตาร์ต Router แล้วชื่อหายเพราะ Auto เลือกช่องใหม่

วิธีแก้คือกำหนด Channel 5GHz กลุ่มที่อุปกรณ์รองรับทั่วไปชั่วคราว แล้วทดสอบทุกเครื่องอีกครั้ง

ควรตั้ง Country หรือ Region ให้ตรงกับสถานที่ใช้งาน ไม่ควรเปลี่ยนภูมิภาคเพื่อบังคับใช้ Channel ที่ระบบไม่ได้อนุญาต


6. DFS Channel และช่วงรอตรวจสอบ

DFS Channel เป็นช่อง 5GHz ที่ Router ต้องตรวจสอบสัญญาณบางประเภทก่อนใช้งาน ในบางกรณี Radio 5GHz อาจยังไม่ประกาศชื่อเครือข่ายทันทีหลังเปิดเครื่อง

อาการที่อาจพบ

  • 2.4GHz ขึ้นก่อน
  • 5GHz แสดงหลังรอสักระยะ
  • 5GHz หายแล้วกลับมาด้วย Channel ใหม่
  • ทุกอุปกรณ์หลุดพร้อมกัน
  • เกิดหลัง Router รีสตาร์ต
  • เกมหรือวิดีโอคอลตัดชั่วคราว

หาก Router ตรวจพบสัญญาณตามเงื่อนไข อาจต้องหยุดใช้ Channel เดิมและย้ายไปช่องใหม่ การทำงานนี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า Router เสีย

หากเน้นความต่อเนื่อง ควรทดลองใช้ Channel ที่ไม่ใช่ DFS และตรวจสอบว่าอุปกรณ์ทุกเครื่องมองเห็นได้หรือไม่


7. อุปกรณ์อยู่ไกล Router

5GHz มีระยะครอบคลุมสั้นกว่า 2.4GHz และอ่อนลงได้รวดเร็วเมื่อผ่านผนังหรือพื้นอาคาร

ตัวอย่างสิ่งกีดขวาง ได้แก่

  • ผนังคอนกรีต
  • พื้นเสริมเหล็ก
  • ประตูโลหะ
  • ตู้เหล็ก
  • Smart TV
  • ตู้เย็น
  • กระจกบางชนิด
  • ห้องน้ำ
  • เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

อุปกรณ์อาจมองไม่เห็น 5GHz ในห้องไกล แต่เมื่อเดินเข้าใกล้ Router ชื่อจะกลับมา

วิธีแก้ที่เหมาะสมคือ

  • ย้าย Router ใกล้กึ่งกลางบ้าน
  • วาง Router สูงจากพื้น
  • ไม่ซ่อนหลังทีวี
  • เพิ่ม Access Point
  • ใช้ Mesh ที่วางโหนดเหมาะสม
  • ใช้ Ethernet Backhaul
  • ต่อสาย LAN ให้อุปกรณ์ที่อยู่กับที่

การเพิ่มกำลังส่งสูงสุดไม่สามารถแก้ข้อจำกัดจากกำแพงและความสามารถในการส่งกลับของอุปกรณ์ได้ทั้งหมด


8. Channel Width และมาตรฐาน Wi‑Fi

การตั้ง Channel Width หรือโหมด Wi‑Fi ที่อุปกรณ์รุ่นเก่าไม่รองรับอาจทำให้ชื่อเครือข่ายไม่แสดงหรือเชื่อมต่อไม่ได้

ค่าที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • 20 MHz
  • 40 MHz
  • 80 MHz
  • 160 MHz
  • 802.11n
  • 802.11ac
  • 802.11ax
  • Wi‑Fi 6 Only
  • Wi‑Fi 7 Only
  • Mixed Mode

อุปกรณ์รุ่นเก่าอาจมีปัญหาหาก Router ถูกตั้งเป็นโหมดใหม่เพียงอย่างเดียว เช่น AX Only หรือ BE Only

ค่าที่เหมาะสำหรับทดสอบความเข้ากันได้คือ

  • ใช้ Mixed Mode
  • ตั้ง Channel Width 80 MHz
  • หากยังไม่เสถียรทดลอง 40 MHz
  • ปิด 160 MHz ชั่วคราว
  • ใช้ Channel ทั่วไป
  • แยกชื่อ Wi‑Fi

หลังอุปกรณ์มองเห็นแล้วจึงเพิ่มความสามารถทีละค่าเพื่อหาตัวเลือกที่เป็นสาเหตุ


9. WPA3 และระบบความปลอดภัย

Router รุ่นใหม่อาจตั้งค่า 5GHz เป็น WPA3 ขณะที่อุปกรณ์รุ่นเก่ารองรับเพียง WPA2

อาการที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • ชื่อ Wi‑Fi แสดงแต่เชื่อมต่อไม่ได้
  • อุปกรณ์แจ้งรหัสผ่านผิดทั้งที่ใส่ถูก
  • ชื่อไม่แสดงในบางรุ่น
  • เชื่อมต่อแล้วหลุดทันที
  • Smart TV ใช้ 2.4GHz ได้แต่ใช้ 5GHz ไม่ได้
  • คอมพิวเตอร์ต้องอัปเดตไดรเวอร์ก่อนจึงเชื่อมได้

แนวทางทดสอบคือใช้โหมดความปลอดภัยที่ Router และอุปกรณ์ทุกเครื่องรองรับ เช่นโหมดผสมตามความสามารถของระบบ

ไม่ควรลดไปใช้มาตรฐานความปลอดภัยเก่าที่ไม่ปลอดภัยเพียงเพื่อให้อุปกรณ์เชื่อมต่อ ควรแยกอุปกรณ์เก่าไปยังเครือข่ายเฉพาะหรือพิจารณาเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อไม่รองรับมาตรฐานที่เหมาะสมแล้ว


10. ไดรเวอร์ Wi‑Fi มีปัญหา

หากคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวมองไม่เห็น 5GHz แต่โทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นเห็นตามปกติ ควรตรวจสอบไดรเวอร์กับ Network Adapter

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • ไดรเวอร์เก่า
  • ไดรเวอร์ไม่ตรงรุ่น
  • ระบบอัปเดตแล้วเกิดความไม่เข้ากัน
  • Preferred Band ถูกตั้งเป็น 2.4GHz
  • Wireless Mode ปิด 802.11ac หรือ 802.11ax
  • อะแดปเตอร์ถูกปิด
  • โหมดประหยัดพลังงาน
  • USB Wi‑Fi Adapter ทำงานผิดปกติ
  • เสาอากาศหลวมหรือไม่ได้ติดตั้ง

แนวทางแก้

  1. ตรวจสอบว่าอะแดปเตอร์รองรับ Dual Band
  2. เปิด Device Manager
  3. ตรวจสอบสถานะ Network Adapter
  4. อัปเดตไดรเวอร์จากช่องทางทางการ
  5. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  6. ลืมเครือข่ายเดิม
  7. ค้นหา Wi‑Fi ใหม่
  8. ตรวจสอบ Preferred Band
  9. ทดลองอะแดปเตอร์อื่น
  10. ทดสอบใกล้ Router

11. Router ร้อนหรือทำงานผิดปกติ

หาก 5GHz หายจากทุกเครื่องหลัง Router เปิดใช้งานนาน อาจเกี่ยวข้องกับความร้อน อะแดปเตอร์ หรือระบบภายใน

อาการที่ควรสังเกต

  • 5GHz หายแต่ 2.4GHz ยังอยู่
  • รีสตาร์ตแล้วกลับมา
  • ตัวเครื่องร้อนผิดปกติ
  • Router รีบูตเอง
  • หน้าจัดการเปิดช้า
  • Radio 5GHz ปิดเอง
  • ความเร็วลดลงก่อนเครือข่ายหาย
  • อะแดปเตอร์ร้อนหรือมีอาการผิดปกติ

ควรทำดังนี้

  • ย้าย Router ออกจากตู้ปิด
  • ไม่วางหลังทีวี
  • ไม่วางอุปกรณ์ซ้อนกัน
  • เปิดพื้นที่รอบช่องระบายอากาศ
  • ใช้อะแดปเตอร์ตามข้อกำหนดของรุ่น
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์ทางการ
  • ทดสอบด้วยค่าเริ่มต้นที่เหมาะสม

หากตัวเครื่องหรืออะแดปเตอร์มีกลิ่นผิดปกติ เสียงผิดปกติ หรือร้อนมาก ควรปิดเครื่องและให้ผู้มีความรู้ตรวจสอบ ไม่ควรแกะอุปกรณ์เอง


12. วิธีแยกปัญหาจาก Router และอุปกรณ์

หายจากทุกอุปกรณ์

ควรตรวจสอบ

  • Radio 5GHz
  • Wi‑Fi Schedule
  • DFS
  • Channel
  • Firmware
  • ความร้อน
  • อะแดปเตอร์
  • Mesh Controller

หายจากอุปกรณ์เครื่องเดียว

ควรตรวจสอบ

  • รองรับ 5GHz หรือไม่
  • รองรับ Channel หรือไม่
  • ไดรเวอร์
  • Wireless Mode
  • Security Mode
  • การตั้งค่าภูมิภาค
  • Network Reset
  • ระยะห่าง

หายเฉพาะบางห้อง

ควรตรวจสอบ

  • ระยะ
  • ผนัง
  • ตำแหน่ง Router
  • สิ่งกีดขวาง
  • จุดอับสัญญาณ
  • ความแรงของ Backhaul

หายหลังรีสตาร์ต Router

ควรตรวจสอบ

  • Auto Channel
  • DFS Waiting
  • Smart Connect
  • Radio Schedule
  • การตั้งค่าที่ไม่ถูกบันทึก
  • เฟิร์มแวร์

13. วิธีแก้ Wi‑Fi 5GHz หายแบบเป็นขั้นตอน

13.1 เข้าใกล้ Router

ช่วยแยกว่าสาเหตุเกิดจากระยะหรือไม่

13.2 รีสตาร์ต Router และอุปกรณ์

แก้ปัญหาชั่วคราวและให้ระบบค้นหาเครือข่ายใหม่

13.3 ตรวจสอบ Radio 5GHz

เปิดเมนู Wireless และยืนยันว่า Enable 5GHz ทำงานอยู่

13.4 ปิด Smart Connect ชั่วคราว

แยกชื่อ 5GHz ให้ชัดเจนและเปิด SSID Broadcast

13.5 เปลี่ยน Channel

ใช้ Channel กลุ่มทั่วไปที่อุปกรณ์รองรับ เพื่อแยกปัญหาจาก DFS และ Auto Channel

13.6 ปรับ Channel Width

เริ่มจาก 80 MHz หากยังมีปัญหาทดลอง 40 MHz และปิด 160 MHz ชั่วคราว

13.7 ใช้ Mixed Mode

ไม่บังคับ Wi‑Fi 6 หรือ Wi‑Fi 7 Only ระหว่างตรวจสอบอุปกรณ์รุ่นเก่า

13.8 ตรวจสอบ Security Mode

เลือกค่าที่ปลอดภัยและอุปกรณ์ทั้งหมดรองรับ

13.9 อัปเดตไดรเวอร์และระบบ

ใช้ซอฟต์แวร์ทางการของ Router และอุปกรณ์

13.10 ทดสอบด้วยอุปกรณ์อีกเครื่อง

หากเครื่องอื่นเห็น แสดงว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ Client เดิม


14. ค่าตั้งต้นสำหรับทดสอบ 5GHz

การตั้งค่าค่าเริ่มต้น
Radio 5GHzเปิด
SSID Broadcastเปิด
Smart Connectปิดชั่วคราว
ชื่อ 5GHzแยกจาก 2.4GHz
Channelกลุ่มทั่วไปหรือ Auto ที่เหมาะสม
Channel Width80 MHz
หากอุปกรณ์เก่าทดลอง 40 MHz
Wireless ModeMixed
Securityค่าปลอดภัยที่อุปกรณ์รองรับ
Wi‑Fi Scheduleปิดชั่วคราว

หลังตั้งค่าแต่ละจุดควรบันทึกและรอให้ Radio เริ่มทำงานใหม่ ไม่ควรเปลี่ยนทุกค่าในครั้งเดียวหากต้องการหาสาเหตุที่แน่นอน


15. เมื่อไรควร Factory Reset

Factory Reset ควรเป็นขั้นตอนท้าย เมื่อ

  • การตั้งค่าเสียหาย
  • Radio 5GHz ไม่กลับมาหลังรีสตาร์ต
  • ปัญหาเกิดหลังปรับค่าหลายรายการ
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์แล้วระบบทำงานผิดปกติ
  • ไม่สามารถคืนค่าด้วยตนเองได้
  • ผู้ผลิตแนะนำให้รีเซ็ต

ก่อนรีเซ็ตควรบันทึก

  • บัญชีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • PPPoE
  • VLAN
  • IPTV
  • โทรศัพท์บ้าน
  • ชื่อและรหัสผ่าน Wi‑Fi
  • Port Forwarding
  • QoS
  • IP ของอุปกรณ์สำคัญ
  • การตั้งค่า Mesh

ไม่ควรรีเซ็ต Router หรือ ONT ของผู้ให้บริการหากไม่มีข้อมูลที่จำเป็น เพราะอาจทำให้อินเทอร์เน็ต IPTV หรือโทรศัพท์ใช้งานไม่ได้


16. คำถามที่พบบ่อย

ทำไมโทรศัพท์เห็น 5GHz แต่ Smart TV ไม่เห็น

Smart TV อาจไม่รองรับ Channel ที่ Router เลือก หรือรองรับเฉพาะ 2.4GHz ควรตรวจสอบสเปกและทดลอง Channel ทั่วไป

เปิด Smart Connect แล้วชื่อ 5GHz หายเพราะอะไร

Router รวมชื่อ 2.4GHz กับ 5GHz ให้เป็นชื่อเดียว 5GHz ยังทำงานแต่ระบบเป็นผู้เลือกย่านให้

Wi‑Fi 5GHz หายหลังรีสตาร์ต Router เพราะอะไร

Router อาจกำลังตรวจสอบ DFS Channel หรือ Auto เลือก Channel ที่อุปกรณ์ไม่รองรับ

ซ่อน SSID ทำให้หา 5GHz ไม่เจอหรือไม่

ใช่ หากปิด SSID Broadcast ชื่อจะไม่แสดงในรายการทั่วไป ต้องเพิ่มเครือข่ายด้วยตนเอง แต่การซ่อนชื่อไม่ได้เพิ่มความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ

ลด Channel Width ช่วยให้มองเห็นหรือไม่

ช่วยได้กับอุปกรณ์บางรุ่น โดยเฉพาะเมื่อใช้ 160 MHz แล้ว Client ไม่รองรับหรือทำงานไม่เสถียร

Wi‑Fi 5GHz ใช้ Channel ไหนดีที่สุด

ไม่มี Channel ที่ดีที่สุดทุกบ้าน ควรเลือกช่องที่อุปกรณ์รองรับและมีความแออัดน้อย

เปลี่ยน DNS ช่วยให้ชื่อ 5GHz กลับมาหรือไม่

ไม่ช่วย DNS ไม่เกี่ยวข้องกับการประกาศสัญญาณ Wi‑Fi จาก Router

อุปกรณ์ Wi‑Fi 6 ต้องเห็น 5GHz เสมอหรือไม่

ควรเห็นเมื่อ Channel และการตั้งค่าเข้ากันได้ แต่ยังมีปัญหาจากไดรเวอร์ ระยะ หรือ Security Mode ได้

5GHz หายเฉพาะห้องไกลควรแก้อย่างไร

ย้าย Router เพิ่ม Access Point หรือใช้ Mesh ที่วางโหนดเหมาะสม ไม่ควรพยายามเพิ่มกำลังส่งเพียงอย่างเดียว

Router เสียหรือไม่ถ้า 5GHz หายทุกวัน

อาจเกิดจาก DFS, ตารางเวลา ความร้อน เฟิร์มแวร์ หรืออะแดปเตอร์ ควรตรวจสอบทั้งหมดก่อนสรุปว่า Radio เสีย


17. สรุป

Wi‑Fi 5GHz หายหรืออุปกรณ์มองไม่เห็น มักเกิดจากอุปกรณ์ไม่รองรับ 5GHz, Smart Connect รวมชื่อเครือข่าย Router เลือก Channel ที่ไม่เข้ากัน ใช้ DFS หรือสัญญาณอ่อนจากระยะและสิ่งกีดขวาง

ให้เริ่มจากตรวจสอบว่าเกิดทุกเครื่องหรือเครื่องเดียว จากนั้นเปิด Radio 5GHz แยกชื่อ Wi‑Fi เปลี่ยนไปใช้ Channel กลุ่มทั่วไป ตั้ง Channel Width 80 หรือ 40 MHz และใช้ Wireless Mode แบบผสม

หากอุปกรณ์อื่นเห็นแต่เครื่องหนึ่งไม่เห็น ให้ตรวจสอบสเปก ไดรเวอร์ Security Mode และ Channel ที่รองรับ แต่ถ้าหายทุกเครื่องพร้อมกันให้ตรวจสอบ Router, DFS, ความร้อนและเฟิร์มแวร์ สำหรับผู้อ่าน comsiam ไม่ควรรีบ Factory Reset ควรบันทึกค่าปัจจุบันและเปลี่ยนทีละจุดเพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อน