Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

vivo X300 Pro ตั้งค่าถ่ายภาพ Portrait ให้สวยอย่างไร? ให้เปิดแอป Camera เลือกโหมด Portrait จากนั้นเลือกระยะภาพ 24, 35, 50, 85 หรือ 135 มม. ตามลักษณะภาพที่ต้องการ เปิดใช้ ZEISS Natural Portrait เมื่อมีตัวเลือก จัดให้ตัวแบบอยู่ห่างจากฉากหลัง และแตะโฟกัสบริเวณดวงตา ก่อนปรับความเบลอของฉากหลังให้เหมาะสม แล้วกดถ่ายภาพ
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก Portrait 50 มม. สำหรับภาพบุคคลทั่วไป, 85 มม. สำหรับภาพครึ่งตัว และ 135 มม. สำหรับภาพเน้นใบหน้า โดยต้องมีพื้นที่ถอยกล้องเพียงพอและจัดแสงให้เหมาะสม
vivo X300 Pro รุ่นประเทศไทยมาพร้อมกล้อง ZEISS ที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพระดับเรือธง ได้แก่ กล้องหลัก ZEISS Gimbal-Grade 50MP เซนเซอร์ Sony LYT-828 กล้อง ZEISS APO Telephoto 200MP เซนเซอร์ Samsung HPB และกล้อง Ultra Wide 50MP เซนเซอร์ Samsung JN1
จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ZEISS Natural Portrait ที่ vivo พัฒนาการแสดงโทนสีผิวให้ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมระบบ Portrait หลายระยะเพื่อรองรับทั้งภาพบุคคลพร้อมวิว ภาพครึ่งตัว ภาพแฟชั่น และภาพ Close-up
กล้องหลักและ Telephoto ยังรองรับระบบกันสั่น OIS ระดับ CIPA 5.5 ทำงานร่วมกับชิปภาพ vivo VS1 และ V3+ รวมถึงชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 9500
สิ่งสำคัญคือ vivo X300 Pro รุ่นประเทศไทยใช้ OriginOS 6 บน Android 16 ตั้งแต่เปิดตัว จึงไม่ควรนำขั้นตอนเมนูของ X200 Pro ที่ใช้ Funtouch OS 15 มาอ้างอิงโดยตรง
แม้ระบบกล้องจะมีการประมวลผลภาพบุคคลที่ทันสมัย แต่การได้ภาพ Portrait ที่สวยยังขึ้นอยู่กับแสง ระยะถ่าย การโฟกัสดวงตา ความห่างของฉากหลัง และการเลือกระดับ Bokeh อย่างเหมาะสม
บทความจาก ComSiam นี้จะสอนตั้งค่าถ่าย Portrait บน vivo X300 Pro อย่างละเอียด ตั้งแต่ ZEISS Natural Portrait, ระยะ 24/35/50/85/135 มม., ZEISS Bokeh, ภาพครึ่งตัว, Close-up, ภาพย้อนแสง, ภาพกลางคืน, ภาพหลายคนและภาพเด็กเคลื่อนไหว ไปจนถึงการแก้ปัญหาขอบผมเบลอและภาพไม่คมชัด
ก่อนใช้งานควรตรวจสอบสเปกให้ตรงกับ X300 Pro รุ่นประเทศไทย ไม่ใช่ vivo X300 รุ่นปกติหรือ X200 Pro
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รุ่น | vivo X300 Pro |
| กล้องหลัก | ZEISS Gimbal-Grade 50MP |
| เซนเซอร์กล้องหลัก | Sony LYT-828 |
| ขนาดเซนเซอร์กล้องหลัก | 1/1.28 นิ้ว |
| รูรับแสงกล้องหลัก | f/1.57 |
| ระบบโฟกัสกล้องหลัก | Autofocus |
| กันสั่นกล้องหลัก | OIS ระดับ CIPA 5.5 |
| กล้อง Telephoto | ZEISS APO 200MP |
| เซนเซอร์ Telephoto | Samsung HPB |
| ขนาดเซนเซอร์ Telephoto | 1/1.4 นิ้ว |
| รูรับแสง Telephoto | f/2.67 |
| กันสั่น Telephoto | OIS ระดับ CIPA 5.5 |
| กล้อง Ultra Wide | ZEISS 50MP Samsung JN1 |
| กล้องหน้า | ZEISS 50MP Autofocus |
| โหมด Portrait | รองรับ |
| ระยะ Portrait | 24, 35, 50, 85 และ 135 มม. |
| ระบบภาพบุคคล | ZEISS Natural Portrait |
| ชิปภาพ | vivo VS1 และ V3+ |
| ชิปประมวลผล | MediaTek Dimensity 9500 |
| ระบบเปิดตัวประเทศไทย | OriginOS 6 |
| Android เปิดตัวประเทศไทย | Android 16 |
กล้อง Telephoto ให้มุมรับภาพแคบกว่ากล้องหลัก จึงช่วยเน้นตัวแบบและเลือกฉากหลังได้สะดวกเมื่อมีพื้นที่ถอยกล้องเพียงพอ
ระบบ ZEISS APO ยังได้รับการออกแบบให้ควบคุมความคลาดสีของเลนส์
ไม่จำเป็น เพราะ 200MP เป็นความละเอียดของเซนเซอร์ Telephoto ส่วนความละเอียดไฟล์จาก Portrait ขึ้นอยู่กับโหมดและกระบวนการประมวลผลที่ใช้งานจริง
ZEISS Natural Portrait เป็นระบบการถ่ายภาพบุคคลที่ vivo ร่วมพัฒนากับ ZEISS โดยเน้นให้โทนสีผิวดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ไม่เหมือนกันทั้งหมด
ZEISS Natural Portrait เน้นลักษณะการแสดงภาพและโทนสีผิว ส่วน Beauty Mode อาจเกี่ยวข้องกับการปรับผิว รูปหน้า หรือรายละเอียดของใบหน้า
ไม่แนะนำให้ใช้ระดับสูงสุดเป็นค่าเริ่มต้น เพราะอาจทำให้ผิวเรียบจนสูญเสียรายละเอียดและดูไม่เป็นธรรมชาติ
ให้ตรวจรายการระยะเพิ่มเติมในโหมด Portrait และการตั้งค่ากล้องตามเวอร์ชันของ OriginOS
ตำแหน่งปุ่มอาจเปลี่ยนตามอัปเดตซอฟต์แวร์ จึงควรดูเมนูที่แสดงบนเครื่องจริง
เริ่มจาก 50 มม. หากต้องการถ่าย Portrait ทั่วไป แล้วทดลอง 85 มม. เมื่อมีพื้นที่ถอยเพียงพอ
Portrait ทั้งห้าระยะเหมาะกับการจัดองค์ประกอบคนละลักษณะ
| ระยะเทียบเท่า | ลักษณะภาพ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| 24 มม. | มุมกว้าง เก็บฉากหลังมาก | ภาพคนกับวิว |
| 35 มม. | มุมกว้างปานกลาง | Street Portrait |
| 50 มม. | มุมมองสมดุล | ภาพบุคคลคลาสสิก |
| 85 มม. | มุมแคบ เน้นตัวแบบ | ภาพครึ่งตัว |
| 135 มม. | มุมแคบมาก | ภาพใบหน้าและ Close-up |
ไม่ใช่
ระบบ Portrait นำเสนอมุมมองเทียบเท่าห้าระยะ ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามีเลนส์ทางกายภาพแยกครบห้าชุด
50 มม. และ 85 มม. เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยเลือกตามพื้นที่และลักษณะภาพที่ต้องการ
ระยะ 24 มม. เหมาะกับการถ่ายคนพร้อมสถานที่ โดยยังเห็นบรรยากาศรอบตัว
อย่าเข้าใกล้ใบหน้ามากเกินไป เพราะมุมกว้างอาจทำให้สัดส่วนใบหน้าดูผิดธรรมชาติเมื่อถ่ายใกล้มาก
ระยะ 35 มม. เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลที่ยังต้องการเก็บบรรยากาศเมือง ถนน ร้านค้า หรือคาเฟ่
ไม่จำเป็น สามารถใช้กฎสามส่วนเพื่อจัดตำแหน่งตัวแบบและเหลือพื้นที่สำหรับบรรยากาศ
ระยะ 50 มม. เหมาะกับ Portrait ทั่วไปและช่วยรักษาสมดุลระหว่างใบหน้ากับฉากหลัง
เพราะให้มุมมองที่ไม่กว้างหรือแคบเกินไปสำหรับการถ่ายบุคคลจำนวนมาก
เหมาะเมื่อมีพื้นที่เพียงพอ หากร้านแคบสามารถเปลี่ยนเป็น 35 มม.
ระยะ 85 มม. ช่วยให้ตัวแบบเด่นและลดพื้นที่ฉากหลังที่ปรากฏในเฟรม
เพราะมุมรับภาพแคบกว่าระยะ 24 และ 35 มม. จึงต้องมีพื้นที่มากขึ้นเพื่อเก็บตัวแบบในสัดส่วนเดียวกัน
ไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ขอบใบหูหรือเส้นผมดูผิดธรรมชาติ
vivo ประเทศไทยยืนยันการรองรับ Portrait Snapshot 135 มม. เพื่อจับภาพบุคคลและช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนไหว
ไม่ใช่การยืนยันว่ามีเลนส์ 135 มม. แยกต่างหาก เพราะระบบใช้มุมมองเทียบเท่าและอาจมีการครอปหรือประมวลผลเพิ่มเติม
Bokeh คือรูปลักษณะของบริเวณที่อยู่นอกระยะโฟกัส โดยกล้องสมาร์ตโฟนสามารถผสมการละลายฉากหลังทางออปติคัลกับการประมวลผลภาพ
ช่วยสร้างลักษณะของแสงและฉากหลังให้เข้ากับสไตล์ Portrait ที่ต้องการ
ไม่ควรสมมติว่าเหมือนกันทั้งหมด เพราะสไตล์บางประเภทอาจจำกัดเฉพาะโหมดหรือระยะที่รองรับ
vivo นำเสนอ ZEISS Mirotar Bokeh สำหรับการถ่าย Telephoto ใน X300 Pro แต่ควรตรวจว่าตัวเลือกนี้ปรากฏในโหมดที่ใช้งานอยู่หรือไม่
การละลายฉากหลังที่สวยไม่จำเป็นต้องเบลอมากที่สุด
กล้อง → ตัวแบบ → ฉากหลัง
ควรเว้นระยะระหว่างตัวแบบกับฉากหลัง เพื่อช่วยให้ระบบแยกพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น
อาจเกิดจากการปรับความเบลอสูงเกินไป หรือระบบแยกขอบไม่ถูกต้อง
หากแอปแสดงค่า f-stop สำหรับปรับ Bokeh ค่านั้นอาจเป็นค่าจำลองความลึกของภาพ ไม่ใช่การเปลี่ยนรูรับแสงจริงของเลนส์ Telephoto f/2.67
ภาพ Portrait ที่ดีควรให้ความสำคัญกับดวงตา โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพเน้นใบหน้า
หากใบหน้าหันเฉียง ให้เน้นดวงตาที่ใกล้กล้องหรือดวงตาที่ต้องการเป็นจุดหลัก
อาจเกิดจากจุดโฟกัสไม่ตรง การเคลื่อนไหว หรือการประมวลผลรายละเอียดผิว
ภาพครึ่งตัวเหมาะสำหรับถ่ายทอดบุคลิก ท่าทาง และเสื้อผ้าของตัวแบบ
85 มม. เหมาะเมื่อมีพื้นที่ถอยและต้องการเน้นตัวแบบ ส่วน 50 มม. เหมาะกับพื้นที่ที่จำกัดกว่า
การตัดภาพผ่านข้อศอกหรือข้อมือในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้องค์ประกอบดูไม่สมดุล
ภาพ Close-up เน้นรายละเอียดและอารมณ์ของใบหน้า
เพราะเลนส์ Telephoto มีระยะโฟกัสขั้นต่ำ
หากระบบไม่สามารถจับโฟกัสได้ ให้ถอยกล้องออกแทนการฝืนเพิ่มกำลังซูม
ไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ใบหู เส้นผม หรือกรอบแว่นดูผิดธรรมชาติ
แสงธรรมชาติช่วยให้กล้องจับโฟกัสและแสดงรายละเอียดได้ดี แต่แสงที่แรงมากอาจสร้างเงาแข็งบนใบหน้า
ใช้แสงเฉียงที่ไม่แรงเกินไป เพื่อให้ใบหน้าและผิวดูมีมิติ
เลือกบริเวณร่มที่มีแสงกระจาย เพื่อหลีกเลี่ยงเงาเข้มใต้ตาและจมูก
เหมาะกับการสร้างโทนอุ่นและภาพ Portrait ที่มีบรรยากาศ
| สภาพแสง | เทคนิค |
|---|---|
| เช้า | ใช้แสงเฉียง |
| เที่ยง | หาร่มหรือแสงนุ่ม |
| เย็น | ทดลองแสงด้านข้าง |
| ฟ้าครึ้ม | ใช้แสงกระจาย |
| ใต้ต้นไม้ | ระวังแสงเป็นจุดบนใบหน้า |
ย้อนแสงหมายถึงการถ่ายภาพที่แหล่งกำเนิดแสงหลักอยู่ด้านหลังตัวแบบ
เพราะระบบอาจวัดแสงโดยให้ความสำคัญกับฉากหลังที่สว่าง
เปลี่ยนมุม เพิ่มแสงเติมบนใบหน้า หรือปรับความสว่างตามตัวเลือกของระบบ
สามารถทดลองใช้ได้เมื่อสถานการณ์เหมาะสม โดย X300 Pro มีระบบซูมแฟลชที่ปรับแสงตามระยะภาพที่รองรับ
การถ่าย Portrait กลางคืนต้องควบคุมทั้งแสงบนใบหน้าและการเคลื่อนไหวของตัวแบบ
เพราะมีมุมภาพแคบและอาจต้องใช้การครอปหรือประมวลผลเพิ่มเติม ทำให้ข้อจำกัดเรื่องแสงและการสั่นส่งผลชัดขึ้น
หากแสงน้อยมาก สามารถทดลองระยะ Portrait ที่กว้างกว่า หรือ Photo Mode ด้วยกล้องหลักเพื่อเปรียบเทียบคุณภาพ
ไฟเมืองช่วยสร้างจุดสว่างในฉากหลัง เหมาะกับภาพ Portrait กลางคืน
อาจเกิดจากการเปิดรับแสงมากเกินไปหรือการประมวลผล Bokeh
ลดความสว่างหรือเปลี่ยนมุม เพื่อให้แสงไฟไม่สว่างเกินความจำเป็น
การถ่ายหลายคนมีความท้าทาย เพราะบุคคลอาจอยู่คนละระยะและระบบต้องแยกตัวแบบหลายคนพร้อมกัน
อาจเกิดจากระยะห่างของแต่ละคนหรือความผิดพลาดของระบบแยกฉากหลัง
หาก Portrait ทำให้ใบหน้าหรือขอบตัวแบบผิดธรรมชาติ สามารถทดลอง Photo ปกติแทน
เด็กมักเปลี่ยนท่าทางรวดเร็ว จึงต้องให้ความสำคัญกับความเร็วในการจับภาพมากกว่าการปรับ Bokeh สูงสุด
vivo รองรับ Portrait Snapshot 135 มม. ซึ่งออกแบบสำหรับการจับช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนไหว แต่ยังต้องมีแสงและระยะถ่ายที่เหมาะสม
อาจเกิดจากเด็กเคลื่อนไหวเร็วหรือระบบใช้เวลารับแสงนาน
ควรหลีกเลี่ยงแสงแฟลชที่รบกวนตัวแบบ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายระยะใกล้ และเลือกใช้แสงธรรมชาติที่เหมาะสมก่อน
แว่นตาอาจมีแสงสะท้อนและทำให้การแยกขอบภาพซับซ้อนขึ้น
อาจเกิดจากแสงสะท้อนบนเลนส์แว่นหรือระบบโฟกัสจับที่กรอบแว่นแทนดวงตา
ควรเริ่มจากการจัดแสงและมุมถ่ายก่อน เพราะการเพิ่มรายละเอียดด้วย AI อาจทำให้ใบหน้าไม่ตรงกับต้นฉบับ
ปัญหาขอบผมเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดของการประมวลผล Portrait ที่พบได้ในสมาร์ตโฟนหลายรุ่น
ไม่ควรเป็นวิธีแรก เพราะปัญหาอาจเกี่ยวกับการประมวลผลภาพตามสภาพแสง ไม่ใช่ความเสียหายของข้อมูลแอป
ไม่จำเป็น ให้เลือกระดับที่เหมาะสมและรักษารูปลักษณ์ของตัวแบบให้เป็นธรรมชาติ
vivo X300 Pro มีกล้องหน้า ZEISS 50MP พร้อม Autofocus
ไม่เหมือนกัน เพราะใช้ชุดเลนส์และเซนเซอร์ต่างกัน แม้ระบบจะเน้นโทนภาพตามแนวทาง ZEISS เช่นเดียวกัน
vivo นำเสนอระบบซูมแฟลชที่ปรับความสว่างตามระยะโฟกัส โดยระบุระยะหลัก 24, 50 และ 85 มม. สำหรับระบบดังกล่าว
ไม่จำเป็น เพราะแสงธรรมชาติหรือแสงที่จัดไว้อาจให้ผลลัพธ์นุ่มกว่า
เปลี่ยนระยะถ่ายหรือปรับความสว่างตามตัวเลือกที่ระบบรองรับ
อาจเกิดจากหลอดไฟโทนอุ่นหรือการปรับสีของระบบ
อาจเกี่ยวกับแสง สไตล์ภาพหรือการแสดงผลหน้าจอ
ขึ้นอยู่กับสภาพแสงและความต้องการ โดยควรเลือกโทนที่รักษาลักษณะผิวจริงมากที่สุดหากต้องการภาพธรรมชาติ
| สถานการณ์ | ระยะเริ่มต้น | เทคนิค |
|---|---|---|
| ภาพคนพร้อมวิว | 24 มม. | เก็บฉากหลัง |
| Street Portrait | 35 มม. | จัดองค์ประกอบ |
| ภาพร้านกาแฟ | 35/50 มม. | ใช้แสงนุ่ม |
| ภาพบุคคลทั่วไป | 50 มม. | โฟกัสดวงตา |
| ภาพครึ่งตัว | 85 มม. | แยกฉากหลัง |
| ภาพแฟชั่น | 50/85 มม. | ตรวจเสื้อผ้าและท่าทาง |
| ภาพ Close-up | 135 มม. | ใช้แสงเพียงพอ |
| ภาพโปรไฟล์ | 85/135 มม. | เน้นใบหน้า |
| ภาพหลายคน | 24/35 มม. | ลด Bokeh |
| ภาพเด็กเคลื่อนไหว | Snapshot/Portrait Snapshot | จับจังหวะ |
| ภาพย้อนแสง | 50/85 มม. | ควบคุมแสงใบหน้า |
| ภาพกลางคืน | 50/85 มม. | เพิ่มแสง |
| ภาพคนกับไฟเมือง | 85 มม. | ใช้ Bokeh เหมาะสม |
| ภาพคนใส่แว่น | 50/85 มม. | ลดแสงสะท้อน |
| ภาพ Selfie | กล้องหน้า Portrait | ใช้แสงธรรมชาติ |
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ดวงตาเบลอ | โฟกัสผิด | แตะดวงตาใหม่ |
| หน้าเบลอกลางคืน | ตัวแบบขยับหรือแสงน้อย | เพิ่มแสง |
| ขอบผมหาย | ระบบแยกขอบผิด | ลด Bokeh |
| ฉากหลังเบลอเกิน | Bokeh สูง | ลดระดับ |
| สีผิวเหลือง | แสงหรือ White Balance | เปลี่ยนแสง |
| หน้าซีด | โทนสีหรือแสง | ปรับสไตล์ |
| 135 มม. ไม่ชัด | ซูม/แสง/มือสั่น | ทดลอง 85 มม. |
| คนหลายคนเบลอ | อยู่ต่างระยะ | จัดระนาบ |
| ภาพเด็กเบลอ | เคลื่อนไหวเร็ว | ใช้ Snapshot เมื่อรองรับ |
| คนใส่แว่นตาไม่ชัด | แสงสะท้อน | เปลี่ยนมุม |
| ภาพย้อนแสงหน้ามืด | ฉากหลังสว่างมาก | เพิ่มแสงหน้า |
| ใบหน้าดูผิดธรรมชาติ | Beauty สูง | ลด Beauty |
| Portrait ไม่แยกหลัง | ฉากหลังใกล้ตัวแบบ | เพิ่มระยะ |
| ไม่พบระยะ 135 มม. | เมนู/โหมดแตกต่าง | ตรวจ Portrait |
| โฟกัสใกล้ไม่ได้ | ใกล้เกินระยะโฟกัส | ถอยกล้อง |
ให้ความสำคัญกับแสงและจุดโฟกัสก่อนเลือกเอฟเฟกต์ เพราะภาพที่แสงดีและดวงตาคมชัดมักเป็นพื้นฐานของ Portrait ที่ดี
ได้ โดยรองรับ Portrait หลายระยะตามข้อมูล vivo ประเทศไทย
5 ระยะ ได้แก่ 24, 35, 50, 85 และ 135 มม.
มี โดย vivo ระบุว่าพัฒนาโทนสีผิวให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
50MP ใช้เซนเซอร์ Sony LYT-828
200MP ใช้เซนเซอร์ Samsung HPB
ไม่ใช่ X300 Pro ใช้ Samsung HPB ส่วน HP9 เป็นเซนเซอร์ Telephoto ของ X200 Pro
มี โดยกล้องหลักและ Telephoto รองรับ OIS ระดับ CIPA 5.5
vivo VS1 และ V3+
รุ่นประเทศไทยเปิดตัวพร้อม OriginOS 6 บน Android 16
เหมาะกับภาพคนพร้อมวิวและภาพที่ต้องการเก็บบรรยากาศ
เหมาะกับ Street Portrait และภาพคนในเมือง
เหมาะกับภาพบุคคลทั่วไปและภาพคลาสสิก
เหมาะกับภาพครึ่งตัวและภาพที่ต้องการเน้นตัวแบบ
เหมาะกับภาพเน้นใบหน้าและ Close-up
ไม่ใช่การยืนยันว่ามีเลนส์แยก เพราะเป็นมุมมอง Portrait เทียบเท่าที่ระบบรองรับ
มี ตามข้อมูลจาก vivo ประเทศไทย
ได้ โดยสามารถทดลอง Portrait Snapshot ตามโหมดที่รองรับ แต่ยังต้องใช้แสงและจังหวะที่เหมาะสม
มีระบบ ZEISS Bokeh และสไตล์ที่เกี่ยวข้อง โดยตัวเลือกขึ้นอยู่กับโหมดและซอฟต์แวร์
vivo นำเสนอ ZEISS Mirotar Bokeh สำหรับการถ่าย Telephoto แต่ต้องตรวจการเข้าถึงจากโหมดจริง
สามารถใช้การปรับ Bokeh ใน Portrait ตามตัวเลือกที่ระบบรองรับ
ลด Bokeh เพิ่มแสง และให้ตัวแบบอยู่ห่างจากฉากหลัง
ได้ โดยควรใช้แสงเพียงพอและระวังการเคลื่อนไหวของตัวแบบ
ได้ โดยควรปรับแสงบนใบหน้าและเลือกมุมถ่ายอย่างเหมาะสม
เริ่มจาก 24 หรือ 35 มม. เมื่อมีหลายคนในเฟรม
แนะนำเริ่มจาก 85 มม. เมื่อมีพื้นที่ถอยเพียงพอ
สามารถใช้ Portrait 135 มม. พร้อมตรวจระยะโฟกัสและแสง
ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงแสงสะท้อนบนกระจกแว่น
ไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ผิวหรือรูปหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ
ได้ โดยมีกล้องหน้า ZEISS 50MP พร้อม Autofocus และโหมด Portrait
ไม่จำเป็น เพราะความละเอียดไฟล์จริงขึ้นอยู่กับโหมดและการประมวลผล
X300 Pro ใช้กล้องหลัก 50MP Sony LYT-828 และ Telephoto 200MP Samsung HPB ส่วน X300 รุ่นปกติใช้กล้องหลัก 200MP และ Telephoto 50MP
X300 Pro ใช้ Sony LYT-828, Samsung HPB, OIS CIPA 5.5 และ OriginOS 6 ส่วน X200 Pro รุ่นเปิดตัวใช้ LYT-818, HP9, OIS CIPA 4.5 และ Funtouch OS 15
ไม่ควร เพราะควรตรวจแสง โฟกัส Bokeh และการตั้งค่าโหมดก่อน และ Factory Reset อาจลบข้อมูลสำคัญโดยไม่แก้ปัญหาจริง
vivo X300 Pro รุ่นประเทศไทยมาพร้อมระบบ ZEISS Natural Portrait และกล้องหลัก Sony LYT-828 50MP ทำงานร่วมกับ ZEISS APO Telephoto 200MP Samsung HPB พร้อม OIS ระดับ CIPA 5.5 และชิปประมวลผลภาพ vivo VS1 และ V3+
จุดเด่นสำคัญคือ Portrait ทั้งห้าระยะ ได้แก่ 24, 35, 50, 85 และ 135 มม. ซึ่งเหมาะกับองค์ประกอบภาพแตกต่างกัน
การตั้งค่าแนะนำ
การถ่าย Portrait ให้สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการละลายฉากหลังมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกมุมมอง จัดแสง โฟกัสดวงตา และควบคุมความเบลอให้สมจริง
ComSiam แนะนำให้ฝึกถ่ายตัวแบบคนเดิมด้วยระยะ 50, 85 และ 135 มม. ในสถานที่เดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบการจัดเฟรมและฉากหลัง แล้วเลือกสไตล์ที่เหมาะกับภาพ โดยเก็บไฟล์ต้นฉบับก่อนแต่งทุกครั้ง เพื่อใช้ศักยภาพระบบกล้อง ZEISS ของ vivo X300 Pro ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ