Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

vivo X300 Pro ถ่ายรูปกลางคืนและแสงน้อยอย่างไรให้ภาพคมชัด สว่าง และมี Noise น้อย? ให้เปิด Camera บน OriginOS 6 เลือกโหมด Landscape & Night แล้วเริ่มจากกล้องหลัก ZEISS 50MP ที่ระยะ 1x แตะโฟกัสวัตถุ ตรวจความสว่างของไฟและฉากหลัง จากนั้นถือโทรศัพท์ด้วยสองมือให้นิ่งระหว่างถ่ายและประมวลผลภาพ หากต้องการถ่ายบุคคลให้ใช้ Portrait พร้อมแสงที่ส่องใบหน้า ส่วนการถ่ายคอนเสิร์ตให้ใช้ Stage Mode และกล้อง Telephoto ตามระยะที่เหมาะสม
vivo X300 Pro รุ่นประเทศไทยมาพร้อมกล้องหลัก ZEISS Gimbal-Grade 50MP เซนเซอร์ Sony LYT-828 ขนาด 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.57 และระบบกันสั่น OIS ระดับ CIPA 5.5 ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์สำคัญในการถ่ายภาพในที่แสงน้อย
อีกหนึ่งจุดเด่นคือกล้อง ZEISS APO Telephoto 200MP เซนเซอร์ Samsung HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.67 พร้อม Autofocus และ OIS ระดับ CIPA 5.5 ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นเมื่อถ่ายอาคารไกล ศิลปินบนเวที และภาพบุคคลจากระยะห่าง
ระบบภาพของ X300 Pro ยังทำงานร่วมกับชิป vivo VS1 และ V3+ และใช้ MediaTek Dimensity 9500 บน OriginOS 6 ที่พัฒนาจาก Android 16
แม้จะมีระบบกันสั่นและการประมวลผลภาพระดับเรือธง แต่ภาพกลางคืนไม่ได้คมชัดทุกสถานการณ์โดยอัตโนมัติ เพราะยังขึ้นอยู่กับแสงที่ตกบนตัวแบบ ความเร็วชัตเตอร์ ระยะโฟกัส การเคลื่อนไหว และการใช้ซูม
ตัวอย่างเช่น ภาพอาคารกลางคืนสามารถใช้ชัตเตอร์ช้าหรือขาตั้งได้ แต่ถ่ายคนเดินหรือศิลปินที่เคลื่อนไหวต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ให้เหมาะสม มิฉะนั้นภาพอาจเบลอแม้ใช้ OIS
บทความจาก ComSiam นี้จะสอนถ่ายภาพกลางคืนด้วย vivo X300 Pro อย่างละเอียด ครอบคลุม Landscape & Night, Photo, Pro, Portrait, Telephoto, Stage, ISO, Shutter Speed, White Balance, Autofocus, HDR, ขาตั้ง การแก้แสงฟุ้ง และ Noise พร้อมตารางตั้งค่าและคำถามที่พบบ่อย
ก่อนปรับตั้งค่า ควรตรวจสอบสเปกให้ตรงกับ vivo X300 Pro รุ่นประเทศไทย ไม่ใช่ X300 รุ่นปกติหรือ X200 Pro
| รายการ | vivo X300 Pro รุ่นไทย |
|---|---|
| กล้องหลัก | ZEISS Gimbal-Grade 50MP |
| เซนเซอร์หลัก | Sony LYT-828 |
| ขนาดเซนเซอร์หลัก | 1/1.28 นิ้ว |
| รูรับแสงหลัก | f/1.57 |
| กล้อง Telephoto | ZEISS APO 200MP |
| เซนเซอร์ Telephoto | Samsung HPB |
| ขนาดเซนเซอร์ Telephoto | 1/1.4 นิ้ว |
| รูรับแสง Telephoto | f/2.67 |
| กล้อง Ultra Wide | ZEISS 50MP Samsung JN1 |
| รูรับแสง Ultra Wide | f/2.0 |
| โฟกัส | Autofocus ทั้งสามกล้องหลัง |
| ระบบกันสั่น | OIS CIPA 5.5 ในกล้องหลักและ Telephoto |
| โหมดกลางคืน | Landscape & Night |
| โหมดควบคุมด้วยตนเอง | Pro |
| โหมดคอนเสิร์ต | Stage |
| ระบบประมวลผลภาพ | vivo VS1 และ V3+ |
| ชิปหลัก | Dimensity 9500 |
| ระบบปฏิบัติการ | OriginOS 6 |
| Android | Android 16 |
เซนเซอร์ขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรับข้อมูลภาพ แต่คุณภาพจริงยังขึ้นอยู่กับเลนส์ ระบบโฟกัส การประมวลผลและสภาพแสงด้วย
กล้องหลักสามารถรับแสงได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเลนส์ที่มีรูรับแสงแคบกว่า ภายใต้เงื่อนไขที่เปรียบเทียบได้
จึงเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับภาพกลางคืนทั่วไป
Landscape & Night เป็นโหมดที่ vivo ประเทศไทยระบุว่ารองรับในกล้องหลังทั้งสามตัวของ X300 Pro
โหมดกลางคืนสามารถใช้การประมวลผลที่ออกแบบสำหรับสภาพแสงน้อย แต่ระยะเวลารับแสงและวิธีรวมภาพอาจแตกต่างตามฉากและเวอร์ชันซอฟต์แวร์
ได้ตามรายการโหมดที่ vivo ประเทศไทยระบุ แต่ต้องตรวจตัวเลือกกำลังซูมที่เครื่องเปิดให้ใช้ในสถานการณ์จริง
ให้ตรวจรายการโหมดเพิ่มเติม เพราะ OriginOS 6 อาจจัดกลุ่มหรือแสดงชื่อโหมดแตกต่างตามเวอร์ชัน Camera
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ระบบเลือกใช้ ไม่ควรกำหนดจำนวนวินาทีตายตัวสำหรับทุกภาพ
ทั้งสองโหมดเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน
เหมาะกับการถ่ายทั่วไปและเหตุการณ์ที่ต้องการกดถ่ายได้รวดเร็ว
เหมาะกับฉากแสงน้อย โดยเฉพาะเมื่อวัตถุอยู่นิ่งและต้องการรายละเอียดส่วนมืดเพิ่มขึ้น
| สถานการณ์ | โหมดเริ่มต้น |
|---|---|
| อาคารกลางคืน | Landscape & Night |
| ถนนยามค่ำคืน | Landscape & Night |
| คนยืนในแสงดี | Photo หรือ Portrait |
| เด็กกำลังวิ่ง | Photo/Snapshot |
| ไฟเมือง | Landscape & Night |
| คอนเสิร์ต | Stage |
| ภาพสินค้าในห้อง | Photo หรือ Pro |
| ภาพที่ต้องคุมชัตเตอร์ | Pro |
ไม่จำเป็น เพราะการรวมภาพหรือใช้เวลารับแสงอาจทำให้ตัวแบบเคลื่อนไหวเกิดภาพซ้อนหรือเบลอในบางสถานการณ์
กล้องหลัก ZEISS Gimbal-Grade 50MP ใช้ Sony LYT-828 รูรับแสง f/1.57 พร้อม OIS ระดับ CIPA 5.5
ไม่จำเป็น
ภาพกลางคืนที่ดีควรรักษาบรรยากาศของความมืด พร้อมรายละเอียดในส่วนสำคัญ โดยไม่ทำให้ไฟและสีดูผิดธรรมชาติ
ลดการชดเชยแสงเมื่อมีตัวเลือก และตรวจว่าส่วนสว่างยังเก็บรายละเอียดได้เหมาะสมหรือไม่
ไฟเมืองมีทั้งส่วนที่สว่างจัดและพื้นที่มืด ทำให้การควบคุมช่วงแสงเป็นเรื่องสำคัญ
อาจเกิดจากการเปิดรับแสงมากจนข้อมูลส่วนสว่างถูกตัดทิ้ง
ใช้ความสว่างเหมาะสม เลนส์สะอาด และหลีกเลี่ยงการขยับระหว่างถ่าย
เหมาะเมื่ออาคารมีขนาดใหญ่หรือมีพื้นที่ถอยจำกัด แต่ต้องระวังความบิดเบือนบริเวณขอบภาพ
อาจเกิดจากมุมกล้องที่เงยขึ้นหรือความบิดเบือนเชิงมุมมอง ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาของระบบกันสั่น
Portrait กลางคืนต้องควบคุมแสงบนใบหน้าให้เหมาะสมก่อนเพิ่ม Bokeh
เพราะ 135 มม. ให้มุมภาพแคบกว่าและอาจต้องใช้การครอปหรือประมวลผลเพิ่มเติม จึงมีข้อจำกัดมากขึ้นในบางฉากที่แสงน้อย
ช่วยด้านการแสดงโทนสีผิวตามการประมวลผลของ vivo แต่ไม่สามารถทดแทนแสงที่เหมาะสมได้ทั้งหมด
การถ่ายคนกับไฟเมืองช่วยสร้างฉากหลังที่มีจุดแสงสวยงาม
เกิดจากความแตกต่างของระยะโฟกัสและเอฟเฟกต์ Bokeh ตามสไตล์ที่เลือก
ไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ขอบผมและกรอบแว่นดูผิดธรรมชาติ
เพราะฉากหลังสว่างกว่าตัวแบบมาก ระบบอาจลดการรับแสงเพื่อรักษาไฮไลต์
สามารถทดลองแฟลชหรือระบบซูมแฟลชตามตัวเลือกที่รองรับ หากไม่รบกวนบุคคลและเหมาะกับสถานการณ์
vivo X300 Pro มีระบบซูมแฟลชที่รองรับการปรับแสงตามระยะโฟกัส 24, 50 และ 85 มม. ตามข้อมูลจาก vivo ประเทศไทย
ไม่ควรใช้แฟลชส่องใบหน้าระยะใกล้โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อแสงสร้างความรบกวนแก่ตัวแบบ
กล้อง Telephoto ใช้ Samsung HPB 200MP ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.67 และ OIS ระดับ CIPA 5.5
ชุดเลนส์ เซนเซอร์ และการประมวลผลต่างกัน โดยกล้องหลักมีรูรับแสง f/1.57 ซึ่งเหมาะกับหลายสถานการณ์ที่ต้องรับแสงมาก
กล้อง Telephoto ของ X300 Pro มีมุมมองเทียบเท่า 85 มม. ขณะที่กล้องหลักอยู่ที่ประมาณ 24 มม. จึงเป็นสัดส่วนมุมมองประมาณ 3.5x
เป็นจุดเริ่มต้นเมื่อใช้มุม Telephoto สำหรับภาพไกล
ใช้การขยายเพิ่มเติมจากเลนส์ Telephoto และอาจมีการประมวลผลภาพมากขึ้น
vivo ยืนยัน AI Telephoto Tracking ที่ 20x ในโหมดที่รองรับ แต่ไม่ใช่ Optical Zoom ทั้งหมด
| ระยะ | การใช้งานกลางคืน |
|---|---|
| 1x | จุดเริ่มต้นสำหรับแสงน้อย |
| ประมาณ 3.5x | อาคารหรือวัตถุที่มีแสง |
| 10x | ใช้เมื่อมีแสงเพียงพอ |
| 20x | ใช้อย่างระมัดระวัง ตรวจความคม |
| ซูมสูงกว่านี้ | ตรวจตัวเลือกจริงและคุณภาพไฟล์ |
ไม่แนะนำเป็นค่าเริ่มต้น เพราะข้อมูลภาพอาจมีจำกัดและ Noise อาจเห็นชัดขึ้น
vivo X300 Pro รองรับ Stage Mode สำหรับกล้องหลักและ Telephoto ตามสเปกรุ่นไทย
เพราะแสงบนเวทีเปลี่ยนเร็ว ตัวแบบเคลื่อนไหว และการซูมสูงทำให้มือสั่นส่งผลมากขึ้น
ไม่ควรเล็งกล้องตรงเข้าแสงเลเซอร์กำลังสูง เพราะอาจทำให้เซนเซอร์ภาพเสียหาย
สเปก vivo ประเทศไทยยืนยันว่า X300 Pro รองรับ Pro Mode สำหรับกล้องหลังหลัก Ultra Wide และ Telephoto
ผู้ที่ต้องการควบคุมภาพเอง โดยเฉพาะเมื่อถ่ายอาคารกลางคืน ไฟรถ หรือภาพที่ต้องการสีและแสงคงที่
ไม่ควรสมมติว่าได้ เพราะ Pro Mode ไม่ได้ยืนยัน RAW/DNG สำหรับทุกกล้องและทุกตัวเลือก
หากต้องการ RAW ให้ตรวจปุ่มและไฟล์จริงบนเครื่อง
ISO เกี่ยวข้องกับความไวแสงที่ใช้ในการสร้างภาพ
| สถานการณ์ | แนวทางเริ่มต้น |
|---|---|
| อาคารกลางคืนบนขาตั้ง | ISO ต่ำ |
| ถนนที่มีไฟพอ | ISO ต่ำถึงปานกลาง |
| Portrait กลางคืน | เพิ่ม ISO เท่าที่จำเป็น |
| คอนเสิร์ต | ใช้ ISO รองรับชัตเตอร์เร็ว |
| วัตถุอยู่นิ่ง | ใช้ ISO ต่ำร่วมกับชัตเตอร์ช้าเมื่อเหมาะสม |
ช่วยให้ภาพสว่างขึ้นได้ตามการตั้งค่า แต่เพิ่มโอกาสเห็น Noise และลดรายละเอียด
ไม่เสมอไป เพราะหากทำให้ต้องใช้ชัตเตอร์ช้ามาก ภาพอาจเบลอจากการเคลื่อนไหว
Shutter Speed คือระยะเวลารับแสงของภาพ
| สถานการณ์ | ค่าเริ่มต้นตัวอย่าง |
|---|---|
| คนยืนค่อนข้างนิ่ง | ประมาณ 1/125 วินาที |
| คนเดิน | ประมาณ 1/250 วินาที |
| ศิลปินบนเวที | ประมาณ 1/250–1/500 วินาทีตามการเคลื่อนไหว |
| อาคารใช้ขาตั้ง | ทดลอง 1–4 วินาที |
| เส้นไฟรถ | ทดลองหลายวินาที |
| วิวเมืองใช้ขาตั้ง | ปรับตามแสง |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่การยืนยันว่าทุกค่าเลือกได้ในทุกโหมดของ X300 Pro
เพราะเซนเซอร์รับแสงได้นานขึ้น
เพราะตัวแบบเคลื่อนไหวระหว่างที่เซนเซอร์รับแสง
ภาพเส้นไฟเกิดจากการบันทึกการเคลื่อนที่ของไฟในช่วงที่เปิดรับแสงนาน
ไม่ควรเด็ดขาด ควรถ่ายจากทางเท้าหรือพื้นที่ที่อนุญาตและปลอดภัย
อาจเปิดรับแสงนานเกินไป ควรลดเวลาชัตเตอร์หรือปรับ ISO
กลางคืนมีแหล่งกำเนิดแสงหลายสี เช่น หลอด LED แสงถนน และไฟป้ายโฆษณา
อาจเกิดจากไฟโทนอุ่นหรือการปรับ White Balance ไม่เหมาะสม
ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดแสง ไม่ควรตั้งค่าเดียวใช้กับทุกสถานการณ์กลางคืน
ระบบ Autofocus อาจจับระยะได้ยากเมื่อวัตถุไม่มีรายละเอียดหรือมีแสงน้อยมาก
เพราะบริเวณไฟมีคอนทราสต์สูงกว่าพื้นที่มืด ระบบอาจเลือกจุดโฟกัสผิดจากที่ต้องการ
ให้แสงส่องใบหน้าพอเพียงและแตะบริเวณดวงตาก่อนถ่าย
ไม่จำเป็นสำหรับทุกภาพ แต่มีประโยชน์มากเมื่อใช้ชัตเตอร์ช้าหรือซูมสูง
ไม่รับประกัน เพราะคนยังสามารถเคลื่อนไหวระหว่างการรับแสงได้
HDR เป็นเทคนิคจัดการข้อมูลภาพที่มีช่วงความสว่างต่างกันมาก
อาจช่วยรักษารายละเอียดทั้งบริเวณสว่างและมืดเมื่อระบบรองรับและฉากเหมาะสม
ไม่จำเป็น เพราะหากตัวแบบเคลื่อนไหวมาก อาจเกิดภาพซ้อนหรือความผิดพลาดจากการรวมข้อมูลหลายเฟรม
ให้ตรวจว่า Photo หรือ Night มีตัวเลือก HDR ที่เปิดใช้งานได้หรือระบบจัดการอัตโนมัติ โดยตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างตามเวอร์ชัน
Noise คือความแปรปรวนของสัญญาณที่อาจเห็นเป็นจุดสีหรือเม็ดภาพ โดยมักปรากฏชัดในพื้นที่มืด
อาจเป็นผลจากการลด Noise และเพิ่มความคมชัดของซอฟต์แวร์เมื่อข้อมูลภาพมีจำกัด
ไม่ใช่
ZEISS APO เน้นการควบคุมความคลาดสี ส่วนแสงฟุ้งหรือ Flare ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบออปติคัล แหล่งแสงและสภาพหน้าเลนส์
| สถานการณ์ | โหมดเริ่มต้น | เทคนิค |
|---|---|---|
| วิวเมืองกลางคืน | Landscape & Night | ถือกล้องนิ่ง |
| อาคารมีไฟ | Landscape & Night | คุมไฮไลต์ |
| สะพานกลางคืน | Night/Pro | ใช้ขาตั้งเมื่อจำเป็น |
| ถนนมีไฟรถ | Pro | ทดลองชัตเตอร์ช้า |
| ภาพคนกับไฟเมือง | Portrait | เพิ่มแสงบนใบหน้า |
| Portrait ย้อนแสง | Portrait | ตรวจ Exposure |
| ร้านอาหาร | Photo/Portrait | ใช้แสงที่มี |
| คอนเสิร์ต | Stage | โฟกัสศิลปิน |
| ศิลปินระยะไกล | Stage/Telephoto | ลดซูมเมื่อภาพไม่คม |
| อาคารไกล | Telephoto/Night | ใช้แสงและขาตั้ง |
| ป้ายไฟ | Photo/Night | ลดไฮไลต์ |
| วัตถุเคลื่อนไหว | Photo/Snapshot | ใช้ชัตเตอร์เหมาะสม |
| ทิวทัศน์มืดมาก | Pro | ทดลอง ISO และชัตเตอร์ |
| ภาพสินค้าในห้อง | Photo/Pro | เพิ่มแสง |
| แสงไฟประดับ | Night/Portrait | จัด Bokeh |
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ภาพเบลอทั้งภาพ | มือสั่น | ใช้ขาตั้ง |
| คนเบลอ | ตัวแบบเคลื่อนไหว | ใช้แสง/ชัตเตอร์เร็ว |
| ภาพมี Noise | ISO สูงหรือแสงน้อย | เพิ่มแสง |
| ไฟขาวเป็นปื้น | รับแสงมาก | ลด Exposure |
| ภาพเหลือง | White Balance | ปรับ WB |
| Telephoto ไม่คม | แสงน้อยหรือซูมสูง | ลดซูม |
| โฟกัสช้า | คอนทราสต์ต่ำ | เลือกจุดโฟกัสใหม่ |
| Portrait ขอบผมเบลอ | Bokeh แยกขอบผิด | ลด Bokeh |
| ภาพมี Flare | แสงเข้าหน้าเลนส์ | เปลี่ยนมุม |
| ภาพฟุ้ง | คราบหรือฟิล์มเลนส์ | เช็ดและตรวจ |
| ไฟรถเป็นเส้นโดยไม่ตั้งใจ | ชัตเตอร์ช้า | ใช้ชัตเตอร์เร็วขึ้น |
| Night ภาพซ้อน | วัตถุเคลื่อนไหว | ทดลอง Photo |
| HDR ดูผิดธรรมชาติ | การประมวลผล | ทดลองปิดหรือลด HDR เมื่อมี |
| ภาพมืดเกิน | รับแสงน้อย | เพิ่มแสงหรือปรับ Exposure |
ควรเลือกความคมชัดของตัวแบบและการรักษาบรรยากาศกลางคืน มากกว่าการทำให้ภาพสว่างที่สุดเท่าที่ระบบทำได้
ได้ โดยมีโหมด Landscape & Night ที่รองรับกล้องหลังทั้งสามตัวตามสเปกรุ่นไทย
Sony LYT-828 ความละเอียด 50MP ขนาด 1/1.28 นิ้ว
f/1.57
Samsung HPB ความละเอียด 200MP ขนาด 1/1.4 นิ้ว
f/2.67
มี โดยกล้องหลักและ Telephoto รองรับ OIS ระดับ CIPA 5.5
MediaTek Dimensity 9500
vivo VS1 และ V3+
รุ่นประเทศไทยเปิดตัวพร้อม OriginOS 6 บน Android 16
เปิด Camera แล้วค้นหา Landscape & Night ในรายการโหมด
ได้ โดย Photo อาจเหมาะกับภาพที่ต้องการจับจังหวะเร็วกว่าโหมดกลางคืนบางสถานการณ์
ได้ตามข้อมูลจำเพาะ vivo ประเทศไทย
ได้ตามสเปกที่ระบุ Landscape & Night ในกล้อง Telephoto
ได้ โดยควรใช้แสงบนใบหน้าให้เพียงพอและตรวจการโฟกัส
เลือก Portrait 50 หรือ 85 มม. จัดตัวแบบให้ห่างจากไฟด้านหลัง แล้วโฟกัสดวงตา
vivo นำเสนอระบบซูมแฟลชและแฟลช Portrait ในโหมดที่รองรับ
ใช้ Stage Mode และทดลองกล้อง Telephoto ตามระยะที่เหมาะสม
แนะนำเริ่ม 1x ในสภาพแสงน้อยมาก และใช้มุม Telephoto เมื่อมีแสงเพียงพอ
สามารถทดลองตามตัวเลือกของระบบ แต่รายละเอียดภาพอาจลดลงเมื่อแสงน้อยและมีการครอปเพิ่ม
ขึ้นอยู่กับแสง ระยะ โฟกัสและการประมวลผล ไม่ควรคาดหวังว่าคมเท่ามุม Telephoto จากเลนส์จริงเสมอไป
ไม่จำเป็นทุกครั้ง แต่มีประโยชน์สำหรับภาพนิ่งที่ต้องใช้ชัตเตอร์ช้าหรือซูมสูง
เริ่มจาก ISO ต่ำเมื่อมีแสงหรือใช้ขาตั้ง และเพิ่มเท่าที่จำเป็นตาม Shutter Speed
ขึ้นอยู่กับวัตถุ ถ้าคนเคลื่อนไหวต้องใช้ชัตเตอร์เร็วกว่าอาคารหรือวิวที่อยู่นิ่ง
ใช้ Auto เมื่อแสงเปลี่ยนตลอดเวลา หรือปรับค่าใน Pro เมื่อจำเป็นต้องรักษาสีให้สม่ำเสมอ
มี โดย vivo ประเทศไทยระบุว่าใช้ได้กับกล้องหลังทั้งสามตัว
ควรตรวจตัวเลือก RAW/DNG ใน Pro Mode ของเครื่องจริง เพราะไม่ได้ยืนยันความสามารถ RAW ทุกกล้องจากเพียงรายการโหมด Pro
เพิ่มแสง ลดซูม เลือก ISO ที่เหมาะสม และใช้ขาตั้งเมื่อวัตถุอยู่นิ่ง
ถือเครื่องให้นิ่ง ใช้แสงเพียงพอและเลือก Photo หรือชัตเตอร์เร็วขึ้นเมื่อถ่ายตัวแบบเคลื่อนไหว
อาจเกิดจาก Lens Flare แสงสะท้อน ฟิล์มเลนส์หรือคราบบนกระจกกล้อง
ตรวจ White Balance และสีของแหล่งกำเนิดแสง
สามารถทดลอง Pro Mode พร้อมชัตเตอร์ช้าและขาตั้งตามเงื่อนไขที่รองรับ
อาจช่วยจัดการส่วนสว่างและมืดในบางสถานการณ์ แต่ยังต้องระวังวัตถุเคลื่อนไหว
X300 Pro ใช้กล้องหลัก 50MP Sony LYT-828 และ Telephoto 200MP Samsung HPB ส่วน X300 รุ่นปกติใช้กล้องหลัก 200MP และ Telephoto 50MP
X300 Pro ใช้ LYT-828, Samsung HPB, Dimensity 9500 และ OriginOS 6 ส่วน X200 Pro รุ่นไทยเมื่อเปิดตัวใช้ LYT-818, Samsung HP9, Dimensity 9400 และ Funtouch OS 15
ไม่ควรใช้เป็นวิธีแรก เพราะควรตรวจแสง การโฟกัส ความนิ่งของกล้องและการตั้งค่า ก่อนใช้วิธีที่อาจลบข้อมูลสำคัญ
vivo X300 Pro รุ่นประเทศไทยมาพร้อมกล้องหลัก ZEISS Gimbal-Grade 50MP Sony LYT-828 รูรับแสง f/1.57 และกล้อง ZEISS APO Telephoto 200MP Samsung HPB รูรับแสง f/2.67 โดยทั้งสองกล้องรองรับ OIS ระดับ CIPA 5.5
ระบบกล้องรองรับ Landscape & Night, Photo, Pro, Portrait และ Stage ซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพกลางคืนคนละลักษณะ โดยมีชิป vivo VS1 และ V3+ ช่วยประมวลผลภาพ
การตั้งค่าที่แนะนำ
ComSiam แนะนำให้เริ่มฝึกจาก Landscape & Night ด้วยกล้องหลัก 1x ในบริเวณที่มีไฟส่องสว่างก่อน แล้วทดลอง Portrait, Telephoto และ Pro ตามลำดับ โดยเก็บไฟล์ต้นฉบับและหลีกเลี่ยงการ Clear Data หรือ Factory Reset เพื่อแก้ภาพไม่ชัดโดยไม่จำเป็น วิธีนี้จะช่วยให้เข้าใจข้อจำกัดของแสงและใช้กล้อง ZEISS บน vivo X300 Pro ได้อย่างมีประสิทธิภาพ