vivo แจ้งเตือนไม่ขึ้นหรือมาช้าเมื่อปิดหน้าจอ แก้อย่างไร? LINE, Messenger, Gmail ไม่เด้งทำตามนี้

มือถือ vivo แจ้งเตือนไม่ขึ้น แจ้งเตือนมาช้า หรือพอปิดหน้าจอแล้ว LINE, Messenger, WhatsApp, Gmail ไม่เด้ง แต่ทันทีที่ปลดล็อกหน้าจอหรือเปิดแอป ข้อความกลับเข้ามาพร้อมกัน เป็นอาการที่ควรตรวจเรื่อง Notification Permission, Background Activity, High background power consumption, Autostart และการจัดการแอปของ Funtouch OS ก่อน

vivo มีคำแนะนำสำหรับปัญหา Notification โดยตรง ซึ่งรวมถึงการเปิด Notification ของแอป, เพิ่มแอปใน Speedup Whitelist, เปิด High background power consumption และอนุญาต Autostart เพื่อให้แอปที่ต้องรับข้อมูลต่อเนื่องไม่ถูกจำกัดมากเกินไปเมื่อทำงานเบื้องหลัง

ดังนั้นยังไม่ควร Factory Reset โทรศัพท์ เพียงเพราะ LINE หรือ Messenger แจ้งเตือนช้า

① เช็กก่อนว่าเป็นทุกแอปหรือแค่แอปเดียว

เริ่มจากทดสอบ

  • LINE
  • Messenger
  • WhatsApp
  • Gmail
  • แอปธนาคาร
  • แอปกล้องวงจรปิด

ถ้าเป็นแค่แอปเดียว

ให้ตรวจ Permission และ Settings ของแอปนั้นก่อน

ถ้าแทบทุกแอปมาช้าเมื่อดับหน้าจอ

ให้เน้นตรวจระบบจัดการ Background ของ Funtouch OS, Battery และ Network

vivo มีหัวข้อ Support สำหรับกรณี “ไม่สามารถรับ Notification จากบางแอป” โดยเฉพาะ แสดงว่าปัญหานี้มีทั้งระดับแอปและระดับการตั้งค่าระบบให้ตรวจแยกกัน

② เปิด Allow Notifications ของแอป

เข้าเมนูประมาณ

Settings → Notifications & status bar → App notification management

แล้วเลือก

LINE / Messenger / WhatsApp / Gmail

ตรวจว่าเปิด

Allow notifications

ไว้

vivo Support ปัจจุบันระบุเส้นทาง Settings → Notification and status bar → App notification management สำหรับจัดการ Notification ของแต่ละแอปโดยตรง

③ ตรวจ Notification Category ภายในแอป

บางครั้ง Allow Notifications เปิดแล้ว แต่ Notification บางประเภทถูกปิด

ตัวอย่างเช่น

  • Messages
  • Calls
  • Groups
  • Email
  • Promotions
  • General notifications

ให้เปิดเฉพาะประเภทที่ต้องการรับ

Android ออกแบบ Notification ให้แอปสามารถแจ้งข้อมูลแก่ผู้ใช้แม้แอปไม่ได้เปิดอยู่ และระบบรองรับการจัดการ Notification เป็นหมวดหมู่ตามที่แอปกำหนด

④ แจ้งเตือนมาแต่ไม่ขึ้นหน้าจอล็อก

กรณีนี้อาจไม่ใช่ Notification Delay

หากมีเสียงหรือมี Notification ในแถบด้านบน แต่ Lock Screen ไม่แสดง ให้ตรวจ

Settings → Notifications & status bar → Lock screen

vivo มีการตั้งค่า Lock Screen Notification แยกจากการเปิด Notification ของตัวแอป ดังนั้นการไม่เห็นข้อความบนหน้าจอล็อกไม่ได้หมายความว่าแอปไม่ได้รับ Push Notification เสมอไป

⑤ ถ้าปลดล็อกแล้วข้อความเด้งพร้อมกัน ให้สงสัย Background

อาการที่ควรจับตาคือ

ล็อกหน้าจอ → ไม่มีข้อความ → เปิดหน้าจอ → LINE/Messenger เด้งพร้อมกัน

ลักษณะนี้ควรตรวจการทำงาน Background เป็นอันดับต้น ๆ

vivo แนะนำสำหรับปัญหา Notification ให้เปิด High background power consumption สำหรับแอปที่ต้องการรับ Notification และเพิ่มแอปเข้า Speedup Whitelist เพื่อไม่ให้ถูกจัดการออกจาก Background ง่ายเกินไป

⑥ เปิด High background power consumption

ใน Funtouch OS บางเวอร์ชันจะมีเมนูเกี่ยวกับ

High background power consumption

ให้ค้นหาชื่อนี้ใน Settings หรือ Battery Settings

จากนั้นเปิดให้กับแอปสำคัญ เช่น

  • LINE
  • Messenger
  • WhatsApp
  • Gmail
  • Teams
  • แอป Smart Home

vivo ระบุ High background power consumption เป็นหนึ่งในขั้นตอนแก้ปัญหาเมื่อไม่สามารถรับ Notification จากบางแอป

ชื่อหรือตำแหน่งเมนูอาจต่างกันตามรุ่นและ Funtouch OS

⑦ อย่าเปิด High background power consumption ให้ทุกแอป

ไม่จำเป็นต้องเปิดให้

  • เกม
  • Shopping Apps ทุกตัว
  • แอปที่ไม่ต้องรับข้อมูลทันที

เพราะ Background Activity เพิ่มการใช้พลังงานได้

vivo เองแนะนำในแนวทางประหยัดแบตให้ปิด High background power consumption สำหรับแอปที่ไม่ค่อยใช้งาน จึงควรเปิดเฉพาะแอปที่ต้องการ Notification แบบ Real-time

⑧ เปิด Autostart สำหรับแอปสำคัญ

อีกจุดสำคัญคือ Autostart

vivo Support มีการตั้งค่า Autostart สำหรับแต่ละแอป และในคำแนะนำแก้ Notification มีการระบุให้อนุญาตแอปที่ต้องรับข้อความสามารถ Autostart ได้

ให้ค้นหา

Autostart

ใน Settings แล้วเปิดสำหรับแอป เช่น LINE หรือ WhatsApp หากรุ่นของคุณมีตัวเลือกนี้

⑨ Autostart ช่วยอะไร

แนวคิดของ Autostart คืออนุญาตให้แอปเริ่มทำงานตามเงื่อนไขที่ระบบรองรับ แทนที่จะต้องรอให้ผู้ใช้เปิดแอปเองทุกครั้ง

จึงมีประโยชน์กับแอปที่ต้องทำงานต่อเนื่อง เช่น

  • Messaging
  • Email
  • Smartwatch
  • Smart Home
  • Security Camera

vivo จัด Autostart อยู่ในกลุ่มการจัดการแอปและแนะนำการตั้งค่านี้ใน Troubleshooting Notification โดยตรง

⑩ เพิ่มแอปเข้า Speedup Whitelist

Funtouch OS บางรุ่นมี Speedup Whitelist

vivo แนะนำให้เพิ่มแอปที่มีปัญหา Notification เข้า Whitelist เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ระบบ Speedup จัดการแอปนั้นออกจาก Background ระหว่างการ Optimize เครื่อง

เหมาะกับ

  • LINE
  • Messenger
  • WhatsApp
  • Gmail
  • แอปแจ้งเตือนกล้อง

ถ้ารุ่นของคุณไม่มีเมนูนี้ ให้ข้ามได้

⑪ ปิด Low Power Mode ชั่วคราวเพื่อทดสอบ

ถ้าเปิดโหมดประหยัดแบตอยู่ ให้ปิดชั่วคราว

จากนั้น

  1. ล็อกหน้าจอ
  2. รอประมาณ 1–2 นาที
  3. ส่ง LINE จากอีกเครื่อง
  4. ดูว่า Notification มาเร็วขึ้นหรือไม่

vivo มี Low Power Mode สำหรับลดการใช้พลังงาน และแยกการควบคุม Background Power Consumption ของแอปไว้ในระบบ Battery ด้วย

ถ้าปิดโหมดประหยัดแล้ว Notification กลับมาปกติ ให้ตรวจข้อจำกัด Background ของแอปต่อ

⑫ ตรวจ Battery Usage ของแอป

เข้า

Settings → Battery → Power consumption ranking

vivo ระบุว่าสามารถดูสัดส่วนการใช้พลังงานของแต่ละแอปจากเมนูนี้ได้

ให้ดูว่า LINE, Messenger หรือ Gmail

  • ถูกใช้งาน Background หรือไม่
  • ใช้แบตผิดปกติหรือไม่
  • ถูกระบบจำกัดหรือไม่

ข้อมูลนี้ช่วยแยกปัญหาระหว่าง Notification กับ Battery Management

⑬ อย่าปิดแอป Messaging แบบ Force Stop

หากกด

Force stop

แอปจะถูกหยุดการทำงานจนกว่าจะเปิดอีกครั้งหรือระบบอนุญาตให้ทำงานใหม่ตามเงื่อนไข

ดังนั้นถ้ากำลังทดสอบ Notification อย่า Force Stop LINE หรือ WhatsApp ก่อนล็อกหน้าจอ เพราะจะทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อน

ให้เปิดแอปตามปกติแล้วกลับ Home ก่อนทดสอบ

⑭ ตรวจ Do Not Disturb

ถ้า Notification เข้ามาแต่

  • ไม่มีเสียง
  • ไม่สั่น
  • ไม่ Pop-up

ให้ตรวจ

Do Not Disturb

เพราะ DND อาจอนุญาตเฉพาะ Notification จากบุคคลหรือแอปที่กำหนด ขณะที่ Notification อื่นถูกลดการรบกวน

vivo มี Do Not Disturb เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุม Notification ของระบบ และหน้า Support ปัจจุบันยังแยกการจัดการเสียง/การแสดงผล Notification ออกจากตัว Permission หลัก

⑮ Notification มาแต่ไม่มีเสียง ไม่เหมือน Notification ไม่มา

ต้องแยกสองอาการนี้

Notification ไม่มาเลย

เน้นตรวจ

  • Background
  • Autostart
  • Network
  • Permission

Notification มาแต่ไม่มีเสียง

เน้นตรวจ

  • Sound
  • Vibration
  • Silent
  • Do Not Disturb

vivo Support มีการตั้งค่าปิดหรือเปิดเสียงและการสั่นของ Notification แยกจากการเปิด Notification ตัวหลัก

⑯ ตรวจ Settings ภายใน LINE

สำหรับ LINE ให้ตรวจทั้งสองฝั่ง

Funtouch OS

เปิด Allow Notifications และ Background

LINE

เข้า

LINE → Settings → Notifications

แล้วตรวจว่า Notification ไม่ได้ถูกปิด

ถ้าระบบเปิด แต่ภายใน LINE ปิด ก็อาจไม่แจ้งเตือนตามต้องการ

⑰ Messenger แจ้งเตือนมาช้า

ให้ตรวจ

  1. Allow Notifications
  2. High background power consumption
  3. Autostart
  4. Speedup Whitelist
  5. Low Power Mode
  6. Network
  7. Settings ภายใน Messenger

vivo มี FAQ สำหรับ Notification จาก Facebook, WhatsApp และ Social Media Apps โดยตรง จึงควรตรวจการอนุญาตทั้งระดับแอปและการจัดการ Background ของ Funtouch OS

⑱ WhatsApp ไม่เด้งตอนดับหน้าจอ

WhatsApp ควรตรวจในลักษณะเดียวกัน

ให้ทดสอบโดย

  1. เปิด WhatsApp
  2. กลับ Home
  3. ล็อกหน้าจอ
  4. ใช้อีกเครื่องส่งข้อความ
  5. จับเวลาการแจ้งเตือน

ถ้าข้อความเข้าทันทีเมื่อปลดล็อก ให้กลับไปตรวจ Autostart, High background power consumption และ Whitelist ซึ่ง vivo ระบุไว้ในแนวทางแก้ Notification

⑲ Gmail ไม่แจ้งเตือน อาจเป็นเรื่อง Sync ด้วย

หากเป็นเฉพาะ Gmail แต่ LINE และ WhatsApp ปกติ ควรตรวจ

  • Gmail Notification
  • Account Sync
  • Background Data
  • Battery Settings

ไม่ควรเปลี่ยนการตั้งค่า Background ของโทรศัพท์ทั้งเครื่องเพราะ Gmail เพียงแอปเดียว

แยกปัญหาเป็นรายแอปก่อนเสมอ

⑳ ตรวจ Wi-Fi กับ Mobile Data แยกกัน

ทดสอบง่าย ๆ

รอบแรก

ต่อ Wi-Fi แล้วส่งข้อความ

รอบสอง

ปิด Wi-Fi ใช้ Mobile Data แล้วส่งข้อความ

ถ้า

Wi-Fi ช้า แต่ Mobile Data ปกติ

ควรตรวจ Router หรือ Wi-Fi

ถ้า

Mobile Data ช้า แต่ Wi-Fi ปกติ

ควรตรวจ Mobile Network, SIM หรือ Data Restrictions

Push Notification ต้องพึ่งการเชื่อมต่อเครือข่าย เพราะ Android Notification มีหน้าที่ส่งข้อมูลที่ทันเวลาแม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิดแอปอยู่

㉑ ตรวจ Background Data

ถ้าแอปไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลเมื่ออยู่ Background อาจกระทบการ Sync หรือการดึงข้อมูลของแอปบางประเภท

Google Play Help ระบุว่า Android มีการตั้งค่า Background Data สำหรับควบคุมว่าแอปสามารถใช้ข้อมูลขณะไม่ได้เปิดอยู่ได้หรือไม่

จึงควรตรวจโดยเฉพาะถ้า Notification หายเฉพาะบน Mobile Data

㉒ ปิด Data Saver เพื่อทดสอบ

หากเปิด Data Saver อยู่ ให้ปิดชั่วคราวแล้วทดสอบ

ถ้า Notification กลับมาปกติ ให้ตรวจว่าแอป Messaging ได้รับอนุญาตให้ใช้ Background Data ภายใต้โหมดประหยัดข้อมูลหรือไม่

อย่าปิด Data Saver ถาวรทันที ให้ใช้เพื่อแยกสาเหตุก่อน

㉓ Restart vivo หลังเปลี่ยน Settings

หลังตั้งค่า

  • Notification
  • Autostart
  • Background
  • Whitelist

แล้ว ให้ Restart vivo หนึ่งครั้ง

จากนั้นทดสอบใหม่โดยไม่เปิด Battery Cleaner หรือกด Optimize ซ้ำก่อน

เพื่อดูว่าการตั้งค่าใหม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่

㉔ Update Funtouch OS

ถ้า Notification เคยปกติแล้วเริ่มผิดปกติหลัง System Update ให้ตรวจ Patch ใหม่

ใช้

Settings → System update

ตามเมนูของ Funtouch OS รุ่นนั้น

vivo มี System Update เป็นส่วนหนึ่งของ Support อย่างเป็นทางการ และยังคงอัปเดตคู่มือ Funtouch OS และระบบ Notification อย่างต่อเนื่องในปี 2026

Backup ข้อมูลสำคัญก่อน Major Update เสมอ

㉕ Update LINE, Messenger และ WhatsApp

เปิด Play Store แล้ว Update แอปที่มีปัญหา

โดยเฉพาะถ้าอาการเริ่มหลัง

  • Funtouch OS Update
  • Android Update
  • ย้ายเครื่อง
  • Restore Backup

เพราะการใช้ System ใหม่ร่วมกับ App Version เก่าอาจทำให้ Troubleshooting ซับซ้อนขึ้น

ควรให้ทั้ง OS และแอปอยู่ในเวอร์ชันปัจจุบันก่อนทดสอบต่อ

㉖ Clear Cache ได้ไหม

ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะแอปเดียว สามารถเริ่มจาก

Settings → Apps → เลือกแอป → Storage → Clear cache

ก่อน

ไม่ควรเริ่มจาก Clear data เพราะอาจทำให้ต้อง Login ใหม่ และข้อมูล Local ของบางแอปอาจได้รับผลกระทบ

หลัง Clear Cache ให้ Restart และทดสอบใหม่

㉗ ต้องถอนแล้วติดตั้งแอปใหม่ไหม

พิจารณาเมื่อ

  • Notification Permission ถูกต้อง
  • Autostart เปิดแล้ว
  • Background ถูกต้อง
  • Network ปกติ
  • App Update ล่าสุด
  • Clear Cache แล้วไม่หาย
  • ปัญหาเกิดเฉพาะแอปเดียว

ก่อนถอน LINE หรือ WhatsApp ต้อง Backup Chat ตามระบบของแอปนั้นก่อน

㉘ Ultra Game Mode อาจซ่อน Notification ระหว่างเล่นเกม

ถ้า Notification หายเฉพาะตอนเล่นเกม ให้ตรวจ Ultra Game Mode

vivo มีฟังก์ชันสำหรับลดหรือซ่อน Notification ระหว่าง Gameplay เพื่อไม่ให้รบกวนผู้เล่น ดังนั้นกรณีนี้อาจเป็นพฤติกรรมจาก Game Mode ไม่ใช่ Background Notification เสีย

ถ้าออกจากเกมแล้ว Notification กลับมา แสดงว่าควรตรวจการตั้งค่าของ Ultra Game Mode

㉙ Notification ไม่ขึ้นเฉพาะ Lock Screen

ถ้าเปิดหน้าจอแล้ว Notification อยู่ครบ แต่ Lock Screen ไม่แสดง ให้ตรวจเฉพาะ

Notifications & status bar → Lock screen

vivo Support ปัจจุบันมีตัวเลือกสำหรับซ่อนหรือแสดง Notification บน Lock Screen แยกต่างหาก

ไม่จำเป็นต้องแก้ Battery ในกรณีที่ Notification เข้ามาปกติอยู่แล้ว

㉚ Notification History ช่วยตรวจได้

ใน Funtouch OS/Android บางรุ่นที่รองรับ Notification History สามารถใช้ดูได้ว่า

  • Notification เข้ามาแล้ว
  • ผู้ใช้ไม่ทันเห็น

หรือ

  • ไม่เคยถูกส่งเข้าระบบเลย

หากรุ่นของคุณมีเมนู Notification history สามารถเปิดใช้เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ได้

Android Notification ถูกออกแบบให้เก็บและนำเสนอข้อมูลแจ้งเตือนผ่านระบบของ OS และฟังก์ชันที่มีจริงจะขึ้นอยู่กับ Android/Funtouch OS ของอุปกรณ์นั้น

㉛ หลังอัปเดต Funtouch OS แจ้งเตือนช้า

หากเกิดหลัง Update โดยตรง ให้ทำตามนี้

  1. Restart
  2. Update แอปทั้งหมด
  3. ตรวจ Notification Permission
  4. ตรวจ High background power consumption
  5. ตรวจ Autostart
  6. ตรวจ Whitelist
  7. ปิด Low Power Mode เพื่อทดสอบ
  8. ตรวจ Wi-Fi/Mobile Data

อย่า Factory Reset ทันที

เพราะหลัง Update การตั้งค่าแอปหรือกระบวนการระบบควรถูกตรวจเป็นรายจุดก่อน

㉜ อย่าใช้ Cleaner ปิดแอป Messaging อัตโนมัติ

ถ้ามีแอปประเภท

  • Cleaner
  • Battery Booster
  • RAM Cleaner
  • Task Killer

ให้ตรวจว่ากำลังปิด LINE หรือ Messenger หรือไม่

ใน vivo เองมีการจัดการ Speedup Whitelist เพื่อระบุแอปที่ไม่ควรถูกจัดการออกง่าย ๆ จึงมีเหตุผลที่จะตรวจ Task Killer เพิ่ม หากใช้แอป Cleaner ภายนอก

㉝ เปิดทุกอย่างแล้วแบตจะหมดเร็วไหม

การอนุญาต Background ให้ทุกแอปอาจเพิ่มการใช้พลังงานได้

จึงควรเปิด High background power consumption/Autostart เฉพาะ

  • แอปแชต
  • Email สำคัญ
  • Smartwatch
  • Smart Home
  • Security

vivo แนะนำในแนวทางประหยัดแบตให้ปิด High background power consumption และ Autostart สำหรับแอปที่ไม่ค่อยใช้ แสดงว่าต้องหาสมดุลระหว่าง Notification กับ Battery Life

㉞ ต้อง Factory Reset ไหม

ไม่ควรเป็นวิธีแรก

ก่อน Reset ให้ตรวจครบ

  1. Allow Notifications
  2. Notification Categories
  3. Lock Screen
  4. High background power consumption
  5. Autostart
  6. Speedup Whitelist
  7. Low Power Mode
  8. Background Data
  9. Wi-Fi/Mobile Data
  10. Do Not Disturb
  11. App Update
  12. Funtouch OS Update
  13. Clear Cache
  14. Reinstall เฉพาะแอป

หากปัญหาเกิดเพียงจาก Background Permission การ Factory Reset ทั้งเครื่องเป็นวิธีที่เกินความจำเป็น

㉟ เมื่อไรควรติดต่อ vivo

ควรติดต่อ Support หาก

  • ทุกแอป Notification ช้าหมด
  • เกิดเฉพาะเมื่อหน้าจอดับ
  • Autostart เปิดแล้ว
  • Background เปิดแล้ว
  • Whitelist ตั้งแล้ว
  • Low Power Mode ปิดแล้ว
  • Wi-Fi/Mobile Data ปกติ
  • System/App Update ล่าสุด
  • Restart แล้วยังเหมือนเดิม
  • ปัญหาเริ่มหลัง Funtouch OS Update ชัดเจน

vivo มี Support และ Service Center อย่างเป็นทางการ รวมถึง FAQ เฉพาะสำหรับปัญหา Notification จาก Social Media Apps

วิธีแก้ vivo แจ้งเตือนมาช้าตอนปิดหน้าจอแบบเร็วที่สุด

ทำตามลำดับนี้

  1. เปิด Allow Notifications
  2. เปิด Notification Category ที่ต้องการ
  3. เปิด Lock Screen Notification
  4. เปิด High background power consumption ให้แอปสำคัญ
  5. เปิด Autostart
  6. เพิ่มแอปใน Speedup Whitelist ถ้ารุ่นรองรับ
  7. ปิด Low Power Mode เพื่อทดสอบ
  8. ตรวจ Background Data
  9. ตรวจ Do Not Disturb
  10. ทดสอบ Wi-Fi กับ Mobile Data แยกกัน
  11. Restart vivo
  12. Update Funtouch OS
  13. Update แอป
  14. Clear Cache เฉพาะแอป
  15. Reinstall เฉพาะแอปเป็นขั้นหลัง
  16. อย่า Factory Reset เป็นวิธีแรก

โดยเฉพาะ High background power consumption + Autostart + Speedup Whitelist เป็นสามจุดที่ควรตรวจใน vivo เพราะ vivo ระบุองค์ประกอบเหล่านี้ไว้โดยตรงในคำแนะนำเมื่อโทรศัพท์ไม่สามารถรับ Notification จากบางแอปได้

สรุป vivo แจ้งเตือนไม่ขึ้นหรือมาช้าเมื่อปิดหน้าจอ แก้อย่างไร

ถ้า vivo แจ้งเตือนไม่ขึ้นหรือมาช้าเมื่อปิดหน้าจอ แต่ทันทีที่เปิดหน้าจอหรือเปิด LINE แล้วข้อความเข้าพร้อมกัน ให้สงสัยการจัดการ Background App ก่อน

ลำดับสำคัญคือ

Notification → High background power consumption → Autostart → Speedup Whitelist → Battery → Network

vivo แนะนำให้เปิด Notification ของแอป เพิ่มแอปใน Speedup Whitelist เปิด High background power consumption และอนุญาต Autostart เมื่อต้องแก้ปัญหาไม่สามารถรับ Notification จากแอปบางตัว

แต่ไม่ควรเปิด Background เต็มที่ให้ทุกแอป เพราะ vivo เองแนะนำให้ปิด Background Power Consumption และ Autostart สำหรับแอปที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยเพื่อลดการใช้พลังงาน

ดังนั้นให้เปิดสิทธิ์เหล่านี้เฉพาะ LINE, Messenger, WhatsApp, Gmail หรือแอปที่ต้องการ Notification แบบทันที และถ้าทำครบแล้วยังมาช้าทุกแอป ให้ตรวจ Funtouch OS Update และติดต่อ vivo Support ต่อ

คำถามที่พบบ่อย

vivo ล็อกจอแล้ว LINE ไม่เด้ง แต่เปิดจอแล้วข้อความเข้าพร้อมกัน เกิดจากอะไร?

ควรตรวจ Background Management ก่อน โดย vivo แนะนำให้เปิด High background power consumption, Autostart และเพิ่มแอปเข้า Speedup Whitelist สำหรับปัญหาการรับ Notification

vivo ต้องเปิด Autostart ให้ LINE ไหม?

ถ้ามีปัญหา LINE แจ้งเตือนเมื่อทำงาน Background และ Funtouch OS รุ่นนั้นมี Autostart ควรตรวจตัวเลือกนี้ เพราะ vivo รวมการอนุญาต Autostart ไว้ในคำแนะนำแก้ Notification

High background power consumption คืออะไร?

เป็นการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้แอปใช้พลังงานและทำงาน Background มากขึ้น vivo มีเมนูนี้อยู่ในระบบ Battery และแนะนำให้เปิดสำหรับแอปที่มีปัญหารับ Notification

ต้องเปิด High background power consumption ทุกแอปไหม?

ไม่ควร vivo แนะนำให้ปิดสำหรับแอปที่ไม่ค่อยใช้เพื่อประหยัดพลังงาน ดังนั้นควรเปิดเฉพาะแอปสำคัญที่ต้องทำงาน Background

vivo Notification มาแต่ไม่มีเสียงเกิดจากอะไร?

ตรวจ Notification Sound, Vibration และ Do Not Disturb ก่อน vivo มีการตั้งค่าเสียง/การสั่นของ Notification แยกจาก Permission หลัก

ทำไม Notification ไม่ขึ้น Lock Screen?

vivo มีการตั้งค่าการแสดง Notification บน Lock Screen แยกต่างหาก ให้ตรวจเมนู Notifications & status bar ของเครื่อง

Wi-Fi ทำให้ Notification มาช้าได้ไหม?

เป็นไปได้หาก Network ไม่เสถียร ให้ทดสอบ Wi-Fi และ Mobile Data แยกกันก่อน เพราะ Notification แบบ Push ต้องพึ่งการเชื่อมต่อเพื่อส่งข้อมูลถึงอุปกรณ์ขณะที่แอปไม่ได้เปิดใช้งาน

ต้อง Factory Reset vivo เพื่อแก้ Notification ไหม?

ไม่ควรเป็นวิธีแรก ให้ตรวจ Notification Permission, Background, Autostart, Whitelist, Battery และ Network ให้ครบก่อน หากทุกแอปยังผิดปกติหลัง Update ล่าสุดแล้วจึงติดต่อ vivo Support