วิธีถอนการติดตั้ง Windows Update บน Windows 11

หากอัปเดต Windows 11 แล้วพบปัญหา เช่น เครื่องช้า เครื่องค้าง รีสตาร์ทเอง หน้าจอดำ Bluetooth ใช้งานไม่ได้ หรือโปรแกรมบางตัวเปิดไม่ติด การ ถอนการติดตั้ง Windows Update (Uninstall Windows Update) เป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อปัญหาเพิ่งเกิดขึ้นหลังการอัปเดตล่าสุด

บทความนี้จะแนะนำทุกวิธีในการถอน Windows Update บน Windows 11 ตั้งแต่วิธีปกติ ไปจนถึงการถอนผ่าน Windows Recovery Environment (WinRE)


🔍 ควรถอน Windows Update เมื่อใด

คุณควรพิจารณาถอนอัปเดต หากพบอาการต่อไปนี้หลังอัปเดต

  • เครื่องค้างหรือช้าผิดปกติ
  • รีสตาร์ทเองตลอดเวลา
  • หน้าจอดำ
  • จอฟ้า (BSOD)
  • Wi-Fi หรือ Bluetooth ใช้งานไม่ได้
  • ไดรเวอร์ทำงานผิดปกติ
  • โปรแกรมสำคัญเปิดไม่ได้
  • เกมมีปัญหาหลังอัปเดต

หากเครื่องทำงานปกติ ไม่แนะนำให้ถอนอัปเดต เพราะอาจทำให้พลาดการอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย


① ถอน Windows Update ผ่าน Settings

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

ไปที่

Settings > Windows Update > Update history

เลื่อนลงมาด้านล่าง

เลือก

Uninstall updates

จะปรากฏรายการอัปเดตที่สามารถถอนออกได้

เลือกอัปเดตที่ต้องการ

คลิก

Uninstall

จากนั้นรีสตาร์ทเครื่อง


② ถอนผ่าน Control Panel

กด

Win + R

พิมพ์

appwiz.cpl

เลือก

View installed updates

เลือกอัปเดตที่ต้องการ

กด

Uninstall

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับ Control Panel


③ ถอนผ่าน Windows Recovery Environment (WinRE)

หากเข้า Windows ไม่ได้

เข้าสู่

Advanced Startup

เลือก

Troubleshoot

เลือก

Advanced options

เลือก

Uninstall Updates

จากนั้นเลือก

  • Uninstall latest Quality Update
  • Uninstall latest Feature Update

Windows จะถอนอัปเดตล่าสุดออกโดยอัตโนมัติ


④ ถอนผ่าน Command Prompt

เปิด

Command Prompt (Run as Administrator)

ตรวจสอบหมายเลขอัปเดต

wmic qfe list brief /format:table

จากนั้นถอนอัปเดต เช่น

wusa /uninstall /kb:5039212

แทนที่หมายเลข KB ด้วยอัปเดตที่ต้องการถอน


⑤ ถอน Feature Update และย้อนกลับเวอร์ชันเดิม

หากเพิ่งอัปเกรด Windows เวอร์ชันใหม่

ไปที่

Settings > System > Recovery

เลือก

Go back

วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะช่วงเวลาที่ Microsoft กำหนด หลังอัปเกรดเวอร์ชัน


หลังถอนอัปเดตควรทำอะไร

เมื่อถอนเสร็จแล้ว ควร

  • รีสตาร์ทเครื่อง
  • ตรวจสอบว่าอาการผิดปกติหายไปหรือไม่
  • อัปเดตไดรเวอร์จากเว็บไซต์ผู้ผลิต
  • ตรวจสอบ Windows Update อีกครั้งหลัง Microsoft ปล่อยแพตช์ใหม่

ทีมงาน comsiam แนะนำว่า หากอัปเดตตัวเดิมมีปัญหา ไม่ควรรีบติดตั้งซ้ำทันที ควรรอให้ Microsoft ออกอัปเดตแก้ไขก่อน


วิธีป้องกันปัญหาในอนาคต

  • สร้าง Restore Point ก่อนอัปเดต
  • สำรองข้อมูลสำคัญ
  • อัปเดตไดรเวอร์ก่อนอัปเดต Windows
  • รอประมาณ 1–2 สัปดาห์ก่อนติดตั้งอัปเดตใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการปิดเครื่องระหว่าง Windows Update

นอกจากนี้ comsiam แนะนำให้ตรวจสอบ Release Notes ของอัปเดตแต่ละตัว หากมีรายงานว่าก่อให้เกิดปัญหากับฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่คุณใช้งานอยู่ อาจชะลอการอัปเดตไว้ก่อน


สรุป

การถอน Windows Update บน Windows 11 เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเมื่อปัญหาเกิดขึ้นทันทีหลังอัปเดต คุณสามารถถอนผ่าน Settings, Control Panel, Command Prompt หรือ WinRE ได้ตามสถานการณ์ หากปัญหายังคงอยู่หลังถอนอัปเดต ควรตรวจสอบไดรเวอร์ ไฟล์ระบบ และฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง


คำถามชวนคิด

หลังถอน Windows Update แล้ว เครื่องของคุณกลับมาทำงานปกติหรือยัง หรือยังมีอาการผิดปกติ เช่น ค้าง รีสตาร์ทเอง หรือเปิดโปรแกรมไม่ได้?