Smart TV ดาวน์โหลดแอปใหม่ไม่ได้ เกิดจากอะไร แก้ตรงไหน

Smart TV ดาวน์โหลดแอปใหม่ไม่ได้ มักเกิดจากพื้นที่จัดเก็บไม่พอ อินเทอร์เน็ตมีปัญหา บัญชีผู้ใช้ผิดปกติ วันและเวลาไม่ถูกต้อง ร้านค้าแอปค้าง หรือแอปนั้นไม่รองรับรุ่นและระบบของทีวี ควรเริ่มแก้ด้วยการรีสตาร์ตทีวี ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต เพิ่มพื้นที่ว่าง และอัปเดตระบบก่อนรีเซ็ตเครื่อง

สารบัญ

  • อาการดาวน์โหลดแอปไม่ได้
  • สาเหตุที่ Smart TV ติดตั้งแอปไม่ได้
  • วิธีแก้ตามลำดับ
  • วิธีตรวจสอบว่าแอปรองรับทีวีหรือไม่
  • วิธีแก้แยกตามระบบ
  • ข้อมูลที่จะหายเมื่อล้างข้อมูลหรือรีเซ็ต
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. อาการ Smart TV ดาวน์โหลดแอปไม่ได้

ปัญหานี้อาจแสดงข้อความแตกต่างกันตามยี่ห้อและระบบของทีวี เช่น

  • กดติดตั้งแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • ดาวน์โหลดค้างที่ 0%
  • ดาวน์โหลดไปได้บางส่วนแล้วหยุด
  • ขึ้นข้อความว่าพื้นที่ไม่เพียงพอ
  • ขึ้นข้อความเกิดข้อผิดพลาด โปรดลองอีกครั้ง
  • ร้านค้าแอปเปิดไม่ได้หรือหน้าจอหมุนค้าง
  • ค้นหาแอปที่ต้องการไม่เจอ
  • แอปมีอยู่ในโทรศัพท์แต่หาไม่เจอบนทีวี
  • ระบบแจ้งว่าอุปกรณ์ไม่รองรับแอป
  • กดติดตั้งแล้วกลับมาที่ปุ่มดาวน์โหลดเหมือนเดิม
  • ดาวน์โหลดสำเร็จแต่ติดตั้งไม่ได้
  • ระบบขอเข้าสู่ระบบซ้ำตลอดเวลา

ควรอ่านข้อความหรือรหัสข้อผิดพลาดบนหน้าจอให้ครบ เพราะช่วยแยกได้ว่าปัญหาเกิดจากพื้นที่ บัญชี อินเทอร์เน็ต หรือความเข้ากันได้ของแอป


2. สาเหตุที่ Smart TV ดาวน์โหลดแอปใหม่ไม่ได้

2.1 พื้นที่จัดเก็บภายในไม่เพียงพอ

Smart TV มักมีพื้นที่ภายในจำกัด และพื้นที่บางส่วนถูกใช้โดยระบบอยู่แล้ว แม้แอปที่ต้องการติดตั้งจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ระบบยังต้องใช้พื้นที่เพิ่มสำหรับดาวน์โหลด แตกไฟล์ และติดตั้ง

2.2 อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร

ทีวีอาจแสดงว่าเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้ว แต่อินเทอร์เน็ตออกไม่ได้หรือหลุดเป็นช่วง ทำให้ร้านค้าแอปเปิดได้แต่ดาวน์โหลดไม่สำเร็จ

2.3 แอปไม่รองรับระบบหรือรุ่นของทีวี

การเป็น Smart TV ไม่ได้หมายความว่าจะติดตั้งแอปได้เหมือนกันทุกเครื่อง Samsung ใช้ระบบของ Samsung, LG ใช้ webOS, Hisense บางรุ่นใช้ VIDAA ส่วนทีวีอีกหลายรุ่นใช้ Android TV หรือ Google TV

แอปที่มีในระบบหนึ่งจึงอาจไม่มีในอีกระบบหนึ่ง และแอปสำหรับโทรศัพท์ Android ไม่ได้รองรับ Android TV เสมอไป

2.4 ประเทศหรือภูมิภาคไม่ตรงกับแอป

แอปบางรายการเปิดให้ดาวน์โหลดเฉพาะบางประเทศ หากตั้งค่าประเทศของทีวีหรือบัญชีไม่ตรงกับพื้นที่ใช้งาน แอปอาจไม่ปรากฏในผลการค้นหา

2.5 บัญชีผู้ใช้มีปัญหา

Google TV, Android TV และ Smart TV บางระบบต้องเข้าสู่ระบบบัญชีก่อนดาวน์โหลดแอป หากบัญชีหมดอายุในการเข้าสู่ระบบ การยืนยันตัวตนผิดพลาด หรือข้อมูลบัญชีไม่ซิงค์ อาจติดตั้งแอปไม่ได้

2.6 วันและเวลาของทีวีไม่ถูกต้อง

หากวัน เวลา หรือเขตเวลาไม่ตรง ระบบอาจตรวจสอบใบรับรองความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ ส่งผลให้ร้านค้าแอปเชื่อมต่อผิดพลาด

2.7 ร้านค้าแอปหรือระบบทีวีค้าง

ข้อมูลชั่วคราวของ Google Play Store, Samsung Apps, LG Content Store หรือร้านค้าแอปอื่นอาจเสียหาย ทำให้ดาวน์โหลดค้างหรือกดติดตั้งไม่ได้

2.8 ระบบของทีวีเก่าเกินไป

แอปรุ่นใหม่อาจกำหนดเวอร์ชันระบบขั้นต่ำ หากทีวีไม่ได้รับการอัปเดตหรือหมดระยะสนับสนุน แอปอาจไม่แสดงหรือไม่อนุญาตให้ติดตั้ง

2.9 ระบบของผู้ให้บริการขัดข้อง

หากร้านค้าแอปหรือเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตมีปัญหา ผู้ใช้หลายคนอาจดาวน์โหลดไม่ได้พร้อมกัน กรณีนี้การรีเซ็ตทีวีอาจไม่ช่วย และควรรอแล้วลองใหม่ภายหลัง


3. วิธีแก้ Smart TV ดาวน์โหลดแอปไม่ได้

ให้ทำตามลำดับต่อไปนี้ โดยทดสอบดาวน์โหลดแอปอีกครั้งหลังจบแต่ละขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบว่าแอปรองรับทีวีหรือไม่

ค้นหาแอปจากร้านค้าที่ติดตั้งอยู่ใน Smart TV โดยตรง หากค้นหาไม่พบ อย่าเพิ่งสรุปว่าทีวีเสีย เพราะอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

  • แอปไม่มีเวอร์ชันสำหรับทีวี
  • แอปไม่รองรับระบบของเครื่อง
  • แอปไม่เปิดให้บริการในประเทศไทย
  • รุ่นทีวีเก่าเกินข้อกำหนด
  • ผู้พัฒนาถอดแอปออกจากร้านค้าแล้ว
  • แอปมีให้ใช้ผ่านกล่องรับสัญญาณหรืออุปกรณ์ภายนอกเท่านั้น

ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจไม่เหมาะกับทีวี มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และอาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติ

ขั้นตอนที่ 2 ปิดทีวีและถอดปลั๊ก

  1. ปิดทีวีด้วยรีโมต
  2. ถอดปลั๊กไฟออก
  3. รอประมาณ 60 วินาที
  4. เสียบปลั๊กและเปิดเครื่องใหม่
  5. เข้าไปยังร้านค้าแอปแล้วทดลองดาวน์โหลด

วิธีนี้ช่วยหยุดแอปและกระบวนการที่ค้างอยู่ในหน่วยความจำได้สมบูรณ์กว่าการปิดทีวีด้วยรีโมตเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนที่ 3 ทดสอบอินเทอร์เน็ต

เปิด YouTube หรือแอปอื่นที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต หากเปิดไม่ได้หรือโหลดช้า ให้แก้การเชื่อมต่อก่อน

ลองทำตามวิธีต่อไปนี้

  • ปิดเราเตอร์ประมาณ 30–60 วินาทีแล้วเปิดใหม่
  • ลืมเครือข่าย Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่
  • ตรวจสอบรหัสผ่าน Wi-Fi
  • ย้ายเราเตอร์ให้ใกล้ทีวีขึ้น
  • สลับระหว่าง Wi-Fi 2.4 GHz และ 5 GHz
  • ทดลองต่อสาย LAN
  • ทดสอบเชื่อมต่อผ่านฮอตสปอตชั่วคราวเพื่อแยกสาเหตุ

หากดาวน์โหลดผ่านฮอตสปอตได้ แต่ใช้ Wi-Fi บ้านไม่ได้ ควรตรวจสอบเราเตอร์ ระบบ DNS หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าวันและเวลาให้ถูกต้อง

เปิดการตั้งค่าของทีวี แล้วค้นหาเมนูวันและเวลา จากนั้นเลือกการตั้งค่าอัตโนมัติ หากต้องตั้งด้วยตนเอง ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้

  • วันที่ปัจจุบัน
  • เวลาปัจจุบัน
  • เขตเวลา
  • ประเทศหรือภูมิภาค
  • รูปแบบเวลา

ประเทศไทยใช้เขตเวลา UTC+7 หากตั้งเวลาแตกต่างมากเกินไป ร้านค้าแอปอาจเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่สำเร็จ

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบพื้นที่ว่าง

เข้าเมนูพื้นที่จัดเก็บหรือ Storage แล้วดูว่าพื้นที่ภายในเหลือเท่าใด หากใกล้เต็มให้ลบสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น

  • แอปที่ไม่เคยใช้งาน
  • เกมที่มีขนาดใหญ่
  • ข้อมูล Cache ของแอป
  • ไฟล์ดาวน์โหลดที่ไม่จำเป็น
  • แอปทดลองหรือแอปที่ติดตั้งซ้ำกัน

หลังเพิ่มพื้นที่ควรรีสตาร์ตทีวี แล้วจึงทดลองดาวน์โหลดใหม่ แม้ขนาดแอปจะเล็กกว่าพื้นที่ว่าง ระบบก็อาจต้องการพื้นที่ชั่วคราวเพิ่มระหว่างติดตั้ง

ขั้นตอนที่ 6 ยกเลิกการดาวน์โหลดที่ค้าง

หากมีแอปอื่นกำลังดาวน์โหลดหรืออัปเดตค้างอยู่ แอปใหม่อาจต้องรอคิว ให้เปิดหน้าจัดการแอปหรือรายการดาวน์โหลด แล้วทำดังนี้

  1. ยกเลิกงานที่ค้าง
  2. รีสตาร์ตทีวี
  3. ดาวน์โหลดครั้งละหนึ่งแอป
  4. รอให้ติดตั้งเสร็จก่อนเริ่มแอปถัดไป

ขั้นตอนที่ 7 ล้าง Cache ของร้านค้าแอป

ขั้นตอนนี้เหมาะกับ Google TV และ Android TV โดยชื่อเมนูอาจแตกต่างตามรุ่น

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือกดูแอปทั้งหมด
  4. เลือกแสดงแอประบบ หากจำเป็น
  5. เลือก Google Play Store
  6. เลือกบังคับหยุด
  7. เลือกล้างแคช
  8. รีสตาร์ตทีวีแล้วลองใหม่

หากยังไม่ได้ อาจล้างแคชของ Google Play Services และ Download Manager เพิ่มเติม แต่ควรหลีกเลี่ยงการปิดใช้งานแอประบบเหล่านี้

ขั้นตอนที่ 8 ออกจากบัญชีแล้วเข้าสู่ระบบใหม่

หากร้านค้าเปิดได้แต่ดาวน์โหลดไม่ได้ หรือระบบขอเข้าสู่ระบบซ้ำ ให้ตรวจสอบบัญชีที่เชื่อมต่อกับทีวี

ก่อนนำบัญชีออก ควรแน่ใจว่าจำอีเมลและรหัสผ่านได้ จากนั้นดำเนินการดังนี้

  1. เปิดการตั้งค่าบัญชี
  2. เลือกบัญชีที่ใช้งาน
  3. เลือกนำบัญชีออกจากทีวี
  4. รีสตาร์ตเครื่อง
  5. เพิ่มบัญชีกลับเข้าไป
  6. ยอมรับเงื่อนไขการใช้งานที่ปรากฏ
  7. ทดลองดาวน์โหลดแอปอีกครั้ง

การนำบัญชีออกจากทีวีไม่ได้หมายถึงการลบบัญชีถาวร แต่ข้อมูลบางอย่างบนทีวีอาจต้องซิงค์ใหม่

ขั้นตอนที่ 9 ตรวจสอบประเทศและภูมิภาค

เข้าไปยังการตั้งค่าทั่วไปหรือการตั้งค่าตำแหน่ง แล้วตรวจสอบว่าประเทศตรงกับพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่

การเปลี่ยนประเทศอาจทำให้รายชื่อแอป เงื่อนไขบริการ และการตั้งค่าบางส่วนเปลี่ยนไป บางยี่ห้ออาจขอให้ยอมรับข้อตกลงใหม่หรือรีเซ็ต Smart Hub จึงไม่ควรเปลี่ยนประเทศเพื่อพยายามดาวน์โหลดแอปที่ไม่ได้เปิดให้บริการในพื้นที่

ขั้นตอนที่ 10 อัปเดตซอฟต์แวร์ของทีวี

ค้นหาเมนู Software Update, System Update หรืออัปเดตซอฟต์แวร์ แล้วตรวจสอบเวอร์ชันใหม่

ระหว่างอัปเดตควรปฏิบัติดังนี้

  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร
  • อย่าถอดปลั๊กทีวี
  • อย่าปิดเราเตอร์
  • รอให้ทีวีรีสตาร์ตจนเสร็จ
  • ทดลองดาวน์โหลดแอปหลังอัปเดตเรียบร้อย

หากไม่มีอัปเดตใหม่ อาจหมายความว่าเครื่องใช้เวอร์ชันล่าสุดที่ผู้ผลิตมีให้สำหรับรุ่นนั้นแล้ว

ขั้นตอนที่ 11 รีเซ็ตร้านค้าแอปหรือ Smart Hub

Samsung Smart TV บางรุ่นมีตัวเลือกรีเซ็ต Smart Hub ส่วนระบบอื่นอาจมีคำสั่งรีเซ็ตแอปหรือยอมรับเงื่อนไขการใช้งานใหม่

การรีเซ็ตส่วนนี้อาจทำให้บัญชีแอป การจัดเรียงแอป และการตั้งค่าบางรายการหายไป ควรจดข้อมูลบัญชีไว้ก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนที่ 12 รีเซ็ต Smart TV เป็นค่าโรงงาน

หากทำทุกวิธีแล้วยังดาวน์โหลดทุกแอปไม่ได้ ให้ใช้การคืนค่าโรงงานเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ก่อนรีเซ็ตควรบันทึกข้อมูลต่อไปนี้

  • ชื่อและรหัสผ่าน Wi-Fi
  • บัญชีที่ใช้เข้าสู่ระบบ
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • รายชื่อแอปที่ต้องการติดตั้งกลับ
  • การจัดเรียงช่องโทรทัศน์
  • รหัส PIN ของทีวี

หลังรีเซ็ต ให้ตั้งค่าประเทศ วัน เวลา อินเทอร์เน็ต และบัญชีให้เรียบร้อย จากนั้นทดลองติดตั้งแอปหนึ่งรายการก่อนติดตั้งแอปอื่นทั้งหมด


4. วิธีแก้แยกตามระบบของ Smart TV

Google TV และ Android TV

ตรวจสอบ Google Play Store, บัญชี Google, พื้นที่จัดเก็บ และ Google Play Services หากร้านค้าค้างให้ล้างแคชและรีสตาร์ตทีวี

Samsung Smart TV

ตรวจสอบ Samsung Account, ประเทศหรือภูมิภาค, เงื่อนไขการใช้งาน และพื้นที่ภายใน หาก Smart Hub ผิดปกติอาจต้องรีเซ็ต Smart Hub ก่อนรีเซ็ตทีวีทั้งเครื่อง

LG Smart TV และ webOS

ตรวจสอบ LG Content Store, บัญชี LG, ประเทศที่ให้บริการ และการอัปเดต webOS หากค้นหาแอปไม่พบ อาจเป็นเพราะแอปไม่รองรับรุ่นหรือภูมิภาคของทีวี

Hisense และ VIDAA

ตรวจสอบ VIDAA Store ประเทศ บัญชีผู้ใช้ และเวอร์ชันระบบ ทีวี Hisense บางรุ่นใช้ VIDAA ขณะที่บางรุ่นอาจใช้ Google TV จึงต้องเลือกคำแนะนำให้ตรงกับระบบจริง

TCL, Sony และ Philips

ยี่ห้อเหล่านี้มีทีวีหลายระบบตามรุ่นและประเทศ ควรดูชื่อระบบจากหน้าการตั้งค่าหรือหน้าข้อมูลอุปกรณ์ก่อน เพราะขั้นตอนของ Google TV, Android TV และระบบอื่นไม่เหมือนกัน

แนวทางของ comsiam แนะนำให้ตรวจสอบหมายเลขรุ่นและระบบปฏิบัติการก่อนทำตามวิธีของยี่ห้อ เพราะทีวียี่ห้อเดียวกันอาจใช้ร้านค้าแอปต่างกันได้


5. ทำไมมีแอปในโทรศัพท์แต่ไม่มีใน Smart TV

แอปบนโทรศัพท์และแอปบนทีวีอาจเป็นคนละเวอร์ชัน ผู้พัฒนาต้องออกแบบหน้าจอ การควบคุมด้วยรีโมต และการเล่นวิดีโอให้เหมาะกับโทรทัศน์ก่อน จึงจะนำแอปขึ้นร้านค้าของ Smart TV ได้

สาเหตุที่ค้นหาไม่พบอาจประกอบด้วย

  • ผู้พัฒนายังไม่มีแอปเวอร์ชันทีวี
  • แอปรองรับเฉพาะโทรศัพท์และแท็บเล็ต
  • แอปหยุดรองรับทีวีรุ่นเก่า
  • แอปไม่มีสิทธิ์ให้บริการในประเทศไทย
  • ระบบของทีวีไม่ตรงกับระบบที่แอปรองรับ
  • ทีวีไม่ได้ผ่านข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์หรือความปลอดภัยของแอป

หากไม่มีแอปอย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบว่าแอปรองรับการ Cast, AirPlay หรือการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองหรือไม่


6. ข้อมูลใดจะหายจากแต่ละวิธี

วิธีแก้ผลกระทบต่อข้อมูล
รีสตาร์ตหรือถอดปลั๊กโดยทั่วไปข้อมูลไม่หาย
ล้าง Cacheข้อมูลบัญชีมักไม่หาย
ล้างข้อมูลแอปอาจต้องเข้าสู่ระบบและตั้งค่าแอปใหม่
ถอนการติดตั้งแอปข้อมูลภายในแอปบนทีวีอาจถูกลบ
นำบัญชีออกข้อมูลที่ซิงค์กับทีวีต้องเชื่อมต่อใหม่
รีเซ็ต Smart Hubบัญชีและการจัดเรียงแอปบางส่วนอาจหาย
รีเซ็ตเป็นค่าโรงงานการตั้งค่า บัญชี และแอปเพิ่มเติมส่วนใหญ่จะหาย

7. สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรติดตั้งไฟล์แอปจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ควรปิดเครื่องระหว่างอัปเดตระบบ
  • ไม่ควรแก้ไขเมนูบริการหรือ Service Menu โดยไม่มีความรู้
  • ไม่ควรรีเซ็ตเป็นค่าโรงงานก่อนจดรหัสผ่านและบัญชี
  • ไม่ควรเปลี่ยนประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของบริการ
  • ไม่ควรถอด USB ระหว่างระบบกำลังอ่านหรือติดตั้งไฟล์
  • ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวีเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ภายในเอง

8. คำถามที่พบบ่อย

Smart TV ดาวน์โหลดแอปค้างที่ 0% แก้อย่างไร

ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต ยกเลิกการดาวน์โหลดที่ค้าง รีสตาร์ตทีวี และล้างแคชของร้านค้าแอป หากยังไม่ได้ให้ตรวจสอบพื้นที่ว่างและบัญชีผู้ใช้

Smart TV มีพื้นที่ว่างแต่ติดตั้งแอปไม่ได้เพราะอะไร

พื้นที่ที่แสดงอาจไม่ใช่พื้นที่ที่ระบบใช้ติดตั้งแอปทั้งหมด หรือระบบอาจต้องการพื้นที่ชั่วคราวมากกว่าขนาดของแอป นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากบัญชี ร้านค้าแอป หรือความเข้ากันได้ของระบบ

สามารถติดตั้งแอปโทรศัพท์ลง Smart TV ได้หรือไม่

ไม่ใช่ทุกแอปจะติดตั้งได้ แอปต้องมีเวอร์ชันรองรับระบบทีวีและการใช้งานด้วยรีโมต การบังคับติดตั้งแอปที่ไม่รองรับอาจเปิดไม่ได้ แสดงผลผิดปกติ หรือควบคุมไม่ได้

ทำไม Smart TV ค้นหาแอปไม่เจอ

แอปอาจไม่รองรับระบบ รุ่นทีวี ประเทศ หรือเวอร์ชันซอฟต์แวร์ ควรค้นหาจากร้านค้าแอปภายในทีวีและตรวจสอบข้อมูลจากผู้ให้บริการแอป

ต่อ USB แล้วติดตั้งแอปเพิ่มได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับระบบและรุ่นของทีวี บางรุ่นใช้ USB เก็บไฟล์สื่อได้เท่านั้น บางระบบอาจรองรับการขยายพื้นที่ แต่ไม่ควรนำไฟล์ติดตั้งจากแหล่งที่ไม่รู้จักมาใช้งาน

รีเซ็ตทีวีแล้วจะดาวน์โหลดแอปได้แน่นอนหรือไม่

ไม่แน่นอน หากสาเหตุคือแอปไม่รองรับรุ่น ไม่มีบริการในประเทศ หรือผู้ผลิตหยุดสนับสนุน การรีเซ็ตจะไม่ทำให้แอปกลับมาปรากฏ


9. สรุป

เมื่อ Smart TV ดาวน์โหลดแอปใหม่ไม่ได้ ให้ตรวจสอบตามลำดับ ได้แก่ ความเข้ากันได้ของแอป อินเทอร์เน็ต วันและเวลา พื้นที่ว่าง บัญชี ร้านค้าแอป และการอัปเดตระบบ หากปัญหาเกิดเฉพาะแอปเดียว มีโอกาสสูงว่าแอปไม่รองรับรุ่นหรือพื้นที่ให้บริการ

ไม่ควรรีเซ็ตเป็นค่าโรงงานทันที เพราะวิธีพื้นฐานอย่างการถอดปลั๊ก เพิ่มพื้นที่ ล้าง Cache และเข้าสู่ระบบบัญชีใหม่อาจแก้ปัญหาได้แล้ว หากทำครบทุกขั้นตอนแต่ยังติดตั้งทุกแอปไม่ได้ comsiam แนะนำให้จดหมายเลขรุ่นและข้อความผิดพลาดเพื่อติดต่อศูนย์บริการของผู้ผลิตโดยตรง