Smart TV อัปเดตแอปไม่ได้ ลองแก้ตามขั้นตอนนี้

Smart TV อัปเดตแอปไม่ได้ มักเกิดจากพื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร บัญชีร้านค้าแอปมีปัญหา วันและเวลาผิด หรือระบบทีวีเก่าเกินไป วิธีแก้คือรีสตาร์ตทีวี เพิ่มพื้นที่ว่าง ตรวจสอบบัญชี ล้าง Cache ของร้านค้า และอัปเดตซอฟต์แวร์ทีวีตามลำดับ

สารบัญ

  • อาการอัปเดตแอปไม่ได้
  • สาเหตุที่พบบ่อย
  • วิธีแก้ตามลำดับ
  • วิธีเปิดอัปเดตอัตโนมัติ
  • วิธีแก้แยกตามระบบ
  • ควรลบแอปแล้วติดตั้งใหม่หรือไม่
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. อาการ Smart TV อัปเดตแอปไม่ได้

ปัญหาการอัปเดตแอปอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น

  • กดอัปเดตแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • ดาวน์โหลดอัปเดตค้างที่ 0%
  • ดาวน์โหลดไปได้บางส่วนแล้วหยุด
  • ระบบแจ้งว่าพื้นที่ไม่เพียงพอ
  • แอปขึ้นข้อความว่าต้องอัปเดตก่อนใช้งาน
  • เปิดแอปแล้วถูกส่งกลับไปยังร้านค้า
  • ร้านค้าแอปแจ้งว่าเกิดข้อผิดพลาด
  • อัปเดตเสร็จแล้วแต่ยังเป็นเวอร์ชันเดิม
  • แอปอัปเดตซ้ำทุกครั้งที่เปิดทีวี
  • ระบบแจ้งว่าแอปไม่รองรับอุปกรณ์
  • แอปอื่นอัปเดตได้ แต่มีปัญหาเพียงแอปเดียว
  • ทุกแอปไม่สามารถอัปเดตพร้อมกันได้

หากมีปัญหาเพียงแอปเดียว สาเหตุมักอยู่ที่ตัวแอปหรือความเข้ากันได้ แต่ถ้าทุกแอปอัปเดตไม่ได้ ควรตรวจสอบพื้นที่ อินเทอร์เน็ต บัญชี และระบบของทีวี


2. สาเหตุที่ Smart TV อัปเดตแอปไม่ได้

2.1 พื้นที่ภายในเหลือน้อย

การอัปเดตแอปต้องใช้พื้นที่มากกว่าขนาดไฟล์อัปเดต เพราะทีวีต้องดาวน์โหลดไฟล์ แตกไฟล์ ติดตั้ง และเก็บข้อมูลเดิมไว้ชั่วคราว หากพื้นที่เหลือน้อย การอัปเดตอาจหยุดกลางทาง

2.2 อินเทอร์เน็ตหลุดหรือช้าเกินไป

แม้ทีวีจะแสดงว่าเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้ว แต่อินเทอร์เน็ตอาจไม่เสถียร ทำให้ดาวน์โหลดไฟล์อัปเดตไม่ครบหรือเชื่อมต่อร้านค้าแอปไม่ได้

2.3 วันและเวลาของทีวีไม่ถูกต้อง

วัน เวลา และเขตเวลาที่ผิดอาจทำให้ทีวีตรวจสอบความปลอดภัยของการเชื่อมต่อไม่ได้ ร้านค้าแอปจึงเปิดไม่สมบูรณ์หรือดาวน์โหลดอัปเดตไม่สำเร็จ

2.4 บัญชีผู้ใช้หมดอายุหรือซิงค์ผิดพลาด

Google TV, Android TV และระบบบางยี่ห้อต้องใช้บัญชีเพื่อดาวน์โหลดและอัปเดตแอป หากข้อมูลการเข้าสู่ระบบผิดพลาด ระบบอาจขอให้ยืนยันบัญชีซ้ำหรือไม่ยอมเริ่มอัปเดต

2.5 ร้านค้าแอปมีข้อมูลค้าง

ข้อมูล Cache ของ Google Play Store หรือร้านค้าแอปของผู้ผลิตอาจเสียหาย ทำให้รายการอัปเดตไม่แสดง ดาวน์โหลดค้าง หรือแสดงเวอร์ชันไม่ตรงกับความจริง

2.6 ระบบทีวีไม่ได้อัปเดต

แอปรุ่นใหม่อาจต้องใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่กว่า หากทีวีใช้ซอฟต์แวร์เก่า แอปอาจไม่อนุญาตให้อัปเดต หรืออัปเดตแล้วเปิดไม่ได้

2.7 แอปหยุดรองรับทีวีรุ่นนั้น

ทีวีที่ใช้งานมาหลายปีอาจไม่ได้รับระบบรุ่นใหม่ ในขณะที่ผู้พัฒนาแอปยกเลิกการรองรับเวอร์ชันเก่า กรณีนี้การรีเซ็ตเครื่องหรือล้าง Cache อาจไม่สามารถแก้ได้

2.8 เซิร์ฟเวอร์ของแอปหรือผู้ผลิตขัดข้อง

หากผู้ใช้หลายคนพบปัญหาพร้อมกัน ร้านค้าแอปหรือระบบของผู้ให้บริการอาจขัดข้องชั่วคราว ควรรอแล้วลองอีกครั้งก่อนรีเซ็ตทีวี


3. วิธีแก้ Smart TV อัปเดตแอปไม่ได้

ควรทดลองอัปเดตใหม่หลังจบแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ทราบว่าวิธีใดแก้ปัญหาได้

ขั้นตอนที่ 1 ปิดทีวีและถอดปลั๊ก

  1. ยกเลิกการอัปเดตที่ค้าง หากสามารถกดยกเลิกได้
  2. ปิดทีวีด้วยรีโมต
  3. ถอดปลั๊กออกจากเต้ารับ
  4. รอประมาณ 60 วินาที
  5. เสียบปลั๊กและเปิดทีวีใหม่
  6. เข้าไปยังร้านค้าแอปแล้วลองอัปเดตอีกครั้ง

ไม่ควรถอดปลั๊กขณะที่ทีวีกำลังติดตั้งอัปเดตระบบ เพราะอาจทำให้ซอฟต์แวร์เสียหาย ควรถอดปลั๊กเฉพาะเมื่อไม่มีการติดตั้งระบบอยู่บนหน้าจอ

ขั้นตอนที่ 2 ทดสอบอินเทอร์เน็ต

เปิด YouTube หรือแอปสตรีมมิงอื่น หากภาพโหลดช้า หมุนค้าง หรือเปิดไม่ได้ ให้แก้ปัญหาเครือข่ายก่อน

วิธีตรวจสอบเบื้องต้น ได้แก่

  • รีสตาร์ตเราเตอร์
  • ลืมเครือข่าย Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อใหม่
  • ตรวจสอบรหัสผ่าน Wi-Fi
  • ย้ายเราเตอร์ให้ใกล้ทีวี
  • ทดลองใช้เครือข่าย 5 GHz เมื่อทีวีอยู่ใกล้เราเตอร์
  • ใช้ 2.4 GHz เมื่ออยู่ไกลหรือมีกำแพงกั้น
  • ต่อสาย LAN เพื่อทดสอบ
  • หยุดการดาวน์โหลดขนาดใหญ่บนอุปกรณ์อื่นชั่วคราว

หากอินเทอร์เน็ตใช้งานได้บนโทรศัพท์ แต่ทีวีเชื่อมต่อไม่ได้ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าเครือข่ายของทีวีเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 3 ตั้งวันและเวลาเป็นอัตโนมัติ

เปิดเมนูการตั้งค่า แล้วค้นหาหัวข้อวันและเวลา จากนั้นเลือกใช้เวลาจากเครือข่ายหรือกำหนดอัตโนมัติ

ควรตรวจสอบให้ถูกต้องทั้ง

  • วันที่
  • เวลา
  • เขตเวลา
  • ประเทศหรือภูมิภาค

สำหรับประเทศไทยควรใช้เขตเวลา UTC+7 หลังตั้งค่าแล้วให้รีสตาร์ตทีวีและทดลองอัปเดตใหม่

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บ

เข้าเมนู Storage, Device Care หรือพื้นที่จัดเก็บ แล้วตรวจสอบพื้นที่ว่าง หากเหลือน้อยให้ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น เช่น

  • แอปที่ไม่ได้ใช้งาน
  • เกมขนาดใหญ่
  • Cache ของแอปสตรีมมิง
  • ไฟล์ดาวน์โหลด
  • แอปทดลอง
  • ข้อมูลของแอปที่ถอนการติดตั้งไม่สมบูรณ์

ควรเหลือพื้นที่มากกว่าขนาดไฟล์อัปเดต เพราะระบบต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวระหว่างติดตั้ง

ขั้นตอนที่ 5 ยกเลิกการอัปเดตแอปที่ค้าง

หากมีหลายแอปรออัปเดต แอปหนึ่งที่ค้างอาจทำให้รายการทั้งหมดหยุดทำงาน

  1. เปิดร้านค้าแอป
  2. เข้าเมนูจัดการแอปหรือรายการดาวน์โหลด
  3. ยกเลิกแอปที่ค้าง
  4. รีสตาร์ตทีวี
  5. เลือกอัปเดตทีละแอป
  6. รอให้แอปแรกเสร็จก่อนเริ่มแอปถัดไป

วิธีนี้ยังช่วยระบุได้ว่าแอปใดเป็นต้นเหตุของปัญหา

ขั้นตอนที่ 6 ล้าง Cache ของแอปที่อัปเดตไม่ได้

สำหรับ Google TV และ Android TV โดยทั่วไปสามารถทำตามนี้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือกดูแอปทั้งหมด
  4. เลือกแอปที่มีปัญหา
  5. เลือกบังคับหยุด
  6. เลือกล้างแคช
  7. รีสตาร์ตทีวี
  8. ทดลองอัปเดตอีกครั้ง

ควรล้างเฉพาะ Cache ก่อน หากเลือกล้างข้อมูล แอปอาจออกจากบัญชีและกลับเป็นค่าเริ่มต้น

ขั้นตอนที่ 7 ล้าง Cache ของร้านค้าแอป

หากทุกแอปอัปเดตไม่ได้บน Google TV หรือ Android TV ให้ตรวจสอบ Google Play Store

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือกดูแอปทั้งหมด
  4. เลือกแสดงแอประบบ หากหาไม่พบ
  5. เลือก Google Play Store
  6. เลือกบังคับหยุด
  7. เลือกล้างแคช
  8. เปิด Google Play Store ใหม่
  9. ทดลองอัปเดตแอป

หากยังไม่สำเร็จ อาจล้าง Cache ของ Google Play Services และ Download Manager เพิ่มเติม แต่ไม่ควรปิดใช้งานแอประบบเหล่านี้

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้

เปิดหน้าบัญชีของทีวีแล้วตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบถูกต้องหรือไม่ หากมีข้อความให้ยืนยันบัญชี ควรดำเนินการให้ครบ

หากจำเป็นต้องนำบัญชีออก ให้ตรวจสอบก่อนว่าจำอีเมลและรหัสผ่านได้ จากนั้นเพิ่มบัญชีกลับและยอมรับเงื่อนไขการใช้งานใหม่

การนำบัญชีออกจากทีวีไม่ใช่การลบบัญชีถาวร แต่ข้อมูลที่เชื่อมกับทีวีอาจต้องซิงค์ใหม่

ขั้นตอนที่ 9 อัปเดตระบบของ Smart TV

ค้นหาเมนูอัปเดตซอฟต์แวร์ ซึ่งอาจอยู่ในหัวข้อต่อไปนี้

  • ระบบ
  • เกี่ยวกับอุปกรณ์
  • การสนับสนุน
  • การตั้งค่าทั่วไป
  • Software Update
  • System Update

ก่อนเริ่มควรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร และห้ามปิดเครื่องหรือถอดปลั๊กจนกว่าทีวีจะติดตั้งและรีสตาร์ตเสร็จ

หลังอัปเดตระบบแล้ว ให้เปิดร้านค้าและตรวจสอบอัปเดตแอปอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 10 ถอนการติดตั้งแล้วลงแอปใหม่

หากอัปเดตไม่ได้เพียงแอปเดียว การลบแล้วติดตั้งใหม่อาจช่วยแก้ไฟล์ที่เสียหายได้

ก่อนลบให้ตรวจสอบว่า

  • จำชื่อบัญชีและรหัสผ่านได้
  • แอปยังมีอยู่ในร้านค้าของทีวี
  • แอปยังรองรับรุ่นทีวี
  • ข้อมูลสำคัญซิงค์ไว้กับบัญชีแล้ว

อย่าลบแอปก่อนตรวจสอบว่ายังดาวน์โหลดกลับได้ โดยเฉพาะทีวีรุ่นเก่าที่แอปอาจถูกนำออกจากร้านค้าแล้ว

ขั้นตอนที่ 11 รีเซ็ตร้านค้าแอปหรือ Smart Hub

Samsung Smart TV บางรุ่นมีคำสั่ง Reset Smart Hub ขณะที่ระบบอื่นอาจมีคำสั่งรีเซ็ตร้านค้าแอปหรือยอมรับข้อตกลงการใช้งานใหม่

ขั้นตอนนี้อาจทำให้บัญชีและการตั้งค่าของแอปหาย จึงควรใช้เมื่อการรีสตาร์ต ล้าง Cache และตรวจสอบบัญชีไม่ได้ผล

ขั้นตอนที่ 12 คืนค่าโรงงาน

การรีเซ็ต Smart TV เป็นค่าโรงงานควรเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะอาจลบข้อมูลต่อไปนี้

  • บัญชีที่เข้าสู่ระบบ
  • แอปที่ติดตั้งเพิ่มเติม
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • การจัดเรียงช่อง
  • การตั้งค่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ

หลังรีเซ็ต ให้ตั้งค่าประเทศ วัน เวลา อินเทอร์เน็ต และบัญชีใหม่ จากนั้นทดสอบอัปเดตแอปหนึ่งรายการก่อนตั้งค่าส่วนอื่น


4. วิธีเปิดอัปเดตแอปอัตโนมัติ

Google TV และ Android TV

โดยทั่วไปให้เปิด Google Play Store เลือกการตั้งค่า แล้วเปิดอัปเดตแอปอัตโนมัติ ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชัน

Samsung Smart TV

เปิดหน้า Apps เข้าเมนูการตั้งค่า แล้วตรวจสอบตัวเลือก Auto Update หากเปิดไว้ ระบบจะอัปเดตแอปที่รองรับเมื่อทีวีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

LG Smart TV

แอประบบและแอปจาก LG Content Store อาจอัปเดตตามการตั้งค่าของ webOS และรุ่นทีวี ควรเปิดการอัปเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติและตรวจสอบรายการอัปเดตในร้านค้า

แม้เปิดอัปเดตอัตโนมัติแล้ว ระบบอาจยังอัปเดตไม่ได้หากพื้นที่ไม่พอ อินเทอร์เน็ตหลุด หรือแอปหยุดรองรับทีวี


5. วิธีวิเคราะห์จากลักษณะอาการ

อาการจุดที่ควรตรวจสอบ
อัปเดตไม่ได้ทุกแอปอินเทอร์เน็ต บัญชี พื้นที่ และร้านค้าแอป
อัปเดตไม่ได้แอปเดียวตัวแอป ไฟล์เสียหาย หรือหยุดรองรับ
ดาวน์โหลดค้างที่ 0%เครือข่าย บัญชี หรือ Download Manager
ดาวน์โหลดเสร็จแต่ติดตั้งไม่ได้พื้นที่ว่างหรือระบบไม่รองรับ
หาอัปเดตไม่พบแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือทีวีไม่ได้รับเวอร์ชันใหม่
แอปบังคับให้อัปเดตแต่ทำไม่ได้ระบบทีวีเก่าเกินข้อกำหนด
อัปเดตแล้วเปิดแอปไม่ได้ข้อมูลเดิมขัดแย้งกับแอปรุ่นใหม่
อัปเดตซ้ำทุกครั้งที่เปิดเครื่องการติดตั้งไม่สมบูรณ์หรือพื้นที่มีปัญหา

แนวทางของ comsiam คือควรสังเกตก่อนว่าเกิดกับแอปเดียวหรือทุกแอป เพราะจะช่วยลดขั้นตอนและหลีกเลี่ยงการรีเซ็ตทีวีโดยไม่จำเป็น


6. Smart TV รุ่นเก่าอัปเดตแอปไม่ได้ควรทำอย่างไร

หากผู้ผลิตหยุดออกระบบใหม่ให้ทีวี และแอปกำหนดให้ใช้ระบบเวอร์ชันสูงกว่า อาจไม่มีวิธีทำให้แอปรุ่นล่าสุดทำงานบนทีวีได้โดยตรง

ทางเลือกที่เหมาะสม ได้แก่

  • ใช้แอปเวอร์ชันเดิมต่อไป หากยังเปิดได้
  • ใช้ฟังก์ชัน Cast หรือ AirPlay ที่รองรับอย่างเป็นทางการ
  • เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่าน HDMI
  • ใช้อุปกรณ์สตรีมมิงภายนอกที่ได้มาตรฐาน
  • ตรวจสอบประกาศการรองรับจากผู้ให้บริการแอป
  • ติดต่อผู้ผลิตเพื่อยืนยันสถานะการสนับสนุนของรุ่นทีวี

ไม่แนะนำให้บังคับติดตั้งไฟล์แอปจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจใช้งานด้วยรีโมตไม่ได้ ไม่รองรับความละเอียดของทีวี หรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย


7. สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างแก้ปัญหา

  • อย่าถอดปลั๊กระหว่างติดตั้งระบบ
  • อย่าลบแอปก่อนตรวจสอบว่ายังดาวน์โหลดกลับได้
  • อย่าติดตั้งไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • อย่าเปลี่ยนประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของแอป
  • อย่าเข้า Service Menu เพื่อแก้ปัญหาทั่วไป
  • อย่าล้างข้อมูลก่อนจดบัญชีและรหัสผ่าน
  • อย่ารีเซ็ตเป็นค่าโรงงานหากยังไม่ได้ลองวิธีพื้นฐาน
  • อย่าปิดใช้งาน Google Play Services หรือแอประบบสำคัญ

8. คำถามที่พบบ่อย

Smart TV อัปเดต YouTube ไม่ได้ แก้อย่างไร

ให้ตรวจสอบพื้นที่ อินเทอร์เน็ต และระบบทีวีก่อน จากนั้นล้าง Cache ของ YouTube และร้านค้าแอป หากแอปยังอยู่ในร้านค้า สามารถถอนการติดตั้งหรือลบอัปเดตแล้วติดตั้งใหม่ได้ตามตัวเลือกของทีวี

อัปเดต Netflix แล้วข้อมูลบัญชีจะหายหรือไม่

การอัปเดตตามปกติมักไม่ทำให้บัญชีหาย แต่การล้างข้อมูล ถอนการติดตั้ง หรือรีเซ็ตทีวีอาจทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่

พื้นที่ว่างมากกว่าขนาดแอปแต่ยังอัปเดตไม่ได้เพราะอะไร

ระบบต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวสำหรับดาวน์โหลดและแตกไฟล์ จึงอาจต้องใช้พื้นที่มากกว่าขนาดที่แสดง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากไฟล์แอปเดิมเสียหายหรือระบบไม่รองรับเวอร์ชันใหม่

ทำไมทีวีหาแอปรุ่นใหม่ไม่เจอ

แอปอาจยังไม่ปล่อยอัปเดตให้ทีวีรุ่นนั้น ประเทศนั้น หรือระบบนั้นพร้อมกันทั้งหมด หรือผู้พัฒนาอาจหยุดรองรับทีวีรุ่นเก่าแล้ว

ควรเปิดอัปเดตแอปอัตโนมัติหรือไม่

ควรเปิดหากทีวีมีพื้นที่เพียงพอและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสม่ำเสมอ เพราะช่วยให้ได้รับการแก้ไขข้อผิดพลาดและความปลอดภัย แต่ควรตรวจสอบพื้นที่เป็นระยะ

รีเซ็ตทีวีแล้วแอปจะอัปเดตได้แน่นอนหรือไม่

ไม่แน่นอน หากแอปหยุดรองรับรุ่นทีวี ถูกนำออกจากร้านค้า หรือไม่มีบริการในประเทศ การรีเซ็ตเครื่องจะไม่สามารถแก้ข้อจำกัดดังกล่าวได้


9. สรุป

Smart TV อัปเดตแอปไม่ได้ควรเริ่มแก้จากการรีสตาร์ต ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต ตั้งวันและเวลาให้ถูกต้อง และเพิ่มพื้นที่ว่าง หากเกิดกับทุกแอปให้ตรวจสอบร้านค้าและบัญชี แต่ถ้าเกิดเพียงแอปเดียว ให้ล้าง Cache หรือตรวจสอบว่าแอปยังรองรับทีวีหรือไม่

ควรใช้การถอนการติดตั้งและการคืนค่าโรงงานเป็นขั้นตอนท้าย เพราะอาจทำให้บัญชีหรือการตั้งค่าหาย หากทำครบแล้วยังอัปเดตไม่ได้ comsiam แนะนำให้จดรุ่นทีวี เวอร์ชันระบบ ชื่อแอป และข้อความผิดพลาดก่อนติดต่อผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการแอป