Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Smart TV เชื่อมต่อ Bluetooth ไม่ได้ มักเกิดจากอุปกรณ์ไม่ได้อยู่ในโหมดจับคู่ เคยเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เครื่องอื่น ระยะห่างมากเกินไป หรือทีวีไม่รองรับอุปกรณ์ประเภทนั้น วิธีแก้คือยกเลิกการเชื่อมต่อเดิม เปิดโหมด Pairing แล้วค้นหาอุปกรณ์ใหม่จากเมนู Bluetooth ของทีวี
Smart TV ไม่ได้มี Bluetooth ทุกเครื่อง แม้ทีวีจะเชื่อมต่อ Wi-Fi และเปิดแอปได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับ Bluetooth ด้วยเสมอ
บางรุ่นรองรับ Bluetooth เฉพาะอุปกรณ์บางประเภท เช่น
ทีวีบางรุ่นมี Bluetooth สำหรับรีโมตเท่านั้น แต่ไม่อนุญาตให้ส่งเสียงไปยังหูฟังหรือลำโพง จึงควรตรวจสอบคุณสมบัติของหมายเลขรุ่นก่อนแก้ไขการเชื่อมต่อ
ปัญหาอาจแสดงออกได้หลายลักษณะ เช่น
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า Bluetooth ของทีวีเสียเสมอไป อาจเกิดจากโหมดการเชื่อมต่อ ความเข้ากันได้ หรือการตั้งค่าเสียง
การเปิดหูฟังหรือลำโพงตามปกติอาจยังไม่เพียงพอ ต้องกดปุ่ม Pairing ค้างจนไฟสถานะกะพริบตามวิธีของอุปกรณ์นั้น
หูฟังอาจเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ ทำให้ Smart TV มองเห็นแต่เชื่อมต่อไม่ได้
กำแพง ตู้ทีวี อุปกรณ์โลหะ และระยะห่างอาจรบกวนสัญญาณ Bluetooth ขณะจับคู่ครั้งแรกควรวางอุปกรณ์ใกล้ทีวีประมาณ 1 เมตร
ทีวีอาจรองรับรีโมต Bluetooth แต่ไม่รองรับการส่งเสียงไปยังหูฟังหรือลำโพง หากไม่มีเมนู Bluetooth Speaker หรือ Bluetooth Audio อาจเป็นข้อจำกัดของรุ่น
Bluetooth มีโปรไฟล์หลายประเภท อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ได้จึงไม่ได้รับประกันว่าจะทำงานกับทีวีได้ครบทุกฟังก์ชัน
ข้อมูลการจับคู่ที่บันทึกไว้ทั้งในทีวีและอุปกรณ์อาจไม่ตรงกัน ทำให้กดเชื่อมต่อใหม่แล้วล้มเหลว
Smart TV บางรุ่นจำกัดจำนวนอุปกรณ์ Bluetooth ที่เชื่อมต่อพร้อมกัน หากมีรีโมต จอยเกม หรืออุปกรณ์อื่นอยู่แล้ว อาจไม่สามารถเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ได้
ระบบที่ไม่ได้อัปเดตอาจมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการค้นหา การจับคู่ หรือการเชื่อมต่อกลับอัตโนมัติ
Wi-Fi 2.4 GHz และอุปกรณ์ไร้สายบางชนิดใช้ย่านความถี่ใกล้กับ Bluetooth จึงอาจเกิดการรบกวนเมื่อมีอุปกรณ์จำนวนมากอยู่บริเวณเดียวกัน
ควรทำตามลำดับต่อไปนี้ โดยทดลองเชื่อมต่อใหม่หลังจบแต่ละขั้นตอน
ค้นหาหมายเลขรุ่นจากฉลากหลังเครื่องหรือหน้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ แล้วตรวจสอบคุณสมบัติ Bluetooth ของรุ่นนั้น
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่
หากทีวีไม่มี Bluetooth Audio การค้นหาเมนูหรือรีเซ็ตเครื่องจะไม่ทำให้ฟังก์ชันนี้เพิ่มขึ้นมา
แบตเตอรี่ที่เหลือน้อยอาจทำให้อุปกรณ์เปิดได้แต่ส่งสัญญาณจับคู่ไม่เสถียร ควรชาร์จหูฟัง ลำโพง รีโมต หรือจอยเกมให้เพียงพอก่อนทดลองใหม่
หากเป็นรีโมตที่ใช้ถ่าน ให้เปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุดและใส่ขั้วให้ถูกต้อง
หากหูฟังเคยเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ให้ปิด Bluetooth ของโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันอุปกรณ์เชื่อมต่อกลับไปยังเครื่องเดิม
จากนั้นปิดและเปิดหูฟังใหม่ ก่อนเข้าสู่โหมด Pairing
วิธีเปิดโหมดจับคู่แตกต่างกันตามอุปกรณ์ โดยทั่วไปอาจต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
สังเกตไฟสถานะหรือข้อความเสียงของอุปกรณ์ หากไฟไม่กะพริบตามรูปแบบ Pairing ทีวีอาจค้นหาไม่พบ
ระหว่างจับคู่ครั้งแรก ให้วางอุปกรณ์ห่างจากทีวีประมาณ 30 เซนติเมตรถึง 1 เมตร และนำสิ่งกีดขวางออก
ไม่ควรวางอุปกรณ์ไว้หลังทีวี ตู้โลหะ หรือใกล้เราเตอร์มากเกินไปในระหว่างทดสอบ
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกัน เช่น
เลือกเพิ่มอุปกรณ์หรือค้นหาอุปกรณ์ใหม่ แล้วรอจนชื่อหูฟัง ลำโพง หรืออุปกรณ์ที่ต้องการปรากฏ จากนั้นกดเชื่อมต่อ
หากมีชื่อคล้ายกันหลายรายการ ให้ตรวจสอบชื่อรุ่นให้ถูกต้องก่อนเลือก
หากเห็นชื่ออุปกรณ์แต่เชื่อมต่อไม่ได้ ให้เลือกชื่ออุปกรณ์แล้วใช้คำสั่งใดคำสั่งหนึ่ง เช่น
หลังลบรายการออก ให้รีสตาร์ตทั้งทีวีและอุปกรณ์ เปิดโหมด Pairing แล้วจับคู่ใหม่ตั้งแต่ต้น
การถอดปลั๊กช่วยให้บริการ Bluetooth ของทีวีเริ่มทำงานใหม่อย่างสมบูรณ์
หากทีวีขึ้นว่าเชื่อมต่อแล้วแต่ไม่มีเสียง ให้เปิดเมนู Sound Output หรือช่องสัญญาณเสียงออก แล้วเลือกอุปกรณ์ Bluetooth ที่เชื่อมต่อไว้
ทีวีบางรุ่นไม่เปลี่ยนเสียงออกไปยังหูฟังโดยอัตโนมัติ จึงต้องเลือกแหล่งเสียงด้วยตนเอง
ยกเลิกการเชื่อมต่อรีโมตสำรอง จอยเกม คีย์บอร์ด หรือลำโพงที่ไม่ได้ใช้งาน แล้วทดลองเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่มีปัญหาเพียงชิ้นเดียว
หากเชื่อมต่อได้หลังยกเลิกอุปกรณ์อื่น อาจเป็นข้อจำกัดเรื่องจำนวนการเชื่อมต่อพร้อมกันของทีวี
เปิดเมนู System Update หรือ Software Update แล้วตรวจสอบเวอร์ชันใหม่ ก่อนอัปเดตควรใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียร และห้ามถอดปลั๊กระหว่างติดตั้ง
หลังอัปเดตเสร็จ ให้ลบรายการจับคู่เดิมแล้วจับคู่ใหม่อีกครั้ง
หากอุปกรณ์ยังเชื่อมต่อไม่ได้ ให้รีเซ็ตหูฟัง ลำโพง หรือจอยเกมตามวิธีของรุ่นนั้น การรีเซ็ตมักลบรายชื่ออุปกรณ์ทั้งหมดที่เคยจับคู่ไว้
หลังรีเซ็ตให้ปิด Bluetooth ของอุปกรณ์อื่น แล้วจับคู่กับ Smart TV เป็นเครื่องแรก
Smart TV บางรุ่นมีเมนูรีเซ็ตอุปกรณ์เสริม เครือข่าย หรือการเชื่อมต่อ คำสั่งนี้อาจลบข้อมูลต่อไปนี้
ควรเตรียมรหัสผ่าน Wi-Fi และวิธีจับคู่รีโมตก่อนดำเนินการ
ใช้เมื่อทีวีรองรับ Bluetooth แน่นอน แต่อุปกรณ์ทุกชิ้นเชื่อมต่อไม่ได้ แม้อัปเดตและรีสตาร์ตแล้ว
การรีเซ็ตอาจลบบัญชี แอป รหัสผ่าน Wi-Fi การตั้งค่าภาพ เสียง และอุปกรณ์ที่เคยจับคู่ จึงควรเป็นขั้นตอนสุดท้าย
ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้
ชื่อเมนูจะแตกต่างตามยี่ห้อ หากไม่มีตัวเลือก Bluetooth Speaker หรือ Bluetooth Audio ทีวีอาจไม่รองรับการส่งเสียงผ่าน Bluetooth
รีโมต Smart TV บางรุ่นใช้ทั้งอินฟราเรดและ Bluetooth จึงอาจเปิด–ปิดทีวีได้ แต่ปุ่มสั่งงานด้วยเสียงหรือปุ่มพิเศษไม่ทำงานเมื่อ Bluetooth หลุด
วิธีแก้เบื้องต้น ได้แก่
ไม่ควรใช้ชุดปุ่มจับคู่ของยี่ห้ออื่น เพราะแต่ละรุ่นกำหนดปุ่มไม่เหมือนกัน
การเชื่อมต่อสำเร็จไม่ได้หมายความว่าทุกแอปจะรองรับอุปกรณ์นั้น
บางแอปรองรับเฉพาะการพิมพ์ในช่องค้นหา แต่ไม่รองรับการควบคุมเมนูทั้งหมด ปุ่มภาษาไทยหรือปุ่มลัดบางปุ่มอาจไม่ทำงาน
จอยอาจเชื่อมต่อได้แต่แอปหรือเกมไม่รองรับรูปแบบปุ่มของจอยนั้น ควรตรวจสอบว่าเกมรองรับ Game Controller บนระบบทีวีหรือไม่
รีโมต Bluetooth ทั่วไปอาจควบคุมเมนูพื้นฐานได้ แต่ไม่รองรับปุ่มเสียง ไมโครโฟน หรือปุ่มทางลัดเฉพาะยี่ห้อ
หากจับคู่ได้แต่ใช้งานไม่เสถียร ให้ตรวจสอบดังนี้
หากอุปกรณ์ Bluetooth ทุกชิ้นหลุดเมื่อใช้กับทีวี แต่ทำงานปกติกับโทรศัพท์ ปัญหาอาจอยู่ที่ทีวี หากมีปัญหาเฉพาะอุปกรณ์ชิ้นเดียว ควรตรวจสอบอุปกรณ์นั้นก่อน
| ผลการทดสอบ | สาเหตุที่เป็นไปได้ |
|---|---|
| ทีวีเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นได้ | อุปกรณ์ชิ้นเดิมหรือความเข้ากันได้มีปัญหา |
| อุปกรณ์เชื่อมต่อโทรศัพท์ได้แต่ต่อทีวีไม่ได้ | ทีวีไม่รองรับโปรไฟล์หรือมีข้อมูลจับคู่ค้าง |
| ทีวีค้นหาอุปกรณ์ทุกชิ้นไม่เจอ | Bluetooth ของทีวีปิด ระบบค้าง หรือรุ่นไม่รองรับ |
| เชื่อมต่อได้แต่ไม่มีเสียง | ยังไม่ได้เลือก Bluetooth เป็นช่องเสียงออก |
| เสียงหลุดเมื่ออยู่ไกล | ระยะหรือสัญญาณรบกวน |
| รีโมตเปิดทีวีได้แต่สั่งงานด้วยเสียงไม่ได้ | ส่วน Bluetooth ของรีโมตอาจหลุด |
| เชื่อมต่อได้หลังปิด Bluetooth โทรศัพท์ | อุปกรณ์เคยเชื่อมต่อกลับไปยังโทรศัพท์ |
| หลุดทุกครั้งเมื่อปิดทีวี | ระบบไม่เชื่อมต่อกลับอัตโนมัติหรือข้อมูลจับคู่ผิดปกติ |
ตามแนวทางของ comsiam ควรใช้อุปกรณ์ Bluetooth อีกหนึ่งชิ้นมาทดสอบก่อนรีเซ็ตทีวี วิธีนี้ช่วยแยกสาเหตุได้เร็วกว่าการเปลี่ยนการตั้งค่าหลายรายการพร้อมกัน
สามารถพิจารณาใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณ Bluetooth ภายนอกได้ หากทีวีมีช่องเสียงออกที่เข้ากันได้ เช่น ช่องหูฟังหรือ Optical Audio แต่ต้องเลือกอุปกรณ์ที่รองรับช่องสัญญาณของทีวีอย่างถูกต้อง
ควรทราบข้อจำกัดก่อนใช้งาน ได้แก่
หากไม่แน่ใจ ควรตรวจสอบชนิดช่องเสียงออกของทีวีก่อนซื้ออุปกรณ์เสริม
ทีวีอาจไม่ได้เปิดให้โทรศัพท์เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth โดยตรง การส่งภาพจากโทรศัพท์มักใช้ Cast, AirPlay, Screen Mirroring หรือ Wi-Fi Direct ตามระบบที่รองรับ ไม่ใช่ Bluetooth
ขึ้นอยู่กับว่าทีวีรองรับ Bluetooth Audio หรือไม่ หากรองรับ ให้นำ AirPods เข้าโหมดจับคู่ ปิด Bluetooth บนอุปกรณ์ Apple เครื่องอื่นชั่วคราว แล้วค้นหาจากรายการลำโพง Bluetooth ของทีวี
ขึ้นอยู่กับรุ่น ทีวีบางเครื่องเชื่อมต่อเสียงได้ครั้งละหนึ่งอุปกรณ์ แม้จะจดจำอุปกรณ์หลายรายการได้ ส่วนบางรุ่นอาจมีฟังก์ชันเสียงออกพร้อมกันเฉพาะที่ผู้ผลิตกำหนด
อาจยังไม่ได้เลือกหูฟังเป็น Sound Output หรือทีวีเปิดโหมดเสียงออกหลายทาง ให้เข้าเมนูเสียงและเลือกอุปกรณ์ Bluetooth ที่เชื่อมต่ออยู่
การลบเฉพาะอุปกรณ์ Bluetooth จะลบข้อมูลการจับคู่ของอุปกรณ์นั้น โดยทั่วไปไม่กระทบบัญชี แอป หรือการตั้งค่าภาพของทีวี
โดยทั่วไป Bluetooth ไม่เหมาะกับการส่งภาพวิดีโอขึ้นทีวี ควรใช้ Cast, AirPlay, Screen Mirroring หรือสาย HDMI ตามที่อุปกรณ์รองรับ
ตรวจสอบหมายเลขรุ่นของทีวีและอุปกรณ์ อัปเดตระบบ และทดลองอุปกรณ์ Bluetooth อีกชิ้น หากทีวีค้นหาอุปกรณ์ทุกชิ้นไม่พบทั้งที่รุ่นรองรับ ควรติดต่อศูนย์บริการ
Smart TV เชื่อมต่อ Bluetooth ไม่ได้ควรเริ่มจากตรวจสอบก่อนว่ารุ่นนั้นรองรับอุปกรณ์ประเภทที่ต้องการหรือไม่ จากนั้นปิดการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ เปิดโหมด Pairing วางอุปกรณ์ใกล้ทีวี และลบรายการจับคู่เดิมก่อนเชื่อมต่อใหม่
หากทีวีเชื่อมต่อสำเร็จแต่ไม่มีเสียง ให้เลือกอุปกรณ์ Bluetooth ในเมนู Sound Output หากทำครบแล้วยังค้นหาอุปกรณ์ทุกชิ้นไม่พบ comsiam แนะนำให้ตรวจสอบหมายเลขรุ่น อัปเดตระบบ และติดต่อศูนย์บริการก่อนพิจารณารีเซ็ตเครื่อง