Smart TV ต่อหูฟัง Bluetooth แล้วเสียงไม่ออก แก้ตรงไหน

Smart TV เชื่อมต่อหูฟัง Bluetooth สำเร็จแต่เสียงไม่ออก มักเกิดจากยังไม่ได้เลือกหูฟังเป็นช่องเสียงออก ระดับเสียงของหูฟังเป็นศูนย์ แอปค้าง หรือรูปแบบเสียงไม่รองรับ ให้เลือก Bluetooth Audio ในเมนู Sound Output เพิ่มเสียงทั้งทีวีและหูฟัง แล้วรีสตาร์ตอุปกรณ์

สารบัญ

  • เชื่อมต่อแล้วแต่ไม่มีเสียงเกิดจากอะไร
  • วิธีแก้ตามลำดับ
  • วิธีตั้งค่าเสียงแยกตามระบบ
  • มีเสียงเฉพาะบางแอปแก้อย่างไร
  • เสียงออกทีวีแทนหูฟัง
  • เสียงเบา ขาด หรือดีเลย์
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. อาการต่อหูฟัง Bluetooth แล้วเสียงไม่ออก

ปัญหานี้อาจแสดงออกได้หลายลักษณะ เช่น

  • ทีวีขึ้นว่า Connected แต่หูฟังไม่มีเสียง
  • เสียงยังออกจากลำโพงทีวี
  • ไม่มีเสียงทั้งหูฟังและลำโพงทีวี
  • ได้ยินเสียงเมนูแต่ไม่มีเสียงใน Netflix หรือ YouTube
  • มีเสียงเฉพาะบางแอป
  • เสียงออกเพียงข้างเดียว
  • ระดับเสียงเบามากแม้เพิ่มเสียงทีวีแล้ว
  • เชื่อมต่อได้แต่เสียงหายหลังเปลี่ยนแอป
  • เสียงออกช้ากว่าภาพ
  • หูฟังตัดการเชื่อมต่อเมื่อเริ่มเล่นวิดีโอ
  • เสียงกลับไปออกลำโพงทีวีหลังเปิดเครื่องใหม่
  • รีโมตทีวีปรับเสียงหูฟังไม่ได้

ก่อนแก้ไขให้ตรวจสอบบนหน้าจอว่าอุปกรณ์อยู่ในสถานะ “เชื่อมต่อแล้ว” ไม่ใช่เพียงมีชื่ออยู่ในรายการอุปกรณ์ที่เคยจับคู่


2. สาเหตุที่หูฟัง Bluetooth เชื่อมต่อแล้วแต่ไม่มีเสียง

2.1 ยังไม่ได้เลือกหูฟังเป็น Sound Output

ทีวีบางรุ่นจับคู่หูฟังได้ แต่ไม่เปลี่ยนช่องเสียงออกให้อัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องเข้าเมนูเสียงแล้วเลือกหูฟังด้วยตนเอง

2.2 หูฟังเชื่อมต่อเฉพาะส่วนควบคุม

อุปกรณ์อาจจับคู่สำเร็จ แต่ทีวีไม่รองรับการส่งเสียงไปยังหูฟังรุ่นนั้น หรือรองรับ Bluetooth เฉพาะรีโมตและอุปกรณ์ควบคุม

2.3 ระดับเสียงของหูฟังและทีวีแยกจากกัน

หูฟังบางรุ่นมีระดับเสียงของตัวเอง หากระดับเสียงในหูฟังเป็นศูนย์ การเพิ่มเสียงบนทีวีอาจไม่ทำให้เสียงดังขึ้น

2.4 หูฟังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นพร้อมกัน

หูฟังที่รองรับหลายอุปกรณ์อาจยังเลือกโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งเสียง แม้ชื่อหูฟังจะแสดงว่าเชื่อมต่อกับทีวีแล้ว

2.5 แอปหรือระบบเสียงค้าง

แอปที่เปิดอยู่ก่อนเชื่อมต่อหูฟังอาจไม่สลับช่องเสียงตามระบบ ต้องปิดแล้วเปิดแอปใหม่ หรือรีสตาร์ตทีวี

2.6 รูปแบบเสียงไม่รองรับ

เนื้อหาหรืออุปกรณ์ HDMI อาจส่งเสียงในรูปแบบที่ทีวีไม่สามารถแปลงไปยัง Bluetooth ได้ การตั้งเป็น PCM อาจช่วยได้ในบางรุ่น

2.7 เปิดโหมดเสียงออกอื่นไว้

ทีวีอาจถูกตั้งให้ส่งเสียงไปยัง Soundbar, HDMI ARC/eARC, Optical หรือเครื่องเสียงภายนอก จึงไม่ส่งเสียงไปยังหูฟัง Bluetooth

2.8 ซอฟต์แวร์มีข้อผิดพลาด

ระบบทีวี หูฟัง หรือแอปอาจมีข้อผิดพลาดในการเปลี่ยนช่องเสียง การอัปเดตซอฟต์แวร์และจับคู่ใหม่อาจช่วยแก้ได้


3. วิธีแก้ Smart TV ต่อหูฟัง Bluetooth แล้วเสียงไม่ออก

ควรทำตามลำดับจากวิธีที่ง่ายและไม่ลบข้อมูลก่อน

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อ

เปิดเมนู Bluetooth ของทีวีแล้วดูสถานะของหูฟัง

  • หากขึ้นว่า Paired หมายถึงเคยจับคู่ แต่ยังไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออยู่
  • หากขึ้นว่า Connected หมายถึงเชื่อมต่อกับทีวีแล้ว
  • หากขึ้นว่า Disconnected ให้เลือกชื่อหูฟังและกดเชื่อมต่อใหม่

หากเชื่อมต่อไม่ได้ ให้เปิดหูฟังเข้าสู่โหมด Pairing แล้วจับคู่ใหม่ก่อนแก้เรื่องเสียง

ขั้นตอนที่ 2 ปิด Bluetooth บนโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์

ปิด Bluetooth ของอุปกรณ์ที่หูฟังเคยเชื่อมต่อ โดยเฉพาะโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ที่อยู่ใกล้ทีวี

จากนั้นทำตามนี้

  1. ปิดหูฟัง
  2. รอประมาณ 10 วินาที
  3. เปิดหูฟังใหม่
  4. เชื่อมต่อจากเมนูของทีวี
  5. ทดลองเปิดเสียงเมนูหรือวิดีโอ

วิธีนี้ช่วยป้องกันหูฟังสลับกลับไปใช้อุปกรณ์เดิมโดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 3 เลือกหูฟังเป็นช่องเสียงออก

เปิดการตั้งค่าเสียงแล้วค้นหาเมนูที่อาจใช้ชื่อว่า

  • Sound Output
  • Audio Output
  • Speakers
  • Bluetooth Audio
  • Bluetooth Speaker List
  • Audio Device
  • Headphones

เลือกชื่อหูฟัง Bluetooth ที่เชื่อมต่ออยู่ หากทีวีแสดงตัวเลือก TV Speaker ให้เปลี่ยนเป็น Bluetooth Speaker หรืออุปกรณ์ที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 4 เพิ่มระดับเสียงทั้งสองฝั่ง

ให้ทดลองปรับเสียงจาก

  • รีโมต Smart TV
  • ปุ่มเพิ่มเสียงบนหูฟัง
  • เมนูระดับเสียง Bluetooth
  • เมนู Accessibility หากมีการจำกัดระดับเสียง
  • แอปที่กำลังเล่นวิดีโอ

ตรวจสอบด้วยว่าไม่ได้เปิด Mute บนทีวีหรือหูฟัง และระดับเสียงไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพื่อป้องกันเสียงดัง

ควรเริ่มจากระดับเสียงต่ำแล้วค่อยเพิ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงดังทันทีเมื่อระบบกลับมาทำงาน

ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบด้วยเสียงจากเมนูทีวี

ลองเลื่อนเมนูหรือใช้ฟังก์ชันทดสอบเสียงของทีวี หากได้ยินเสียงเมนูแต่ไม่มีเสียงในแอป แสดงว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth ทำงาน และปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่แอปหรือรูปแบบเสียงของเนื้อหา

หากไม่มีเสียงทุกส่วน ให้ตรวจสอบ Sound Output และการรองรับ Bluetooth Audio ของรุ่นทีวี

ขั้นตอนที่ 6 ปิดและเปิดแอปใหม่

หากเชื่อมต่อหูฟังหลังจากเปิด Netflix, YouTube หรือแอปอื่นไว้แล้ว แอปอาจยังใช้ช่องเสียงเดิม

  1. ออกจากแอปให้สมบูรณ์
  2. กลับไปหน้าหลัก
  3. ตรวจสอบว่าหูฟังยังเชื่อมต่อ
  4. เปิดแอปใหม่
  5. ทดลองเล่นวิดีโออีกครั้ง

สำหรับ Google TV และ Android TV อาจใช้คำสั่งบังคับหยุดแอปก่อนเปิดใหม่ได้

ขั้นตอนที่ 7 รีสตาร์ตทีวีและหูฟัง

  1. ปิดหูฟัง
  2. ปิดทีวีด้วยรีโมต
  3. ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 60 วินาที
  4. เสียบปลั๊กและเปิดทีวี
  5. เปิดหูฟัง
  6. เชื่อมต่อ Bluetooth ใหม่
  7. เลือกหูฟังเป็น Sound Output
  8. ทดลองเสียงอีกครั้ง

อย่าถอดปลั๊กขณะที่ทีวีกำลังอัปเดตซอฟต์แวร์

ขั้นตอนที่ 8 ปิดช่องเสียงออกอื่นชั่วคราว

หากต่อ Soundbar หรือเครื่องเสียงผ่าน HDMI ARC/eARC หรือ Optical ให้ยกเลิกการเลือกช่องเสียงนั้นชั่วคราว แล้วเลือก Bluetooth เป็นช่องเสียงออกเพียงช่องเดียว

ทีวีบางรุ่นไม่สามารถส่งเสียงไปยัง Bluetooth พร้อมกับ HDMI ARC หรือ Optical ได้ เว้นแต่มีฟังก์ชันเสียงออกพร้อมกันโดยเฉพาะ

ขั้นตอนที่ 9 เปลี่ยน Digital Audio Output เป็น PCM

หากมีเสียงจากเมนูแต่ไม่มีเสียงจากกล่องรับสัญญาณ เกมคอนโซล หรือภาพยนตร์บางเรื่อง ให้ทดลองเปลี่ยนรูปแบบเสียงดิจิทัลเป็น PCM

ชื่อเมนูอาจเป็น

  • Digital Audio Output
  • Digital Sound Out
  • Audio Format
  • HDMI Input Audio Format
  • Pass Through

เลือก PCM ชั่วคราวแล้วทดสอบใหม่ หากเสียงกลับมา แสดงว่ารูปแบบเสียงเดิมอาจไม่รองรับการส่งผ่าน Bluetooth

การเปลี่ยนเป็น PCM อาจมีผลต่อระบบเสียงรอบทิศทางของ Soundbar จึงควรจดค่าเดิมไว้ก่อน

ขั้นตอนที่ 10 ปิดระบบเสียงรอบทิศทางชั่วคราว

ทดลองปิด Dolby Audio, Surround, Pass Through หรือระบบปรับแต่งเสียงขั้นสูง แล้วเลือกโหมด Standard หรือ PCM

หากเสียงกลับมา ให้เปิดคุณสมบัติกลับทีละรายการเพื่อหาว่าตัวเลือกใดขัดแย้งกับ Bluetooth

ขั้นตอนที่ 11 ลบหูฟังแล้วจับคู่ใหม่

หากยังไม่มีเสียง ให้ลบข้อมูลการจับคู่ทั้งสองฝั่ง

  1. เปิดรายการอุปกรณ์ Bluetooth ของทีวี
  2. เลือกชื่อหูฟัง
  3. เลือก Forget, Unpair หรือ Remove
  4. รีเซ็ตการเชื่อมต่อของหูฟังตามวิธีของรุ่น
  5. ปิด Bluetooth ของอุปกรณ์อื่น
  6. เปิดหูฟังเข้าสู่โหมด Pairing
  7. จับคู่กับทีวีใหม่
  8. เลือกหูฟังเป็น Sound Output

ขั้นตอนที่ 12 อัปเดตระบบทีวีและหูฟัง

ตรวจสอบอัปเดตซอฟต์แวร์ของ Smart TV หากหูฟังมีแอปจัดการบนโทรศัพท์ ให้ตรวจสอบ Firmware ของหูฟังด้วย

ระหว่างอัปเดตควรมีแบตเตอรี่และอินเทอร์เน็ตเพียงพอ และไม่ควรปิดอุปกรณ์จนกว่าการอัปเดตจะเสร็จ

ขั้นตอนที่ 13 รีเซ็ตการตั้งค่าเสียง

ทีวีบางรุ่นมีคำสั่ง Reset Sound หรือรีเซ็ตการตั้งค่าเสียง วิธีนี้จะคืนค่าโหมดเสียง Equalizer ช่องเสียงออก และตัวเลือกเสียงดิจิทัลกลับเป็นค่าเริ่มต้น

การรีเซ็ตเฉพาะเสียงมีผลกระทบน้อยกว่าการรีเซ็ตทีวีทั้งเครื่อง จึงควรลองก่อนคืนค่าโรงงาน

ขั้นตอนที่ 14 รีเซ็ต Smart TV เป็นค่าโรงงาน

ใช้เมื่อหูฟังหลายตัวเชื่อมต่อสำเร็จแต่ไม่มีเสียงทุกครั้ง แม้รีเซ็ตเสียงและอัปเดตระบบแล้ว

ก่อนรีเซ็ตควรจดบัญชี รหัสผ่าน Wi-Fi รายชื่อแอป และการตั้งค่าภาพเสียง เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจถูกลบ


4. วิธีตั้งค่าเสียงบน Google TV และ Android TV

ตำแหน่งเมนูแตกต่างกันตามยี่ห้อ แต่ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Remotes & Accessories
  3. ตรวจสอบว่าหูฟังขึ้น Connected
  4. เปิด Settings อีกครั้ง
  5. เลือก Display & Sound
  6. เลือก Audio Output
  7. เลือกอุปกรณ์ Bluetooth หากมีตัวเลือก
  8. เปิดวิดีโอทดสอบ

หากไม่มีเสียงจากอุปกรณ์ HDMI ให้ตรวจสอบ Digital Audio Format และทดลองเลือก PCM


5. วิธีตั้งค่าเสียงบน Samsung Smart TV

โดยทั่วไปให้เปิดเมนูต่อไปนี้

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Sound
  3. เลือก Sound Output
  4. เลือก Bluetooth Speaker List
  5. เลือกชื่อหูฟัง
  6. รอให้สถานะเปลี่ยนเป็น Connected
  7. ทดลองปรับเสียง

หากไม่มีรายการ Bluetooth Speaker ทีวีรุ่นนั้นอาจไม่รองรับ Bluetooth Audio หรือชื่อเมนูอาจแตกต่างตามรุ่น


6. วิธีตั้งค่าเสียงบน LG Smart TV

โดยทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ดังนี้

  1. เปิด All Settings
  2. เลือก Sound
  3. เลือก Sound Out
  4. เลือก Use Wireless Speaker
  5. เลือก Bluetooth Device
  6. เลือกชื่อหูฟัง
  7. ยืนยันการเชื่อมต่อ
  8. ทดลองเสียง

หากเชื่อมต่อแล้วไม่มีเสียง ให้ตรวจสอบว่าไม่ได้เลือก HDMI ARC, Optical หรือ TV Speaker เป็นช่องเสียงหลักอยู่


7. เชื่อมต่อแล้วมีเสียงเฉพาะบางแอป

หาก YouTube มีเสียงแต่ Netflix หรือแอปอื่นไม่มีเสียง แสดงว่า Bluetooth ยังทำงานได้ ปัญหามักเกี่ยวข้องกับแอปหรือรูปแบบเสียง

ให้ลองทำดังนี้

  • ปิดและเปิดแอปใหม่
  • เลือกเสียง Stereo ภายในแอป หากมี
  • เปลี่ยน Digital Audio Output เป็น PCM
  • ล้าง Cache ของแอป
  • อัปเดตแอป
  • ถอนการติดตั้งแล้วติดตั้งใหม่
  • ทดลองวิดีโอเรื่องอื่น
  • ตรวจสอบว่าระบบไม่ได้เลือกเสียงบรรยายหรือแทร็กที่ผิดปกติ

หากไม่มีเสียงเฉพาะวิดีโอเรื่องเดียว อาจเป็นปัญหาของแทร็กเสียงในเนื้อหานั้น ไม่ใช่หูฟังหรือทีวี


8. ต่อกล่องรับสัญญาณแล้วเสียงไม่เข้าหูฟัง

หากเสียงจากแอปในทีวีเข้าหูฟังได้ แต่เสียงจากกล่องทีวี เกมคอนโซล หรือคอมพิวเตอร์ไม่เข้า ให้ตรวจสอบดังนี้

  • ทีวีรับเสียงจาก HDMI หรือไม่
  • อุปกรณ์ต้นทางตั้งเสียงออกผ่าน HDMI หรือไม่
  • รูปแบบเสียงของอุปกรณ์เป็น PCM หรือ Stereo หรือไม่
  • ทีวีเปิด Pass Through อยู่หรือไม่
  • ช่อง HDMI ที่ใช้อยู่รองรับเสียงตามปกติหรือไม่
  • ทดลองสาย HDMI เส้นอื่น
  • รีสตาร์ตอุปกรณ์ต้นทาง

บางรุ่นไม่สามารถส่งเสียงจากอุปกรณ์ HDMI ไปยัง Bluetooth ได้ เนื่องจากข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์หรือระบบ


9. เสียงออกทั้งทีวีและหูฟังปกติหรือไม่

Smart TV บางรุ่นมีฟังก์ชันส่งเสียงออกหลายทางพร้อมกัน เช่น TV Speaker พร้อม Bluetooth Device ฟังก์ชันนี้อาจอยู่ในเมนู Accessibility หรือ Sound Output

หากไม่ต้องการให้เสียงออกทีวี ให้ปิดตัวเลือกเสียงหลายทางหรือเลือก Bluetooth เป็นช่องเสียงออกเพียงรายการเดียว

หากต้องการใช้สำหรับผู้ฟังสองคน ควรทราบว่าเสียงจากลำโพงทีวีกับหูฟังอาจไม่ตรงกันเล็กน้อย


10. หูฟัง Bluetooth เสียงเบามากแก้อย่างไร

ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้

  1. เพิ่มเสียงจากปุ่มบนหูฟัง
  2. เพิ่มเสียงด้วยรีโมตทีวี
  3. ปิดโหมดจำกัดระดับเสียง
  4. ปิดโหมดกลางคืนหรือ Night Mode
  5. เปลี่ยนโหมดเสียงเป็น Standard
  6. ปิดระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติชั่วคราว
  7. ยกเลิกการจับคู่แล้วเชื่อมต่อใหม่
  8. ทดลองหูฟังกับโทรศัพท์

หากเบาเฉพาะเมื่อใช้กับทีวี อาจเป็นข้อจำกัดด้านระดับเสียงของทีวีหรือความเข้ากันได้ของหูฟัง


11. เสียง Bluetooth ขาดหรือดีเลย์แก้อย่างไร

Bluetooth มีความหน่วงตามธรรมชาติ แต่หากภาพกับเสียงต่างกันชัดเจน ให้ลองดังนี้

  • นั่งใกล้ทีวีมากขึ้น
  • ลดสิ่งกีดขวาง
  • ชาร์จหูฟังให้เพียงพอ
  • ปิดอุปกรณ์ Bluetooth ที่ไม่ใช้
  • ย้ายเราเตอร์ให้ห่างจากทีวีเล็กน้อย
  • ปิดโหมดเสียงรอบทิศทาง
  • เลือก PCM
  • ใช้เมนู AV Sync หรือ Audio Delay
  • อัปเดตทีวีและหูฟัง
  • ทดลองหูฟังรุ่นอื่น

แนวทางของ comsiam แนะนำให้ปรับ Audio Delay ทีละน้อยพร้อมทดสอบด้วยวิดีโอที่เห็นการพูดชัดเจน เพราะการตั้งค่าสูงเกินไปอาจทำให้เสียงยิ่งห่างจากภาพ


12. ตารางวิเคราะห์ปัญหา

อาการจุดที่ควรตรวจสอบ
Connected แต่เสียงออกทีวีSound Output ยังเป็น TV Speaker
ไม่มีเสียงทั้งทีวีและหูฟังMute ระดับเสียง หรือระบบเสียงค้าง
มีเสียงเมนูแต่แอปไม่มีเสียงแอปหรือรูปแบบเสียง
แอปในทีวีมีเสียง แต่ HDMI ไม่มีรูปแบบเสียงของอุปกรณ์ต้นทาง
เสียงเบามากระดับเสียงแยกของหูฟัง
เสียงออกเพียงข้างเดียวหูฟัง แบตเตอรี่ หรือการตั้งค่า Balance
มีเสียงแล้วหายหูฟังสลับไปอุปกรณ์อื่น
เสียงดีเลย์Bluetooth, Audio Delay หรือรูปแบบเสียง
เปิดทีวีใหม่แล้วเสียงกลับไปลำโพงทีวีไม่เชื่อมต่อหูฟังกลับอัตโนมัติ
ปรับเสียงด้วยรีโมตไม่ได้ทีวีหรือหูฟังไม่รองรับการควบคุมระดับเสียงร่วมกัน

13. สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรเพิ่มระดับเสียงสูงสุดทันที
  • ไม่ควรเปิด Service Menu เพื่อแก้ Bluetooth
  • ไม่ควรเปลี่ยนค่าหลายรายการพร้อมกัน
  • ไม่ควรถอดปลั๊กระหว่างอัปเดตระบบ
  • ไม่ควรล้างข้อมูลแอปก่อนจำบัญชีและรหัสผ่าน
  • ไม่ควรรีเซ็ตทีวีทันทีหากยังไม่ได้เลือก Sound Output
  • ไม่ควรซื้ออุปกรณ์เสริมก่อนตรวจสอบว่าทีวีรองรับ
  • ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวีเพื่อตรวจสอบโมดูล Bluetooth เอง

14. คำถามที่พบบ่อย

ต่อหูฟังแล้วทำไมเสียงยังออกลำโพงทีวี

ทีวีอาจยังเลือก TV Speaker เป็นช่องเสียงออก ให้เข้าเมนู Sound Output แล้วเลือกหูฟัง Bluetooth หรือปิดตัวเลือกเสียงออกหลายทาง

ทำไมรีโมตเพิ่มเสียงหูฟังไม่ได้

หูฟังบางรุ่นควบคุมระดับเสียงแยกจากทีวี ต้องใช้ปุ่มบนหูฟัง หรือรุ่นนั้นอาจไม่รองรับการควบคุมระดับเสียงผ่าน Bluetooth ของทีวี

AirPods เชื่อมต่อทีวีแล้วไม่มีเสียงแก้อย่างไร

ปิด Bluetooth บน iPhone, iPad หรือ Mac ชั่วคราว ตรวจสอบว่า AirPods เชื่อมต่อกับทีวีจริง แล้วเลือก AirPods เป็น Sound Output หากยังไม่ได้ให้ลบการจับคู่และเชื่อมต่อใหม่

ทำไม Netflix ไม่มีเสียงแต่ YouTube มีเสียง

รูปแบบเสียงของเนื้อหาอาจแตกต่างกัน ให้ลองเลือกแทร็ก Stereo เปลี่ยน Digital Audio Output เป็น PCM และเปิดแอป Netflix ใหม่

สามารถให้เสียงออกหูฟังและทีวีพร้อมกันได้หรือไม่

ได้เฉพาะทีวีบางรุ่นที่มีฟังก์ชันเสียงออกพร้อมกัน ตรวจสอบในเมนู Sound Output หรือ Accessibility

หูฟังเชื่อมต่อได้แต่เสียงขาดเป็นช่วงเกิดจากอะไร

อาจเกิดจากระยะห่าง สิ่งกีดขวาง แบตเตอรี่ต่ำ สัญญาณรบกวน หรือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกัน

ลบการจับคู่แล้วข้อมูลในหูฟังจะหายหรือไม่

จะลบเฉพาะข้อมูลการเชื่อมต่อกับทีวี การตั้งค่าอื่นอาจยังอยู่ แต่หากรีเซ็ตหูฟัง รายชื่ออุปกรณ์ที่เคยจับคู่ทั้งหมดอาจถูกลบ


15. สรุป

หาก Smart TV ต่อหูฟัง Bluetooth แล้วเสียงไม่ออก ให้ตรวจสอบก่อนว่าสถานะเป็น Connected และเลือกหูฟังเป็น Sound Output แล้ว จากนั้นเพิ่มเสียงทั้งบนทีวีและหูฟัง ปิด Bluetooth ของโทรศัพท์ และเปิดแอปใหม่

หากมีเสียงเฉพาะบางแอปหรือไม่มีเสียงจาก HDMI ให้ทดลองตั้ง Digital Audio Output เป็น PCM หากยังไม่สำเร็จ comsiam แนะนำให้ลบการจับคู่ รีสตาร์ตอุปกรณ์ อัปเดตระบบ และทดสอบด้วยหูฟังอีกหนึ่งตัวก่อนรีเซ็ตทีวี