Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Microsoft Copilot สามารถช่วยเขียนเนื้อหาสำหรับหน้า SharePoint ให้เป็นระบบและอ่านง่ายขึ้นได้ ตั้งแต่การสร้างหัวข้อหลัก เขียนบทนำ จัด Section สร้าง Bullet, FAQ, Call to Action ไปจนถึงปรับภาษาสำหรับพนักงาน ผู้บริหาร หรือทีมเทคนิค
จุดสำคัญคือเนื้อหาสำหรับหน้าเว็บไม่ควรเขียนเหมือนเอกสาร Word ยาว ๆ เพราะพฤติกรรมของคนอ่านหน้า SharePoint มักเป็นการ Scan หาข้อมูลสำคัญอย่างรวดเร็ว จึงควรใช้ Heading สั้น ย่อหน้ากระชับ และวางข้อมูลสำคัญไว้ช่วงต้นของหน้า
บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีเขียนเนื้อหาหน้าเว็บ SharePoint ด้วย Copilot ตั้งแต่การวางโครงสร้างไปจนถึงตรวจเนื้อหาให้พร้อมนำไปใช้งานจริง
ก่อนเขียนควรตอบให้ได้ว่า
หน้านี้สร้างขึ้นเพื่ออะไร
เช่น
ถ้าวัตถุประสงค์ชัด Copilot จะช่วยเขียนได้ตรงขึ้น
ควรระบุว่าเนื้อหานี้ทำให้ใครอ่าน
เช่น
ภาษาที่ใช้ควรต่างกันตามกลุ่มเป้าหมาย
ใช้
ช่วยเขียนเนื้อหาสำหรับหน้า SharePoint เรื่องนี้ให้กระชับและอ่านง่าย
เหมาะสำหรับเริ่มต้น
ใช้
เขียนเนื้อหาสำหรับหน้า SharePoint โดยมี Title, Introduction, Key Information, Steps, FAQ และ Contact
ช่วยให้ได้โครงสร้างพร้อมใช้งานมากขึ้น
Prompt
สร้าง Outline สำหรับหน้า SharePoint เรื่องนี้ก่อน โดยใช้ Heading ไม่เกิน 6 หัวข้อ
ช่วยป้องกันเนื้อหายาวเกินไป
ชื่อหน้าควรบอกทันทีว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร
เช่น
คู่มือใช้งานระบบสำหรับพนักงานใหม่
ดีกว่า
ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับระบบต่าง ๆ ภายในองค์กรสำหรับพนักงานใหม่
ชื่อสั้นอ่านง่ายกว่า
Prompt
เสนอชื่อหน้า SharePoint 5 แบบที่สั้น ชัด และตรงกับเนื้อหานี้
จากนั้นเลือกชื่อที่เข้าใจง่ายที่สุด
Intro ควรตอบ 3 เรื่อง
ไม่ควรเปิดเรื่องยาวเกินไป
ใช้
เขียน Introduction ไม่เกิน 80 คำสำหรับหน้า SharePoint โดยอธิบายวัตถุประสงค์และสิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับ
ช่วยให้เปิดหน้าได้กระชับ
หน้าเนื้อหายาวควรมี Summary สั้นด้านบน
Prompt
สรุปเนื้อหาหน้านี้เป็น 3 Bullet สำหรับวางด้านบน
ช่วยให้เข้าใจภาพรวมทันที
Heading ควรบอกผู้อ่านว่าข้างใต้มีข้อมูลอะไร
เช่น
ช่วยให้ Scan ได้เร็ว
เช่น
ข้อมูลเพิ่มเติม
อาจไม่บอกอะไร
ควรเปลี่ยนเป็น
เอกสารและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
ชัดกว่า
Prompt
แบ่งเนื้อหานี้เป็น Heading และ Subheading ที่เหมาะกับหน้าเว็บ
ช่วยเปลี่ยนเอกสารยาวให้เป็น Web content
บนหน้า SharePoint ควรหลีกเลี่ยง Paragraph ยาวมาก
หนึ่งย่อหน้าควรอธิบายหนึ่งแนวคิดหลัก
ช่วยให้อ่านบนหน้าจอได้ง่าย
ใช้
ลดแต่ละ Paragraph ให้สั้นลง แต่คงข้อมูลสำคัญทั้งหมด
เหมาะกับการแปลงจาก Word
เหมาะกับ
ช่วยลดข้อความยาว
ใช้
เปลี่ยนย่อหน้านี้เป็น Bullet โดยหนึ่งข้อมีหนึ่งประเด็น
ช่วยให้อ่านเร็วขึ้น
ถ้ามีลำดับ เช่น
ควรใช้ Numbered List
Prompt
เปลี่ยนข้อความนี้เป็น Numbered List ตามลำดับการทำงานจริง
ช่วยให้คู่มือชัดเจน
ใช้
ปรับเนื้อหานี้ให้เหมาะกับพนักงานใหม่ ใช้ภาษาง่ายและอธิบายศัพท์เฉพาะเมื่อจำเป็น
ช่วยลดศัพท์ยาก
Prompt
ปรับเนื้อหานี้สำหรับผู้บริหาร โดยเน้นผลกระทบ KPI, Risk และ Next Steps
ช่วยลดรายละเอียด Operation
ใช้
ปรับเนื้อหาให้เหมาะกับทีมเทคนิค โดยคง Version, Configuration และรายละเอียดระบบที่สำคัญ
ช่วยรักษาข้อมูลเชิงเทคนิค
Prompt
เขียนหน้า SharePoint แนะนำแผนก โดยมี About, Responsibilities, Services, Team และ Contact
เหมาะกับ Department Site
ใช้
เขียนหน้า Project Overview โดยมี Objective, Scope, Timeline, Team, Current Status และ Documents
เหมาะกับ Project Site
Prompt
เขียนหน้า Onboarding สำหรับพนักงานใหม่ โดยมี First Day, Accounts, Equipment, Policies, Training และ Contacts
ช่วยจัดข้อมูลให้ครบ
ใช้
เขียน Knowledge Base Article โดยมี Problem, Symptoms, Cause, Solution, Verification และ FAQ
เหมาะกับ Support
Prompt
เขียนหน้า Guide โดยแบ่งเป็น Preparation, Steps, Verification, Troubleshooting และ FAQ
ช่วยให้ใช้เป็น Self-service ได้
ใช้
เขียนข่าวภายในองค์กรสำหรับ SharePoint โดยมี Headline, Summary, Main Details และ Call to Action
เหมาะกับ Communication Site
Prompt
ปรับ Policy นี้ให้เหมาะกับหน้า SharePoint โดยอ่านง่ายขึ้น แต่ห้ามตัดข้อกำหนดหรือเงื่อนไข
สำคัญมาก
ใช้
จากเนื้อหานี้ สร้าง FAQ 10 ข้อที่พนักงานน่าจะถาม
ช่วยลดคำถามซ้ำ
เช่น
ลืมรหัสผ่านต้องทำอย่างไร
ดีกว่า
Password Management Policy
เพราะเข้าใจง่ายกว่า
Prompt
เขียน CTA สั้น ๆ บอกผู้อ่านว่าต้องทำอะไรต่อ
เช่น
ช่วยให้หน้าใช้งานต่อได้จริง
ใช้
เขียนชื่อและคำอธิบาย Quick Links ให้แต่ละรายการไม่เกิน 1 ประโยค
ช่วยให้ลิงก์เข้าใจง่ายขึ้น
Prompt
เขียน Headline และข้อความสั้นสำหรับ Hero Section ของหน้า SharePoint
เหมาะกับ Landing Page
ใช้
เขียนคำอธิบายสั้น ๆ สำหรับเอกสารแต่ละไฟล์ เพื่อบอกว่าไฟล์นี้ใช้ทำอะไร
ช่วยให้ผู้อ่านเลือกไฟล์ถูก
Prompt
สรุป Key Takeaways จากหน้านี้เป็น 5 Bullet
เหมาะกับท้ายหน้า
ใช้
สร้าง Next Steps จากข้อมูลนี้ไม่เกิน 5 ข้อ
ช่วยให้คนอ่านรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
Prompt
ปรับข้อความนี้ให้พนักงานทั่วไปเข้าใจง่าย โดยลดศัพท์เทคนิคที่ไม่จำเป็น
เหมาะกับ Internal Portal
ถ้าจำเป็นต้องใช้คำเฉพาะ ให้เขียนอธิบายสั้น ๆ
เช่น
MFA (การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน)
ช่วยให้ทุกคนเข้าใจ
สามารถใช้ Prompt
ปรับ Tone ให้เป็นมืออาชีพ เป็นมิตร และอ่านง่าย
เหมาะกับเนื้อหาภายในองค์กร
Prompt
ลดความยาวประมาณ 30% โดยคงข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้งาน
ช่วยให้หน้าไม่ยาวเกิน
ใช้
ตรวจและรวมข้อความที่มีความหมายซ้ำกัน
ช่วยลดหน้าเว็บที่ฟุ่มเฟือย
Prompt
จัดเนื้อหาใหม่โดยนำข้อมูลที่ผู้อ่านจำเป็นต้องรู้หรือทำก่อนขึ้นไว้ด้านบน
ช่วยด้าน User Experience
หลักง่าย ๆ คือ
สำคัญที่สุดก่อน → รายละเอียดตามมา → ข้อมูลเสริมท้ายหน้า
เหมาะกับหน้าเว็บมากกว่าเริ่มด้วย Background ยาว ๆ
หากหน้าเกี่ยวกับการแก้ปัญหา ผู้ใช้ต้องการรู้
ทำอย่างไร
ไม่ใช่อ่านประวัติระบบก่อนหลายย่อหน้า
ควรตอบ Intent ให้เร็ว
ถ้าข้อมูลเป็นการเปรียบเทียบ สามารถใช้
| รายการ | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ |
|---|
ช่วยลดข้อความยาว
เช่น
ตารางอาจอ่านง่ายกว่า Bullet
ข้อมูลสำคัญ เช่น
ควรแยกออกจาก Paragraph ทั่วไป
ใช้
ดึง Warning และข้อห้ามจากข้อมูลนี้เป็นรายการแยก โดยห้ามสร้างข้อกำหนดใหม่
ช่วยให้เห็นชัด
ก่อนเผยแพร่ควรตรวจ
ทุกครั้ง
Prompt
ระบุวันที่ Version และข้อมูลที่ควรตรวจว่าเป็นปัจจุบันหรือไม่
ช่วยดูแล Knowledge Base
ลิงก์ใน SharePoint ควรตรวจว่า
การตรวจ Link จริงควรทำใน SharePoint ด้วย
เนื้อหาดีอย่างเดียวไม่พอ
ต้องตรวจด้วยว่า
สำคัญมากกับ Internal content
ก่อน Publish ควรตรวจว่าไม่ได้เปิดเผย
Prompt
ใช้เฉพาะข้อมูลที่ให้ ถ้าไม่พบข้อมูลให้ใส่ Placeholder และห้ามสร้างรายละเอียดใหม่เอง
ช่วยลดความผิดพลาด
เช่น
ช่วยให้รู้ว่ายังต้องเติมอะไร
เขียนเนื้อหาสำหรับหน้า SharePoint โดยมี Title, Introduction, Key Information, Steps, FAQ และ Contact ใช้ภาษากระชับและอ่านง่าย ใช้เฉพาะข้อมูลที่ให้ และห้ามเดาข้อมูลใหม่
จากข้อมูลนี้ เขียนหน้า SharePoint Knowledge Base โดยมี Problem, Symptoms, Cause, Solution, Verification และ FAQ คงรายละเอียด Technical ที่สำคัญ และใส่ Placeholder หากข้อมูลไม่ครบ
เขียนหน้า SharePoint สำหรับพนักงานใหม่ โดยมี Welcome, First Day Checklist, Accounts, Equipment, Policies, Training, FAQ และ Contacts ใช้ภาษาง่ายและเป็นมิตร
เขียนหน้า SharePoint Project Overview โดยมี Objective, Scope, Timeline, Team, Current Status, Risks, Documents และ Next Steps ใช้เฉพาะข้อมูลในเอกสาร
ตรวจอย่างน้อย 12 ข้อ
ได้ในประสบการณ์และสิทธิ์ที่รองรับ
ได้ แต่ควรปรับให้กระชับและเหมาะกับการอ่านบนเว็บ
ได้
ได้
ไม่ควร ควรตรวจข้อมูลล่าสุด สิทธิ์ และความถูกต้องก่อน
ใช้สูตร
ประเภทหน้า + กลุ่มผู้อ่าน + วัตถุประสงค์ + Section + Tone + ข้อมูลที่ต้องรักษา + ข้อห้าม
ตัวอย่าง
เขียนเนื้อหาหน้า SharePoint สำหรับพนักงานใหม่ โดยมี Introduction, Key Steps, FAQ, Documents และ Contact ใช้ภาษาง่ายและกระชับ คงชื่อระบบ วันที่ และขั้นตอนตามข้อมูลต้นฉบับ ถ้าข้อมูลใดไม่มีให้ใส่ Placeholder และห้ามเดาเพิ่ม
สูตรนี้ช่วยให้ได้เนื้อหาที่พร้อมนำไปจัดหน้าได้ง่าย
วิธีเขียนเนื้อหาหน้าเว็บ SharePoint ด้วย Copilot ให้ได้ผลดีที่สุด คือเขียนแบบ “หน้าเว็บ” ไม่ใช่ย้ายเอกสาร Word ทั้งฉบับมาใส่
ควรเน้น
Prompt ที่พร้อมใช้คือ
“เขียนเนื้อหาสำหรับหน้า SharePoint โดยมี Title, Introduction, Key Information, Steps, FAQ และ Contact ใช้ภาษากระชับ อ่านง่าย และนำข้อมูลสำคัญขึ้นไว้ด้านบน ใช้เฉพาะข้อมูลที่ให้ ถ้าข้อมูลใดไม่มีให้ใส่ Placeholder และห้ามเดาเพิ่ม”
comsiam แนะนำให้ใช้ Copilot ช่วยร่างและจัดโครงสร้างเนื้อหาก่อน แล้วตรวจความถูกต้อง ความเป็นปัจจุบัน ลิงก์ และ Permission อีกครั้งก่อน Publish เพราะคุณภาพของหน้า SharePoint ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเขียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าผู้อ่านสามารถค้นข้อมูลและนำไปใช้ต่อได้ง่ายเพียงใด