วิธีตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักบน Android ทำตามได้ทุกยี่ห้อ

ผู้ใช้ Android สามารถตั้ง Google Gemini เป็นผู้ช่วยหลักของโทรศัพท์ เพื่อเรียกใช้งานด้วยเสียง “Hey Google” การกดปุ่มเปิด–ปิดค้าง หรือท่าทางเดียวกับที่เคยใช้เปิด Google Assistant

อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าบน Android มีอยู่สองชั้น ได้แก่ การเลือกแอป Google เป็นแอปผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้นของเครื่อง และการเลือก Gemini เป็นผู้ช่วยภายในแอป Google หากตั้งค่าไม่ครบทั้งสองส่วน โทรศัพท์อาจยังเปิด Google Assistant หรือไม่ตอบสนองเมื่อเรียกใช้งาน

บทความนี้จะแนะนำวิธีตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลัก พร้อมวิธีเปิดด้วยเสียง ปุ่ม และท่าทาง รวมถึงวิธีแก้เมื่อไม่พบเมนูหรือใช้งานไม่ได้

เมื่อตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักแล้วเกิดอะไรขึ้น

หลังจากตั้งค่าเรียบร้อย Gemini จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยหลักบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android เครื่องนั้น คุณสามารถเรียกใช้งานเพื่อทำสิ่งต่าง ๆ เช่น

  • ถามคำถามทั่วไป
  • สรุปเนื้อหาบนหน้าจอ
  • ช่วยเขียนข้อความ
  • สนทนาด้วย Gemini Live
  • สร้างรายการและวางแผน
  • วิเคราะห์รูปภาพ
  • เปิดแอป
  • โทรออกและส่งข้อความ
  • ตั้งเวลาและนาฬิกาปลุก
  • ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮมที่รองรับ
  • ใช้งานร่วมกับแอปที่เชื่อมต่อ

ความสามารถบางอย่างต้องเปิด Connected Apps ให้ Gemini และบางคำสั่งอาจยังใช้ระบบของ Google Assistant ช่วยทำงานอยู่เบื้องหลัง

สิ่งที่ต้องมีก่อนตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลัก

ก่อนเริ่มตั้งค่า ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

① โทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android ที่รองรับ

อุปกรณ์ต้องสามารถติดตั้งหรือใช้งานแอป Gemini ได้ รวมถึงอยู่ในประเทศและใช้ภาษาที่บริการรองรับ

โทรศัพท์ Android บางรุ่นอาจติดตั้ง Gemini มาเป็นผู้ช่วยหลักจากโรงงานแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนด้วยตนเอง

② บัญชี Google ที่เข้าใช้ Gemini ได้

คุณต้องเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google ส่วนบุคคล หรือบัญชีบริษัทและโรงเรียนที่ได้รับสิทธิ์จากผู้ดูแลระบบ

บัญชีภายใต้การควบคุมของ Family Link อาจมีข้อกำหนดหรือข้อจำกัดเพิ่มเติมตามอายุและประเทศ

③ แอป Google และ Gemini เวอร์ชันล่าสุด

ควรเปิด Google Play Store แล้วอัปเดตแอปต่อไปนี้

  • Google
  • Gemini
  • Google Play services

การใช้เวอร์ชันเก่าอาจทำให้ไม่พบเมนู เปลี่ยนผู้ช่วยไม่ได้ หรือเรียก Gemini ด้วยเสียงไม่สำเร็จ

④ แอป Google ต้องเป็นผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้น

Google ระบุว่า หากต้องการใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยหลักบน Android ต้องตั้งแอป Google เป็น Default Digital Assistant App ของอุปกรณ์ก่อน

วิธีตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักผ่านแอป

วิธีนี้ง่ายที่สุดและเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

① ดาวน์โหลดหรือเปิดแอป Gemini

เปิด Google Play Store ค้นหาคำว่า “Google Gemini” แล้วตรวจสอบว่าผู้พัฒนาคือ Google LLC จากนั้นติดตั้งหรืออัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

② เปิดแอปและเข้าสู่ระบบ

เปิดแอป Gemini แล้วเลือกบัญชี Google ที่ต้องการใช้ หากระบบแสดงข้อกำหนดและคำอธิบายเกี่ยวกับข้อมูล ให้ตรวจสอบก่อนกดยอมรับ

③ เลือกใช้ Gemini

เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก แอปอาจแสดงตัวเลือกให้เปลี่ยนจาก Google Assistant มาใช้ Gemini ให้เลือกคำสั่งในลักษณะดังนี้

  • ใช้ Gemini
  • เปลี่ยนไปใช้ Gemini
  • Switch to Gemini
  • Use Gemini

ข้อความบนปุ่มอาจแตกต่างกันตามภาษา รุ่นโทรศัพท์ และเวอร์ชันแอป

④ อนุญาตสิทธิ์ที่จำเป็น

Gemini อาจขอสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน การแจ้งเตือน ตำแหน่ง หรือข้อมูลจากแอปอื่น คุณสามารถอนุญาตเฉพาะสิทธิ์ที่จำเป็นต่อฟังก์ชันที่ต้องการใช้

ตัวอย่างเช่น หากต้องการสั่งงานด้วยเสียง ต้องอนุญาตให้ Gemini หรือแอป Google เข้าถึงไมโครโฟน

⑤ ทดลองเรียก Gemini

หลังตั้งค่าเสร็จ ให้ทดลองเรียกด้วยวิธีที่โทรศัพท์รองรับ เช่น

  • พูดว่า “Hey Google”
  • กดปุ่มเปิด–ปิดค้าง
  • กดปุ่ม Home ค้าง
  • ปัดขึ้นจากมุมล่างของหน้าจอ
  • แตะไอคอนแอป Gemini

หากหน้าต่าง Gemini ปรากฏขึ้น แสดงว่าตั้งค่าเป็นผู้ช่วยหลักสำเร็จแล้ว

วิธีตั้งแอป Google เป็นผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้น

หากเปิด Gemini ได้ตามปกติ แต่กดปุ่มหรือพูด “Hey Google” แล้วไม่เปิด Gemini ให้ตรวจสอบการตั้งค่าผู้ช่วยของระบบ

ขั้นตอนมาตรฐานบน Android

  1. เปิด “การตั้งค่า” หรือ Settings
  2. เลือก “แอป” หรือ Apps
  3. เลือก “แอปเริ่มต้น” หรือ Default apps
  4. แตะ “แอปผู้ช่วยดิจิทัล” หรือ Digital assistant app
  5. เลือก “แอปผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้น”
  6. เลือก “Google”

สิ่งสำคัญคือ ในหน้าตั้งค่าของ Android อาจแสดงคำว่า “Google” ไม่ใช่ “Gemini” เพราะทั้ง Google Assistant และ Gemini ใช้แอป Google เป็นระบบผู้ช่วยหลักร่วมกัน ส่วนการเลือกว่าจะใช้ Assistant หรือ Gemini จะจัดการภายในบริการของ Google

หากหาเมนูไม่พบ ให้ใช้ช่องค้นหาบนหน้าการตั้งค่า แล้วค้นหาคำว่า

  • ผู้ช่วยดิจิทัล
  • แอปผู้ช่วย
  • Digital assistant
  • Assist app
  • Default apps

ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อและเวอร์ชัน Android

วิธีตั้ง Gemini บน Samsung

เมนูของ Samsung Galaxy โดยทั่วไปอยู่ในเส้นทางต่อไปนี้

  1. เปิด “การตั้งค่า”
  2. เลือก “แอป”
  3. แตะ “เลือกแอปเริ่มต้น”
  4. เลือก “แอปผู้ช่วยดิจิทัล”
  5. แตะ “แอปผู้ช่วยอุปกรณ์”
  6. เลือก “Google”
  7. เปิดแอป Gemini แล้วเลือกใช้ Gemini เป็นผู้ช่วย

หากกดปุ่มด้านข้างค้างแล้วเปิดเมนูปิดเครื่องแทน ให้เข้าเมนูการตั้งค่าปุ่มด้านข้าง แล้วเปลี่ยนคำสั่งกดค้างให้เรียกผู้ช่วยดิจิทัล หากรุ่นและซอฟต์แวร์รองรับ

ตำแหน่งเมนูอาจต่างกันระหว่าง One UI แต่ละเวอร์ชัน จึงควรใช้ช่องค้นหาในการตั้งค่าหากไม่พบ

วิธีตั้ง Gemini บน Google Pixel

โทรศัพท์ Pixel รุ่นใหม่บางรุ่นอาจติดตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักมาแล้ว หากยังไม่ได้เปิดใช้งาน ให้ทำดังนี้

  1. เปิดแอป Gemini
  2. เข้าสู่ระบบบัญชี Google
  3. ทำตามหน้าจอเพื่อตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วย
  4. ไปที่การตั้งค่า
  5. เลือกแอปและแอปเริ่มต้น
  6. ตรวจว่าแอปผู้ช่วยดิจิทัลเป็น Google
  7. ทดลองกดปุ่มเปิด–ปิดค้างหรือพูด “Hey Google”

หากกดปุ่มเปิด–ปิดค้างแล้วไม่เปิด Gemini ให้ตรวจเมนู “ระบบ” แล้วเลือก “ท่าทางสัมผัส” และ “กดปุ่มเปิด–ปิดค้าง” จากนั้นเลือกการทำงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ช่วยดิจิทัล

วิธีตั้ง Gemini บน Xiaomi และ Redmi

บนโทรศัพท์ Xiaomi และ Redmi ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตาม HyperOS หรือ MIUI โดยทั่วไปให้ค้นหาเส้นทางดังนี้

  1. เปิด “การตั้งค่า”
  2. เลือก “แอป”
  3. เลือก “จัดการแอป” หรือ “แอปเริ่มต้น”
  4. เปิดเมนู “แอปเริ่มต้น”
  5. เลือก “ระบบช่วยเหลือและการป้อนข้อมูลด้วยเสียง”
  6. เลือกแอปผู้ช่วยเป็น “Google”
  7. เปิดแอป Gemini แล้วตั้งเป็นผู้ช่วย

หากค้นหาเส้นทางไม่พบ ให้พิมพ์ “แอปผู้ช่วย” หรือ “Default apps” ในช่องค้นหาของการตั้งค่า

วิธีตั้ง Gemini บน OPPO และ realme

บน ColorOS และ realme UI สามารถตรวจสอบได้จากเมนูโดยทั่วไปดังนี้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เข้าเมนูแอป
  3. เลือกแอปเริ่มต้น
  4. เลือกแอปผู้ช่วยดิจิทัล
  5. ตั้งค่าเป็น Google
  6. เปิด Gemini แล้วเลือกใช้เป็นผู้ช่วย

หากปุ่มเปิด–ปิดถูกตั้งไว้สำหรับเมนูพลังงาน ให้ค้นหาคำว่า “ปุ่มเปิด–ปิด” หรือ “Power button” ในหน้าการตั้งค่า แล้วตรวจว่ารุ่นของคุณสามารถกำหนดให้กดค้างเพื่อเรียกผู้ช่วยได้หรือไม่

วิธีตั้ง Gemini บน vivo

บนโทรศัพท์ vivo ให้ลองใช้เส้นทางดังนี้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เข้าเมนูการจัดการสิทธิ์หรือแอปเริ่มต้น
  4. เลือกแอปผู้ช่วยดิจิทัล
  5. ตั้งค่าเป็น Google
  6. เปิดแอป Gemini และยืนยันการเปลี่ยนผู้ช่วย

Funtouch OS แต่ละเวอร์ชันอาจจัดวางเมนูต่างกัน การค้นหาคำว่า “ผู้ช่วยดิจิทัล” ในการตั้งค่าจึงเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด

วิธีเปิด “Hey Google” เพื่อเรียก Gemini

เมื่อตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักแล้ว คุณสามารถเปิดการเรียกใช้งานด้วยเสียงได้ดังนี้

  1. เปิดแอป Gemini
  2. แตะเมนู
  3. แตะรูปโปรไฟล์หรืออักษรย่อของบัญชี
  4. เลือก “การตั้งค่า”
  5. เลือกเมนูเกี่ยวกับการพูดกับ Gemini แบบแฮนด์ฟรี
  6. เปิด “Hey Google”
  7. ตั้งค่า Voice Match ตามคำแนะนำบนหน้าจอ

หากเคยตั้ง Voice Match กับ Google Assistant ไว้แล้ว ระบบอาจนำการตั้งค่าเดิมมาใช้ได้ แต่บางกรณีอาจต้องบันทึกเสียงใหม่

วิธีใช้ปุ่มเปิด–ปิดเรียก Gemini

โทรศัพท์ Android หลายรุ่นสามารถตั้งให้กดปุ่มเปิด–ปิดค้างเพื่อเรียกผู้ช่วยได้

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือก “ระบบ”
  3. เลือก “ท่าทางสัมผัส”
  4. เลือก “กดปุ่มเปิด–ปิดค้าง”
  5. ตั้งให้เปิดผู้ช่วยดิจิทัล

ในโทรศัพท์บางยี่ห้อ เมนูนี้อาจอยู่ใต้หัวข้อ “คุณสมบัติพิเศษ” “ปุ่มด้านข้าง” หรือ “ทางลัดและการช่วยการเข้าถึง”

หากเปลี่ยนปุ่มเปิด–ปิดให้เรียก Gemini วิธีเปิดเมนูปิดเครื่องอาจเปลี่ยนเป็นการกดปุ่มเปิด–ปิดพร้อมปุ่มเพิ่มเสียง หรือแตะปุ่มพลังงานจากแผงการตั้งค่าด่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์

วิธีปัดจากมุมหน้าจอเพื่อเปิด Gemini

หากใช้การนำทางด้วยท่าทาง โทรศัพท์บางรุ่นสามารถเรียกผู้ช่วยด้วยการปัดจากมุมล่างซ้ายหรือมุมล่างขวาเข้าหากึ่งกลางหน้าจอ

หากปัดแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ตรวจสอบว่า

  • ตั้ง Google เป็นแอปผู้ช่วยเริ่มต้นแล้ว
  • เปิดท่าทางเรียกผู้ช่วยในระบบ
  • ไม่ได้ใช้แอปนำทางหรือ Launcher ที่ขัดขวางท่าทาง
  • เปิดใช้งานการนำทางด้วยท่าทางแทนปุ่มสามปุ่ม

โทรศัพท์บางรุ่นอาจไม่รองรับการเปิดผู้ช่วยด้วยวิธีนี้

วิธีเปิด Gemini บนหน้าจอล็อก

Gemini สามารถช่วยทำงานบางอย่างขณะโทรศัพท์ล็อกอยู่ได้ แต่การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือคำสั่งที่สำคัญอาจต้องปลดล็อกเครื่องก่อน

วิธีตรวจสอบการตั้งค่าโดยทั่วไปคือ

  1. เปิดแอป Gemini
  2. แตะเมนูและรูปโปรไฟล์
  3. เลือก “การตั้งค่า”
  4. เลือก “Gemini บนหน้าจอล็อก”
  5. เปิดหรือปิดการใช้ Gemini โดยไม่ต้องปลดล็อก
  6. ตรวจตัวเลือกการโทรและส่งข้อความขณะล็อกหน้าจอ หากมี

ควรเปิดเฉพาะความสามารถที่เหมาะกับระดับความเป็นส่วนตัวของคุณ เพราะบุคคลที่อยู่ใกล้โทรศัพท์อาจเรียกใช้คำสั่งบางอย่างได้

ตั้ง Gemini แล้วใช้ทำอะไรกับโทรศัพท์ได้บ้าง

เมื่อเปิด Device Assistance และ Connected Apps ที่เกี่ยวข้อง Gemini สามารถช่วยควบคุมโทรศัพท์ได้หลายอย่าง เช่น

  • เปิดหรือปิดไฟฉาย
  • ตั้งนาฬิกาปลุก
  • ตั้งเวลา
  • ปรับระดับเสียง
  • เปิดแอป
  • โทรหาผู้ติดต่อ
  • ส่งข้อความ
  • ถ่ายภาพหน้าจอ
  • ควบคุมการเล่นสื่อบางประเภท
  • เปิดการตั้งค่าบางรายการ
  • ควบคุมอุปกรณ์ผ่าน Google Home

ตัวอย่างคำสั่ง ได้แก่

ตั้งปลุกพรุ่งนี้เวลา 6 โมงเช้า

โทรหาแม่ด้วยลำโพง

เปิดไฟฉาย

ส่งข้อความหาสมชายว่าอีก 10 นาทีถึง

สรุปข้อมูลที่อยู่บนหน้าจอนี้

ความสามารถที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ ภาษา ประเทศ บัญชี การอนุญาตสิทธิ์ และแอปที่เชื่อมต่อ

ตั้ง Gemini แล้วทำไมยังเปิด Google Assistant

หากเรียกผู้ช่วยแล้ว Google Assistant ยังตอบ ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้

① เปิดแอป Gemini อีกครั้ง

เปิดแอป Gemini แล้วตรวจว่ามีหน้าจอเชิญให้เปลี่ยนผู้ช่วยหรือไม่ หากมี ให้กดยืนยันการใช้ Gemini

② ตรวจแอปผู้ช่วยเริ่มต้น

เข้าไปที่

การตั้งค่า > แอป > แอปเริ่มต้น > แอปผู้ช่วยดิจิทัล

จากนั้นตรวจว่าเลือก “Google” อยู่

③ ตรวจบัญชีที่ใช้งาน

หากโทรศัพท์มีหลายบัญชี Google ให้ตรวจว่าแอป Gemini กำลังใช้บัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงบริการ

④ อัปเดตแอป

อัปเดตแอป Google, Gemini และ Google Play services จาก Play Store แล้วรีสตาร์ทโทรศัพท์

⑤ ตรวจภาษาและประเทศ

หากใช้ภาษา ระบบ หรือบัญชีที่ยังไม่รองรับ ตัวเลือก Gemini อาจไม่ปรากฏ ลองตั้งภาษาที่ Gemini รองรับแล้วตรวจสอบอีกครั้ง

พูด “Hey Google” แล้ว Gemini ไม่เปิด แก้อย่างไร

ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

  1. เปิด “Hey Google” ในการตั้งค่า Gemini
  2. ตรวจว่า Voice Match ทำงาน
  3. อนุญาตสิทธิ์ไมโครโฟนให้แอป Google
  4. ปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ชั่วคราว
  5. ตรวจว่าแอป Google ไม่ถูกจำกัดการทำงานเบื้องหลัง
  6. อัปเดตแอป Google
  7. บันทึกเสียง Voice Match ใหม่
  8. รีสตาร์ทโทรศัพท์แล้วทดลองอีกครั้ง

ควรทดลองเรียกในสถานที่เงียบและตรวจว่าไมโครโฟนของโทรศัพท์ใช้งานได้ตามปกติ

กดปุ่มค้างแล้ว Gemini ไม่เปิด แก้อย่างไร

ปัญหานี้มักเกิดจากปุ่มเปิด–ปิดยังถูกกำหนดให้เปิดเมนูพลังงาน หรือโทรศัพท์ไม่ได้ตั้ง Google เป็นแอปผู้ช่วยเริ่มต้น

ให้ตรวจสอบดังนี้

  • ตั้งแอปผู้ช่วยดิจิทัลเป็น Google
  • เปิดท่าทางกดปุ่มค้างเพื่อเรียกผู้ช่วย
  • ตรวจการตั้งค่าปุ่มด้านข้างของโทรศัพท์
  • ปิดแอปผู้ช่วยอื่นที่แย่งสิทธิ์เริ่มต้น
  • รีสตาร์ทเครื่องหลังเปลี่ยนการตั้งค่า

ไม่มี Gemini ในรายการผู้ช่วย ต้องทำอย่างไร

สิ่งที่ควรรู้คือ หน้าตั้งค่าผู้ช่วยของ Android อาจแสดงเพียงคำว่า “Google” ไม่ได้แสดงคำว่า “Gemini” ให้เลือก Google ก่อน แล้วจึงเปิดแอป Gemini เพื่อเปลี่ยนผู้ช่วยภายในระบบของ Google

หากไม่มีแม้แต่ตัวเลือก Google ให้ลองทำดังนี้

  1. ติดตั้งหรือเปิดใช้งานแอป Google
  2. อัปเดตแอป Google
  3. ตรวจว่าไม่ได้ปิดใช้งานแอป Google
  4. ล้างแคชของแอป Google
  5. รีสตาร์ทโทรศัพท์
  6. ตรวจว่าเครื่องรองรับ Google Mobile Services

โทรศัพท์ที่ไม่มีบริการ Google อย่างเป็นทางการอาจไม่สามารถตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักด้วยวิธีมาตรฐานได้

ตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักแล้วอุปกรณ์อื่นจะเปลี่ยนด้วยไหม

การเปลี่ยนผู้ช่วยหลักบนโทรศัพท์ Android ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์อื่นทั้งหมดจะเปลี่ยนตามทันที

Google ระบุว่าอุปกรณ์อื่นที่มี Google Assistant เช่น ลำโพงอัจฉริยะ จออัจฉริยะ โทรทัศน์ รถยนต์ และอุปกรณ์บางประเภท อาจยังใช้ Google Assistant ต่อไป

ดังนั้นการตั้งค่านี้มีผลหลักกับโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android ที่คุณดำเนินการเปลี่ยนผู้ช่วย

Gemini แทน Google Assistant ได้ทั้งหมดหรือไม่

Gemini รองรับงานของผู้ช่วยบนโทรศัพท์ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ฟังก์ชันบางอย่างของ Google Assistant อาจยังไม่รองรับ หรือมีวิธีทำงานแตกต่างกัน

ก่อนเปลี่ยนควรตรวจสอบคำสั่งที่ใช้งานประจำ เช่น

  • การควบคุมเพลงและพอดแคสต์
  • Interpreter Mode
  • กิจวัตรหรือ Routines
  • การควบคุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮม
  • คำสั่งในรถยนต์
  • การทำงานขณะล็อกหน้าจอ

หาก Gemini ไม่รองรับฟังก์ชันสำคัญ คุณยังสามารถเปลี่ยนกลับไปใช้ Google Assistant ได้ภายหลัง

ข้อควรระวังด้านความเป็นส่วนตัว

การใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยหลักอาจเกี่ยวข้องกับเสียง ข้อมูลบนหน้าจอ ตำแหน่ง รายชื่อผู้ติดต่อ และแอปที่เชื่อมต่อ ขึ้นอยู่กับคำสั่งและสิทธิ์ที่คุณอนุญาต

ควรตรวจสอบการตั้งค่าต่อไปนี้

  • Gemini Apps Activity
  • Keep Activity
  • การอนุญาตไมโครโฟน
  • การใช้งานบนหน้าจอล็อก
  • Connected Apps
  • ตำแหน่ง
  • รายชื่อผู้ติดต่อ
  • การลบกิจกรรมอัตโนมัติ

ไม่ควรพูดหรือส่งรหัสผ่าน รหัส OTP ข้อมูลบัตร และข้อมูลลับผ่านผู้ช่วย AI

คำถามที่พบบ่อย

ตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักฟรีไหม

การตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ฟีเจอร์หรือโมเดลขั้นสูงบางรายการอาจต้องสมัครแพ็กเกจ Google AI

ต้องลบ Google Assistant ก่อนหรือไม่

ไม่ต้องลบ Google Assistant เพราะ Gemini และ Google Assistant ใช้ส่วนประกอบของแอป Google ร่วมกัน คุณสามารถเปลี่ยนผู้ช่วยได้จากการตั้งค่าโดยไม่ต้องลบแอป Google

ทำไมในแอปผู้ช่วยเห็นคำว่า Google แต่ไม่เห็น Gemini

เป็นพฤติกรรมปกติของ Android บางรุ่น ระบบเลือก “Google” เป็นผู้ให้บริการแอปผู้ช่วย ส่วนการกำหนดว่าจะใช้ Gemini หรือ Google Assistant จะตั้งค่าภายในบริการของ Google อีกชั้นหนึ่ง

Gemini ใช้กับ Samsung ได้ไหม

ใช้ได้กับโทรศัพท์ Samsung ที่ผ่านข้อกำหนดของแอป Gemini มีบริการ Google และใช้บัญชี ภาษา และประเทศที่รองรับ

Gemini ใช้กับ OPPO, realme, Xiaomi, Redmi และ vivo ได้ไหม

สามารถใช้ได้หากเครื่องรองรับ Google Mobile Services และผ่านข้อกำหนดของ Gemini แต่ชื่อและตำแหน่งเมนูแอปผู้ช่วยเริ่มต้นอาจแตกต่างกัน

ต้องเปิด “Hey Google” หรือไม่

ไม่จำเป็น คุณยังสามารถเปิด Gemini ด้วยไอคอนแอป ปุ่ม หรือท่าทางที่โทรศัพท์รองรับได้ การเปิด “Hey Google” จำเป็นเฉพาะเมื่ออยากเรียกด้วยเสียงแบบแฮนด์ฟรี

เปลี่ยนกลับไปใช้ Google Assistant ได้ไหม

ได้ โดยเปิดแอป Gemini ไปที่เมนูโปรไฟล์และการตั้งค่า แล้วเลือกเปลี่ยนไปใช้ Google Assistant จากนั้นยืนยันการเปลี่ยน

ลบแอป Gemini แล้วผู้ช่วยหลักจะถูกลบด้วยไหม

ไม่เสมอไป Google ระบุว่าการถอนการติดตั้งแอป Gemini ไม่ได้เปลี่ยนแอปผู้ช่วยเริ่มต้นของอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ หากไม่ต้องการใช้ผู้ช่วย ควรเข้าเมนูแอปผู้ช่วยดิจิทัลแล้วเลือกผู้ช่วยอื่นหรือเลือก “ไม่มี”

สรุป

วิธีตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลักบน Android ที่ถูกต้องคือ ติดตั้งและเปิดแอป Gemini เลือกใช้ Gemini จากหน้าตั้งค่า และตรวจว่าแอป Google ถูกกำหนดเป็นแอปผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้นของเครื่อง

หลังจากนั้นคุณสามารถเรียก Gemini ด้วย “Hey Google” ปุ่มเปิด–ปิด ปุ่ม Home หรือท่าทางตามที่โทรศัพท์รองรับ หากไม่พบคำว่า Gemini ในรายการผู้ช่วย ให้เลือก “Google” แล้วกลับไปยืนยันการเปลี่ยนภายในแอป Gemini

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: คู่มือเริ่มใช้ Gemini บน Android, การจัดการ Gemini บนอุปกรณ์ Android, การควบคุมโทรศัพท์ด้วย Gemini และ การจัดการ Connected Apps