Samsung Smart Hub ใช้งานไม่ได้ รีเซ็ตและแก้ไขอย่างไร

Samsung Smart Hub ใช้งานไม่ได้ ให้ทำ Cold Boot ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต ตั้งวันและเวลาเป็นอัตโนมัติ และเข้าสู่ Samsung Account ใหม่ก่อน หากหน้า Apps ยังไม่เปิดหรือทุกแอปผิดปกติ ให้ Reset Smart Hub โดยเตรียมบัญชีและรหัสผ่านไว้ เพราะอาจต้องติดตั้งและเข้าสู่แอปใหม่

สารบัญ

  • Smart Hub คืออะไร
  • อาการ Smart Hub มีปัญหา
  • สาเหตุที่พบบ่อย
  • วิธีแก้ตามลำดับ
  • วิธี Reset Smart Hub
  • Reset Smart Hub ลบอะไรบ้าง
  • Smart Hub โหลดค้างแก้อย่างไร
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. Samsung Smart Hub คืออะไร

Smart Hub คือหน้ารวมแอป บริการสตรีมมิง บัญชี การค้นหา และฟังก์ชันอัจฉริยะของ Samsung Smart TV ผู้ใช้สามารถเปิด YouTube, Netflix และแอปอื่น รวมถึงดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติมผ่านส่วนนี้

หาก Smart Hub มีปัญหา อาจส่งผลพร้อมกันหลายอย่าง เช่น หน้า Apps เปิดไม่ได้ เข้าสู่บัญชีไม่ได้ ดาวน์โหลดแอปไม่ได้ หรือแอปทั้งหมดค้างพร้อมกัน


2. อาการ Samsung Smart Hub ใช้งานไม่ได้

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • กด Home แล้ว Smart Hub ไม่แสดง
  • หน้า Apps เปิดไม่ได้
  • Smart Hub หมุนโหลดตลอดเวลา
  • แอปทั้งหมดเปิดไม่ได้พร้อมกัน
  • ดาวน์โหลดและอัปเดตแอปไม่ได้
  • หน้าจอขึ้นข้อความกำลังอัปเดต Smart Hub
  • ระบบขอเข้าสู่ Samsung Account ซ้ำ
  • ข้อตกลงการใช้งานโหลดไม่ขึ้น
  • แอปหายจากหน้าหลัก
  • Smart Hub ค้างหลังเปิดทีวี
  • กดไอคอนแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • เมนู Home แสดงไม่ครบ
  • Smart Hub รีสตาร์ตเอง
  • ระบบแจ้งว่าไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์
  • Reset Smart Hub เป็นสีเทาหรือกดไม่ได้

หากมีปัญหาเพียงแอปเดียว ไม่ควรรีเซ็ต Smart Hub ทันที ควรแก้เฉพาะแอปก่อน แต่ถ้าหลายแอปและหน้า Apps มีปัญหาพร้อมกัน การตรวจสอบ Smart Hub โดยตรงจะเหมาะกว่า


3. สาเหตุที่ Samsung Smart Hub ใช้งานไม่ได้

3.1 ระบบทีวีทำงานค้าง

Samsung Smart TV ที่ปิดด้วยรีโมตตามปกติอาจเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย กระบวนการบางส่วนจึงยังไม่เริ่มใหม่จนกว่าจะทำ Cold Boot

3.2 อินเทอร์เน็ตมีปัญหา

Smart Hub ต้องเชื่อมต่อบริการออนไลน์ หากทีวีต่อเราเตอร์ได้แต่เราเตอร์ไม่มีอินเทอร์เน็ต หน้า Apps อาจเปิดไม่ครบหรือหมุนโหลดตลอดเวลา

3.3 วันและเวลาไม่ถูกต้อง

เวลาที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้ทีวีตรวจสอบการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยไม่ได้ จึงเข้าสู่บัญชีและโหลดข้อตกลงไม่สำเร็จ

3.4 Samsung Account มีปัญหา

บัญชีอาจหมดอายุในการเข้าสู่ระบบ ยังไม่ได้ยืนยันข้อมูล หรือยังไม่ได้ยอมรับข้อตกลงล่าสุด

3.5 ประเทศหรือภูมิภาคไม่ตรง

รายชื่อแอปและบริการของ Smart Hub ขึ้นอยู่กับประเทศ หากตั้งประเทศผิด บริการบางรายการอาจหายหรือเปิดไม่ได้

3.6 พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ

เมื่อพื้นที่ภายในใกล้เต็ม Smart Hub อาจไม่มีพื้นที่สำหรับ Cache อัปเดต และติดตั้งส่วนประกอบที่จำเป็น

3.7 ซอฟต์แวร์ทีวีเก่า

ระบบรุ่นเก่าอาจมีปัญหากับหน้า Home บัญชี ร้านค้าแอป หรือบริการออนไลน์รุ่นใหม่

3.8 DNS หรือเราเตอร์ผิดปกติ

ทีวีอาจเปิดบางบริการได้ แต่ไม่สามารถติดต่อเซิร์ฟเวอร์ของ Samsung หรือผู้ให้บริการแอปผ่านเครือข่ายเดิม

3.9 บริการของ Samsung ขัดข้อง

หาก Smart Hub เพิ่งมีปัญหาพร้อมกันหลายเครื่อง การรีเซ็ตทีวีอาจไม่ช่วย ควรรอและทดสอบใหม่ภายหลัง


4. วิธีแก้ Samsung Smart Hub ใช้งานไม่ได้

ควรทำตามลำดับและทดลองเปิด Smart Hub หลังจบแต่ละขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 กลับไปหน้าช่องทีวีแล้วเปิด Smart Hub ใหม่

  1. กด Home
  2. เลือก Live TV หรือช่องทีวี
  3. รอประมาณ 10 วินาที
  4. กด Home อีกครั้ง
  5. เลือก Apps
  6. ตรวจสอบว่าหน้า Smart Hub โหลดครบหรือไม่

หากเมนูตอบสนองช้ามาก ให้ทำ Cold Boot ในขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 2 ทำ Cold Boot

  1. เปิดทีวีไว้
  2. กดปุ่ม Power บนรีโมตค้าง
  3. รอจนทีวีปิด
  4. กดค้างต่อจนทีวีเปิด
  5. ปล่อยปุ่มเมื่อเห็นโลโก้ Samsung
  6. รอให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  7. กด Home
  8. ทดลองเปิด Smart Hub

หากรีโมตไม่รองรับ ให้ปิดทีวีและถอดปลั๊กประมาณ 60 วินาทีแล้วเปิดใหม่

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบ Network Status

เปิด Settings แล้วค้นหา Network Status หรือสถานะเครือข่าย ตรวจสอบว่าทีวีเชื่อมต่อทั้งเราเตอร์และอินเทอร์เน็ต

หากเครือข่ายมีปัญหา ให้ทำดังนี้

  1. ปิดเราเตอร์ประมาณ 30–60 วินาที
  2. เปิดและรอให้อินเทอร์เน็ตกลับมา
  3. ลืมเครือข่าย Wi-Fi บนทีวี
  4. เชื่อมต่อใหม่
  5. ทดสอบ YouTube หรือเว็บเบราว์เซอร์
  6. เปิด Smart Hub ใหม่

หากเป็นไปได้ ให้ทดลองสาย LAN หรือฮอตสปอตชั่วคราวเพื่อแยกว่าปัญหาเกิดจากเครือข่ายบ้านหรือทีวี

ขั้นตอนที่ 4 ตั้งวันและเวลาเป็นอัตโนมัติ

เปิด Settings แล้วค้นหา Time, Clock หรือ System Manager จากนั้นตั้ง Clock Mode เป็น Auto

ตรวจสอบให้ถูกต้องทั้ง

  • วันที่
  • เวลา
  • เขตเวลา
  • ประเทศและภูมิภาค

ประเทศไทยควรใช้ UTC+7 หรือ GMT+7 และไม่ต้องเปิด Daylight Saving Time

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบ Samsung Account

เปิดเมนูบัญชีแล้วดูว่ายังเข้าสู่ระบบอยู่หรือไม่ หากระบบขอให้ยืนยันข้อมูลหรือยอมรับเงื่อนไขใหม่ ให้ดำเนินการให้ครบ

หากยังไม่ได้ ให้ทำตามนี้

  1. ตรวจสอบว่าจำอีเมลและรหัสผ่านได้
  2. ออกจาก Samsung Account
  3. ทำ Cold Boot
  4. เข้าสู่ระบบใหม่
  5. ยืนยันบัญชี
  6. ยอมรับข้อตกลง
  7. เปิด Smart Hub

การออกจากบัญชีบนทีวีไม่ใช่การลบบัญชี Samsung ถาวร

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บ

เปิด Apps, Device Care หรือ Manage Storage ตามที่รุ่นมีให้ แล้วตรวจสอบพื้นที่ว่าง

หากพื้นที่ใกล้เต็ม ให้ลบ

  • เกมที่ไม่ได้ใช้งาน
  • แอปทดลอง
  • แอปที่มีหน้าที่ซ้ำกัน
  • แอปสตรีมมิงที่เลิกใช้
  • Cache ของแอป หากรุ่นรองรับ

หลังเพิ่มพื้นที่ให้ทำ Cold Boot แล้วเปิด Smart Hub ใหม่

ขั้นตอนที่ 7 ปิดการเปิด Smart Hub และแอปอัตโนมัติ

หาก Smart Hub ค้างทันทีที่เปิดทีวี ให้ค้นหาตัวเลือกต่อไปนี้

  • Autorun Smart Hub
  • Autorun Last App
  • Start with Smart Hub Home
  • Auto Run App

ปิดชั่วคราวแล้วรีสตาร์ตทีวี วิธีนี้ช่วยป้องกันแอปหรือหน้า Home ที่มีปัญหาเริ่มทำงานทันที

ขั้นตอนที่ 8 อัปเดตซอฟต์แวร์

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Support
  3. เลือก Software Update
  4. เลือก Update Now
  5. รอให้ดาวน์โหลดและติดตั้ง
  6. ห้ามปิดทีวีหรือถอดปลั๊ก
  7. รอจนทีวีเปิดกลับมา
  8. ทดลอง Smart Hub

หาก Software Update เป็นสีเทา ให้กลับไปยังช่องทีวีหรือหน้า Home แล้วเปิดเมนูใหม่

ขั้นตอนที่ 9 ตรวจสอบประเทศและภูมิภาค

เปิดการตั้งค่าประเทศหรือ Service Location และตรวจสอบว่าตรงกับพื้นที่ใช้งานจริง

การเปลี่ยนประเทศอาจทำให้

  • รายชื่อแอปเปลี่ยน
  • บางแอปหาย
  • ต้องยอมรับข้อตกลงใหม่
  • บัญชีบางบริการออกจากระบบ
  • Smart Hub เริ่มตั้งค่าใหม่

ไม่ควรเลือกประเทศอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของบริการ

ขั้นตอนที่ 10 รีเซ็ตการเชื่อมต่อเครือข่าย

หาก Smart Hub เปิดไม่ได้เฉพาะเมื่อใช้เครือข่ายเดิม ให้พิจารณา Reset Network แล้วเชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่

ก่อนทำต้องเตรียมชื่อและรหัสผ่าน Wi-Fi เพราะเครือข่ายที่บันทึกไว้จะถูกลบ

ขั้นตอนที่ 11 ทดสอบ DNS อัตโนมัติ

เปิดการตั้งค่า IP หรือ DNS แล้วตรวจสอบว่าใช้ Obtain Automatically หรือรับค่าอัตโนมัติ

หากเคยกำหนด DNS ด้วยตนเอง ให้จดค่าเดิมไว้แล้วทดลองเปลี่ยนกลับเป็นอัตโนมัติ จากนั้นรีสตาร์ตทีวีและเราเตอร์

ไม่ควรเปลี่ยนค่า IP, Gateway หรือ Subnet โดยไม่มีข้อมูลเดิม เพราะอาจทำให้ทีวีเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้

ขั้นตอนที่ 12 Reset Smart Hub

หากหน้า Apps และแอปหลายรายการยังผิดปกติ ให้รีเซ็ต Smart Hub

ตำแหน่งเมนูอาจเป็น

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Support
  3. เลือก Device Care หรือ Self Diagnosis
  4. เลือก Reset Smart Hub
  5. ใส่รหัส PIN
  6. ยืนยันการรีเซ็ต
  7. รอให้กระบวนการเสร็จ
  8. เปิด Smart Hub
  9. เลือกประเทศตามพื้นที่จริง
  10. ยอมรับข้อตกลง
  11. เข้าสู่ Samsung Account
  12. ติดตั้งแอปที่จำเป็นใหม่

หากไม่เคยเปลี่ยน PIN ค่าจากโรงงานมักเป็น 0000 แต่ต้องใช้รหัสที่เจ้าของทีวีตั้งไว้

ขั้นตอนที่ 13 คืนค่าโรงงาน

ใช้เมื่อ Reset Smart Hub และอัปเดตระบบแล้วยังมีปัญหาหลายส่วนพร้อมกัน

ก่อนทำควรจด

  • Samsung Account
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • บัญชีแอปต่าง ๆ
  • รายชื่อแอป
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • รายการช่อง
  • การตั้งค่า Soundbar และ HDMI
  • รหัส PIN

Factory Reset จะคืนค่าทีวีหลายส่วนและต้องตั้งค่าเครื่องใหม่ตั้งแต่ต้น


5. วิธี Reset Smart Hub โดยไม่สับสนกับ Factory Reset

Reset Smart Hub เน้นการคืนค่าระบบแอปและบริการอัจฉริยะ ไม่ใช่การรีเซ็ตการตั้งค่าทีวีทุกส่วน

เมนูอาจอยู่ในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง เช่น

  • Settings > Support > Device Care > Self Diagnosis > Reset Smart Hub
  • Settings > Support > Self Diagnosis > Reset Smart Hub
  • Settings > Support > Device Care > Reset Smart Hub

ชื่อและตำแหน่งต่างกันตามรุ่น หากหาไม่พบให้ค้นหาคำว่า Reset Smart Hub ในเมนู Settings

ไม่ควรเลือก Reset TV หรือ Factory Reset หากต้องการแก้เฉพาะ Smart Hub


6. Reset Smart Hub ลบอะไรบ้าง

ผลกระทบอาจแตกต่างตามรุ่น แต่โดยทั่วไปอาจเกิดสิ่งต่อไปนี้

  • Samsung Account ถูกนำออก
  • บัญชีภายในแอปถูกออกจากระบบ
  • แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งอาจถูกลบ
  • การจัดเรียงแอปกลับเป็นค่าเริ่มต้น
  • การตั้งค่าของ Smart Hub ถูกรีเซ็ต
  • ต้องยอมรับข้อตกลงใหม่
  • ประเทศและบริการบางส่วนต้องตั้งค่าใหม่
  • PIN และการล็อกแอปบางรายการอาจต้องตั้งใหม่

โดยทั่วไปการตั้งค่าภาพและเสียงไม่ควรถูกรีเซ็ตทั้งหมด แต่ควรอ่านข้อมูลบนหน้าจอยืนยัน เพราะผลกระทบต่างกันตามรุ่น


7. Reset Smart Hub แล้วต้องตั้งค่าอะไรใหม่

หลังรีเซ็ตให้ดำเนินการตามลำดับนี้

  1. ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต
  2. ตั้งวันและเวลา
  3. เลือกประเทศตามพื้นที่ใช้งาน
  4. ยอมรับข้อตกลง
  5. เข้าสู่ Samsung Account
  6. เปิดหน้า Apps
  7. ติดตั้งแอปที่จำเป็น
  8. เข้าสู่บัญชีของแต่ละแอป
  9. จัดเรียงหน้าหลัก
  10. เปิด Auto Update
  11. ทดสอบแอปทีละรายการ
  12. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง

ไม่ควรติดตั้งทุกแอปพร้อมกัน ควรเริ่มจากแอปหลักเพื่อดูว่า Smart Hub ทำงานปกติหรือไม่


8. Smart Hub โหลดค้างหรือขึ้นกำลังอัปเดตตลอดเวลา

หากข้อความกำลังอัปเดต Smart Hub แสดงเป็นเวลานาน ให้ทำตามนี้

  1. ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต
  2. ตั้งเวลาเป็นอัตโนมัติ
  3. รอให้กระบวนการทำงานประมาณหนึ่งช่วงเวลา
  4. หลีกเลี่ยงการกดเปิดแอปซ้ำ
  5. ทำ Cold Boot เมื่อไม่มีข้อความติดตั้งระบบ
  6. เพิ่มพื้นที่ว่าง
  7. ตรวจสอบ Software Update
  8. ออกจาก Samsung Account แล้วเข้าใหม่
  9. Reset Smart Hub หากยังค้าง

หากหน้าจอระบุว่ากำลังติดตั้งซอฟต์แวร์หรือห้ามปิดเครื่อง ไม่ควรถอดปลั๊ก


9. Smart Hub เปิดได้แต่ดาวน์โหลดแอปไม่ได้

ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมดังนี้

  • พื้นที่จัดเก็บเพียงพอหรือไม่
  • เข้าสู่ Samsung Account แล้วหรือไม่
  • วันและเวลาถูกต้องหรือไม่
  • ประเทศตรงกับพื้นที่ใช้งานหรือไม่
  • แอปรองรับรุ่นทีวีหรือไม่
  • มีการดาวน์โหลดอื่นค้างหรือไม่
  • ระบบเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือไม่
  • แอปถูกนำออกจากร้านค้าหรือไม่

หากดาวน์โหลดไม่ได้เพียงแอปเดียว ไม่ควร Reset Smart Hub ก่อนตรวจสอบการรองรับของแอป


10. Smart Hub เปิดได้แต่ทุกแอปเด้งออก

ปัญหาที่เกิดกับทุกแอปอาจเกี่ยวข้องกับพื้นที่ ระบบ หรือบัญชี

ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ทำ Cold Boot
  2. ตรวจสอบพื้นที่
  3. ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต
  4. ตั้งเวลาเป็นอัตโนมัติ
  5. อัปเดตซอฟต์แวร์
  6. ออกจาก Samsung Account แล้วเข้าใหม่
  7. ลบหรือติดตั้งแอปหนึ่งรายการใหม่เพื่อทดสอบ
  8. Reset Smart Hub
  9. ทดสอบก่อนติดตั้งแอปทั้งหมดกลับ

แนวทางของ comsiam คือควรทดสอบแอปหนึ่งรายการหลังรีเซ็ตก่อน เพื่อแยกว่าปัญหาเกิดจาก Smart Hub หรือแอปใดแอปหนึ่ง


11. ปุ่ม Reset Smart Hub เป็นสีเทาแก้อย่างไร

สาเหตุอาจมาจากทีวีอยู่ในโหมดหรือหน้าจอที่ไม่อนุญาตให้รีเซ็ต

ให้ลองทำดังนี้

  • ออกจากแอป
  • กลับไป Live TV
  • หยุดการบันทึกรายการ หากมี
  • ถอด USB ชั่วคราว
  • รอให้อัปเดตเสร็จ
  • ทำ Cold Boot
  • เปิด Settings ใหม่
  • ตรวจสอบว่าไม่ได้อยู่ในโหมดร้านค้า โรงแรม หรือองค์กร

หากทีวีอยู่ภายใต้ระบบจัดการของโรงเรียน โรงแรม หรือองค์กร ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่มีสิทธิ์รีเซ็ต Smart Hub


12. ตารางวิเคราะห์ปัญหา

อาการจุดที่ควรตรวจสอบ
Smart Hub ไม่แสดงCold Boot และระบบ Home
หน้า Apps หมุนค้างอินเทอร์เน็ต เวลา และบัญชี
ทุกแอปเปิดไม่ได้Smart Hub เครือข่าย หรือพื้นที่
แอปเดียวเปิดไม่ได้แก้เฉพาะแอปก่อน
ดาวน์โหลดทุกแอปไม่ได้บัญชี พื้นที่ และ Smart Hub
ข้อตกลงโหลดไม่ขึ้นอินเทอร์เน็ต DNS เวลา และประเทศ
แอปหายหลังรีเซ็ตต้องดาวน์โหลดและจัดเรียงใหม่
Reset Smart Hub เป็นสีเทาออกจากแอปหรือรอให้งานระบบเสร็จ
ใช้ฮอตสปอตได้ แต่ Wi-Fi บ้านไม่ได้เราเตอร์หรือ DNS
รีเซ็ตแล้วยังไม่ได้ซอฟต์แวร์ บริการออนไลน์ หรือฮาร์ดแวร์

13. สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควร Reset Smart Hub ก่อนจดบัญชี
  • ไม่ควรสับสน Reset Smart Hub กับ Factory Reset
  • ไม่ควรถอดปลั๊กระหว่างอัปเดต
  • ไม่ควรเปลี่ยนประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด
  • ไม่ควรแก้ IP และ DNS โดยไม่จดค่าเดิม
  • ไม่ควรเข้า Service Menu
  • ไม่ควรติดตั้ง Firmware ที่ไม่ตรงรุ่น
  • ไม่ควรลบแอปเก่าก่อนตรวจสอบว่ายังดาวน์โหลดกลับได้
  • ไม่ควรติดตั้งแอปจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก
  • ไม่ควร Factory Reset เป็นวิธีแรก

14. คำถามที่พบบ่อย

Reset Smart Hub ทำให้แอปหายหรือไม่

แอปที่ผู้ใช้ติดตั้ง บัญชี และการจัดเรียงแอปอาจถูกรีเซ็ต ต้องดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบใหม่ตามรุ่นของทีวี

Reset Smart Hub ทำให้ Wi-Fi หายหรือไม่

โดยทั่วไปเน้นส่วนแอปและบริการอัจฉริยะ แต่ผลกระทบอาจต่างกัน ควรอ่านข้อมูลบนหน้าจอยืนยันก่อนกดรีเซ็ต

Smart Hub ใช้ไม่ได้เพราะอินเทอร์เน็ตช้าได้หรือไม่

ได้ เพราะหน้า Apps บัญชี และบริการส่วนใหญ่ต้องเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ หากเครือข่ายไม่เสถียร Smart Hub อาจโหลดไม่ครบ

ทำไม Smart Hub ขออัปเดตทุกครั้งที่เปิดทีวี

อาจมีพื้นที่ไม่พอ งานอัปเดตไม่สมบูรณ์ หรือระบบคำนวณสถานะผิด ให้เพิ่มพื้นที่ ทำ Cold Boot และอัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี

แอปเดียวเปิดไม่ได้ต้อง Reset Smart Hub หรือไม่

ยังไม่ควร ให้ทำ Cold Boot อัปเดต และ Reinstall แอปนั้นก่อน

PIN สำหรับ Reset Smart Hub คืออะไร

หากไม่เคยเปลี่ยน ค่าจากโรงงานมักเป็น 0000 แต่ควรใช้ PIN ที่เจ้าของทีวีกำหนดไว้

Reset Smart Hub แล้วไม่หายควรทำอย่างไร

อัปเดตซอฟต์แวร์ ทดสอบเครือข่ายอื่น และตรวจสอบว่าบริการของ Samsung ทำงานหรือไม่ หากยังไม่ได้ให้พิจารณา Factory Reset หรือติดต่อศูนย์บริการ


15. สรุป

Samsung Smart Hub ใช้งานไม่ได้ควรเริ่มจาก Cold Boot ตรวจสอบ Network Status วันและเวลา Samsung Account และพื้นที่จัดเก็บ หากปัญหาเกิดกับแอปเดียวควรแก้เฉพาะแอป ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ต Smart Hub

หากหน้า Apps และหลายแอปมีปัญหาพร้อมกัน จึงค่อยใช้ Reset Smart Hub โดยจดบัญชีและรหัสผ่านไว้ก่อน หากรีเซ็ตแล้วยังไม่ได้ comsiam แนะนำให้ทดสอบเครือข่ายอื่น อัปเดตระบบ และติดต่อศูนย์บริการก่อน Factory Reset