ใส่รหัสมือถือถูกแต่เครื่องแจ้งว่ารหัสผิด แก้อย่างไร? Android และ iPhone

ใส่รหัสมือถือถูกแต่เครื่องกลับขึ้นว่า รหัสผิด, Incorrect PIN, Wrong Password, Incorrect Passcode หรือไม่ยอมปลดล็อก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้ง Android, Samsung และ iPhone

หลายคนมั่นใจว่าจำรหัสถูก แต่พอกรอกซ้ำกลับเข้าเครื่องไม่ได้ สาเหตุอาจไม่ได้หมายความว่ามือถือเสียเสมอไป แต่อาจเกิดจาก เพิ่งเปลี่ยนรหัส, จำรหัสเก่าสลับกับรหัสใหม่, หน้าจอสัมผัสกดตัวเลขผิดตำแหน่ง หรือกำลังใส่รหัสคนละประเภทกับที่โทรศัพท์ต้องการ

สิ่งสำคัญคือ อย่ากดรหัสแบบสุ่มต่อเนื่อง เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของมือถืออาจเพิ่มเวลารอก่อนให้ลองใหม่ และหากจำรหัสไม่ได้จริง ๆ อาจต้องใช้ขั้นตอนกู้คืนหรือรีเซ็ตเครื่องอย่างเป็นทางการ

① เช็กก่อนว่าโทรศัพท์กำลังถามหารหัสอะไร

มือถือหนึ่งเครื่องอาจมีรหัสหลายประเภท เช่น

  • PIN ปลดล็อกหน้าจอ
  • Password ปลดล็อกหน้าจอ
  • Pattern
  • PIN ของซิม
  • PUK ของซิม
  • รหัสผ่าน Google Account
  • รหัสผ่าน Apple Account
  • รหัส Samsung Account
  • PIN ของ Secure Folder
  • PIN ของแอปธนาคารหรือแอปอื่น

ดังนั้นกรณีที่คิดว่า “ใส่รหัสถูกแต่ขึ้นว่าผิด” บางครั้งเกิดจากกำลังใส่รหัสคนละประเภท

ตัวอย่างเช่น หลังเปิดมือถือใหม่ เครื่องอาจถาม SIM PIN ก่อนเข้าสู่หน้าจอล็อก แต่ผู้ใช้กลับใส่ PIN ปลดล็อกหน้าจอ ทำให้ระบบแจ้งว่ารหัสไม่ถูกต้อง

วิธีสังเกต

อ่านข้อความบนหน้าจอให้ละเอียดว่าเขียนว่า:

Enter PIN
SIM PIN
Enter Passcode
Password
Enter previous PIN

เพราะความหมายอาจแตกต่างกัน

② เพิ่งเปลี่ยน PIN หรือรหัสผ่านหรือไม่

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยมาก

สมมติเดิมใช้:

2580

แล้วเพิ่งเปลี่ยนเป็น:

258025

แต่ด้วยความเคยชิน ผู้ใช้อาจยังกรอกรหัสเดิมโดยอัตโนมัติ หรือในทางกลับกัน อาจจำว่ารหัสใหม่ถูกตั้งไว้แล้วแต่การเปลี่ยนรหัสไม่ได้สำเร็จ

ให้ลองนึกว่าในช่วงที่ผ่านมาเคย:

  • เปลี่ยน PIN
  • เปลี่ยน Password
  • เปลี่ยน Pattern
  • ตั้งค่าความปลอดภัยใหม่
  • อัปเดตระบบแล้วตั้งรหัสใหม่
  • ให้คนในครอบครัวช่วยตั้งเครื่อง
  • นำเครื่องเข้าศูนย์หรือร้านซ่อม

หรือไม่

ถ้าเพิ่งเปลี่ยนรหัส อย่าเพิ่ง Factory Reset เพราะมือถือบางรุ่นมีวิธีกลับเข้าเครื่องด้วย รหัสเดิม

③ iPhone เพิ่งเปลี่ยน Passcode สามารถใช้รหัสเดิมได้หรือไม่

สำหรับ iPhone และ iPad ที่รองรับฟีเจอร์ Passcode Reset หากเพิ่งเปลี่ยน Passcode แล้วลืมรหัสใหม่ Apple ระบุว่าสามารถใช้ Passcode เดิมภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อกลับเข้าเครื่องและตั้ง Passcode ใหม่ได้ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขของระบบ

หากใส่ Passcode ใหม่แล้วไม่ผ่าน ให้ดูว่าบนหน้าจอมีตัวเลือก Forgot Passcode? หรือไม่

หากมีและเครื่องเข้าเงื่อนไข อาจสามารถเลือกใช้ Passcode เดิมได้

ตัวอย่าง

เดิมใช้:

123456

เมื่อวานเปลี่ยนเป็น:

789456

แต่วันนี้จำรหัสใหม่ไม่ได้

ในกรณีที่ฟีเจอร์นี้ยังใช้ได้ อาจใช้ Passcode เดิมเพื่อยืนยันตัวตนและสร้าง Passcode ใหม่

จุดนี้จึงควรตรวจสอบ ก่อนล้างเครื่อง

④ Samsung ใส่ PIN ใหม่ไม่ผ่าน ลอง Previous PIN

Samsung Galaxy ที่รองรับฟีเจอร์ Previous Screen Lock สามารถใช้ PIN, Password หรือ Pattern เดิมภายใน 72 ชั่วโมงหลังเปลี่ยนรหัส ในอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่รองรับ

โดยทั่วไปเมื่อใส่รหัสผิดหลายครั้ง อาจปรากฏตัวเลือก เช่น:

Forgot PIN?
Forgot Password?
Forgot Pattern?

จากนั้นสามารถกรอกรหัสเดิมเพื่อเปลี่ยนเป็นรหัสใหม่ได้

Samsung ระบุว่าฟังก์ชันนี้มีข้อจำกัด และหากกรอกรหัสเดิมผิดเกินจำนวนครั้งที่กำหนด ระบบอาจไม่อนุญาตให้ลองผ่านวิธีนี้ต่อ

ดังนั้น อย่าสุ่ม Previous PIN

หากไม่แน่ใจ ให้คิดให้ดีก่อนกรอก

⑤ ตรวจสอบว่าหน้าจอกดตัวเลขตรงหรือไม่

อีกสาเหตุที่หลายคนมองข้ามคือ Touchscreen กดผิดตำแหน่ง

เช่น คุณต้องการกด:

1 4 7 0

แต่หน้าจอสัมผัสผิดตำแหน่ง ทำให้เครื่องได้รับเป็น:

1 5 7 0

ผู้ใช้จึงรู้สึกว่าใส่รหัสถูก แต่ระบบได้รับตัวเลขอีกชุดหนึ่ง

อาการที่ควรสงสัยหน้าจอ

  • แตะบางจุดไม่ติด
  • แตะหนึ่งครั้งแต่ขึ้นสองครั้ง
  • หน้าจอมี Ghost Touch
  • ตัวเลขบางปุ่มกดยาก
  • เครื่องเคยตก
  • จอแตก
  • เพิ่งเปลี่ยนจอ
  • มีน้ำหรือความชื้นบนหน้าจอ
  • ฟิล์มหนาหรือฟิล์มแตก

วิธีลองเบื้องต้น

เช็ดหน้าจอให้แห้งและสะอาด แล้วค่อยใส่รหัสอย่างช้า ๆ

สังเกตแต่ละจุดที่กดว่าหน้าจอตอบสนองหรือไม่

อย่ากดรหัสซ้ำหลายครั้งเพื่อทดสอบ เพราะระบบอาจมองว่าเป็นความพยายามปลดล็อกที่ผิด

⑥ รีสตาร์ตแล้วสแกนนิ้วหรือใบหน้าใช้ไม่ได้ ไม่ได้แปลว่ารหัสเสีย

หลัง Restart โทรศัพท์ ระบบรักษาความปลอดภัยของมือถืออาจกำหนดให้ใส่ PIN, Password หรือ Pattern หลัก ก่อน จึงจะกลับมาใช้ Fingerprint หรือ Face Unlock ได้

Android กำหนดให้รหัสหน้าจอหลักเป็นส่วนหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัย และการเปลี่ยนหรือยกเลิก Screen Lock ต้องยืนยัน PIN, Pattern หรือ Password ที่ตั้งไว้

ดังนั้นถ้าเพิ่ง Restart เครื่องและพบว่า:

“ทำไมสแกนนิ้วไม่ได้?”

ไม่ได้หมายความว่าสแกนนิ้วเสียเสมอไป

ให้ใส่ รหัสปลดล็อกหน้าจอหลัก ที่ตั้งไว้

⑦ อย่าสับสนระหว่าง PIN มือถือกับ PIN ซิม

PIN หน้าจอและ PIN ซิมเป็นคนละอย่างกัน

PIN หน้าจอ

ใช้เพื่อป้องกันข้อมูลภายในโทรศัพท์

SIM PIN

ใช้เพื่อป้องกันการใช้งานซิมการ์ด

ดังนั้นหากโทรศัพท์ขึ้นคำว่า:

Enter SIM PIN

ห้ามนำ PIN ปลดล็อกหน้าจอไปใส่โดยคิดว่าเป็นรหัสเดียวกัน

ถ้าใส่ SIM PIN ผิดหลายครั้ง ซิมอาจถูกล็อกและต้องใช้ PUK เพื่อปลดล็อก

หากไม่ทราบ SIM PIN หรือ PUK ควรติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของซิมโดยตรง ไม่ควรเดาตัวเลข

⑧ ตรวจสอบรูปแบบรหัสให้ถูก

บางครั้งผู้ใช้จำ “ตัวเลข” ถูก แต่รูปแบบรหัสจริงไม่ตรง

ตัวอย่าง:

จำว่าใช้

2580

แต่รหัสจริงอาจเป็น

258025

หรือเคยใช้ PIN แต่เปลี่ยนเป็น Password แล้ว

ให้ตรวจสอบว่าหน้าจอที่แสดงอยู่เป็น:

  • Keypad ตัวเลข
  • Keyboard ตัวอักษร
  • Pattern
  • Password
  • PIN

ถ้าเป็น Password ที่มีตัวอักษร ให้ระวังเรื่องตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กด้วย

เช่น

Comsiam123

กับ

comsiam123

เป็น Password คนละชุดกัน

⑨ อย่ารีบเชื่อโปรแกรมปลดล็อกมือถือ

เมื่อค้นหาใน Google อาจพบเว็บไซต์หรือโปรแกรมจำนวนมากที่โฆษณาว่า:

ปลดล็อก Android โดยข้อมูลไม่หาย

ลบรหัส iPhone โดยไม่ต้องใช้ Apple Account

Bypass PIN ได้ 100%

ควรระมัดระวังมาก

ระบบล็อกหน้าจอมีหน้าที่ปกป้องข้อมูลเมื่อโทรศัพท์ตกอยู่ในมือบุคคลอื่น การพยายามใช้เครื่องมือไม่ทราบแหล่งที่มาอาจทำให้:

  • ข้อมูลสูญหาย
  • เครื่องติดปัญหาหนักกว่าเดิม
  • ดาวน์โหลด Malware
  • ถูกขโมยข้อมูลบัญชี
  • เสียเงินโดยไม่สามารถปลดล็อกได้

comsiam แนะนำให้ใช้ขั้นตอนอย่างเป็นทางการของผู้ผลิตเป็นหลัก

⑩ ถ้ารหัสถูกจริง ๆ แต่ยังเข้า Android ไม่ได้ ทำอย่างไร

หากตรวจสอบแล้วว่า:

  • ไม่ได้ใส่ SIM PIN
  • หน้าจอไม่ได้กดผิด
  • ไม่ได้จำรหัสเก่าสลับรหัสใหม่
  • เครื่องไม่ได้เพิ่งถูกเปลี่ยนรหัส
  • Restart แล้วลองรหัสหลักถูกต้อง
  • แต่ยังไม่สามารถเข้าเครื่องได้

ให้หยุดทดลองรหัสต่อ

สำหรับ Android รุ่นปัจจุบัน หากไม่สามารถปลดล็อกด้วยรหัสหน้าจอที่ถูกต้องและไม่มีวิธีกู้คืนจากผู้ผลิต Google ระบุว่าการกลับมาใช้งานอุปกรณ์ที่ล็อกอาจจำเป็นต้อง ลบข้อมูลโทรศัพท์และตั้งค่าใหม่

แต่ยังไม่ควรรีเซ็ตทันทีจนกว่าจะตรวจสอบเรื่องบัญชีและ Backup

⑪ ก่อน Factory Reset Android ต้องรู้อะไร

ก่อนล้างเครื่อง ต้องแน่ใจก่อนว่าจำ:

  • Google Account
  • รหัสผ่าน Google Account
  • Samsung Account ถ้ามี
  • เบอร์โทรศัพท์กู้คืนบัญชี

และควรทราบว่าข้อมูลที่ไม่ได้ Backup อาจสูญหาย

หลัง Factory Reset ระบบรักษาความปลอดภัยของ Android อาจขอให้ยืนยันบัญชี Google ที่เคยผูกกับเครื่องก่อนจึงจะใช้งานอุปกรณ์ได้

จึงไม่ควร Factory Reset แล้วค่อยคิดทีหลังว่า:

“Gmail ที่อยู่ในเครื่องคืออะไร?”

ควรตรวจสอบบัญชีก่อนทุกครั้ง

⑫ iPhone ขึ้น Incorrect Passcode ตลอด ทำอย่างไร

หากไม่ได้อยู่ในกรณีเพิ่งเปลี่ยน Passcode หรือใช้ Previous Passcode ไม่ได้ และ iPhone ไม่ยอมรับ Passcode จริง ๆ การลองรหัสผิดซ้ำจะทำให้เกิดระยะเวลารอหรือเข้าสู่หน้าจอ iPhone Unavailable / Security Lockout

Apple มีขั้นตอนอย่างเป็นทางการสำหรับลบและรีเซ็ตอุปกรณ์ในกรณีลืม Passcode โดยอาจสามารถดำเนินการจากหน้าจออุปกรณ์ด้วย Apple Account ในรุ่นที่รองรับ หรือใช้คอมพิวเตอร์เพื่อ Restore iPhone

กระบวนการรีเซ็ตจะลบข้อมูลภายในเครื่อง ดังนั้นควรตรวจสอบ iCloud Backup หรือ Backup ที่มีอยู่ก่อน

⑬ ข้อมูลจะหายไหมถ้าต้องรีเซ็ตเครื่อง

ถ้าจบด้วย Factory Reset หรือ Restore ข้อมูลที่เก็บเฉพาะในเครื่องและไม่ได้ Backup อาจสูญหาย

ตัวอย่างเช่น:

  • รูปภาพ
  • วิดีโอ
  • ไฟล์ดาวน์โหลด
  • แอป
  • การตั้งค่า
  • ข้อมูลแอปบางประเภท
  • ข้อความที่ไม่ได้ Backup

ส่วนข้อมูลที่เคย Sync หรือ Backup ไว้กับ Google หรือ iCloud อาจสามารถกู้กลับได้หลังตั้งค่าเครื่องใหม่

ดังนั้น การ Backup เป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการหาวิธีข้ามรหัส

⑭ เมื่อใดควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ

ควรติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ผลิต หาก:

  • มั่นใจว่ารหัสถูกแต่เครื่องไม่รับ
  • หน้าจอสัมผัสผิดปกติ
  • เครื่องเพิ่งเปลี่ยนหน้าจอ
  • ไม่สามารถใช้ Previous PIN ได้
  • ไม่สามารถเข้า Recovery Mode
  • มีข้อมูลสำคัญมาก
  • ไม่แน่ใจว่าควร Factory Reset หรือไม่
  • เครื่องเกิดปัญหาหลังอัปเดตระบบ
  • ไม่แน่ใจว่าเครื่องกำลังถาม PIN ประเภทใด

หากเป็นไปได้ ควรเตรียมหลักฐานการเป็นเจ้าของเครื่อง เช่น ใบเสร็จ กล่อง หมายเลข IMEI หรือข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้อง

⑮ วิธีป้องกันปัญหาใส่รหัสถูกแต่เครื่องบอกว่าผิด

หลังกลับเข้าเครื่องได้แล้ว ควรทำดังนี้

ใช้รหัสที่จำได้แต่เดายาก

อย่าใช้รหัสง่ายเกินไป เช่น:

0000
1111
1234

อย่าเปลี่ยนรหัสบ่อยโดยไม่จำเป็น

หากจำเป็นต้องเปลี่ยน ให้มั่นใจก่อนว่าจำรหัสใหม่ได้

เปิด Backup

เปิด Google Backup, Google Photos หรือ iCloud Backup ตามระบบที่ใช้

ตรวจสอบบัญชีกู้คืน

อีเมลและเบอร์โทรศัพท์สำหรับกู้ Google Account หรือ Apple Account ควรเป็นข้อมูลที่ยังใช้งานได้จริง

สรุป ใส่รหัสมือถือถูกแต่เครื่องแจ้งว่ารหัสผิดควรทำอย่างไร

ถ้ามั่นใจว่า ใส่รหัสมือถือถูกแต่เครื่องแจ้งว่ารหัสผิด อย่าเพิ่งรีบล้างเครื่อง

ให้ตรวจสอบตามลำดับ:

  1. เช็กว่าเครื่องถาม PIN หน้าจอหรือ SIM PIN
  2. นึกว่าเพิ่งเปลี่ยนรหัสหรือไม่
  3. ตรวจสอบว่ากำลังใช้รหัสเก่าหรือรหัสใหม่
  4. เช็กหน้าจอสัมผัสว่ากดตัวเลขผิดตำแหน่งหรือไม่
  5. หากเป็น iPhone ที่เพิ่งเปลี่ยน Passcode ให้ตรวจสอบการใช้ Passcode เดิมภายในช่วงเวลาที่ Apple รองรับ
  6. Samsung ที่รองรับอาจใช้ Previous PIN, Password หรือ Pattern ได้ภายใน 72 ชั่วโมง
  7. หากไม่มีวิธีปลดล็อกอย่างเป็นทางการ จึงค่อยพิจารณา Factory Reset หรือ Restore

สิ่งที่ไม่ควรทำคือ สุ่มรหัสต่อเนื่องหรือใช้โปรแกรม Bypass ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

สำหรับผู้อ่าน comsiam หากมีข้อมูลสำคัญอยู่ในเครื่อง ควรตรวจสอบ Backup และบัญชีที่ผูกกับอุปกรณ์ให้เรียบร้อยก่อนรีเซ็ต เพราะเมื่อข้อมูลที่ไม่ได้สำรองถูกลบออกไปแล้ว การกู้กลับอาจทำได้ยากหรือไม่สามารถทำได้เลย