Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก มือถือมีโฆษณาเด้งขึ้นมาเองตลอด ทั้งตอนเปิดหน้า Home Screen, ปลดล็อกเครื่อง, เล่นแอป หรือไม่ได้เปิด Browser อยู่ ปัญหาอาจมาจาก แอปที่ติดตั้งในเครื่อง, การแจ้งเตือนจากเว็บไซต์, Pop-up ใน Browser หรือซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์ ไม่ได้แปลว่าโทรศัพท์ติดไวรัสทุกกรณี
Google แนะนำว่าเมื่อ Android มี Pop-up หรือโฆษณารบกวนผิดปกติ ให้เริ่มจาก ลบแอปที่มีปัญหา ตรวจ Google Play Protect และปิด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการ ก่อนคิดถึง Factory Reset.
ดังนั้นอย่ารีบล้างเครื่อง เพราะในหลายกรณีสามารถหาแอปหรือเว็บไซต์ต้นเหตุแล้วแก้ได้โดยข้อมูลไม่หาย
ตำแหน่งที่โฆษณาปรากฏช่วยหาต้นเหตุได้มาก
ลองสังเกตว่าโฆษณาเด้ง:
Google ระบุว่าอาการอย่าง Pop-up Ads ที่ไม่หาย, Tab ใหม่เปิดเอง หรือ Browser ถูกพาไปเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคย เป็นสัญญาณที่ควรตรวจหา Unwanted Software หรือ Malware.
ถ้าโฆษณาเกิด เฉพาะในเว็บหนึ่ง กับโฆษณาเด้ง แม้อยู่หน้า Home Screen สาเหตุมักไม่เหมือนกัน จึงต้องแยกก่อนแก้
Google แนะนำให้ผู้ใช้ Android ที่เจอ Pop-up หรือ Malware เริ่มจาก Remove problematic apps โดยเฉพาะแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดหรือแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ.
ให้นึกย้อนกลับว่า ก่อนเริ่มมีโฆษณา คุณเพิ่งติดตั้งอะไร เช่น:
ไม่ควรสรุปว่าแอปประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นไวรัสทั้งหมด แต่ควรเริ่มตรวจจาก แอปที่เพิ่งติดตั้งก่อนเกิดอาการ
เข้า:
Settings > Apps
แล้วดูรายชื่อแอป
ชื่อเมนูอาจแตกต่างตามยี่ห้อ เช่น:
ให้เน้นตรวจแอปที่:
จากนั้นลอง Uninstall แอปที่สงสัย ทีละตัว แล้วทดสอบว่าโฆษณาหายหรือไม่
Google แนะนำวิธี Troubleshoot โดยลบแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดทีละตัว แล้ว Restart ปกติหลังแต่ละครั้งเพื่อดูว่าแอปใดเป็นต้นเหตุ.
การลบทุกอย่างพร้อมกันทำให้ไม่รู้ว่าแอปไหนเป็นต้นเหตุ และอาจลบแอปที่ต้องใช้งานโดยไม่จำเป็น
วิธีที่ดีกว่าคือ:
Google แนะนำให้ Remove Recently Downloaded Apps ทีละตัวและตรวจผลหลังแต่ละการลบ.
Android มี Safe Mode สำหรับช่วยแยกปัญหาที่เกิดจากแอปที่ติดตั้งภายหลังออกจากระบบหลัก
Google แนะนำ Safe Mode เป็นวิธีค้นหา Problem Apps และให้ผู้ใช้ลบแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดทีละตัวเพื่อหาต้นเหตุ.
ถ้าเข้า Safe Mode แล้ว:
โฆษณาหายหมด
มีความเป็นไปได้สูงขึ้นว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับแอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเพิ่มเติม
ถ้าออกจาก Safe Mode แล้วโฆษณากลับมา ให้เน้นตรวจ Third-party Apps
ขั้นตอน Safe Mode ไม่เหมือนกันทุก Android Google ระบุให้ตรวจเว็บไซต์ Support ของผู้ผลิตเพื่อดูวิธีเข้า Safe Mode สำหรับอุปกรณ์ของคุณ.
ดังนั้นอย่าใช้ชุดปุ่มของ Samsung ไปเหมารวมกับ:
เมื่อเข้า Safe Mode สำเร็จ ให้สังเกตว่าโฆษณายังปรากฏหรือไม่
Android มี Google Play Protect สำหรับช่วยตรวจแอปที่อาจเป็นอันตราย
Google ระบุว่า Play Protect:
ดังนั้นหากโฆษณาเด้งผิดปกติ ควรตรวจ Play Protect ด้วย
โดยทั่วไปเข้า:
Google Play Store > รูปโปรไฟล์ > Play Protect
แล้วเลือก Scan
ตรวจด้วยว่า Play Protect เปิดการ Scan Apps อยู่
Google ระบุว่า Play Protect ตรวจสอบทั้งแอปจาก Google Play และสามารถตรวจแอปจากแหล่งอื่นเพื่อหาพฤติกรรมที่เป็นอันตรายได้.
หากระบบแจ้งพบ Harmful App ให้ทำตามคำแนะนำของ Play Protect
ไม่ควรตีความแบบนั้น
Play Protect เป็นชั้นป้องกันสำคัญและ Google ระบุว่าสามารถตรวจและเตือนเกี่ยวกับแอปที่อาจเป็นอันตรายได้ แต่การที่ Scan แล้วไม่พบ ไม่ได้พิสูจน์ว่าโฆษณาทุกแบบต้องมาจาก Malware เสมอไป.
เพราะโฆษณาอาจมาจาก:
จึงต้องตรวจจุดอื่นต่อ
Chrome บน Android มีการตั้งค่าสำหรับ Pop-ups และ Redirects
Google มีคำแนะนำให้ Block Pop-ups ผ่านการตั้งค่า Chrome และแยกปัญหา Pop-up ปกติออกจากกรณี Unwanted Ads หรือ Malware.
โดยทั่วไปเข้า:
Chrome > ⋮ > Settings > Site settings > Pop-ups and redirects
แล้วตั้งให้ Block ตามเมนูที่ Chrome แสดง
หากโฆษณาเกิดเฉพาะตอนเข้าเว็บบางเว็บ การตั้งค่านี้ควรตรวจเป็นอันดับต้น ๆ
เพราะ Pop-up กับโฆษณาทุกประเภทไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
แม้ Block Pop-ups แล้ว เว็บไซต์อาจยัง:
Google แยกการแก้ Pop-ups, Problematic Apps และ Website Notifications เป็นคนละขั้นตอนในคำแนะนำสำหรับ Android.
ดังนั้นหากยังมีโฆษณา ต้องดูว่ามันมาจาก Notification หรือจากหน้าเว็บเอง
ถ้าโฆษณาอยู่บนแถบ Notification อย่ารีบกดเข้าไป
ให้ดูว่า Notification ระบุชื่ออะไร
อาจเป็น:
หากเป็น Chrome อาจเป็น Notification Permission ที่เคยอนุญาตให้เว็บไซต์ส่งข้อความมา
Google แนะนำให้หยุด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการเป็นหนึ่งในขั้นตอนแก้ Unwanted Ads บน Android.
หากรู้ว่าเว็บไซต์ใดเป็นต้นเหตุ ให้เข้าเว็บไซต์นั้นใน Chrome แล้วจัดการ Permission ของเว็บไซต์ หรือเข้า Chrome Settings เพื่อตรวจ Site Notifications
Google ระบุว่าสามารถปิด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการได้แทนการลบ Chrome ออกจากเครื่อง.
หากเจอชื่อเว็บไซต์แปลก เช่น:
อย่ากด Notification
ให้ปิด Permission ของเว็บไซต์นั้น
อย่าเชื่อทันที
ข้อความในหน้าเว็บสามารถถูกออกแบบให้ดูเหมือน System Warning เพื่อหลอกให้ผู้ใช้:
Google แนะนำว่าเมื่อพบ Pop-up ที่น่าสงสัยไม่ควรคลิก และควรแก้ผ่าน Browser Settings, Apps และ Play Protect แทน.
ดังนั้นหากเว็บขึ้น:
พบไวรัส 17 ตัว!
ไม่ได้หมายความว่า Android Scan พบไวรัส 17 ตัวจริง
โฆษณาบางแบบพยายามให้ติดตั้ง:
Google แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรมจาก Pop-up ที่น่าสงสัย และใช้แหล่งดาวน์โหลดที่เชื่อถือได้แทน.
ถ้าหน้าจอบอกว่า:
Chrome หมดอายุ ดาวน์โหลด Update ตอนนี้
ให้ Update Chrome ผ่าน Google Play Store ไม่ใช่ APK จาก Pop-up
หากอาการเริ่มทันทีหลังติดตั้งแอปจาก:
ให้ตรวจแอปนั้นก่อน
Google Play Protect สามารถตรวจแอปจากแหล่งภายนอก Play Store และอาจส่งรายละเอียดของแอปที่ไม่เคยถูก Scan ไปให้ Google ประเมินด้านความปลอดภัย.
หากไม่จำเป็นควรลบแอปที่ไม่น่าเชื่อถือและติดตั้งใหม่จากแหล่งทางการ
แอป Android บางประเภทสามารถขอ Permission สำหรับแสดง Content เหนือแอปอื่นได้
ถ้าโฆษณาเด้งเต็มหน้าจอแม้ไม่ได้เปิดแอปต้นเหตุ ควรตรวจ Permission ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเหนือแอปอื่น โดยชื่อเมนูอาจเป็น:
ตำแหน่งแตกต่างตามยี่ห้อและ Android Version
หากพบแอปที่ไม่น่าเชื่อถือได้รับ Permission นี้ ให้พิจารณาปิด Permission และตรวจว่าอาการหายหรือไม่
อีกจุดที่ควรตรวจเมื่อแอปแปลกทำงานผิดปกติคือ Accessibility Services
อย่าปิด Accessibility ของแอปที่คุณใช้งานจริงแบบสุ่ม แต่ควรตรวจว่ามีแอปที่:
ได้รับสิทธิ์หรือไม่
หากพบแอปน่าสงสัย ให้ตรวจข้อมูลของแอปและพิจารณาลบออก
โดยเฉพาะอย่าเปิด Accessibility ให้แอปเพียงเพราะ Pop-up บอกว่าต้องเปิดเพื่อ “ล้างไวรัส”
หากปุ่ม Uninstall ใช้ไม่ได้ ให้ตรวจว่าแอปได้รับสิทธิ์ระดับพิเศษหรือไม่ เช่น Device Administration หรือระบบจัดการอื่นของอุปกรณ์
หากไม่มั่นใจอย่าลบ System App แบบสุ่ม
สำหรับการหา Problem App Google แนะนำให้ใช้ Safe Mode และลบแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดทีละตัว.
ถ้ายังไม่สามารถลบได้และไม่แน่ใจว่าเป็น System App หรือไม่ ควรตรวจชื่อ Package/App กับผู้ผลิตก่อน
ถ้าอาการเป็น:
ปลดล็อก → โฆษณาเต็มจอ
และเกิดแม้ไม่ได้เปิด Browser ให้ตรวจ Third-party Apps เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะ:
จากนั้นเข้า Safe Mode เพื่อเปรียบเทียบอาการ เพราะ Google ใช้ Safe Mode เพื่อช่วยหาว่า Downloaded App เป็นสาเหตุของปัญหาหรือไม่.
หาก Safe Mode ไม่มีโฆษณา แต่ Normal Mode มี ให้ไล่ลบแอปที่เพิ่งติดตั้งทีละตัว
ไม่จำเป็น
แอปฟรีจำนวนหนึ่งอาจมี Advertisement เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบธุรกิจของแอป
ต้องดูว่าโฆษณา:
อาจเป็นโฆษณาของแอปนั้นตามปกติ
ควรตรวจพฤติกรรมของแอปและ Permissions เพิ่ม
ควรพิจารณาว่าเป็น Unwanted Behavior และตรวจ Problem Apps/Play Protect ตามคำแนะนำของ Google.
ถ้ากดหรือสัมผัสโฆษณาแล้วถูกส่งไป Play Store อาจเป็นพฤติกรรมของโฆษณานั้น
แต่ถ้า Play Store เปิดขึ้นมาเองบ่อย ๆ โดยไม่ได้แตะอะไรเลย ให้ตรวจ:
Google ระบุว่าการถูก Redirect ไปเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคยหรือมี Pop-up ต่อเนื่องเป็นหนึ่งในอาการที่ควรตรวจหา Unwanted Software.
ถ้าอาการเป็น:
วางโทรศัพท์ไว้ → Chrome เปิดเว็บเอง
หรือ
เปิดแอปหนึ่ง → Chrome เด้งไปเว็บโฆษณา
ให้ตรวจ Third-party App ด้วย ไม่ใช่ตรวจ Chrome อย่างเดียว
Google แนะนำลำดับแก้ Unwanted Ads บน Androidให้เริ่มจาก Problematic Apps แล้วจึงตรวจ Protection และ Website Notifications.
เพราะบางครั้ง Browser เป็นเพียงแอปที่ถูกเรียกขึ้นมาแสดงเว็บไซต์ ไม่ใช่ต้นเหตุที่เริ่มโฆษณา
อาจช่วยปัญหาบางอย่างของ Browser แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกกรณี
ถ้าโฆษณามาจากแอป Adware การล้าง Chrome Cache อย่างเดียวไม่สามารถลบแอปต้นเหตุได้
ดังนั้นควรตรวจ:
ก่อนสรุปว่า Chrome เสีย.
ไม่ควรเป็นขั้นแรก
ถ้าโฆษณาเกิดจาก:
การลบหรือ Disable Chrome อาจไม่ได้กำจัดต้นเหตุ
Google ให้แนวทางแก้โดยตรวจ Problem Apps, Play Protect และ Site Notifications โดยตรง.
ดังนั้นควรหาแหล่งที่มาของโฆษณาก่อน
Android สามารถพบ Potentially Harmful Apps หรือ Malware ได้ และ Google Play Protect ถูกออกแบบมาเพื่อ Scan, Warn, Disable หรือ Remove แอปที่ตรวจพบว่าเป็นอันตรายในบางกรณี.
แต่คำว่า:
“โฆษณาเด้ง = ไวรัส 100%”
ไม่ถูกต้อง
เพราะอาจเป็นเพียง:
จึงควรตรวจหลักฐานก่อน
ก่อนเสียเงินซื้อ Antivirus ให้ใช้ระบบที่มีอยู่ก่อน โดยเฉพาะ Google Play Protect ซึ่ง Google ระบุว่าสแกนและช่วยป้องกันอุปกรณ์จากแอปที่เป็นอันตราย.
หากต้องการใช้ Security App เพิ่ม ควรเลือกจากผู้พัฒนาที่น่าเชื่อถือและ Download จาก Store ทางการ
อย่าติดตั้ง Antivirus จาก Pop-up ที่เพิ่งบอกว่าเครื่องคุณ “ติดไวรัส”
ถ้าโฆษณาเกิดใน Safari บน iPhone Apple มีตัวเลือกสำหรับ Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning.
บน iPhone/iPad ปัจจุบัน Apple ระบุเส้นทาง:
Settings > Apps > Safari
จากนั้นเปิด:
Block Pop-ups
และสามารถเปิด:
Fraudulent Website Warning
เพื่อให้ Safari เตือนเมื่อพบเว็บไซต์ที่สงสัยว่าเป็นการหลอกลวง.
Apple แนะนำว่าเมื่อพบ Pop-up ที่น่าสงสัย ควรหลีกเลี่ยงการโต้ตอบกับ Pop-up นั้น และ Update Software รวมถึงใช้การตั้งค่าป้องกัน Pop-up/Fraudulent Website Warning.
อย่ากดปุ่มในหน้าเว็บที่เขียนว่า:
หากไม่แน่ใจว่าเป็นของ Apple จริง
Chrome บน iPhone/iPad ก็มีตัวเลือก Block Pop-ups เช่นกัน
Google ระบุเส้นทาง:
Chrome > More > Settings > Content Settings > Block Pop-ups
แล้วเปิดการ Block ได้.
ดังนั้นต้องดูว่าคุณใช้:
เพราะการตั้งค่าอยู่คนละจุด
Notification ประเภท:
คุณได้รับ iPhone ฟรี
คุณเป็นผู้โชคดี
พบไวรัส แตะเพื่อล้าง
หน่วยความจำเต็ม ดาวน์โหลด Cleaner
ควรตรวจต้นทางก่อนกด
หากมาจาก Chrome ให้ปิด Site Notification
หากมาจากแอป ให้ตรวจ App Notification และตัวแอป
Google แนะนำให้ Stop Notifications จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการเมื่อแก้ปัญหา Unwanted Ads บน Android.
กรณีนี้พบบ่อยมาก
ผู้ใช้เข้าเว็บไซต์แล้วเว็บถาม:
Allow notifications?
กด Allow โดยไม่ตั้งใจ
หลังจากนั้นเว็บสามารถส่ง Notification มาที่มือถือได้
ถ้า Notification มีชื่อ Chrome และ URL เว็บไซต์อยู่ด้วย ให้ปิด Permission ของเว็บไซต์นั้นตามขั้นตอน Notification ของ Chrome.
ไม่จำเป็นต้อง Factory Reset
เว็บไซต์ที่ต้องการ Notification อย่างถูกต้องก็มี แต่ไม่ควรกด Allow อัตโนมัติทุกครั้ง
โดยเฉพาะเว็บที่บอกว่า:
กด Allow เพื่อดูวิดีโอ
กด Allow เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่ Robot
กด Allow เพื่อ Download
ควรพิจารณาให้ดีก่อน เพราะหลังอนุญาต เว็บไซต์สามารถส่ง Notification ตาม Permission ที่ได้รับ
หากอนุญาตผิดไปสามารถกลับไปปิดได้ผ่าน Site Settings ของ Browser.
หากเพิ่งเปลี่ยน Home Launcher แล้วเริ่มมี:
ให้ทดสอบเปลี่ยนกลับไป Default Launcher หรือลบ Launcher ที่เพิ่งติดตั้ง
จากนั้นตรวจใน Safe Mode และไล่ Problem Apps ตามคำแนะนำ Android.
อย่าลบ System Launcher ของผู้ผลิต
อย่าคิดว่าแอปที่ใช้คำว่า:
จะปลอดภัยเพียงเพราะชื่อดูเหมือนเครื่องมือระบบ
ให้ตรวจ:
หากอาการเริ่มหลังติดตั้ง ให้ลบออกแล้วทดสอบตามขั้นตอน Problem App ของ Google.
ถ้ามีหลายอาการพร้อมกัน เช่น:
ควรให้ความสำคัญกับการตรวจ Third-party Apps และ Play Protect มากขึ้น
Google ระบุว่า Play Protect ตรวจแอปที่อาจเป็นอันตรายและสามารถเตือน Disable หรือ Remove แอปตามความรุนแรงของสิ่งที่ตรวจพบ.
หากไม่แน่ใจว่าแอปใดเป็นต้นเหตุ Safe Mode เป็นอีกเครื่องมือช่วยแยกปัญหา.
ถ้าลบแอปที่สงสัยแล้วอาการยังอยู่ ให้ไล่ต่อ:
Google แนะนำให้ลบ Recently Downloaded Apps ทีละตัวและ Restart หลังแต่ละครั้งเพื่อดูว่าปัญหาหายหรือไม่.
อย่าล้างเครื่องทันทีถ้ายังไม่ได้ไล่ขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้
Factory Reset ควรเป็น ทางเลือกท้าย ๆ เมื่อ:
Factory Reset จะลบข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากในเครื่อง จึงไม่ควรใช้เป็นขั้นแรกเพียงเพราะมี Pop-up
ก่อน Reset ควรแน่ใจว่าจำ:
ได้ เพื่อไม่ให้ติดระบบยืนยันบัญชีหลัง Reset
เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ:
Google Play Protect สามารถตรวจแอปเป็นระยะและแจ้งหรือจัดการแอปที่อาจเป็นอันตรายได้.
สำหรับ iPhone Apple แนะนำให้เปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning ใน Safari เพื่อช่วยลด Pop-up และเตือนเว็บไซต์ที่น่าสงสัย.
ถ้ามือถือ โฆษณาเด้งเองตลอด ให้ทำตามนี้ก่อน:
ดูว่าโฆษณามาจาก Browser, Notification หรือเด้งทั้งระบบ
ลบแอปที่เพิ่งติดตั้งก่อนเกิดปัญหา
Restart และทดสอบ
เข้า Safe Mode เพื่อหา Problem App.
Scan ด้วย Google Play Protect.
Chrome ให้ Block Pop-ups และตรวจ Site Notifications.
ลบ Permission เว็บไซต์แปลก
ตรวจแอปจาก APK หรือแหล่งนอก Store
iPhone ให้เปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning.
Factory Reset เฉพาะเมื่อวิธีอื่นไม่ช่วยและ Backup เรียบร้อย
ไม่เสมอไป อาจมาจาก Website Notification, Browser Pop-up หรือแอปที่มีปัญหา แต่ Google ระบุว่า Pop-up ที่ไม่หายและ Redirect ผิดปกติเป็นอาการที่ควรตรวจหา Unwanted Software หรือ Malware.
ให้สงสัย Third-party App ก่อน ลอง Safe Mode และลบแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดทีละตัวตามแนวทางของ Google.
เริ่มจาก Google Play Protect ซึ่ง Google ระบุว่าสามารถ Scan และตรวจแอปที่อาจเป็นอันตรายได้.
Block Pop-ups ตรวจ Site Notifications และตรวจ Problematic Apps ตามคำแนะนำของ Google Chrome.
ตรวจว่าเว็บไซต์ใดได้รับ Permission แล้วปิด Notification ของเว็บไซต์นั้น Google แนะนำขั้นตอน Stop Notifications จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการไว้โดยตรง.
เข้า Settings > Apps > Safari แล้วเปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning ตามคำแนะนำ Apple.
ไม่ควรติดตั้งแอปจาก Pop-up ที่น่าสงสัย ให้ใช้ Store ทางการและระบบ Security ของอุปกรณ์แทน Google แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดจาก Pop-up ที่น่าสงสัย.
ไม่ควรเป็นขั้นแรก Google แนะนำให้ลบ Problem Apps ตรวจ Play Protect และหยุด Website Notifications ก่อน.
หาก มือถือมีโฆษณาเด้งเองตลอด ให้แก้ตามลำดับนี้:
Google แนะนำให้แก้ปัญหา Unwanted Ads บน Android โดยเริ่มจาก ลบแอปที่มีปัญหา ใช้ระบบป้องกันอย่าง Google Play Protect และปิด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการ ส่วน Safe Mode สามารถช่วยแยกได้ว่าแอปที่ดาวน์โหลดมาเป็นต้นเหตุหรือไม่.
สำหรับผู้อ่าน comsiam หากโฆษณาเด้งแม้คุณอยู่หน้า Home Screen และไม่ได้เปิด Browser ให้เริ่มตรวจ แอปที่เพิ่งติดตั้งก่อนเกิดอาการ มากกว่าการลบ Chrome หรือ Factory Reset เครื่องทันที เพราะ Google แนะนำให้ไล่ Problem Apps ทีละตัวเพื่อหาต้นเหตุ.
comsiam แนะนำให้เปิด Google Play Protect ไว้และอย่ากด Allow, Download หรือ Install จาก Pop-up ที่ไม่รู้จัก หากเป็น iPhone ให้เปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning ใน Safari ด้วย วิธีเหล่านี้ช่วยลดโอกาสที่โฆษณารบกวนจะกลับมาอีกโดยไม่ต้องล้างข้อมูลทั้งเครื่อง.