Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก Passkey มือถือใช้ไม่ได้ เข้าบัญชีไม่ได้ สแกน QR Code แล้วไม่ทำงาน หรือเปลี่ยนมือถือแล้วหา Passkey ไม่เจอ อย่าเพิ่งลบบัญชีหรือ Factory Reset โทรศัพท์ เพราะปัญหามักเกิดจาก Screen Lock, Password Manager, iCloud Keychain, Bluetooth, Browser หรือ Passkey ถูกเก็บอยู่คนละอุปกรณ์กับที่กำลังใช้งาน
Passkey เป็นวิธี Sign in ที่ใช้การยืนยันจากอุปกรณ์ เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้า PIN หรือ Screen Lock แทนการพิมพ์ Password ในทุกครั้ง โดย Google ระบุว่า Passkey ใช้ Fingerprint, Face Scan หรือ Screen Lock ของโทรศัพท์เพื่อยืนยันตัวตน และข้อมูล Biometrics จะยังอยู่บนอุปกรณ์ ไม่ถูกส่งให้ Google.
บน iPhone Apple ระบุว่า Passkey ถูกเก็บแบบเข้ารหัสผ่าน iCloud Keychain และสามารถใช้ Face ID, Touch ID หรือ Device Passcode เพื่อ Sign in เว็บไซต์และแอปที่รองรับ.
Password คือข้อความที่ผู้ใช้ต้องจำ เช่น:
Example@12345
แต่ Passkey ใช้ข้อมูล Credential ที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับ Account และอุปกรณ์ โดยเวลาจะ Sign in ผู้ใช้เพียงยืนยันตัวตนด้วย:
Google ระบุว่า Passkey เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ารหัสผ่านและช่วยลดความเสี่ยงจาก Phishing เพราะ Passkey ไม่สามารถนำไปจด ส่งต่อ หรือหลอกให้ผู้ใช้พิมพ์ลงเว็บไซต์ปลอมแบบ Password ทั่วไปได้.
นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สุด
Google ระบุว่าโทรศัพท์ต้องเปิด Screen Lock ก่อนจึงจะสร้างและใช้ Passkey ได้ และหากปิด Screen Lock Passkey บนอุปกรณ์นั้นจะไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะเปิด Screen Lock อีกครั้ง.
ดังนั้นให้ตรวจว่าเครื่องมี:
และอย่างน้อยต้องมี Screen Lock หลักของระบบ
ถ้าใช้ Android ให้ลอง:
Settings > Security / Security & privacy > Screen lock
ชื่อเมนูอาจแตกต่างตาม Samsung, Xiaomi, OPPO, vivo, realme หรือ Pixel
อาจกระทบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไม่ได้เสมอไป
ระบบ Passkey สามารถให้ยืนยันผ่าน Screen Lock อื่นที่อุปกรณ์รองรับ เช่น:
Google ระบุว่าการยืนยัน Passkey สามารถใช้ Fingerprint, Face Scan หรือ Phone Screen Lock เช่น PIN ได้.
ดังนั้นถ้าลายนิ้วมือมีปัญหา ให้ดูว่าหน้าจอมีตัวเลือก:
Use PIN
Use screen lock
หรือวิธียืนยันอื่นหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องลบ Passkey ทันทีเพียงเพราะ Fingerprint ใช้ไม่ได้
บน iPhone Apple ระบุว่า Passkey สามารถยืนยันด้วย:
ดังนั้นหาก Face ID ใช้ไม่ได้ ระบบสามารถให้กรอก Passcode ของ iPhone แทนได้ตามขั้นตอนที่แสดง.
หาก Passcode ของเครื่องก็จำไม่ได้ จะเป็นปัญหาคนละส่วนและต้องแก้ Screen Lock ก่อน
สำหรับ Google Account ปัจจุบัน Google ระบุข้อกำหนดขั้นต่ำว่าโทรศัพท์ที่ใช้ Passkey ต้องเป็นอย่างน้อย:
ส่วน Browser ที่รองรับตามข้อกำหนดของ Google ได้แก่ Chrome 109+, Safari 16+, Edge 109+ และ Firefox 122+ ตามแพลตฟอร์มที่รองรับ.
ดังนั้นถ้าใช้:
ควร Update ก่อนวิเคราะห์ปัญหาอื่น
Android สามารถใช้ Password Manager สำหรับจัดเก็บ Passkey เช่น:
Google ระบุว่า Android สามารถเลือก Password Manager สำหรับ Passkeys ได้จากบริเวณ:
Settings > Passwords, passkeys & accounts
แล้วเลือก Password Manager ที่ต้องการใช้.
หาก Passkey ที่ต้องการอยู่ใน Google Password Manager แต่เครื่องกำลังใช้ Password Manager ตัวอื่น อาจทำให้ Passkey ที่คาดว่าจะเห็นไม่ปรากฏขึ้น
Google ระบุว่าสามารถจัดการ Passkeys ผ่าน Google Password Manager ได้ และบน Android/Chrome สามารถเปิด Password Manager แล้วเลือกหมวด Passkeys เพื่อดู Credential ที่บันทึกไว้.
หากหา Passkey ไม่เจอ ให้ตรวจ:
ผู้ที่มี Google Account หลายบัญชีมักเกิดปัญหา Passkey ถูกบันทึกไว้ใน Account คนละตัวกับที่กำลัง Sign in
Apple ระบุว่า Passkeys ที่สร้างบน iPhone สามารถดูได้ใน Passwords app และ Passkeys จะถูกจัดเก็บและ Sync ผ่าน iCloud Keychain เมื่อเปิดใช้งานตามเงื่อนไข.
หากกำลังหา Passkey:
ถ้าไม่พบ ให้ตรวจ iCloud Keychain ต่อ
ต้องเปิดสำหรับ Passkeys ที่ใช้ผ่านระบบ Apple
Apple ระบุว่าในการใช้ Passkeys ต้องเปิด:
สำหรับ Apple Account.
หาก Passkey เคยมีแต่ย้ายมา iPhone ใหม่แล้วหาไม่เจอ ให้ตรวจ iCloud Keychain ก่อน
Apple ระบุเส้นทางปัจจุบันโดยทั่วไปว่า:
Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud > See All > Passwords & Keychain
จากนั้นเปิด:
Sync this iPhone
เมื่อเปิด iCloud Keychain อุปกรณ์ Apple ที่ได้รับอนุมัติภายใต้ Apple Account เดียวกันสามารถ Sync Passwords และ Passkeys ระหว่างกันได้.
ถ้าใช้ Apple Account เดิมและเคยเก็บ Passkeys ไว้ใน iCloud Keychain ให้ตรวจ:
Apple ระบุว่า iCloud Keychain ใช้สำหรับทำให้ Passwords และ Passkeys พร้อมใช้งานและอัปเดตระหว่างอุปกรณ์ Apple ที่ได้รับอนุมัติภายใต้บัญชีเดียวกัน.
ดังนั้นอย่ารีบสร้าง Passkey ใหม่ทุก Account ก่อนเช็ก Sync
ถ้า Passkey เก็บอยู่ใน Google Password Manager ให้ตรวจว่าโทรศัพท์เครื่องใหม่:
Google ระบุว่า Passkeys สามารถจัดเก็บและจัดการผ่าน Google Password Manager และเข้าถึงได้บนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตามระบบรองรับ.
หากใช้ Samsung Pass หรือ Password Manager อื่น ต้องตรวจ Sync ของบริการนั้นแยกต่างหาก
นี่เป็นอีกสาเหตุที่ผู้ใช้มองว่า Passkey “หาย”
Android รองรับ Password Manager หลายรายสำหรับ Passkey และผู้ใช้สามารถเลือก Provider ที่ใช้ใน Settings ได้.
ดังนั้น:
เครื่องเก่า = Samsung Pass
แต่
เครื่องใหม่ = Google Password Manager
Passkey อาจไม่ได้ปรากฏในตำแหน่งเดียวกันทันที
ให้ตรวจว่า Passkey ถูกสร้างและ Sync ผ่าน Provider ใดตั้งแต่แรก
เมื่อใช้ Passkey ในโทรศัพท์เพื่อ Sign in บนคอมพิวเตอร์ ระบบสามารถแสดง QR Code ให้โทรศัพท์สแกน
Google ระบุขั้นตอนว่า:
หากสแกนแล้วไม่ทำงาน ให้ตรวจ Bluetooth
Google ระบุชัดว่า หากใช้ Passkey จากโทรศัพท์เพื่อ Sign in บน Computer ต้องเปิด Bluetooth.
ดังนั้นถ้า:
Computer แสดง QR Code
โทรศัพท์สแกนแล้ว
แต่ไม่เชื่อมต่อ
ให้ตรวจ:
อย่าโฟกัสเฉพาะกล้อง QR Code
เพราะ QR เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ Cross-device Sign-in
สำหรับการ Sign in ด้วย Passkey ข้ามอุปกรณ์ สิ่งสำคัญตาม Google คือให้ Bluetooth เปิดอยู่ ระหว่างกระบวนการ.
โดยปกติให้ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ Passkey โดยตรง ไม่ควรพยายาม Pair Device แบบสุ่มหรือแก้ Driver ก่อนตรวจ Browser และระบบ Passkey
เริ่มจาก:
ได้
Apple ระบุว่าเมื่อต้องการใช้ Passkey ที่อยู่ใน iPhone เพื่อ Sign in บนอุปกรณ์อื่น ให้เลือก:
Other options
หรือ
Passkey from nearby device
จากนั้นให้ QR Code ปรากฏบนอุปกรณ์อีกเครื่อง แล้วใช้กล้อง iPhone Scan QR Code.
หลังจากนั้น Passkey ใน iCloud Keychain จะใช้ดำเนินการ Sign in ตามขั้นตอนของระบบ.
หาก QR Code แสดงอยู่บนมือถือเครื่องเดียวกับที่เก็บ Passkey คุณไม่สามารถใช้กล้องเครื่องเดียวกันสแกนหน้าจอตัวเองตามขั้นตอน Cross-device แบบปกติ
ให้มองหาตัวเลือกอื่น เช่น:
ชื่อจริงขึ้นอยู่กับเว็บไซต์หรือแอป
Cross-device QR ถูกออกแบบมาเพื่อให้ อุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่ง แสดง Code แล้วมือถือที่มี Passkey เป็นผู้สแกน
สำหรับ Google Account หาก Passkey มีอยู่แต่ไม่แสดง Google แนะนำให้ตรวจว่า:
Google ระบุด้วยว่า Passkey ที่สร้างใหม่บางรายการอาจต้องใช้เวลาสูงสุด 7 วัน ก่อนจะพร้อมใช้ในการ Sign in ในบางสถานการณ์.
ดังนั้น Passkey เพิ่งสร้างแต่ยังไม่ขึ้นทันที ไม่ได้หมายความว่าการสร้างล้มเหลวเสมอไป
สำหรับ Google Account ได้
Google ระบุว่าการสร้าง Passkey ไม่ได้ลบ Password หรือ Recovery Factors เดิม และผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้ Password ในการ Sign in ได้.
เมื่อหน้า Passkey ใช้ไม่ได้ ให้กด:
Try another way
เพื่อย้อนกลับไปดูวิธี Sign-in อื่น.
นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ควรทำก่อนคิดว่าติด Account ถาวร
หลังสร้าง Passkey Google จะเน้นประสบการณ์ Passkey-first แต่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนกลับให้ Password เป็นตัวเลือกแรกได้
Google ระบุว่าเข้า:
Google Account > Security & sign-in > How you sign in to Google
แล้วปิด:
Skip password when possible
หลังปิด ระบบจะกลับมาถาม Password ก่อนตามการตั้งค่าดังกล่าว
แต่ถ้าเปิด 2-Step Verification อยู่ อาจยังใช้ Passkey เป็น Second Step ได้.
ไม่ควรเหมารวม
Google Account อนุญาตให้กลับไปใช้ Password ตามที่ Google ระบุ แต่เว็บไซต์และแอปอื่นอาจมีนโยบาย Sign-in แตกต่างกัน
บางแห่งอาจรองรับ:
ดังนั้นหาก Passkey ใช้ไม่ได้ ให้เลือก:
Other options
Try another way
Sign in another way
หรือข้อความที่เว็บไซต์นั้นเสนอ
อย่าลบบัญชีทันที
Passkey ต้องได้รับการรองรับจากเว็บไซต์หรือแอปนั้นก่อน
Apple ระบุว่าหากไม่เห็นตัวเลือก Passkey อาจเป็นเพราะเว็บไซต์หรือแอปนั้น ยังไม่รองรับ Passkeys.
ดังนั้นมือถือมี Passkey Feature ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ทุกเว็บจะสามารถใช้ Passkey ได้
สำหรับ Google Passkeys Google ระบุว่าในระบบปฏิบัติการและ Browser บางแบบ อาจไม่สามารถสร้างหรือใช้ Passkey ใน Incognito Mode ได้.
หากใช้อยู่ ให้ลอง:
เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ควรลองก่อนลบ Passkey
ได้
สำหรับ Google Account ข้อกำหนดปัจจุบันระบุ Browser ขั้นต่ำ เช่น:
หาก Browser เก่ากว่านี้ ให้ Update
โดยเฉพาะโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่ไม่ Update Software มานานอาจแสดงเมนู Passkey ไม่ครบหรือไม่ทำงานตามที่คาด
Google ระบุว่าโทรศัพท์ที่ใช้ Passkey กับ Google Account ต้องเป็นอย่างน้อย Android 9.
ถ้าโทรศัพท์เก่ากว่านั้นและไม่สามารถ Update ได้ อาจต้องใช้:
ตามตัวเลือกของบริการที่กำลัง Sign in
ไม่ควรพยายามติดตั้ง APK ที่อ้างว่าสามารถ “เพิ่ม Passkey ให้ Android เก่า” จากแหล่งไม่รู้จัก
สำหรับ Google Passkey ข้อกำหนดปัจจุบันระบุ iOS 16 ขึ้นไป.
Apple เองก็รองรับ Passkeys ผ่านระบบ iCloud Keychain และ Passwords บนอุปกรณ์รุ่นที่รองรับ.
ถ้า iPhone ไม่สามารถ Update เป็นเวอร์ชันที่บริการต้องการ อาจต้องใช้ Sign-in Method อื่นหรืออุปกรณ์อื่น
ไม่ควรสร้าง Passkey ของ Account สำคัญบนอุปกรณ์ที่คนอื่นสามารถปลดล็อกได้
Google เตือนว่าควรสร้าง Passkey เฉพาะบนอุปกรณ์ที่คุณเป็นเจ้าของและใช้งานเอง เพราะหลังสร้าง Passkey ผู้ที่สามารถปลดล็อกอุปกรณ์นั้นอาจสามารถเข้าถึง Google Account ของคุณได้.
ดังนั้นอย่าสร้าง Passkey บน:
ถ้าไม่จำเป็น
ถ้าอุปกรณ์ที่มี Passkey สูญหาย ควรจัดการ Account Security ทันที
สำหรับ Google Account Google ระบุว่าสามารถ Sign in จากอุปกรณ์อื่น แล้ว Remove Passkey ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่หายได้.
หากเป็น Passkey ที่ Android สร้างโดยอัตโนมัติ การ Sign out อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากรายการ Devices เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ Googleระบุไว้สำหรับการจัดการ Passkey ดังกล่าว.
นอกจากนี้ควรใช้ระบบ Find/Lost Device ของแพลตฟอร์มเพื่อรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องด้วย
Google ระบุขั้นตอน:
Google Account > Security & sign-in > How you sign in to Google > Passkeys and security keys
จากนั้นเลือก Passkey ที่ต้องการและกด Remove.
ควรลบเมื่อ:
อย่าลบ Passkey ทุกตัวพร้อมกันถ้ายังไม่แน่ใจว่าคุณมี Sign-in Method สำรอง
Google ระบุว่าหากลบ Passkey จาก Google Account แล้วแต่ยังถูกเสนอในหน้า Sign-in อาจเป็นเพราะ Credential ยังอยู่ใน Third-party Credential Manager ที่ใช้บนอุปกรณ์.
ดังนั้นต้องตรวจทั้ง:
ไม่ใช่ลบเฉพาะบนหน้า Account แล้วคาดว่าจะหายจากทุกระบบทันที
Apple ระบุว่าสามารถเข้า:
และสามารถสร้าง Passkey ใหม่ได้ในภายหลังหากบริการยังรองรับ.
ควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าคุณยังสามารถ Sign in ด้วยวิธีอื่นได้
ไม่
การลบ Passkey คือการลบ วิธี Sign-in หนึ่งวิธี ไม่ใช่การลบ Account
ตัว Account:
ยังสามารถคงอยู่ตามปกติ
แต่ก่อนลบ Passkey ต้องแน่ใจว่าคุณมีวิธีเข้าบัญชีอื่น เช่น Password หรือ Recovery Method ตามที่บริการนั้นรองรับ
Google ระบุว่า หาก Android Device Sign in Google Account อยู่ อุปกรณ์บางเครื่องอาจมี Passkey ที่ถูกลงทะเบียนโดยอัตโนมัติสำหรับ Account นั้น.
จึงอาจเกิดกรณีผู้ใช้พูดว่า:
“ไม่เคยกดสร้าง Passkey ทำไมมีชื่อมือถืออยู่?”
ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าบัญชีถูกแฮกเสมอไป
ให้ตรวจชื่ออุปกรณ์ก่อนว่าตรงกับ Android ของตัวเองหรือไม่
หากเห็น Passkey หรือ Device ที่ไม่รู้จัก:
Google ระบุว่าหากตรวจพบ Passkey ที่น่าสงสัย ระบบสามารถ Disable Passkey และแจ้งเจ้าของ Account เพื่อยืนยันว่าเป็น Passkey ที่เจ้าของสร้างจริงหรือไม่.
สำหรับ Google Account Google ระบุว่าบางครั้ง Passkey ที่เพิ่งสร้างใหม่อาจต้องรอสูงสุด 7 วัน ก่อนจะพร้อมใช้ใน Sign-in บางสถานการณ์ โดย Trusted Passkey หรือ Physical Security Key เดิมอาจช่วยให้ระบบเชื่อถือ Passkey ใหม่ได้เร็วขึ้น.
ดังนั้นหากเพิ่งสร้างวันนี้แล้วหน้า Login ยังไม่แสดง อย่ารีบลบและสร้างใหม่ซ้ำหลายครั้ง
ตรวจ:
ก่อน
ไม่เหมือนกัน แต่สามารถทำงานร่วมกันได้
สำหรับ Google Account หากเปิด 2-Step Verification Passkey สามารถข้าม Second Authentication Step ได้ในบาง Sign-in เพราะ Passkey ยืนยันว่าผู้ใช้ครอบครองและปลดล็อกอุปกรณ์ได้แล้ว.
แต่การสร้าง Passkey ไม่ได้ลบ Authentication หรือ Recovery Factors อื่นออกจาก Google Account.
ดังนั้น Passkey ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการปิดระบบ Security เดิมทั้งหมด
Google และ Apple ต่างอธิบายว่า Passkeys ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจาก Phishing เมื่อเทียบกับ Password แบบเดิม เนื่องจาก Credential ถูกสร้างเฉพาะสำหรับ Account และยืนยันผ่านตัวอุปกรณ์.
แต่ความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ด้วย
หากทุกคนรู้ PIN โทรศัพท์ของคุณ และคุณสร้าง Passkey บนเครื่องนั้น ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้น
ดังนั้นต้องรักษา:
ให้ปลอดภัยด้วย
Passkey ใช้ Screen Lock ของอุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของการยืนยันตัวตน
ดังนั้นอย่าให้:
แก่บุคคลอื่นเพื่อให้ช่วย Login
Google ระบุว่าการใช้ Passkey หมายถึงผู้ใช้สามารถเข้าถึงอุปกรณ์และปลดล็อกอุปกรณ์นั้นได้.
หากคนอื่นรู้ Screen Lock และถือโทรศัพท์อยู่ ความปลอดภัยของ Passkey อาจลดลงอย่างมาก
หากกำลังให้ร้านซ่อมเครื่อง ไม่ควรให้ร้านเข้าถึง Account ส่วนตัวเกินความจำเป็น
หากต้อง Sign in:
และอย่าบอก Screen Lock หากไม่จำเป็นต่อการซ่อม
โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เก็บ:
ควรรักษาข้อมูลรับรองไว้กับเจ้าของเครื่อง
ไม่ควรทำเป็นวิธีแรก
Factory Reset อาจทำให้คุณสูญเสีย:
แต่ต้นเหตุจริงอาจเป็นเพียง:
ดังนั้นให้แก้สาเหตุเหล่านี้ก่อน
ถ้า Passkey มือถือใช้ไม่ได้ ให้ไล่ตามนี้:
ตรวจ Screen Lock
ตรวจ Android/iOS และ Browser ให้เป็นเวอร์ชันที่รองรับ
ตรวจ Account ให้ถูก
ตรวจ Password Manager
Android ให้ดู Google Password Manager หรือ Provider ที่เลือก
iPhone ให้ตรวจ Passwords และ iCloud Keychain
หากใช้ QR ข้ามอุปกรณ์ ให้เปิด Bluetooth
ลองออกจาก Incognito Mode
ใช้ Try another way / Other options หากมี
ถ้าเป็น Google Account สามารถกลับไปใช้ Password ได้ตามการตั้งค่าบัญชี.
ถ้า Passkey เสียจริง ให้ลบเฉพาะ Passkey ที่มีปัญหาแล้วสร้างใหม่
อย่า Factory Reset มือถือเป็นขั้นแรก
ไม่ใช่ Google ระบุว่าสามารถใช้ Fingerprint, Face Scan หรือ Screen Lock เช่น PIN ได้.
อย่างน้อยต้องเปิด Screen Lock และถ้าใช้ Passkey จากมือถือ Sign in บน Computer ต้องเปิด Bluetooth.
Apple ระบุว่าต้องเปิด iCloud Keychain และ Two-Factor Authentication.
Passkeys สามารถดูได้ใน Passwords app > Passkeys.
สามารถจัดการ Passkeys ผ่าน Google Password Manager หรือ Password Manager ที่เลือกใช้บน Android.
เปิด Bluetooth บนโทรศัพท์และ Computer ตรวจ Browser และระบบให้ Update แล้วลองใหม่ Google กำหนดให้เปิด Bluetooth สำหรับการใช้ Passkey จากโทรศัพท์ Sign in บน Computer.
เลือก Try another way เพื่อใช้ Sign-in Method อื่น หรือปิด Skip password when possible ใน Security Settings หากต้องการให้ Password เป็นตัวเลือกแรก.
ไม่หาย เป็นเพียงการลบวิธี Sign-in หนึ่งรูปแบบ แต่ควรแน่ใจก่อนว่ามีวิธีเข้าบัญชีอื่น
สำหรับ Google Passkey ใหม่บางรายการอาจใช้เวลาสูงสุด 7 วันก่อนพร้อมใช้ใน Sign-in บางกรณี.
ไม่ควรทำ เพราะอาจลบ Credential หรือ Trusted Device ที่ยังมีประโยชน์ ทั้งที่สาเหตุอาจเป็นเพียง Settings หรือ Sync
หาก Passkey Android หรือ iPhone ใช้ไม่ได้ ให้แก้ตามลำดับนี้:
สำหรับผู้อ่าน comsiam จุดที่ควรตรวจเป็นอันดับแรกเมื่อ Passkey ใช้ไม่ได้คือ Screen Lock + Password Manager + Account ที่กำลังใช้ เพราะ Passkey อาจไม่ได้หาย แต่อยู่ใน Google Password Manager, Samsung Pass หรือ iCloud Keychain คนละที่กับที่โทรศัพท์กำลังค้นหา
comsiam แนะนำให้มีวิธี Sign-in สำรองสำหรับ Account สำคัญเสมอ และอย่าลบ Passkey หรือ Factory Reset เครื่องที่ยังเข้า Account ได้จนกว่าจะมั่นใจว่าสามารถ Sign in จากอุปกรณ์อื่นได้แล้ว โดยเฉพาะกรณีเปลี่ยนมือถือหรือย้าย Password Manager