Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือ OPPO แจ้งเตือนไม่ขึ้นเมื่อปิดหน้าจอ, LINE ไม่เด้ง, Messenger มาช้า, Gmail ไม่แจ้งเตือน หรือข้อความทั้งหมดเข้าพร้อมกันตอนปลดล็อกหน้าจอ มักเกี่ยวข้องกับการอนุญาต Notification, การทำงานเบื้องหลังของแอป, Battery Saver, การจำกัดแอปที่ไม่ได้ใช้งาน, อินเทอร์เน็ต หรือ Do Not Disturb
Android ระบุว่า Battery Saver สามารถจำกัด Background Activity และทำให้บางแอป ฟังก์ชัน หรือการเชื่อมต่อเกิดความล่าช้าได้ ขณะที่ Android ยังสามารถหยุดแอปที่ไม่ได้ใช้นานจากการทำงานเบื้องหลังและหยุดการส่ง Notification ของแอปนั้นได้ด้วย
ดังนั้นถ้า OPPO แจ้งเตือนปกติตอนเปิดแอป แต่ พอล็อกหน้าจอแล้วไม่เด้ง ให้ตรวจ Settings ต่อไปนี้ก่อนลบแอปหรือ Factory Reset
นี่เป็นจุดสำคัญที่สุด
ให้ตรวจ LINE ก่อน
ให้ตรวจ Messenger
ควรสงสัยการตั้งค่าระดับ ColorOS/Android เช่น
มากกว่าแอปใดแอปหนึ่ง
การแยกแบบนี้ช่วยลดการแก้แบบสุ่ม
เข้า
Settings → Notifications & status bar / Notifications
จากนั้นเลือกแอปที่มีปัญหา
ตรวจว่าเปิด
Allow notifications
ไว้หรือไม่
Android ระบุว่าสามารถควบคุม Notification ของแต่ละแอปได้จาก Settings → Notifications → App notifications และสามารถเปิดหรือปิดทั้ง Notification หลักและแต่ละ Category ได้
ชื่อเมนูบน OPPO อาจแตกต่างเล็กน้อยตาม ColorOS Version
บางครั้งเปิด Allow Notifications แล้ว แต่ Notification ประเภทหนึ่งถูกปิดอยู่
ตัวอย่าง LINE อาจมี
Messenger อาจมีหลาย Category เช่นกัน
เข้า
Settings → Notifications → App notifications → เลือกแอป
แล้วเปิด Category ที่ต้องการ
Android รองรับการเปิด/ปิด Notification แยกตามประเภทของแต่ละแอปโดยตรง
ถ้า Notification มีในแถบด้านบน แต่ไม่ขึ้นตอนหน้าจอล็อก ให้ตรวจ Lock Screen
โดยทั่วไปเข้า
Settings → Notifications → Lock screen
เลือกให้แสดง Notification ตามที่ต้องการ
Android รองรับการตั้งค่าให้แสดง Notification บน Lock Screen รวมถึงการซ่อนเฉพาะ Sensitive Content ได้
ดังนั้น “ไม่เห็นบน Lock Screen” ไม่ได้แปลว่า Push Notification ไม่ทำงานเสมอไป
อาการคลาสสิกคือ
กรณีนี้ควรตรวจการทำงาน Background และ Battery Saving ก่อน
Android ระบุว่า Battery Saver สามารถจำกัด Background Activity และทำให้บางแอปหรือการเชื่อมต่อเกิดความล่าช้าได้
เข้าเมนู Battery ของ OPPO แล้วตรวจว่าเปิด
Power Saving Mode / Battery Saver
อยู่หรือไม่
ทดลองปิดชั่วคราวแล้วล็อกหน้าจอ จากนั้นส่ง LINE หรือ Messenger จากอีกเครื่องมาทดสอบ
Android ระบุโดยตรงว่า Battery Saver สามารถจำกัด Background Activity และทำให้บางฟังก์ชัน แอป และ Network Connection ล่าช้าได้
ถ้าปิด Battery Saver แล้ว Notification กลับมาทันที ควรตรวจการตั้งค่า Battery ของแอปนั้นต่อ
ใน ColorOS รุ่นต่าง ๆ เมนูอาจใช้ชื่อประมาณ
Settings → Apps → App management → เลือกแอป → Battery usage
หรือเข้า Battery แล้วเลือกแอป
ให้ดูว่ามีการจำกัด
หรือไม่
ชื่อเมนูสามารถต่างกันตาม ColorOS รุ่น จึงควรดูความหมายของตัวเลือกมากกว่าจำตำแหน่งเมนูตายตัว
OPPO มีการอัปเดต ColorOS ต่อเนื่องเพื่อปรับปรุง System Performance และ Stability ทำให้ตำแหน่งหรือชื่อเมนูอาจเปลี่ยนได้ตามเวอร์ชัน
สำหรับแอปที่ต้องรับข้อความทันที เช่น
หาก ColorOS รุ่นของคุณมีตัวเลือกประมาณ
Allow background activity
หรือ Battery Management ที่อนุญาตให้แอปทำงานเบื้องหลัง ให้ตรวจว่าไม่ได้ถูกจำกัดมากเกินไป
หลักการคือแอป Messaging ต้องสามารถรับข้อมูลขณะที่หน้าจอปิด จึงไม่ควรถูกจำกัด Background แบบรุนแรงหากต้องการ Notification แบบทันที
ColorOS บางเวอร์ชันอาจมีการจัดการแอปที่เริ่มทำงานเองหรือ Background Launch
หากพบตัวเลือก
สำหรับแอป Messaging ที่มีปัญหา ให้ตรวจว่าแอปไม่ได้ถูกปิดกั้นโดยไม่ตั้งใจ
เนื่องจากชื่อและตำแหน่งเมนูเปลี่ยนตาม ColorOS จึงไม่ควรใช้เส้นทางจาก OPPO รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่แบบตายตัว โดย OPPO มี User Guide และ Support สำหรับรุ่น/ระบบแต่ละเวอร์ชันโดยเฉพาะ
Android สามารถจัดการแอปที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานโดย
ได้
ดังนั้นหากเป็นแอปที่ไม่ค่อยเปิด แต่ต้องการ Notification ตลอด เช่น
ให้ตรวจว่าไม่ได้อยู่ในกลุ่ม Unused Apps
Android รุ่นใหม่ถือ Notification เป็น Permission ประเภทหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถอนุญาตหรือปฏิเสธได้
เข้า
Settings → Apps → เลือกแอป → Permissions
หรือ Notification Settings ของแอป
แล้วตรวจว่าแอปได้รับสิทธิ์ Notification แล้ว
โดยเฉพาะหลัง
ควรตรวจจุดนี้
หาก Notification เข้ามาแต่
ให้ตรวจ
Do Not Disturb
Android รองรับการกรอง Notification ตาม People, Apps และประเภทของ Alert ขณะที่เปิด Do Not Disturb ได้
ลองปิด Do Not Disturb ชั่วคราวแล้วส่งข้อความทดสอบอีกครั้ง
Bedtime Mode สามารถทำงานร่วมกับ Do Not Disturb ตามตารางเวลาได้
Android ระบุว่าสามารถตั้ง Bedtime Routine และเปิด Do Not Disturb ระหว่างช่วงนอนได้
ถ้า Notification หายเฉพาะ
ให้ตรวจ Bedtime Mode
อีกจุดหนึ่งที่หลายคนลืมคือ Focus Mode
Android ระบุว่า เมื่อแอปถูก Pause ด้วย Focus Mode ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้แอปนั้นและ จะไม่ได้รับ Notification จากแอปในช่วงที่ Focus Mode ทำงาน
เข้า
Digital Wellbeing → Focus mode
แล้วดูว่า LINE, Messenger หรือแอปที่มีปัญหาถูกเลือกไว้หรือไม่
ถ้า Notification ช้าเฉพาะตอนต่อ Wi-Fi แต่ใช้ Mobile Data แล้วปกติ ให้สงสัย Network
ทดลอง
ถ้า Notification มาเร็วขึ้น ปัญหาอาจอยู่ที่ Wi-Fi/Router/DNS มากกว่า ColorOS
Google แนะนำให้สลับระหว่าง Wi-Fi กับ Mobile Data เพื่อช่วยแยกปัญหาการเชื่อมต่อบน Android
ให้ทำกลับกัน
หาก Wi-Fi ปกติแต่ Mobile Data ไม่ปกติ ให้ตรวจ
ก่อน Reset แอป
Google แนะนำการสลับ Wi-Fi/Mobile Data เพื่อหาว่าปัญหามาจาก Network ประเภทใด
Push Notification ต้องอาศัย Network
ดังนั้นถ้า OPPO อยู่ในพื้นที่
Notification สามารถมาช้าได้
ให้ทดลองในพื้นที่ Network ปกติก่อนวินิจฉัยว่า ColorOS มีปัญหา
หลังปรับ Notification และ Battery Settings แล้ว ให้ Restart โทรศัพท์
จากนั้นทดสอบแบบมาตรฐาน
การทดสอบแบบนี้แม่นกว่ารอ Notification แบบสุ่ม
เข้าเมนู Software Update ของ OPPO แล้วตรวจว่ามี Update ใหม่หรือไม่
OPPO ระบุว่า Firmware Update มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบ
หากปัญหา Notification เริ่มหลัง ColorOS Update ให้ตรวจ Patch ใหม่เพิ่มเติม
แต่ควร Backup ข้อมูลสำคัญก่อนอัปเดตระบบเสมอ
เปิด
Google Play Store → Profile → Manage apps & device
แล้ว Update
หรือแอปที่มีปัญหา
แอปเวอร์ชันเก่าอาจมี Compatibility Problem หลัง ColorOS หรือ Android เปลี่ยนเวอร์ชัน
ดังนั้นควร Update แอปก่อน Clear Data หรือ Reinstall
บางแอปมี Notification Setting ของตัวเองแยกจาก Android
ตัวอย่างเช่น
ดังนั้นต้องเปิดทั้ง
Notification ของระบบ OPPO
และ
Notification ภายในแอป
หากอย่างใดอย่างหนึ่งถูกปิด Notification อาจไม่ทำงานตามต้องการ
Android ระบุว่าแอปหลายตัวมี Notification Settings ภายในแอปของตัวเอง และผู้ใช้สามารถปรับจากภายในแอปได้
ให้ตรวจตามลำดับ
ถ้าเปิด LINE แล้วข้อความเข้าทันที แต่ปิดหน้าจอแล้วไม่มา ให้เน้น Battery/Background มากขึ้น
ใช้หลักเดียวกัน
ตรวจ
หาก Messenger เด้งทันทีเมื่อเปิดแอป แต่ไม่เด้งตอนหน้าจอดับ แสดงว่าการรับข้อมูล Background ควรถูกตรวจเป็นพิเศษ
นอกจากการตั้งค่าของ OPPO แล้ว Gmail ยังมี Notification และ Sync Settings ภายในแอป
ดังนั้นตรวจ
ด้วย
อย่า Factory Reset โทรศัพท์เพราะ Gmail เพียงแอปเดียวมีปัญหา
ให้ตรวจ Settings ของ Gmail ก่อน
กรณีนี้ต่างจาก Notification ไม่มา
ถ้าเห็นข้อความใน Notification Panel แต่ไม่มีเสียง ให้ตรวจ
Android แบ่ง Notification ได้เป็นแบบ Alerting และ Silent โดย Silent Notification ยังคงแสดงแต่ไม่ส่งเสียงหรือสั่น
ถ้ามีเสียง แต่เปิดจอแล้วไม่เห็นรายละเอียดบน Lock Screen ให้ตรวจ
Lock Screen Notification Settings
Android อนุญาตให้
บน Lock Screen ได้
นี่เป็นเรื่อง Display Privacy ไม่ใช่ปัญหา Push Notification
ถ้าเป็นแค่แอปเดียวและ Update แล้วไม่หาย สามารถลอง
Settings → Apps → App management → เลือกแอป → Storage usage → Clear cache
ชื่อเมนูอาจต่างกันตาม ColorOS
Clear Cache ต่างจาก Clear Data
ควรเริ่มจาก Cache ก่อน เพราะ Clear Data อาจทำให้ต้อง Login ใหม่หรือสูญเสียข้อมูลที่เก็บเฉพาะในแอป
พิจารณา Reinstall เมื่อ
ก่อนถอนแอป Chat เช่น LINE หรือ WhatsApp ให้ Backup ประวัติการสนทนาตามระบบของแอปก่อน
ไม่ควรถอนแบบทันทีหากยังไม่ได้ตรวจว่าข้อมูลสำรองพร้อม
ไม่ควรเป็นวิธีแรก
ก่อน Factory Reset ให้ตรวจ
ให้ครบก่อน
Factory Reset มีผลกระทบมากเกินไปสำหรับปัญหา Notification ส่วนใหญ่ และไม่ได้แก้ Router หรือ Settings ภายในแอปที่ตั้งผิดโดยตรง
หาก
ควรติดต่อ OPPO Support พร้อมระบุ
OPPO มี Support และ Service Center อย่างเป็นทางการสำหรับ Troubleshooting และปัญหาซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์
ทำตามลำดับนี้
Android ระบุชัดว่า Battery Saver สามารถจำกัด Background Activity จนบางแอปหรือ Network เกิด Delay ได้ และระบบยังสามารถหยุด Background Activity/Notification ของแอปที่ถูกจัดเป็น Unused ได้ด้วย
ถ้า OPPO แจ้งเตือนไม่ขึ้นหรือมาช้าเมื่อปิดหน้าจอ โดยเฉพาะอาการ “พอปลดล็อกแล้ว LINE หรือ Messenger เด้งพร้อมกันหมด” ให้เน้นตรวจเรื่อง Background Activity และ Battery Saving ก่อน
ลำดับที่ควรตรวจคือ
Notification → Lock Screen → Battery → Background → Do Not Disturb → Network → Update
Android ระบุว่า Battery Saver สามารถจำกัด Background Activity และทำให้บางแอปหรือการเชื่อมต่อเกิดความล่าช้า ขณะที่แอปที่ถูกระบบจัดเป็น Unused อาจถูกหยุด Background Activity และ Notification ได้
หากเป็นแค่แอปเดียว ให้เน้น Settings ของแอปนั้น แต่ถ้า LINE, Messenger, Gmail และแอปอื่นมาช้าทั้งหมดเมื่อจอดับ ให้ตรวจการตั้งค่าระดับ ColorOS และ Network มากกว่า
และไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นแรก เพราะส่วนใหญ่ควรตรวจ Permission, Notification, Background Usage และ Power Saving ให้ครบก่อน
ควรตรวจ Battery Saver และ Background Activity ก่อน เพราะ Android ระบุว่า Battery Saver สามารถจำกัด Background Activity และทำให้แอปหรือ Network เกิด Delay ได้
โดยทั่วไปเข้า Settings → Notifications → App notifications → เลือกแอป แล้วเปิด Notification ทั้งหมดหรือ Category ที่ต้องการ Android รองรับการตั้งค่าแบบนี้โดยตรง
อาจตั้ง Lock Screen Notification ไว้ไม่ให้แสดง Android สามารถตั้งให้แสดงทั้งหมด ซ่อน Sensitive Content หรือไม่แสดงบน Lock Screen ได้
เป็นไปได้ Android ระบุว่า Battery Saver จำกัด Background Activity และบางแอป ฟีเจอร์ หรือการเชื่อมต่ออาจเกิด Delay
ได้ หากแอปถูก Pause ด้วย Focus Mode Android ระบุว่าผู้ใช้จะไม่ได้รับ Notification จากแอปนั้นระหว่างที่ Focus Mode ทำงาน
ได้ Android ระบุว่า Unused Apps สามารถถูกหยุดทำงาน Background และหยุดส่ง Notification ได้
เป็นไปได้ ถ้าอินเทอร์เน็ตหรือ Router ไม่เสถียร ให้สลับทดสอบ Wi-Fi กับ Mobile Data ซึ่งเป็นวิธีที่ Google แนะนำสำหรับการแยกปัญหา Network บน Android
ไม่ควรเป็นวิธีแรก ให้ตรวจ Notifications, Background Activity, Battery Saver, Network, Do Not Disturb และ Updates ก่อน หากทุกแอปยังผิดปกติหลังตรวจครบ จึงค่อยติดต่อ OPPO Support