Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือไม่มีสัญญาณหลังอัปเดตระบบ เป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังติดตั้ง Android หรือ iOS เวอร์ชันใหม่ รวมถึงการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยและการตั้งค่าผู้ให้บริการ โทรศัพท์อาจขึ้น ไม่มีบริการ, No Service, เฉพาะโทรฉุกเฉิน, กำลังค้นหาเครือข่าย หรือมีเครื่องหมายกากบาทบนแถบสัญญาณ
บางเครื่องยังตรวจพบซิมตามปกติ แต่โทรเข้า โทรออก ส่ง SMS รับรหัส OTP และใช้อินเทอร์เน็ตมือถือไม่ได้ ปัญหาอาจเกิดจากระบบเครือข่ายค้าง การตั้งค่าเดิมไม่เข้ากับระบบใหม่ การเลือกเครือข่ายเปลี่ยนไป VoLTE ทำงานผิดปกติ หรือโปรไฟล์ซิมและเครือข่ายเสียหายระหว่างการอัปเดต
ไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานทันที เพราะปัญหาส่วนใหญ่สามารถแก้ได้ด้วยการรีเฟรชการเชื่อมต่อ ตรวจสอบซิม และรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หลังติดตั้งการอัปเดต โทรศัพท์อาจมีอาการต่อไปนี้
หากโทรศัพท์หลายเครื่องในพื้นที่เดียวกันไม่มีสัญญาณพร้อมกัน ปัญหาอาจเกิดจากเครือข่ายผู้ให้บริการ ไม่ได้เกิดจากการอัปเดตเพียงอย่างเดียว
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ เปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาทีแล้วปิด
❷ รีสตาร์ตโทรศัพท์อีกหนึ่งครั้ง
❸ ปิดเครื่องแล้วถอดซิมใส่ใหม่
❹ ตรวจสอบว่าเปิดใช้งานซิมอยู่
❺ เปิดการเลือกเครือข่ายแบบอัตโนมัติ
❻ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นโหมดอัตโนมัติ
❼ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❽ ตรวจสอบการอัปเดตระบบรอบใหม่
❾ ตรวจสอบ APN หากมีสัญญาณแต่ใช้เน็ตไม่ได้
❿ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⓫ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
⓬ ติดต่อผู้ให้บริการหากซิมไม่มีสัญญาณทุกเครื่อง
หากทุกซิมไม่มีสัญญาณเฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดิม แม้รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายแล้ว ควรตรวจสอบระบบ โมเด็ม หรือฮาร์ดแวร์กับศูนย์บริการ
หลังอัปเดต โทรศัพท์ต้องเริ่มบริการหลายส่วนใหม่ รวมถึงระบบซิม โมเด็ม เครือข่ายมือถือ VoLTE และบริการข้อมูล หากกระบวนการใดเริ่มไม่สมบูรณ์ เครื่องอาจตรวจพบซิมแต่ไม่สามารถลงทะเบียนกับเครือข่ายได้
การรีสตาร์ตเครื่องอีกครั้งหลังอัปเดตมักช่วยให้ระบบทั้งหมดเริ่มทำงานใหม่อย่างครบถ้วน
การอัปเดตระบบอาจทำให้การเชื่อมต่อเดิมกับเสาสัญญาณไม่สอดคล้องกับระบบใหม่ โทรศัพท์จึงพยายามค้นหาเครือข่ายต่อเนื่องแต่เชื่อมต่อไม่สำเร็จ
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
การเปิดและปิดโหมดเครื่องบินจะช่วยตัดการเชื่อมต่อเดิมและบังคับให้โมเด็มค้นหาเครือข่ายใหม่
หลังอัปเดต การเลือกผู้ให้บริการอาจเปลี่ยนจากอัตโนมัติเป็นกำหนดเอง หรือโทรศัพท์อาจจำเครือข่ายเดิมที่ไม่พร้อมใช้งาน
ปัญหานี้พบได้บ่อยเมื่อผู้ใช้
ควรเปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ แล้วรอให้เครื่องค้นหาเครือข่ายใหม่ประมาณ 1–3 นาที
ระบบใหม่อาจตั้งโทรศัพท์เป็น 5G, LTE หรือโหมดอื่นที่ไม่เหมาะกับพื้นที่ หากเครื่องพยายามจับเฉพาะเครือข่ายที่สัญญาณอ่อน อาจขึ้นไม่มีบริการได้
ควรเลือกโหมดที่รองรับหลายเครือข่าย เช่น
หาก 5G ไม่เสถียร ให้ทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราวเพื่อเปรียบเทียบ
การอัปเดตอาจเปลี่ยนการตั้งค่า VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G ส่งผลให้เครื่องใช้เน็ตได้แต่โทรออกไม่ได้ หรือโทรออกแล้วสัญญาณหาย
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่
ควรตรวจสอบว่าเปิด VoLTE อยู่ และเลือกประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
ในมือถือสองซิม ระบบอาจปิดซิมใดซิมหนึ่ง หรือเปลี่ยนซิมหลักสำหรับการโทรและข้อมูลมือถือ
ควรตรวจสอบว่า
หากโทรศัพท์มีแถบสัญญาณและโทรได้ แต่เปิดอินเทอร์เน็ตมือถือแล้วใช้งานไม่ได้ ปัญหาอาจเกิดจากค่า APN ถูกเปลี่ยนหรือหายหลังอัปเดต
APN มีผลกับอินเทอร์เน็ตมือถือ แต่ไม่ได้ทำให้แถบสัญญาณกลับมา หากเครื่องขึ้น No Service หรือไม่มีสัญญาณเลย ควรแก้การลงทะเบียนเครือข่ายก่อนตรวจสอบ APN
โทรศัพท์บางรุ่นใช้ข้อมูลการตั้งค่าจากผู้ให้บริการเพื่อเปิดบริการเครือข่าย เช่น VoLTE, 5G, Wi-Fi Calling และการเชื่อมต่อข้อมูล
หลังอัปเดตระบบ การตั้งค่านี้อาจยังไม่สมบูรณ์ ทำให้บางบริการหายหรือทำงานผิดปกติ
ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi รีสตาร์ตเครื่อง และตรวจสอบการอัปเดตระบบหรือการตั้งค่าผู้ให้บริการเพิ่มเติม
แม้ปัญหาเริ่มหลังอัปเดต แต่สาเหตุอาจเกิดจากซิมใส่ไม่แน่นพอดี ซิมเสื่อม หรือหน้าสัมผัสมีปัญหาในช่วงเวลาเดียวกัน
ซิมที่เสื่อมอาจทำงานได้ก่อนอัปเดต แต่เมื่อเครื่องเริ่มระบบใหม่และอ่านซิมอีกครั้ง อาจเกิดอาการ
ควรถอดซิมใส่ใหม่และทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
บางครั้งผู้ใช้เข้าใจว่าการอัปเดตเป็นสาเหตุ แต่จริงๆ แล้วหมายเลขอาจหมดอายุ ถูกระงับ หรือมีค่าบริการค้างชำระในช่วงเวลาเดียวกัน
ควรตรวจสอบ
หากหมายเลขถูกระงับ การรีเซ็ตโทรศัพท์จะไม่ช่วยจนกว่าผู้ให้บริการจะแก้ไขสถานะ
หากไฟล์อัปเดตติดตั้งไม่สมบูรณ์ หรือระบบใหม่มีข้อผิดพลาดกับโทรศัพท์บางรุ่น อาจทำให้ระบบเครือข่ายทำงานผิดปกติ
สัญญาณที่ควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับระบบ ได้แก่
ควรตรวจสอบการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ก่อนรีเซ็ตเครื่องทั้งหมด
หลังอัปเดต eSIM อาจถูกปิดใช้งาน เปลี่ยนเป็นสายรอง หรือมีปัญหากับโปรไฟล์เครือข่าย
ควรตรวจสอบว่า
⚠️ ไม่ควรลบ eSIM เพื่อทดลองทันที เพราะการดาวน์โหลดกลับอาจต้องใช้ QR Code หรือการยืนยันจากผู้ให้บริการ
มือถือจากต่างประเทศ เครื่องปรับแต่งระบบ หรือโทรศัพท์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ไม่ตรงภูมิภาค อาจมีปัญหากับโปรไฟล์เครือข่ายหลังอัปเดต
อาการอาจเป็น
ควรตรวจสอบหมายเลขรุ่น ภูมิภาคของซอฟต์แวร์ และความเข้ากันได้กับผู้ให้บริการ
หากการอัปเดตระบบส่วนโมเด็มไม่สมบูรณ์ ข้อมูล Baseband อาจไม่แสดงหรือระบบเครือข่ายไม่ทำงาน
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตรวจสอบข้อมูลจากเมนูเกี่ยวกับโทรศัพท์เท่านั้น ไม่ควรใช้โปรแกรมหรือรหัสที่ไม่ทราบแหล่งที่มาแก้ไขข้อมูลประจำเครื่อง
หลังอัปเดต โทรศัพท์อาจใช้เวลาจัดระเบียบไฟล์ อัปเดตแอป และเริ่มบริการเบื้องหลัง
ให้ทำดังนี้
① เสียบชาร์จหรือให้แบตเตอรี่เพียงพอ
② เชื่อมต่อ Wi-Fi
③ รอประมาณ 5–10 นาที
④ ตรวจสอบว่าเครื่องไม่กำลังติดตั้งส่วนเพิ่มเติม
⑤ รีสตาร์ตโทรศัพท์อีกครั้ง
⑥ รอให้ระบบค้นหาสัญญาณ 2–3 นาที
ไม่ควรเปลี่ยนการตั้งค่าหลายอย่างพร้อมกันทันที เพราะจะทำให้หาสาเหตุได้ยาก
วิธีนี้ช่วยรีเฟรชโมเด็มและบังคับให้โทรศัพท์ค้นหาเครือข่ายใหม่
ขั้นตอน:
① ปัดเปิดเมนูการตั้งค่าด่วน
② แตะเปิดโหมดเครื่องบิน
③ รอประมาณ 30 วินาที
④ ปิดโหมดเครื่องบิน
⑤ รอชื่อเครือข่ายกลับมา 1–2 นาที
⑥ ทดลองโทรและเปิดข้อมูลมือถือ
หากเป็นเพียงระบบเครือข่ายค้าง สัญญาณอาจกลับมาได้ทันที
การรีสตาร์ตครั้งแรกหลังอัปเดตอาจยังไม่เพียงพอ เพราะแอปและบริการบางส่วนยังปรับปรุงข้อมูลอยู่
หลังรีสตาร์ตควรตรวจสอบว่า
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > การเชื่อมต่อ หรือเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ตัวจัดการซิม
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ หรือข้อมูลมือถือ
ตรวจสอบว่า
① ซิมหรือสายโทรศัพท์เปิดอยู่
② เลือกซิมหลักสำหรับการโทรถูกต้อง
③ เลือกซิมหลักสำหรับข้อมูลมือถือถูกต้อง
④ eSIM ไม่ได้ถูกปิด
⑤ ระบบแสดงหมายเลขและชื่อซิมครบ
หากซิมถูกปิด ให้เปิดใช้งานแล้วรอระบบค้นหาเครือข่าย
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ
หลังเปิดอัตโนมัติ ให้รอประมาณ 1–3 นาที
หากเครื่องกำลังจำเครือข่ายเดิมที่ไม่พร้อมใช้งาน การเปิดอัตโนมัติจะช่วยให้ระบบเลือกผู้ให้บริการที่ถูกต้อง
ตรวจสอบว่าโทรศัพท์ไม่ได้ถูกตั้งเป็น 5G Only หรือ LTE Only
ควรเลือกตัวเลือก เช่น
หากไม่มีสัญญาณเมื่อเปิด 5G ให้ทดลองเลือก 4G/LTE ชั่วคราว
หาก 4G ใช้งานได้ แสดงว่าอาจมีปัญหากับการตั้งค่า 5G หรือความครอบคลุมในพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ตเครื่องทันที
บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > VoLTE
บน iPhone โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
หากไม่มีเมนู VoLTE อาจเป็นเพราะระบบเปิดให้อัตโนมัติ รุ่นเครื่องไม่รองรับ หรือการตั้งค่าผู้ให้บริการยังไม่สมบูรณ์
ขั้นตอนที่แนะนำ:
① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่อง
⑧ รอให้ระบบค้นหาเครือข่าย
⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม
หากเป็นมือถือสองซิม ให้ทดลองสลับตำแหน่ง
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
① อาการย้ายตามซิม หมายถึงซิมหรือหมายเลขอาจมีปัญหา
② อาการอยู่ที่ช่องเดิม หมายถึงช่องอ่านซิมอาจมีปัญหา
③ ซิมใช้ได้เมื่อปิดอีกซิม หมายถึงอาจเกี่ยวกับระบบสองซิม
④ ทุกซิมมีปัญหาทั้งสองช่อง หมายถึงระบบหรือเครื่องอาจผิดปกติ
อย่าลืมตรวจสอบการตั้งค่าซิมหลักหลังสลับช่อง เพราะระบบอาจเปลี่ยนซิมโทรและซิมอินเทอร์เน็ตเอง
วิธีนี้ช่วยแยกได้ชัดเจนว่าปัญหาเกิดจากซิมหรือระบบของโทรศัพท์
ควรทดสอบในพื้นที่เดียวกัน เพื่อไม่ให้ความแรงของสัญญาณทำให้ผลคลาดเคลื่อน
ผู้ผลิตอาจออกอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อแก้ข้อผิดพลาดจากเวอร์ชันก่อนหน้า
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > อัปเดตซอฟต์แวร์ > ดาวน์โหลดและติดตั้ง
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi ชาร์จแบตเตอรี่ให้เพียงพอ และสำรองข้อมูลสำคัญก่อนอัปเดต
ควรตรวจสอบ APN เฉพาะกรณีที่
ให้เข้าเมนูเครือข่ายมือถือและตรวจสอบว่ามี APN ของผู้ให้บริการอยู่หรือไม่
📌 ไม่ควรกรอกค่า APN จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ควรใช้ค่าที่ผู้ให้บริการกำหนดเท่านั้น
หากการตั้งค่าซิม เครือข่าย หรือการเชื่อมต่อเสียหายหลังอัปเดต การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายมักเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการรีเซ็ตเครื่องทั้งหมด
ข้อมูลที่อาจถูกลบ ได้แก่
โดยทั่วไปจะไม่ลบ
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หลังรีเซ็ตให้รีสตาร์ตเครื่อง แล้วรอระบบค้นหาเครือข่ายใหม่
ควรสอบถามผู้ให้บริการเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้
① ซิมยังเปิดใช้งานหรือไม่
② หมายเลขถูกระงับหรือไม่
③ มีค่าบริการค้างชำระหรือไม่
④ ซิมเติมเงินหมดอายุหรือยัง
⑤ มีเหตุเครือข่ายขัดข้องในพื้นที่หรือไม่
⑥ VoLTE และ 5G เปิดใช้งานในระบบหรือไม่
⑦ ซิมต้องเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่หรือไม่
⑧ การตั้งค่า eSIM ยังทำงานปกติหรือไม่
⑨ หมายเลขอยู่ระหว่างการย้ายค่ายหรือไม่
หากปัญหาอยู่ที่บัญชีหรือเครือข่าย การตั้งค่าโทรศัพท์จะไม่สามารถแก้แทนได้
โทรศัพท์ Android มีเมนูแตกต่างกันตามยี่ห้อ แต่แนวทางหลักเหมือนกัน
ให้ทำตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ ตรวจสอบตัวจัดการซิม
❹ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
❺ ตั้งโหมดเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❻ เปิด VoLTE
❼ ถอดซิมใส่ใหม่
❽ ล้างแคชของแอปโทรศัพท์ หากกดโทรไม่ได้
❾ ตรวจสอบการอัปเดตเพิ่มเติม
❿ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกัน เช่น การเชื่อมต่อ, เครือข่ายมือถือ, ซิมการ์ดและเครือข่ายมือถือ, ตัวจัดการซิม หรือ เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
① เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
② รีสตาร์ต iPhone
③ เข้าไปที่การตั้งค่าเซลลูลาร์
④ ตรวจสอบว่าสายโทรศัพท์เปิดอยู่
⑤ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
⑥ ตรวจสอบเสียงและข้อมูล
⑦ ถอดซิมใส่ใหม่ หากเป็นซิมจริง
⑧ เชื่อมต่อ Wi-Fi และตรวจสอบการอัปเดต
⑨ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
⑩ ติดต่อผู้ให้บริการหากยังไม่มีสัญญาณ
หากใช้ eSIM ไม่ควรลบโปรไฟล์ทันที เพราะอาจต้องติดต่อผู้ให้บริการเพื่อดาวน์โหลดกลับ
หากซิม 1 ใช้งานได้ แต่ซิม 2 ไม่มีสัญญาณ ให้ตรวจสอบว่า
หากอาการอยู่ที่ช่องเดิมแม้เปลี่ยนซิมแล้ว อาจเป็นปัญหาช่องอ่านซิมหรือระบบของช่องนั้น
หากยังมีชื่อผู้ให้บริการและแถบสัญญาณ ให้ตรวจสอบดังนี้
❶ เปิดข้อมูลมือถือ
❷ เลือกซิมอินเทอร์เน็ตให้ถูกต้อง
❸ ปิด Wi-Fi ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
❹ ตรวจสอบแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
❺ ตรวจสอบ APN
❻ ปิด VPN หรือ Private DNS ชั่วคราว
❼ ปิดโหมดประหยัดข้อมูล
❽ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
❿ ติดต่อผู้ให้บริการ
หากไม่มีแถบสัญญาณเลย ไม่ควรเริ่มแก้ด้วย APN เพราะเครื่องยังไม่ได้ลงทะเบียนกับเครือข่าย
อาการนี้มักเกี่ยวข้องกับ VoLTE บริการเสียง หรือประเภทเครือข่าย
ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้
① เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
② ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
③ ตรวจสอบซิมหลักสำหรับการโทร
④ ตรวจสอบสถานะบริการโทรออก
⑤ ทดลองโทรหลายหมายเลข
⑥ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
⑦ รีสตาร์ตโทรศัพท์
⑧ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⑨ ติดต่อผู้ให้บริการ
หากเป็นโทรศัพท์จากต่างประเทศ ควรตรวจสอบความเข้ากันได้กับ VoLTE ของเครือข่ายด้วย
หากมีสัญญาณ 4G แต่ 5G หาย ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเสียทันที
ควรตรวจสอบว่า
หาก 4G ใช้งานได้ปกติ สามารถใช้ชั่วคราวระหว่างตรวจสอบ 5G ได้
ไม่ควรย้อนเวอร์ชันระบบด้วยตนเองหากไม่มีความรู้และเครื่องมือที่เหมาะสม เพราะอาจทำให้
ควรตรวจสอบการอัปเดตแก้ไข รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย และติดต่อศูนย์บริการก่อน
การรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานควรเป็นทางเลือกท้ายๆ หลังตรวจสอบซิม เครือข่าย และการตั้งค่าทั้งหมดแล้ว
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
❷ ทดลองซิมอื่นกับเครื่องเดิม
❸ ตรวจสอบสถานะหมายเลข
❹ อัปเดตระบบรอบใหม่
❺ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
❻ ตรวจสอบ VoLTE และประเภทเครือข่าย
❼ ตรวจสอบข้อมูล IMEI และ Baseband
❽ สำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมด
หากปัญหาเกิดจากซิมถูกระงับ เครือข่ายขัดข้อง หรือฮาร์ดแวร์เสีย การรีเซ็ตเครื่องจะไม่ช่วย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบสถานะหมายเลข ซิม บริการเสียง ข้อมูล และเหตุขัดข้องของเครือข่ายได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแก้ไข IMEI ติดตั้งเฟิร์มแวร์ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือแกะซ่อมวงจรเครือข่ายด้วยตนเอง
ระบบโมเด็ม การเลือกเครือข่าย หรือโปรไฟล์ผู้ให้บริการอาจเริ่มทำงานไม่สมบูรณ์หลังอัปเดต ควรรีสตาร์ต เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน และรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายหากจำเป็น
โดยทั่วไปการอัปเดตไม่ได้ทำให้ซิมเสียทางกายภาพ แต่อาจทำให้การตั้งค่าซิมหรือเครือข่ายผิดปกติ จึงดูเหมือนว่าซิมใช้งานไม่ได้
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบเครือข่าย Wi-Fi รหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
อาจเกิดจากซิมข้อมูลถูกเปลี่ยน APN ผิด VPN หรือ Private DNS มีปัญหา หรือแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตหมด ควรตรวจสอบการตั้งค่าข้อมูลมือถือแยกจากสัญญาณโทรศัพท์
ควรเปลี่ยนเมื่อซิมมีปัญหาในโทรศัพท์หลายเครื่อง อ่านได้บ้างไม่ได้บ้าง หรือผู้ให้บริการยืนยันว่าซิมเก่าไม่รองรับบริการปัจจุบัน
ช่วยได้หากผู้ผลิตออกเวอร์ชันใหม่มาแก้ข้อผิดพลาดของระบบเดิม ควรตรวจสอบการอัปเดตอย่างเป็นทางการก่อนรีเซ็ตเครื่องทั้งหมด
มือถือไม่มีสัญญาณหลังอัปเดตระบบ อาจเกิดจากโมเด็มหรือบริการเครือข่ายค้าง การเลือกเครือข่ายเปลี่ยน ประเภทเครือข่ายไม่เหมาะสม VoLTE ถูกปิด ซิมถูกปิดใช้งาน หรือการตั้งค่าผู้ให้บริการทำงานผิดปกติ
ควรเริ่มจากรอให้ระบบทำงานเสร็จ รีสตาร์ตโทรศัพท์ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน ตรวจสอบการเปิดใช้งานซิม เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นโหมดอัตโนมัติ จากนั้นทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่องและรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
แนวทางของ comsiam คือไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานหรือย้อนเวอร์ชันระบบทันที เพราะอาจทำให้ข้อมูลสูญหายโดยไม่แก้ต้นเหตุ ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาเกิดจากระบบ ซิม ผู้ให้บริการ หรือฮาร์ดแวร์
หากซิมไม่มีสัญญาณในทุกเครื่อง ให้ติดต่อผู้ให้บริการ แต่หากทุกซิมมีปัญหาเฉพาะเครื่องเดิมหลังอัปเดต ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบระบบโมเด็ม Baseband และฮาร์ดแวร์ของโทรศัพท์