Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Netflix เสียงรอบทิศทางไม่ทำงาน มักเกิดจากเลือกแทร็กเสียง Stereo อุปกรณ์เล่นไม่รองรับ 5.1 ทีวีส่งเสียงเป็น PCM 2.0 หรือ Home Theater อยู่ในโหมด Stereo แม้ว่าจะมีลำโพง 5.1 ครบทุกตัว แต่หากอุปกรณ์หรือการตั้งค่าจุดใดจุดหนึ่งในเส้นทางไม่รองรับ เสียงจะถูกลดเหลือสอง Channel
วิธีตรวจที่รวดเร็วที่สุดคือเลือกเรื่องที่มีสัญลักษณ์ 5.1 เปิดเมนู Audio & Subtitles แล้วเลือกแทร็กที่ระบุ 5.1 จากนั้นดูหน้าจอ AV Receiver ว่าได้รับ Dolby Digital Plus 5.1 หรือ PCM 2.0
การรับเสียงรอบทิศทางต้องรองรับครบทั้งระบบ ได้แก่
หากส่วนใดส่วนหนึ่งรองรับเพียง Stereo ระบบปลายทางอาจได้รับเสียง 2.0 แม้ชื่อเรื่องจะแสดงสัญลักษณ์ 5.1
| อาการที่พบ | จุดที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| ไม่มีคำว่า 5.1 ในเมนูเสียง | เรื่อง ภาษา หรืออุปกรณ์ไม่รองรับ |
| มีตัวเลือก 5.1 แต่ Receiver แสดง PCM 2.0 | ทีวีหรืออุปกรณ์เล่นลดเสียงเป็น Stereo |
| Receiver แสดง 5.1 แต่ลำโพงหลังเงียบ | ฉากไม่มีเสียงหลังหรือ Speaker Setup |
| YouTube ออกแค่คู่หน้าเหมือนกัน | อาจเป็น Stereo ตามปกติ |
| Netflix ไม่มีเสียงเมื่อเลือก 5.1 | เครื่องเสียงไม่รองรับ Codec |
| เลือก Stereo แล้วมีเสียง | เส้นทางเสียง 5.1 มีปัญหา |
| Atmos ไม่ขึ้น แต่ 5.1 ใช้ได้ | แพ็กเกจ อุปกรณ์ หรือช่องต่อไม่รองรับ Atmos |
| ดูแบบดาวน์โหลดแล้วไม่มี 5.1 | Netflix ไม่รองรับ 5.1 สำหรับเรื่องที่ดาวน์โหลดไว้ |
Netflix ไม่ได้มีเสียง 5.1 ในทุกเรื่อง ทุกตอน และทุกภาษา เรื่องที่รองรับจะแสดงสัญลักษณ์ 5.1 หรือ Dolby Digital Plus ในหน้ารายละเอียดเมื่ออุปกรณ์และระบบรองรับ
หากไม่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว อาจเกิดจาก
ควรทดลองกับ Netflix Original ที่มีแทร็ก 5.1 เพื่อใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ แทนการทดสอบด้วยเรื่องเดียว
ระหว่างเล่นภาพยนตร์ ให้เปิด Audio & Subtitles แล้วเลือกภาษาเสียงที่มีคำว่า 5.1 ต่อท้าย เช่น ภาษาไทย 5.1 หรือ English 5.1 ตามตัวเลือกที่มีจริง
แทร็กเสียงแต่ละภาษาอาจไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
หากเปลี่ยนภาษาแล้วสัญลักษณ์ 5.1 หาย ไม่ได้หมายความว่าระบบเสีย แต่อาจไม่มีแทร็ก 5.1 สำหรับภาษานั้น
เปิดหน้า Information, Audio Signal หรือ Status ของ Home Theater แล้วตรวจรูปแบบ Input
| Receiver แสดง | ความหมาย |
|---|---|
| PCM 2.0 | ได้รับเสียง Stereo สอง Channel |
| Dolby Digital 5.1 | ได้รับเสียง 5.1 |
| Dolby Digital Plus 5.1 | ได้รับเสียง Netflix แบบหลาย Channel |
| Dolby Atmos | ได้รับข้อมูล Atmos |
| Multi Channel PCM 5.1 | ได้รับ PCM หลาย Channel |
| Stereo | ระบบกำลังเล่นสอง Channel |
| Unsupported | เครื่องไม่รองรับรูปแบบเสียงที่ส่งมา |
ถ้า Receiver แสดง Dolby Digital Plus 5.1 แต่ลำโพงหลังเงียบเฉพาะบางฉาก ระบบอาจทำงานปกติ เพราะเสียง Surround ไม่ได้ดังตลอดเวลา
ถ้าแสดง PCM 2.0 ตลอด ให้แก้ Audio Output ของทีวีหรืออุปกรณ์เล่นก่อนตรวจลำโพง
เปิด Settings > Sound หรือ Audio แล้วมองหาหัวข้อ Digital Audio Output จากนั้นทดลองเลือก
หากต้องการ 5.1 ควรเริ่มจาก Auto, Bitstream หรือ Pass Through ตามความสามารถของทีวีและ Receiver ส่วน PCM ใช้เป็นค่าทดสอบเมื่อไม่มีเสียง แต่ทีวีบางรุ่นส่ง PCM ผ่าน ARC หรือ Optical ได้เพียง 2.0
หลังเปลี่ยนค่า ให้เปิด Netflix ใหม่และดูข้อมูล Input บน Receiver ว่าเปลี่ยนจาก PCM 2.0 เป็น 5.1 หรือไม่
หากเลือก Pass Through แล้วไม่มีเสียง ให้กลับไปใช้ Auto หรือ Dolby Digital เพราะ Home Theater อาจไม่รองรับ Codec ที่ส่งผ่านมาโดยตรง
ทีวีอาจยังส่งเสียงไปยังลำโพงภายใน ให้เปิด Settings > Sound > Sound Output แล้วเลือกตัวเลือกที่ตรงกับการเชื่อมต่อ เช่น
ด้าน Home Theater ต้องเลือก Input เป็น TV Audio, ARC, eARC หรือ Optical ให้ตรงกัน
หากเลือก TV Speaker ระบบอาจเล่น Stereo จากลำโพงทีวีแทน แม้ Home Theater เชื่อมต่ออยู่แล้ว
หากต่อผ่าน HDMI ARC หรือ eARC ต้องใช้พอร์ตที่มีคำว่า ARC/eARC ทั้งสองด้าน
การต่อที่ถูกต้องคือ
จากนั้นเปิด HDMI-CEC ซึ่งแต่ละยี่ห้ออาจใช้ชื่อ Anynet+, BRAVIA Sync, SIMPLINK, VIERA Link หรือ HDMI Control
หากทั้งทีวีและ Receiver รองรับ eARC ให้ตั้ง eARC Mode เป็น Auto แต่ถ้าไม่มีเสียง ให้ปิด eARC ชั่วคราวเพื่อทดสอบ ARC และ Dolby Digital 5.1 ก่อน
ปิดอุปกรณ์ก่อนถอดหรือเปลี่ยนสาย แล้วตรวจว่า
สายที่ส่งภาพได้ไม่ได้ยืนยันว่าจะส่ง ARC/eARC ได้สมบูรณ์เสมอไป เพราะเสียงย้อนกลับใช้ส่วนการทำงานเพิ่มเติมของ HDMI
Netflix มักใช้ Dolby Digital Plus สำหรับเสียง 5.1 บนอุปกรณ์สตรีมมิง หาก Receiver หรือ Home Theater รุ่นเก่ารองรับเฉพาะ Dolby Digital อาจไม่มีเสียงหรือถูกลดเหลือ Stereo
แนวทางแก้คือ
ถ้าเลือก Stereo แล้วมีเสียง แต่เลือก 5.1 แล้วเงียบ แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ความเข้ากันได้ของรูปแบบเสียงหรือเส้นทางเชื่อมต่อ
แม้ Receiver จะได้รับเสียง 5.1 แต่ถ้าเลือก Stereo, 2ch, Direct หรือ Pure Direct เสียงอาจออกเฉพาะลำโพงคู่หน้า
ให้เลือกโหมด เช่น
จากนั้นเปิด Information ตรวจทั้ง Input Signal และ Output Speakers เพราะบาง Receiver แสดงแยกว่าสัญญาณเข้ามากี่ Channel และกำลังส่งออกลำโพงใดบ้าง
หาก Receiver แสดง 5.1 แต่ลำโพงหลังไม่มีเสียง ให้เปิด Speaker Setup > Test Tone
หาก Test Tone ออกครบทุกลำโพง แสดงว่าฮาร์ดแวร์ทำงาน ปัญหาอาจมาจากฉากที่กำลังเล่นหรือ Sound Mode
หาก Test Tone ไม่ออกบาง Channel ให้ตรวจ
เสียง Netflix 5.1 ไม่จำเป็นต้องดังจากทุกลำโพงตลอดเวลา บทสนทนาหลักมักอยู่ที่ Center ส่วน Surround จะทำงานตามเอฟเฟกต์ของแต่ละฉาก
Netflix ระบุว่าการใช้เสียง 5.1 ต้องตั้งคุณภาพการใช้ข้อมูลเป็น Medium, High หรือ Auto หากตั้งคุณภาพต่ำเกินไป อาจไม่ได้รับตัวเลือกเสียงคุณภาพที่ต้องการ
ให้ตรวจ Playback Settings ของโปรไฟล์และเลือก Auto หรือคุณภาพที่เหมาะกับแพ็กเกจและอินเทอร์เน็ต
หลังเปลี่ยนค่า ควรออกจากแอปแล้วเปิดใหม่ เพราะอุปกรณ์บางรุ่นอาจไม่อ่านการตั้งค่าใหม่ทันที
Netflix ไม่รองรับเสียง 5.1 สำหรับเรื่องที่ดาวน์โหลดไว้ หากต้องการเสียงรอบทิศทางต้องสตรีมเรื่องนั้นผ่านอุปกรณ์และระบบเสียงที่รองรับ
ดังนั้นหากเรื่องเดียวกันมี 5.1 เมื่อสตรีม แต่ไม่มีเมื่อเปิดจากไฟล์ดาวน์โหลด ถือเป็นข้อจำกัดของระบบ ไม่ใช่ลำโพงเสีย
ตามข้อมูลของ Netflix การรับเสียง 5.1 บนคอมพิวเตอร์รองรับบน Windows 10 หรือใหม่กว่าผ่าน Microsoft Edge หรือแอป Netflix สำหรับ Windows ที่รองรับ
ให้ตรวจดังนี้
การเปิด Netflix ผ่านเบราว์เซอร์หรือระบบปฏิบัติการอื่นอาจไม่รองรับ 5.1 ในรูปแบบเดียวกัน แม้คอมพิวเตอร์จะต่อกับลำโพง 5.1 อยู่แล้ว
เปิด Settings > System > Sound แล้วเลือกอุปกรณ์ HDMI ที่ต่อกับ AV Receiver
จากนั้นตรวจ
หาก Windows มองเห็น Output เป็น Stereo เท่านั้น อาจเกิดจากการต่อคอมพิวเตอร์ผ่านทีวีก่อนถึง Receiver หรืออุปกรณ์ในเส้นทางรายงานความสามารถเสียงมาไม่ครบ
ถ้ากล่องสตรีมมิงรองรับ 5.1 แต่ทีวีส่งผ่านได้เพียง Stereo ให้ทดลองต่อกล่องเข้า HDMI IN ของ AV Receiver แล้วต่อ HDMI OUT จาก Receiver ไปทีวี
จากนั้นตั้ง Audio Output ของกล่องเป็น Auto, Best Available, Bitstream หรือ Dolby Digital Plus ตามที่ Receiver รองรับ
หากเสียง 5.1 กลับมา แสดงว่าทีวีหรือการตั้งค่า Audio Pass Through เป็นจุดที่จำกัดสัญญาณ
ก่อนใช้งานถาวรควรตรวจว่า Receiver รองรับความละเอียด 4K, HDR และ Refresh Rate ที่ต้องการด้วย
อุปกรณ์เล่นแต่ละเครื่องมีความสามารถและการรับรองต่างกัน แอป Netflix บน Smart TV อาจส่ง Dolby Digital Plus ได้ ขณะที่กล่อง Android บางรุ่นอาจส่งเพียง Stereo
ให้เปิดเรื่องเดียวกันและแทร็กเดียวกัน แล้วเปรียบเทียบข้อมูล Input Signal บน Receiver
หาก Smart TV แสดง Dolby Digital Plus 5.1 แต่กล่องแสดง PCM 2.0 ให้ตรวจ
การติดตั้งไฟล์แอปจากภายนอกไม่ได้ทำให้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับกลายเป็นระบบ 5.1 ที่ได้รับการรับรอง
Dolby Atmos มีเงื่อนไขมากกว่า 5.1 โดยต้องมี
หากระบบไม่รองรับ Atmos แต่รองรับ 5.1 Netflix อาจแสดงเฉพาะสัญลักษณ์ 5.1 หรือ Dolby Digital Plus ซึ่งยังเป็นเสียงรอบทิศทางได้
ไม่ใช่ทุกตอน ทุกซีซัน และทุกภาษาในเรื่องที่มีสัญลักษณ์ Atmos จะมีแทร็ก Atmos เหมือนกันทั้งหมด
หากเคยมีเสียง 5.1 แล้วจู่ๆ หาย ให้ทำตามลำดับนี้
ควรจับที่หัวปลั๊ก ไม่ดึงสาย และไม่ใช้งานเต้ารับหรือสายไฟที่มีความเสียหาย
อัปเดตส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตอุปกรณ์และตรวจ Audio Output ใหม่ เพราะบางระบบอาจเปลี่ยนกลับไปเป็น PCM หรือ TV Speaker หลังอัปเดต
หากเรื่องอื่นมีเสียง 5.1 ตามปกติ แต่เรื่องเดียวมีเสียงผิดปกติ ปัญหาอาจอยู่ที่ไฟล์หรือแทร็กเสียงของเรื่องนั้น
ให้ตรวจ
หากเกิดเฉพาะเรื่องเดียว สามารถใช้ระบบรายงานปัญหาของ Netflix จากประวัติการรับชมได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีเซ็ต Home Theater ทั้งระบบ
ไม่เหมือนกัน ระบบ 5.1 ใช้ลำโพงหลาย Channel จริง ส่วน Netflix Spatial Audio สามารถสร้างประสบการณ์เสียงเชิงมิติบนอุปกรณ์ที่รองรับโดยไม่จำเป็นต้องมีชุดลำโพง 5.1 แบบเดิม
ทีวีหรือ Soundbar บางระบบอาจต้องเลือก Stereo เพื่อใช้ Spatial Audio จึงไม่ควรเปิด Spatial Audio และคาดหวังให้ Receiver แสดง Dolby Digital Plus 5.1 พร้อมกันเสมอไป
ควรตรวจฮาร์ดแวร์เมื่อ
ไม่ควรเปิดฝา AV Receiver หรือ Soundbar เพื่อซ่อมเอง ควรหยุดใช้งานและให้ช่างตรวจสอบหากพบความร้อนหรือความผิดปกติทางไฟฟ้า
เริ่มจากเลือกเรื่องและภาษาเสียงที่มีคำว่า 5.1 จากเมนู Audio & Subtitles แล้วดูข้อมูล Input ของ Receiver หากแสดง PCM 2.0 ให้เปลี่ยน Digital Audio Output ของทีวีเป็น Auto, Bitstream หรือ Pass Through ตามที่ระบบรองรับ
ตรวจว่า Sound Output เป็น Receiver เชื่อมต่อ HDMI ARC/eARC หรือ Optical ถูกช่อง และ Home Theater ไม่ได้อยู่ในโหมด Stereo หาก Receiver แสดง 5.1 แต่ลำโพงหลังไม่มีเสียง ให้ใช้ Test Tone ตรวจ Speaker Configuration
แนวทางของ comsiam คือดูข้อมูล Input Signal ที่ Receiver แทนการฟังอย่างเดียว เพราะช่วยบอกได้ทันทีว่า Netflix ส่งเสียง 5.1 มาถึงระบบแล้วหรือถูกลดเหลือ Stereo ระหว่างทาง
ไม่มีทุกเรื่อง และบางเรื่องมี 5.1 เฉพาะบางภาษา ตอน หรือซีซัน ต้องตรวจสัญลักษณ์และเมนู Audio & Subtitles
Netflix ระบุว่า 5.1 ต้องมีระบบเสียงและอุปกรณ์ที่รองรับ พร้อมตั้งคุณภาพเป็น Medium, High หรือ Auto ส่วน Dolby Atmos ต้องใช้แพ็กเกจที่รองรับ Ultra HD และอุปกรณ์ Atmos
ภาษาไทยของเรื่องนั้นอาจมีเฉพาะ Stereo ขณะที่ภาษาต้นฉบับมี 5.1 หรือ Atmos แทร็กแต่ละภาษาไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวกัน
เสียง Surround ไม่ได้ดังตลอดเวลา ให้ทดสอบฉากที่มีเอฟเฟกต์รอบทิศทางและเปิด Test Tone ยืนยันลำโพง
ไม่มี Netflix ระบุว่าเสียง 5.1 ไม่รองรับสำหรับเรื่องที่ดาวน์โหลดไว้ ต้องรับชมแบบสตรีมผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ
ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และช่องเชื่อมต่อ แต่ทีวีหลายรุ่นส่ง PCM ผ่าน ARC หรือ Optical เป็น Stereo หาก Receiver แสดง PCM 2.0 ให้ลอง Auto, Bitstream หรือ Pass Through