Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก Netflix เปิดไม่ได้บน LG Smart TV ให้ปิดฟังก์ชัน Quick Start+ ถอดปลั๊กทีวีเพื่อรีสตาร์ตระบบ ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต ออกจากระบบ Netflix แล้วเข้าสู่ระบบใหม่ จากนั้นอัปเดต webOS และติดตั้งแอปใหม่ หากยังไม่หายจึงค่อยรีเซ็ตทีวีเป็นค่าเริ่มต้น
ปัญหาอาจแสดงเป็นแอปไม่เปิด ค้างที่โลโก้ Netflix จอดำ โหลดไม่หยุด หรือเปิดแล้วเด้งกลับหน้าหลัก โดยแต่ละอาการอาจมาจากแอป ระบบ webOS เครือข่าย หรือทีวีรุ่นเก่าที่ไม่รองรับ Netflix แล้ว บทความจาก comsiam จะเรียงวิธีแก้จากขั้นตอนง่ายไปหาขั้นตอนที่กระทบการตั้งค่ามากขึ้น
Netflix บน LG Smart TV อาจมีอาการผิดปกติหลายรูปแบบ ได้แก่
ถ้าแอปอื่น เช่น YouTube เปิดไม่ได้ด้วย ปัญหามักเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตหรือระบบ webOS แต่ถ้าเสียเฉพาะ Netflix ควรตรวจสอบตัวแอปและข้อมูลบัญชีก่อน
สาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้
ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการรีเซ็ตทีวีเป็นค่าโรงงาน เพราะวิธีพื้นฐาน เช่น ถอดปลั๊ก รีสตาร์ตเราเตอร์ หรือปิด Quick Start+ มักแก้ปัญหาได้โดยไม่ทำให้การตั้งค่าหาย
ให้ทดลองออกจากแอปก่อน หาก webOS และรีโมตยังทำงานตามปกติ
หาก Netflix ค้างจนกดคำสั่งไม่ได้ ให้ถอดปลั๊กทีวีตามขั้นตอนถัดไป
การกดปุ่ม Power เพียงครั้งเดียวอาจทำให้ทีวีเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย โดยแอปและข้อมูลบางส่วนยังคงอยู่ในหน่วยความจำ
วิธีรีสตาร์ตที่ถูกต้องมีดังนี้
หากแอปค้างที่โลโก้ จอดำ หรือเปิดแล้วเด้งออก วิธีนี้มักได้ผลเพราะช่วยล้างสถานะการทำงานชั่วคราวของทีวี
Quick Start+ ช่วยให้ทีวีเปิดเร็วขึ้น แต่ระบบอาจเก็บสถานะเดิมของแอปไว้ ทำให้ Netflix ที่ค้างอยู่ไม่เริ่มต้นใหม่อย่างสมบูรณ์
ตำแหน่งเมนูแตกต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชัน webOS โดยทั่วไปให้ลองค้นหาตามเส้นทางต่อไปนี้
การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > ทั่วไป > ระบบ > การตั้งค่าเพิ่มเติม > Quick Start+
ทีวีบางรุ่นอาจอยู่ที่
การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > ทั่วไป > Quick Start+
จากนั้นทำตามขั้นตอนดังนี้
ถ้าปัญหาหาย สามารถปิด Quick Start+ ไว้ต่อได้ ทีวีอาจใช้เวลาเปิดเครื่องนานขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยให้ระบบและแอปเริ่มทำงานใหม่เมื่อเปิดทีวี
แม้ทีวีจะแสดงว่าเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะออกอินเทอร์เน็ตได้เสมอไป
เปิด YouTube หรือเว็บเบราว์เซอร์ หากทุกแอปออนไลน์ใช้ไม่ได้ แสดงว่าปัญหาไม่ได้เกิดจาก Netflix เพียงแอปเดียว
ไปที่เมนูใกล้เคียงกับ
การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > ทั่วไป หรือ การเชื่อมต่อ > เครือข่าย
เลือกการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Ethernet แล้วตรวจสอบว่าทีวีเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสำเร็จหรือไม่
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามปีที่ผลิตและเวอร์ชัน webOS
ถ้าอินเทอร์เน็ตช้า แอปโหลดไม่หยุด หรือขึ้นรหัสเกี่ยวกับเครือข่าย ให้รีสตาร์ตอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต
หากใช้ Wi-Fi และทีวีอยู่ไกลเราเตอร์ ให้ทดลองเชื่อมต่อย่าน 2.4 GHz หรือใช้สาย LAN เพื่อแยกว่าปัญหาเกิดจากสัญญาณไร้สายหรือไม่
อินเทอร์เน็ตที่ช้าหรือความเร็วแกว่งมากอาจทำให้ Netflix ค้างที่หน้าโหลด แม้แอปจะเปิดได้ตามปกติ
สามารถตรวจสอบได้โดย
หาก Netflix ใช้งานได้เมื่อใช้เครือข่ายมือถือ แต่ใช้ไม่ได้กับ Wi-Fi บ้าน ปัญหาน่าจะอยู่ที่เราเตอร์ DNS หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าทีวีจำนวนมาก ให้ตรวจสอบว่า Netflix ใช้งานได้บนอุปกรณ์อื่นหรือไม่
หากหลายอุปกรณ์เปิด Netflix ไม่ได้พร้อมกัน อาจเป็นปัญหาจากบัญชี ระบบ Netflix หรืออินเทอร์เน็ต ไม่ควรรีเซ็ตทีวีทันที
ข้อมูลบัญชีที่บันทึกอยู่บนทีวีอาจหมดอายุหรือทำงานผิดปกติ
หากเปิดเมนู Netflix ไม่ได้ ให้ใช้ปุ่มทิศทางบนรีโมตตามลำดับนี้
ขึ้น > ขึ้น > ลง > ลง > ซ้าย > ขวา > ซ้าย > ขวา > ขึ้น > ขึ้น > ขึ้น > ขึ้น
เมื่อหน้าต่างคำสั่งปรากฏ ให้เลือกออกจากระบบ เริ่มใหม่ หรือปิดใช้งาน ตัวเลือกที่พบอาจแตกต่างกันตามรุ่นของทีวี
วันที่และเวลาที่ผิดอาจทำให้ LG Smart TV เชื่อมต่อบริการออนไลน์หรือยืนยันความปลอดภัยไม่ได้
ทีวี LG รุ่นเก่าอาจใช้ชื่อเมนูว่า เวลาและวันที่ หรือ Date & Time
LG Smart TV บางรุ่นอาจเปิด LG Content Store หรือแอปออนไลน์ไม่ได้ หากยังไม่ได้ยอมรับข้อตกลงผู้ใช้หลังอัปเดตระบบหรือรีเซ็ตทีวี
เส้นทางเมนูที่พบได้ทั่วไปคือ
การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > การสนับสนุน > ความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนด > ข้อตกลงผู้ใช้
จากนั้นทำดังนี้
ชื่อเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชัน webOS
ถ้าตั้งประเทศไม่ตรงกับพื้นที่ใช้งาน แอป Netflix อาจหาย ดาวน์โหลดไม่ได้ หรือเปิดบริการไม่สำเร็จ
การเปลี่ยนประเทศอาจทำให้รายการแอปและบัญชีบางส่วนเปลี่ยนแปลง จึงควรใช้ประเทศที่ตรงกับตำแหน่งและบริการที่ใช้งานจริง
Netflix อาจเปิดไม่ได้หากซอฟต์แวร์ทีวีเก่าเกินไปหรือมีข้อผิดพลาดที่ได้รับการแก้ในเวอร์ชันใหม่
เส้นทางเมนูโดยทั่วไปคือ
การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > การสนับสนุน > การอัปเดตซอฟต์แวร์
จากนั้นดำเนินการดังนี้
หากมีตัวเลือกอัปเดตอัตโนมัติ สามารถเปิดไว้เพื่อให้ทีวีรับซอฟต์แวร์รุ่นใหม่เมื่อพร้อมใช้งาน
การติดตั้งใหม่ช่วยลบข้อมูลแอปที่เสียหายและดาวน์โหลดไฟล์โปรแกรมชุดใหม่
วิธีดำเนินการอาจแตกต่างกันตาม webOS โดยทั่วไปทำได้ดังนี้
Netflix อาจเป็นแอปติดตั้งล่วงหน้าใน LG Smart TV บางรุ่น หากไม่มีปุ่มลบ ให้ข้ามขั้นตอนนี้และเน้นการอัปเดต webOS ถอดปลั๊กทีวี หรือรีเซ็ตแอปด้วยการออกจากระบบแทน
พื้นที่จัดเก็บที่เหลือน้อยอาจทำให้แอปเปิดช้า เด้งออก หรืออัปเดตไม่ได้
ให้ลบเฉพาะแอปที่ติดตั้งเพิ่มและไม่ใช้งาน โดยหลีกเลี่ยงการลบแอประบบที่จำเป็น จากนั้นให้ทำดังนี้
ทีวีบางรุ่นไม่มีเมนูแสดงพื้นที่ว่างอย่างละเอียด จึงสามารถสังเกตจากการติดตั้งแอปใหม่ไม่ได้หรือระบบแจ้งว่าพื้นที่ไม่เพียงพอ
หาก Netflix แสดงรหัสผิดพลาด ควรจดรหัสทั้งหมดรวมถึงตัวเลขในวงเล็บ เพราะรหัสคล้ายกันอาจใช้วิธีแก้ต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
ให้ค้นหารหัสที่ตรงกันในศูนย์ช่วยเหลือ Netflix และเลือกขั้นตอนสำหรับ LG TV โดยเฉพาะ
ควรใช้วิธีนี้เมื่อถอดปลั๊ก ปิด Quick Start+ อัปเดต webOS และติดตั้ง Netflix ใหม่แล้วยังไม่หาย
การรีเซ็ตจะลบข้อมูลสำคัญ เช่น
ก่อนรีเซ็ตควรจดชื่อ Wi-Fi รหัสผ่าน และข้อมูลเข้าสู่ระบบแอปไว้ก่อน
เส้นทางเมนูทั่วไปคือ
การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > ทั่วไป > ระบบ > รีเซ็ตเป็นการตั้งค่าเริ่มต้น
ทีวีบางรุ่นอาจอยู่ที่
การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > ทั่วไป > รีเซ็ตเป็นการตั้งค่าเริ่มต้น
หลังรีเซ็ตให้ตั้งค่าภาษา ประเทศ อินเทอร์เน็ต และข้อตกลงผู้ใช้ใหม่ จากนั้นอัปเดตซอฟต์แวร์และเปิด Netflix อีกครั้ง
Netflix อาจไม่รองรับทีวีและอุปกรณ์สตรีมมิงบางรุ่นที่เก่ากว่าปี 2015 แม้ทีวีจะยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ
อาการที่อาจบ่งบอกว่าอุปกรณ์ไม่รองรับแล้ว ได้แก่
กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทีวีทันที สามารถต่ออุปกรณ์สตรีมมิงที่รองรับ Netflix อย่างเป็นทางการเข้ากับพอร์ต HDMI ได้ แต่ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับความละเอียด Full HD, 4K หรือ HDR ตามที่ต้องการก่อนซื้อ
ควรติดต่อ LG เมื่อพบปัญหาเหล่านี้
ควรติดต่อ Netflix เมื่อพบกรณีต่อไปนี้
ก่อนติดต่อควรเตรียมหมายเลขรุ่นทีวี เวอร์ชัน webOS รหัสข้อผิดพลาด และภาพถ่ายหน้าจอที่มีปัญหา
ให้ปิด Quick Start+ ถอดปลั๊กทีวีอย่างน้อย 1 นาที รีสตาร์ตเราเตอร์ แล้วเปิด Netflix ใหม่ หากยังค้างให้อัปเดต webOS และติดตั้งแอปใหม่
อาจเกิดจากข้อมูลแอปเสียหาย พื้นที่ว่างไม่พอ หรือ webOS ล้าสมัย ให้ลบแอปที่ไม่ใช้ อัปเดตซอฟต์แวร์ และติดตั้ง Netflix ใหม่
ทีวีอาจใช้เวลาเปิดเครื่องนานขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ทำให้ข้อมูลหาย และช่วยให้ระบบเริ่มทำงานใหม่ได้สมบูรณ์กว่าเดิม
ปัญหาอาจอยู่ที่แอป Netflix ในทีวี ระบบ webOS การเชื่อมต่อ Wi-Fi ของทีวี หรือข้อมูลบัญชีที่บันทึกไว้ ไม่ได้หมายความว่าอินเทอร์เน็ตหรือบัญชีเสียเสมอไป
บางรุ่นลบและติดตั้งใหม่ได้ แต่บางรุ่นติดตั้ง Netflix มาเป็นแอประบบและไม่มีปุ่มลบ ให้ใช้การออกจากระบบ อัปเดต webOS และถอดปลั๊กทีวีแทน
หลังรีเซ็ตอาจต้องดาวน์โหลด Netflix ใหม่หรือเปิดจากรายการแอปที่ติดตั้งมาให้ รวมถึงต้องเข้าสู่ระบบบัญชีใหม่
อาจช่วยได้ในกรณี DNS ของผู้ให้บริการขัดข้อง แต่ควรใช้การตั้งค่าอัตโนมัติก่อน การเปลี่ยน DNS ไม่ใช่วิธีแรกสำหรับทุกอาการ
อาจเกิดจากประเทศที่ให้บริการตั้งค่าไม่ถูกต้อง ซอฟต์แวร์ทีวีเก่า หรือทีวีรุ่นนั้นไม่ได้รับการรองรับแล้ว
หาก Netflix เปิดไม่ได้บน LG Smart TV ให้แก้ตามลำดับต่อไปนี้
วิธีที่ควรทำก่อนคือปิด Quick Start+ และถอดปลั๊กทีวี เพราะช่วยล้างสถานะของแอปโดยไม่ทำให้ข้อมูลหาย หากทำครบแล้วยังเปิดไม่ได้ แนวทางของ comsiam แนะนำให้จดหมายเลขรุ่นทีวี เวอร์ชัน webOS และรหัสข้อผิดพลาดก่อนติดต่อ LG หรือ Netflix เพื่อให้ตรวจสอบปัญหาได้รวดเร็วขึ้น