Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Netflix ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 0.3 GB ต่อชั่วโมงเมื่อปรับคุณภาพต่ำ ประมาณ 0.7 GB ต่อชั่วโมงในระดับปานกลาง สูงสุดประมาณ 1–3 GB ต่อชั่วโมงสำหรับภาพ SD หรือ HD และอาจใช้สูงสุดประมาณ 7 GB ต่อชั่วโมงเมื่อรับชมแบบ 4K Ultra HD
ปริมาณอินเทอร์เน็ตจริงอาจแตกต่างตามคุณภาพวิดีโอ อุปกรณ์ ความเร็วเน็ต เนื้อหา และการตั้งค่าของโปรไฟล์ หากดูผ่านอินเทอร์เน็ตบ้านแบบไม่จำกัดอาจไม่ต้องกังวลมาก แต่ผู้ใช้เน็ตมือถือหรือแพ็กเกจที่จำกัดปริมาณควรตั้งคุณภาพให้เหมาะสม บทความจาก comsiam จะช่วยคำนวณทั้งรายชั่วโมง รายวัน และรายเดือนอย่างเข้าใจง่าย
ปริมาณข้อมูลโดยประมาณแบ่งตามการตั้งค่าการใช้ข้อมูลได้ดังนี้
ใช้ประมาณ 0.3 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ เหมาะสำหรับหน้าจอเล็ก อินเทอร์เน็ตจำกัด หรือผู้ที่ต้องการประหยัดข้อมูลมากที่สุด
ใช้ประมาณ 0.7 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ ภาพชัดกว่าระดับต่ำ แต่ยังช่วยประหยัดอินเทอร์เน็ตได้ดี
อาจใช้สูงสุดประมาณ 1 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ ปริมาณจริงขึ้นอยู่กับเนื้อหาและความละเอียดที่อุปกรณ์ได้รับ
อาจใช้สูงสุดประมาณ 3 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ เหมาะสำหรับทีวีและหน้าจอขนาดใหญ่ที่ต้องการรายละเอียดภาพชัดเจน
อาจใช้สูงสุดประมาณ 7 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ ต้องใช้แพ็กเกจ อุปกรณ์ จอภาพ และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่รองรับ
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณสูงสุดตามระดับคุณภาพ ปริมาณจริงอาจต่ำกว่าหรือเปลี่ยนระหว่างรับชมได้
หากดู Netflix เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ให้ประมาณไว้ดังนี้
หากไม่ทราบว่ากำลังดูระดับใด ให้คำนวณจากค่าที่สูงกว่าไว้ก่อน เพื่อป้องกันเน็ตหมดเร็วกว่าที่คาด
คำนวณโดยนำปริมาณต่อชั่วโมงคูณด้วย 2
หากดูภาพยนตร์หนึ่งเรื่องยาวประมาณ 2 ชั่วโมงในระดับ 4K อาจใช้ข้อมูลใกล้เคียงกับแพ็กเกจมือถือขนาดเล็กทั้งแพ็กเกจ
ผู้ใช้ที่ดูซีรีส์ต่อเนื่องหลายตอนควรตรวจสอบระดับภาพ เพราะความแตกต่างระหว่างคุณภาพต่ำกับ 4K สูงมาก
สมมติหนึ่งเดือนมี 30 วัน
ตัวเลขนี้คิดจากอุปกรณ์หนึ่งเครื่อง หากบ้านมีหลายเครื่องดูพร้อมกัน ต้องรวมการใช้งานของทุกเครื่อง
หากใช้อินเทอร์เน็ตบ้านที่มีเงื่อนไขจำกัดปริมาณ ควรรวมการใช้งานจาก YouTube เกม การประชุมออนไลน์ และการดาวน์โหลดอื่นด้วย
บ้านที่เปิด Netflix 4K หลายชั่วโมงทุกวันอาจใช้อินเทอร์เน็ตหลายร้อย GB ต่อเดือน แม้จะมีผู้ชมเพียงคนเดียว
เพิ่ม เพราะแต่ละอุปกรณ์ต้องรับข้อมูลวิดีโอของตัวเอง
ตัวอย่างเช่น หากมีทีวีสองเครื่องดูแบบ HD พร้อมกัน และแต่ละเครื่องใช้สูงสุดประมาณ 3 GB ต่อชั่วโมง การใช้งานรวมอาจสูงถึงประมาณ 6 GB ต่อชั่วโมง
ถ้ามีสามเครื่องดูพร้อมกันแบบ HD อาจใช้รวมสูงสุดประมาณ 9 GB ต่อชั่วโมง
การดูหลายจอยังทำให้ต้องการความเร็วอินเทอร์เน็ตรวมมากขึ้น หากความเร็วไม่พอ ทุกจออาจลดคุณภาพหรือเกิดอาการกระตุก
ความละเอียดมาตรฐาน เหมาะกับหน้าจอเล็กหรืออินเทอร์เน็ตจำกัด ภาพไม่คมเท่า HD แต่ใช้ข้อมูลน้อยกว่า
ให้รายละเอียดภาพชัดกว่า SD เหมาะกับแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และทีวีขนาดไม่ใหญ่มาก
มีรายละเอียดสูงกว่า HD เหมาะสำหรับ Smart TV และจอคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ใช้ข้อมูลมากขึ้น
ให้ความละเอียดสูงมาก เหมาะกับทีวี 4K และจอขนาดใหญ่ ต้องใช้ข้อมูลและความเร็วอินเทอร์เน็ตสูง
แม้แพ็กเกจรองรับ 4K แต่หากทีวี สายเชื่อมต่อ แอป หรือความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่รองรับ ระบบอาจแสดงภาพที่ความละเอียดต่ำกว่า
ปริมาณข้อมูลไม่ได้คงที่ทุกวินาที เนื่องจาก Netflix ปรับคุณภาพตามสภาพการเชื่อมต่อและอุปกรณ์
ปัจจัยที่ทำให้ปริมาณข้อมูลเปลี่ยน ได้แก่
จึงควรใช้ตัวเลขต่อชั่วโมงเป็นค่าประมาณสำหรับวางแผน ไม่ใช่ปริมาณที่รับประกันว่าจะเท่ากันทุกครั้ง
เมื่อใช้การตั้งค่าอัตโนมัติ Netflix จะประเมิน
หากอินเทอร์เน็ตเร็วและเสถียร ระบบอาจเพิ่มคุณภาพและใช้ข้อมูลมากขึ้น แต่ถ้าความเร็วลดลง ระบบอาจลดความละเอียดเพื่อให้วิดีโอเล่นต่อได้
ดังนั้นผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจำกัดไม่ควรพึ่งโหมดอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว ควรเลือกการใช้ข้อมูลระดับต่ำหรือปานกลางให้ชัดเจน
การตั้งค่าระดับโปรไฟล์อาจมีผลกับอุปกรณ์ที่ใช้โปรไฟล์นั้นรับชม
วิธีทั่วไปมีดังนี้
การเปลี่ยนแปลงอาจใช้เวลาสักครู่กว่าจะมีผลในทุกอุปกรณ์
เหมาะสำหรับ
บนทีวีขนาดใหญ่ ภาพระดับต่ำอาจเห็นความไม่คมชัดได้ชัดเจน จึงควรทดลองก่อนเลือกใช้ถาวร
ระดับปานกลางเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างความชัดและการประหยัดข้อมูล
ข้อดี ได้แก่
หากรับชมบนจอเล็ก ความแตกต่างจาก HD อาจไม่เด่นมากเท่าการดูบน Smart TV
เหมาะกับผู้ใช้ที่มี
ระดับสูงอาจเลือกคุณภาพตามอุปกรณ์และเนื้อหา จึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็น 4K ทุกครั้ง
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันแอปและระบบปฏิบัติการ
โหมดประหยัดข้อมูลจะลดคุณภาพวิดีโอเพื่อให้รับชมได้นานขึ้นต่อข้อมูล 1 GB ปริมาณจริงขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ เนื้อหา และเครือข่าย
เหมาะสำหรับ
หากภาพไม่ชัดพอ สามารถเปลี่ยนเป็นโหมดอัตโนมัติหรือคุณภาพสูงเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi
เมื่อเปิดตัวเลือก Wi-Fi เท่านั้น Netflix จะไม่เล่นวิดีโอผ่านข้อมูลมือถือ หรือจะแจ้งเตือนก่อนใช้งานตามระบบของอุปกรณ์
วิธีนี้ช่วยป้องกัน
ควรตรวจสอบด้วยว่าอุปกรณ์ไม่ได้เปิดฟังก์ชันสลับไปใช้ข้อมูลมือถืออัตโนมัติเมื่อ Wi-Fi อ่อน
โดยหลักแล้วปริมาณข้อมูลขึ้นอยู่กับคุณภาพวิดีโอ ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะเชื่อมต่อผ่านฮอตสปอต
ตัวอย่างเช่น หาก Smart TV ดูแบบ 4K ผ่านฮอตสปอต อาจใช้ข้อมูลสูงสุดประมาณ 7 GB ต่อชั่วโมงจากแพ็กเกจมือถือของโทรศัพท์
ก่อนเชื่อม Smart TV กับฮอตสปอต ควร
ไม่กินข้อมูลมือถือ หากอุปกรณ์เชื่อมต่อ Wi-Fi บ้านจริงและไม่ได้ใช้ฮอตสปอตจากโทรศัพท์
แต่ถ้าดูบนโทรศัพท์ ควรตรวจสอบว่า
หากต้องการความแน่นอน สามารถปิดข้อมูลมือถือขณะดูผ่าน Wi-Fi
ปริมาณข้อมูลที่ใช้ดาวน์โหลดขึ้นอยู่กับคุณภาพและความยาวของเนื้อหา คล้ายกับการสตรีม แต่ดาวน์โหลดเพียงครั้งเดียวแล้วสามารถดูซ้ำแบบออฟไลน์ได้โดยไม่ใช้เน็ตเพิ่ม
ตัวอย่างเช่น
หากต้องดูเรื่องเดิมหลายครั้ง การดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi แล้วดูออฟไลน์อาจประหยัดข้อมูลมากกว่าสตรีมซ้ำทุกครั้ง
เมื่อไฟล์ดาวน์โหลดสมบูรณ์และยังไม่หมดอายุ การเปิดดูแบบออฟไลน์โดยทั่วไปไม่ใช้ข้อมูลสำหรับส่งวิดีโอใหม่
อย่างไรก็ตาม แอปอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อ
หากต้องการทดสอบ ให้เปิดโหมดเครื่องบินแล้วลองเล่นจากเมนูดาวน์โหลด
ถ้าเป็นการสตรีมออนไลน์ การดูซ้ำจะใช้ข้อมูลใหม่ทุกครั้ง
ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์ HD ที่ใช้ประมาณ 6 GB ต่อการดู 2 ชั่วโมง หากดูออนไลน์สามครั้งอาจใช้รวมประมาณ 18 GB
แต่ถ้าดาวน์โหลดไฟล์ครั้งเดียวแล้วดูออฟไลน์หลายรอบ จะไม่ต้องดาวน์โหลดวิดีโอทั้งเรื่องใหม่ทุกครั้ง ตราบใดที่ไฟล์ยังใช้งานได้
เมื่อกดหยุด วิดีโอจะหยุดเล่น แต่แอปอาจโหลดข้อมูลล่วงหน้าไว้บางส่วนแล้ว หลังหยุดเป็นเวลานาน การใช้ข้อมูลมักลดลงมาก แต่ยังอาจมีการสื่อสารเล็กน้อยของแอป
หากไม่ต้องการใช้งานต่อ ให้
เพียงปิดหน้าจอโดยไม่หยุดแอป อาจทำให้สถานะการเล่นยังทำงานอยู่ชั่วคราวในบางอุปกรณ์
ใช้ เพราะตัวอย่างวิดีโอในหน้าแรกต้องดาวน์โหลดข้อมูลภาพและเสียง แม้จะไม่ได้เปิดหนังเต็มเรื่อง
หากต้องการลดการใช้ข้อมูล ควร
ปริมาณของตัวอย่างอาจไม่สูงเท่าการดูเต็มเรื่อง แต่ถ้าเปิดต่อเนื่องเป็นเวลานานก็สะสมได้
เมื่อแคสต์ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ อุปกรณ์รับสัญญาณหรือทีวีมักเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นวิดีโอโดยตรง ส่วนโทรศัพท์ใช้ควบคุมการเล่น
ดังนั้นควรตรวจสอบว่า
การแคสต์ไม่ได้หมายความว่าวิดีโอทั้งหมดต้องไหลผ่านโทรศัพท์เสมอไป
นอกจากปริมาณข้อมูลสูงแล้ว 4K ยังต้องการการเชื่อมต่อที่เร็วและสม่ำเสมอ หากความเร็วไม่เพียงพอ Netflix อาจ
ควรใช้ Wi-Fi 5 GHz เมื่อทีวีอยู่ใกล้เราเตอร์ หรือใช้สาย LAN หากต้องการความเสถียร ทั้งนี้อุปกรณ์และพอร์ต LAN บางรุ่นอาจมีข้อจำกัดด้านความเร็ว
Smart TV และอุปกรณ์แต่ละรุ่นมีวิธีแสดงข้อมูลต่างกัน บางรุ่นมีปุ่ม Info บนรีโมต ขณะที่บางรุ่นไม่แสดงความละเอียดแบบละเอียด
สามารถสังเกตได้จาก
ป้าย Ultra HD หมายถึงเนื้อหารองรับ แต่ไม่ได้รับประกันว่าขณะนั้นกำลังเล่น 4K หากอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ไม่พร้อม
ใช้สูตรง่ายๆ ดังนี้
ปริมาณข้อมูลต่อเดือน = ข้อมูลต่อชั่วโมง × ชั่วโมงที่ดูต่อวัน × จำนวนวัน × จำนวนจอ
ตัวอย่าง บ้านหนึ่งมีทีวีสองเครื่อง ดู HD เครื่องละ 2 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 30 วัน
3 GB × 2 ชั่วโมง × 30 วัน × 2 เครื่อง = ประมาณ 360 GB ต่อเดือน
หากแต่ละเครื่องดูไม่พร้อมกัน ปริมาณข้อมูลรวมยังเท่าเดิมตามชั่วโมงที่รับชม เพียงแต่ความเร็วอินเทอร์เน็ตพร้อมกันอาจไม่ต้องสูงเท่าการดูพร้อมกัน
การลดคุณภาพจาก 4K เป็น HD ช่วยลดข้อมูลได้มาก โดยภาพยังชัดเพียงพอสำหรับทีวีหลายขนาด
ประมาณ 0.3 GB ที่คุณภาพต่ำ 0.7 GB ที่คุณภาพปานกลาง สูงสุดประมาณ 1–3 GB สำหรับ SD หรือ HD และประมาณ 7 GB สำหรับ 4K
ประมาณ 0.6 GB ที่คุณภาพต่ำ 1.4 GB ที่คุณภาพปานกลาง 2–6 GB สำหรับ SD หรือ HD และอาจสูงถึงประมาณ 14 GB สำหรับ 4K
โดยประมาณ ดูคุณภาพต่ำได้ราว 33 ชั่วโมง ปานกลางประมาณ 14 ชั่วโมง SD ประมาณ 10 ชั่วโมง HD ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า และ 4K ได้ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า
โดยประมาณ คุณภาพต่ำอาจดูได้มากกว่า 160 ชั่วโมง ปานกลางประมาณ 70 ชั่วโมง SD ประมาณ 50 ชั่วโมง HD ประมาณ 16 ชั่วโมง และ 4K ประมาณ 7 ชั่วโมง
หากวิดีโอยังเล่นอยู่จะใช้ข้อมูลต่อเนื่อง แม้ไม่มีคนดู ควรกดหยุดและปิดแอปเมื่อใช้งานเสร็จ
ไม่ใช้ หากอุปกรณ์เชื่อม Wi-Fi อยู่จริงและไม่ได้สลับกลับไปใช้ข้อมูลมือถือ
การเปิดไฟล์แบบออฟไลน์ไม่ต้องสตรีมวิดีโอใหม่ แต่แอปอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อตรวจสอบสิทธิ์
เพิ่มตามจำนวนอุปกรณ์และคุณภาพของแต่ละจอ เช่น สองจอที่ดู HD อาจใช้ข้อมูลรวมเป็นสองเท่าของหนึ่งจอ
ปริมาณอินเทอร์เน็ตที่ Netflix ใช้ต่อชั่วโมงโดยประมาณคือ
ผู้ใช้เน็ตจำกัดควรตั้งการใช้ข้อมูลเป็นระดับต่ำหรือปานกลาง ดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi ก่อนเดินทาง และปิดการเล่นตัวอย่างอัตโนมัติ ส่วนผู้ใช้ Smart TV ที่ดู 4K หลายชั่วโมงต่อวันควรเผื่อข้อมูลหลายร้อย GB ต่อเดือน หากไม่แน่ใจว่าเน็ตหายไปกับอะไร comsiam แนะนำให้คำนวณจากคุณภาพสูงสุด จำนวนชั่วโมง และจำนวนจอทั้งหมด เพื่อไม่ให้ประเมินต่ำกว่าการใช้งานจริง