Netflix ใช้อินเทอร์เน็ตต่อชั่วโมงเท่าไร ดู SD HD และ 4K กินเน็ตกี่ GB

Netflix ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 0.3 GB ต่อชั่วโมงเมื่อปรับคุณภาพต่ำ ประมาณ 0.7 GB ต่อชั่วโมงในระดับปานกลาง สูงสุดประมาณ 1–3 GB ต่อชั่วโมงสำหรับภาพ SD หรือ HD และอาจใช้สูงสุดประมาณ 7 GB ต่อชั่วโมงเมื่อรับชมแบบ 4K Ultra HD

ปริมาณอินเทอร์เน็ตจริงอาจแตกต่างตามคุณภาพวิดีโอ อุปกรณ์ ความเร็วเน็ต เนื้อหา และการตั้งค่าของโปรไฟล์ หากดูผ่านอินเทอร์เน็ตบ้านแบบไม่จำกัดอาจไม่ต้องกังวลมาก แต่ผู้ใช้เน็ตมือถือหรือแพ็กเกจที่จำกัดปริมาณควรตั้งคุณภาพให้เหมาะสม บทความจาก comsiam จะช่วยคำนวณทั้งรายชั่วโมง รายวัน และรายเดือนอย่างเข้าใจง่าย

สารบัญ

  • Netflix ใช้เน็ตต่อชั่วโมงเท่าไร
  • SD, HD, Full HD และ 4K ต่างกันอย่างไร
  • ดู Netflix วันละหลายชั่วโมงใช้กี่ GB
  • ดูทั้งเดือนต้องมีเน็ตเท่าไร
  • วิธีตรวจสอบและลดการใช้ข้อมูล
  • ดาวน์โหลดกับสตรีมแบบใดประหยัดกว่า
  • ดูหลายจอใช้เน็ตเพิ่มอย่างไร
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปการใช้อินเทอร์เน็ต

1. Netflix ใช้อินเทอร์เน็ตต่อชั่วโมงเท่าไร

ปริมาณข้อมูลโดยประมาณแบ่งตามการตั้งค่าการใช้ข้อมูลได้ดังนี้

คุณภาพต่ำ

ใช้ประมาณ 0.3 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ เหมาะสำหรับหน้าจอเล็ก อินเทอร์เน็ตจำกัด หรือผู้ที่ต้องการประหยัดข้อมูลมากที่สุด

คุณภาพปานกลาง

ใช้ประมาณ 0.7 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ ภาพชัดกว่าระดับต่ำ แต่ยังช่วยประหยัดอินเทอร์เน็ตได้ดี

คุณภาพสูงแบบ SD

อาจใช้สูงสุดประมาณ 1 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ ปริมาณจริงขึ้นอยู่กับเนื้อหาและความละเอียดที่อุปกรณ์ได้รับ

คุณภาพ HD หรือ Full HD

อาจใช้สูงสุดประมาณ 3 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ เหมาะสำหรับทีวีและหน้าจอขนาดใหญ่ที่ต้องการรายละเอียดภาพชัดเจน

คุณภาพ 4K Ultra HD

อาจใช้สูงสุดประมาณ 7 GB ต่อชั่วโมงต่ออุปกรณ์ ต้องใช้แพ็กเกจ อุปกรณ์ จอภาพ และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่รองรับ

ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณสูงสุดตามระดับคุณภาพ ปริมาณจริงอาจต่ำกว่าหรือเปลี่ยนระหว่างรับชมได้

2. สรุปปริมาณเน็ตแบบจำง่าย

หากดู Netflix เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ให้ประมาณไว้ดังนี้

  • คุณภาพต่ำประมาณ 0.3 GB
  • คุณภาพปานกลางประมาณ 0.7 GB
  • SD ประมาณ 1 GB
  • HD หรือ Full HD ประมาณ 3 GB
  • 4K Ultra HD ประมาณ 7 GB

หากไม่ทราบว่ากำลังดูระดับใด ให้คำนวณจากค่าที่สูงกว่าไว้ก่อน เพื่อป้องกันเน็ตหมดเร็วกว่าที่คาด

3. ดู Netflix 2 ชั่วโมงใช้เน็ตเท่าไร

คำนวณโดยนำปริมาณต่อชั่วโมงคูณด้วย 2

  • คุณภาพต่ำประมาณ 0.6 GB
  • คุณภาพปานกลางประมาณ 1.4 GB
  • SD ประมาณ 2 GB
  • HD หรือ Full HD ประมาณ 6 GB
  • 4K Ultra HD ประมาณ 14 GB

หากดูภาพยนตร์หนึ่งเรื่องยาวประมาณ 2 ชั่วโมงในระดับ 4K อาจใช้ข้อมูลใกล้เคียงกับแพ็กเกจมือถือขนาดเล็กทั้งแพ็กเกจ

4. ดู Netflix 3 ชั่วโมงใช้เน็ตเท่าไร

  • คุณภาพต่ำประมาณ 0.9 GB
  • คุณภาพปานกลางประมาณ 2.1 GB
  • SD ประมาณ 3 GB
  • HD หรือ Full HD ประมาณ 9 GB
  • 4K Ultra HD ประมาณ 21 GB

ผู้ใช้ที่ดูซีรีส์ต่อเนื่องหลายตอนควรตรวจสอบระดับภาพ เพราะความแตกต่างระหว่างคุณภาพต่ำกับ 4K สูงมาก

5. ดู Netflix วันละ 1 ชั่วโมงตลอดเดือนใช้กี่ GB

สมมติหนึ่งเดือนมี 30 วัน

  • คุณภาพต่ำประมาณ 9 GB ต่อเดือน
  • คุณภาพปานกลางประมาณ 21 GB ต่อเดือน
  • SD ประมาณ 30 GB ต่อเดือน
  • HD หรือ Full HD ประมาณ 90 GB ต่อเดือน
  • 4K Ultra HD ประมาณ 210 GB ต่อเดือน

ตัวเลขนี้คิดจากอุปกรณ์หนึ่งเครื่อง หากบ้านมีหลายเครื่องดูพร้อมกัน ต้องรวมการใช้งานของทุกเครื่อง

6. ดู Netflix วันละ 2 ชั่วโมงตลอดเดือนใช้กี่ GB

  • คุณภาพต่ำประมาณ 18 GB ต่อเดือน
  • คุณภาพปานกลางประมาณ 42 GB ต่อเดือน
  • SD ประมาณ 60 GB ต่อเดือน
  • HD หรือ Full HD ประมาณ 180 GB ต่อเดือน
  • 4K Ultra HD ประมาณ 420 GB ต่อเดือน

หากใช้อินเทอร์เน็ตบ้านที่มีเงื่อนไขจำกัดปริมาณ ควรรวมการใช้งานจาก YouTube เกม การประชุมออนไลน์ และการดาวน์โหลดอื่นด้วย

7. ดู Netflix วันละ 4 ชั่วโมงตลอดเดือนใช้กี่ GB

  • คุณภาพต่ำประมาณ 36 GB ต่อเดือน
  • คุณภาพปานกลางประมาณ 84 GB ต่อเดือน
  • SD ประมาณ 120 GB ต่อเดือน
  • HD หรือ Full HD ประมาณ 360 GB ต่อเดือน
  • 4K Ultra HD ประมาณ 840 GB ต่อเดือน

บ้านที่เปิด Netflix 4K หลายชั่วโมงทุกวันอาจใช้อินเทอร์เน็ตหลายร้อย GB ต่อเดือน แม้จะมีผู้ชมเพียงคนเดียว

8. ดู Netflix หลายจอพร้อมกันใช้เน็ตเพิ่มหรือไม่

เพิ่ม เพราะแต่ละอุปกรณ์ต้องรับข้อมูลวิดีโอของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น หากมีทีวีสองเครื่องดูแบบ HD พร้อมกัน และแต่ละเครื่องใช้สูงสุดประมาณ 3 GB ต่อชั่วโมง การใช้งานรวมอาจสูงถึงประมาณ 6 GB ต่อชั่วโมง

ถ้ามีสามเครื่องดูพร้อมกันแบบ HD อาจใช้รวมสูงสุดประมาณ 9 GB ต่อชั่วโมง

การดูหลายจอยังทำให้ต้องการความเร็วอินเทอร์เน็ตรวมมากขึ้น หากความเร็วไม่พอ ทุกจออาจลดคุณภาพหรือเกิดอาการกระตุก

9. SD, HD, Full HD และ 4K ต่างกันอย่างไร

SD

ความละเอียดมาตรฐาน เหมาะกับหน้าจอเล็กหรืออินเทอร์เน็ตจำกัด ภาพไม่คมเท่า HD แต่ใช้ข้อมูลน้อยกว่า

HD

ให้รายละเอียดภาพชัดกว่า SD เหมาะกับแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และทีวีขนาดไม่ใหญ่มาก

Full HD

มีรายละเอียดสูงกว่า HD เหมาะสำหรับ Smart TV และจอคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ใช้ข้อมูลมากขึ้น

4K Ultra HD

ให้ความละเอียดสูงมาก เหมาะกับทีวี 4K และจอขนาดใหญ่ ต้องใช้ข้อมูลและความเร็วอินเทอร์เน็ตสูง

แม้แพ็กเกจรองรับ 4K แต่หากทีวี สายเชื่อมต่อ แอป หรือความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่รองรับ ระบบอาจแสดงภาพที่ความละเอียดต่ำกว่า

10. ทำไมปริมาณเน็ตจริงไม่ตรงกับตัวเลขประมาณ

ปริมาณข้อมูลไม่ได้คงที่ทุกวินาที เนื่องจาก Netflix ปรับคุณภาพตามสภาพการเชื่อมต่อและอุปกรณ์

ปัจจัยที่ทำให้ปริมาณข้อมูลเปลี่ยน ได้แก่

  • ความละเอียดหน้าจอ
  • ความเร็วอินเทอร์เน็ต
  • ความเสถียรของ Wi-Fi
  • ประเภทของอุปกรณ์
  • การตั้งค่าการเล่นของโปรไฟล์
  • ความละเอียดที่เนื้อหารองรับ
  • รูปแบบการบีบอัดวิดีโอ
  • ฉากที่มีการเคลื่อนไหวมาก
  • การเปิด HDR
  • การย้อนกลับไปดูซ้ำ
  • การดูตัวอย่างอัตโนมัติ
  • การเปลี่ยนตอนหรือเรื่องบ่อย

จึงควรใช้ตัวเลขต่อชั่วโมงเป็นค่าประมาณสำหรับวางแผน ไม่ใช่ปริมาณที่รับประกันว่าจะเท่ากันทุกครั้ง

11. Netflix ปรับคุณภาพภาพอัตโนมัติอย่างไร

เมื่อใช้การตั้งค่าอัตโนมัติ Netflix จะประเมิน

  • ความเร็วอินเทอร์เน็ต
  • ความเสถียรของการเชื่อมต่อ
  • อุปกรณ์ที่ใช้
  • ความละเอียดหน้าจอ
  • แพ็กเกจของบัญชี
  • คุณภาพที่เนื้อหารองรับ

หากอินเทอร์เน็ตเร็วและเสถียร ระบบอาจเพิ่มคุณภาพและใช้ข้อมูลมากขึ้น แต่ถ้าความเร็วลดลง ระบบอาจลดความละเอียดเพื่อให้วิดีโอเล่นต่อได้

ดังนั้นผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจำกัดไม่ควรพึ่งโหมดอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว ควรเลือกการใช้ข้อมูลระดับต่ำหรือปานกลางให้ชัดเจน

12. วิธีปรับการใช้ข้อมูล Netflix ของโปรไฟล์

การตั้งค่าระดับโปรไฟล์อาจมีผลกับอุปกรณ์ที่ใช้โปรไฟล์นั้นรับชม

วิธีทั่วไปมีดังนี้

  1. เข้าสู่ระบบ Netflix
  2. เปิดเมนูบัญชี
  3. เลือกโปรไฟล์ที่ต้องการ
  4. เปิดการตั้งค่าการเล่น
  5. เลือกการใช้ข้อมูลต่อหน้าจอ
  6. เลือกอัตโนมัติ ต่ำ ปานกลาง หรือสูง
  7. บันทึกการตั้งค่า
  8. ปิด Netflix บนอุปกรณ์
  9. เปิดแอปและเข้าสู่โปรไฟล์ใหม่
  10. ทดลองเล่นวิดีโอ

การเปลี่ยนแปลงอาจใช้เวลาสักครู่กว่าจะมีผลในทุกอุปกรณ์

13. การตั้งค่าระดับต่ำเหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ใช้แพ็กเกจมือถือจำกัด GB
  • ผู้ที่ดูบนหน้าจอเล็ก
  • ผู้ที่อยู่ในพื้นที่สัญญาณไม่ดี
  • ผู้ที่ต้องการดูให้นานที่สุด
  • บ้านที่มีหลายอุปกรณ์ใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกัน
  • ผู้ที่ไม่ให้ความสำคัญกับความคมชัดมาก

บนทีวีขนาดใหญ่ ภาพระดับต่ำอาจเห็นความไม่คมชัดได้ชัดเจน จึงควรทดลองก่อนเลือกใช้ถาวร

14. การตั้งค่าระดับปานกลางเหมาะกับใคร

ระดับปานกลางเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างความชัดและการประหยัดข้อมูล

ข้อดี ได้แก่

  • ภาพชัดกว่าระดับต่ำ
  • ใช้ข้อมูลน้อยกว่า HD มาก
  • เหมาะกับโทรศัพท์และแท็บเล็ต
  • ลดโอกาสวิดีโอกระตุก
  • เหมาะกับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตขนาดกลาง

หากรับชมบนจอเล็ก ความแตกต่างจาก HD อาจไม่เด่นมากเท่าการดูบน Smart TV

15. การตั้งค่าระดับสูงเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ใช้ที่มี

  • อินเทอร์เน็ตบ้านไม่จำกัด
  • ความเร็วเพียงพอ
  • Smart TV หรือหน้าจอขนาดใหญ่
  • แพ็กเกจ Netflix ที่รองรับความละเอียดสูง
  • อุปกรณ์ที่รองรับ HD หรือ 4K
  • Wi-Fi ที่เสถียรหรือสาย LAN

ระดับสูงอาจเลือกคุณภาพตามอุปกรณ์และเนื้อหา จึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็น 4K ทุกครั้ง

16. วิธีลดการใช้เน็ต Netflix บนโทรศัพท์

  1. เปิดแอป Netflix
  2. เปิดเมนู Netflix ของฉันหรือโปรไฟล์
  3. เปิดการตั้งค่าแอป
  4. เลือกการใช้ข้อมูลมือถือ
  5. ปิดโหมดอัตโนมัติหากต้องการกำหนดเอง
  6. เลือกประหยัดข้อมูล
  7. หรือเลือก Wi-Fi เท่านั้น
  8. ปิดและเปิดแอปใหม่
  9. ทดลองรับชม

ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันแอปและระบบปฏิบัติการ

17. โหมดประหยัดข้อมูลมือถือใช้เน็ตเท่าไร

โหมดประหยัดข้อมูลจะลดคุณภาพวิดีโอเพื่อให้รับชมได้นานขึ้นต่อข้อมูล 1 GB ปริมาณจริงขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ เนื้อหา และเครือข่าย

เหมาะสำหรับ

  • ดูระหว่างเดินทาง
  • แพ็กเกจมือถือมีข้อมูลน้อย
  • สัญญาณมือถือไม่เสถียร
  • ต้องการเปิดดูเป็นเวลานาน
  • ไม่ต้องการให้แอปใช้ข้อมูลเร็วเกินไป

หากภาพไม่ชัดพอ สามารถเปลี่ยนเป็นโหมดอัตโนมัติหรือคุณภาพสูงเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi

18. ตั้งเป็น Wi-Fi เท่านั้นช่วยประหยัดเน็ตมือถืออย่างไร

เมื่อเปิดตัวเลือก Wi-Fi เท่านั้น Netflix จะไม่เล่นวิดีโอผ่านข้อมูลมือถือ หรือจะแจ้งเตือนก่อนใช้งานตามระบบของอุปกรณ์

วิธีนี้ช่วยป้องกัน

  • เน็ตมือถือหมดโดยไม่รู้ตัว
  • การเล่นวิดีโอหลัง Wi-Fi หลุด
  • เด็กหรือสมาชิกในบ้านเปิดดูผ่านมือถือ
  • การดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ผ่านเครือข่ายมือถือ
  • ค่าใช้บริการเพิ่มเติมจากแพ็กเกจจำกัด

ควรตรวจสอบด้วยว่าอุปกรณ์ไม่ได้เปิดฟังก์ชันสลับไปใช้ข้อมูลมือถืออัตโนมัติเมื่อ Wi-Fi อ่อน

19. ดู Netflix ผ่านฮอตสปอตกินเน็ตเท่าเดิมหรือไม่

โดยหลักแล้วปริมาณข้อมูลขึ้นอยู่กับคุณภาพวิดีโอ ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะเชื่อมต่อผ่านฮอตสปอต

ตัวอย่างเช่น หาก Smart TV ดูแบบ 4K ผ่านฮอตสปอต อาจใช้ข้อมูลสูงสุดประมาณ 7 GB ต่อชั่วโมงจากแพ็กเกจมือถือของโทรศัพท์

ก่อนเชื่อม Smart TV กับฮอตสปอต ควร

  • ตรวจสอบปริมาณเน็ตคงเหลือ
  • ลดคุณภาพ Netflix
  • ปิดอัปเดตแอปอัตโนมัติบนทีวี
  • ปิดอุปกรณ์อื่นที่เชื่อมฮอตสปอต
  • ตรวจสอบความร้อนและแบตเตอรี่ของโทรศัพท์
  • จำกัดเวลารับชม

20. ดู Netflix ผ่าน Wi-Fi บ้านกินเน็ตมือถือหรือไม่

ไม่กินข้อมูลมือถือ หากอุปกรณ์เชื่อมต่อ Wi-Fi บ้านจริงและไม่ได้ใช้ฮอตสปอตจากโทรศัพท์

แต่ถ้าดูบนโทรศัพท์ ควรตรวจสอบว่า

  • สัญลักษณ์ Wi-Fi ยังแสดงอยู่
  • Wi-Fi ไม่ได้หลุด
  • ไม่มีการสลับไปใช้ข้อมูลมือถืออัตโนมัติ
  • ไม่ได้เปิดฟังก์ชันช่วย Wi-Fi
  • การใช้ข้อมูลมือถือของ Netflixถูกจำกัดไว้

หากต้องการความแน่นอน สามารถปิดข้อมูลมือถือขณะดูผ่าน Wi-Fi

21. ดาวน์โหลด Netflix ใช้เน็ตเท่าไร

ปริมาณข้อมูลที่ใช้ดาวน์โหลดขึ้นอยู่กับคุณภาพและความยาวของเนื้อหา คล้ายกับการสตรีม แต่ดาวน์โหลดเพียงครั้งเดียวแล้วสามารถดูซ้ำแบบออฟไลน์ได้โดยไม่ใช้เน็ตเพิ่ม

ตัวอย่างเช่น

  • ไฟล์คุณภาพมาตรฐานใช้ข้อมูลและพื้นที่น้อยกว่า
  • ไฟล์คุณภาพสูงใช้ข้อมูลและพื้นที่มากกว่า
  • ภาพยนตร์ยาวใช้ข้อมูลมากกว่าตอนซีรีส์สั้น
  • การลบและดาวน์โหลดใหม่จะใช้ข้อมูลซ้ำ

หากต้องดูเรื่องเดิมหลายครั้ง การดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi แล้วดูออฟไลน์อาจประหยัดข้อมูลมากกว่าสตรีมซ้ำทุกครั้ง

22. ดาวน์โหลดแล้วดูออฟไลน์ยังใช้เน็ตหรือไม่

เมื่อไฟล์ดาวน์โหลดสมบูรณ์และยังไม่หมดอายุ การเปิดดูแบบออฟไลน์โดยทั่วไปไม่ใช้ข้อมูลสำหรับส่งวิดีโอใหม่

อย่างไรก็ตาม แอปอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อ

  • ตรวจสอบบัญชี
  • ตรวจสอบสิทธิ์ของเนื้อหา
  • ต่ออายุไฟล์
  • อัปเดตข้อมูล
  • ตรวจสอบวันหมดอายุ

หากต้องการทดสอบ ให้เปิดโหมดเครื่องบินแล้วลองเล่นจากเมนูดาวน์โหลด

23. ดูซ้ำใช้เน็ตเพิ่มหรือไม่

ถ้าเป็นการสตรีมออนไลน์ การดูซ้ำจะใช้ข้อมูลใหม่ทุกครั้ง

ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์ HD ที่ใช้ประมาณ 6 GB ต่อการดู 2 ชั่วโมง หากดูออนไลน์สามครั้งอาจใช้รวมประมาณ 18 GB

แต่ถ้าดาวน์โหลดไฟล์ครั้งเดียวแล้วดูออฟไลน์หลายรอบ จะไม่ต้องดาวน์โหลดวิดีโอทั้งเรื่องใหม่ทุกครั้ง ตราบใดที่ไฟล์ยังใช้งานได้

24. กดหยุด Netflix ไว้ยังใช้เน็ตหรือไม่

เมื่อกดหยุด วิดีโอจะหยุดเล่น แต่แอปอาจโหลดข้อมูลล่วงหน้าไว้บางส่วนแล้ว หลังหยุดเป็นเวลานาน การใช้ข้อมูลมักลดลงมาก แต่ยังอาจมีการสื่อสารเล็กน้อยของแอป

หากไม่ต้องการใช้งานต่อ ให้

  1. กดหยุดวิดีโอ
  2. กลับไปหน้าแรก
  3. ปิด Netflix
  4. ปิดข้อมูลมือถือหากจำเป็น

เพียงปิดหน้าจอโดยไม่หยุดแอป อาจทำให้สถานะการเล่นยังทำงานอยู่ชั่วคราวในบางอุปกรณ์

25. การเลื่อนดูตัวอย่างใช้เน็ตหรือไม่

ใช้ เพราะตัวอย่างวิดีโอในหน้าแรกต้องดาวน์โหลดข้อมูลภาพและเสียง แม้จะไม่ได้เปิดหนังเต็มเรื่อง

หากต้องการลดการใช้ข้อมูล ควร

  • ปิดการเล่นตัวอย่างอัตโนมัติถ้ามีตัวเลือก
  • ไม่เลื่อนหน้าแรกทิ้งไว้นาน
  • เลือกเรื่องแล้วกดดูโดยตรง
  • ปิดแอปเมื่อไม่ใช้งาน
  • ใช้ Wi-Fi ขณะค้นหาเนื้อหา

ปริมาณของตัวอย่างอาจไม่สูงเท่าการดูเต็มเรื่อง แต่ถ้าเปิดต่อเนื่องเป็นเวลานานก็สะสมได้

26. การแคสต์ Netflix จากโทรศัพท์ไปทีวีใช้เน็ตจากไหน

เมื่อแคสต์ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ อุปกรณ์รับสัญญาณหรือทีวีมักเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นวิดีโอโดยตรง ส่วนโทรศัพท์ใช้ควบคุมการเล่น

ดังนั้นควรตรวจสอบว่า

  • ทีวีหรืออุปกรณ์แคสต์เชื่อมต่อ Wi-Fi ใด
  • โทรศัพท์กับทีวีอยู่เครือข่ายเดียวกัน
  • ทีวีไม่ได้เชื่อมต่อฮอตสปอตมือถือโดยไม่ตั้งใจ
  • คุณภาพของทีวีไม่ได้ตั้งไว้สูงเกินไป

การแคสต์ไม่ได้หมายความว่าวิดีโอทั้งหมดต้องไหลผ่านโทรศัพท์เสมอไป

27. ดู Netflix แบบ 4K ต้องใช้เน็ตเร็วเท่าไร

นอกจากปริมาณข้อมูลสูงแล้ว 4K ยังต้องการการเชื่อมต่อที่เร็วและสม่ำเสมอ หากความเร็วไม่เพียงพอ Netflix อาจ

  • ลดลงเป็น Full HD หรือ HD
  • ใช้เวลาปรับภาพให้ชัด
  • แสดงภาพแตกในช่วงแรก
  • โหลดค้าง
  • ลดคุณภาพเมื่อมีหลายอุปกรณ์ใช้งานพร้อมกัน

ควรใช้ Wi-Fi 5 GHz เมื่อทีวีอยู่ใกล้เราเตอร์ หรือใช้สาย LAN หากต้องการความเสถียร ทั้งนี้อุปกรณ์และพอร์ต LAN บางรุ่นอาจมีข้อจำกัดด้านความเร็ว

28. วิธีดูว่า Netflix กำลังเล่นความละเอียดเท่าไร

Smart TV และอุปกรณ์แต่ละรุ่นมีวิธีแสดงข้อมูลต่างกัน บางรุ่นมีปุ่ม Info บนรีโมต ขณะที่บางรุ่นไม่แสดงความละเอียดแบบละเอียด

สามารถสังเกตได้จาก

  • ป้าย HD หรือ Ultra HD ในหน้ารายละเอียด
  • ความคมชัดหลังเล่นไปสักครู่
  • เมนูข้อมูลการเล่นของอุปกรณ์
  • การใช้ข้อมูลที่เราเตอร์หรือโทรศัพท์
  • รายละเอียดแพ็กเกจ Netflix
  • ความสามารถของหน้าจอและอุปกรณ์

ป้าย Ultra HD หมายถึงเนื้อหารองรับ แต่ไม่ได้รับประกันว่าขณะนั้นกำลังเล่น 4K หากอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ไม่พร้อม

29. วิธีคำนวณเน็ต Netflix ด้วยตัวเอง

ใช้สูตรง่ายๆ ดังนี้

ปริมาณข้อมูลต่อเดือน = ข้อมูลต่อชั่วโมง × ชั่วโมงที่ดูต่อวัน × จำนวนวัน × จำนวนจอ

ตัวอย่าง บ้านหนึ่งมีทีวีสองเครื่อง ดู HD เครื่องละ 2 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 30 วัน

3 GB × 2 ชั่วโมง × 30 วัน × 2 เครื่อง = ประมาณ 360 GB ต่อเดือน

หากแต่ละเครื่องดูไม่พร้อมกัน ปริมาณข้อมูลรวมยังเท่าเดิมตามชั่วโมงที่รับชม เพียงแต่ความเร็วอินเทอร์เน็ตพร้อมกันอาจไม่ต้องสูงเท่าการดูพร้อมกัน

30. วิธีลดเน็ต Netflix โดยไม่ทำให้ดูไม่รู้เรื่อง

  • เลือกคุณภาพปานกลางบนโทรศัพท์
  • ใช้ SD เมื่อดูบนหน้าจอเล็ก
  • ดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi ก่อนเดินทาง
  • ปิดการเล่นตัวอย่างอัตโนมัติ
  • ไม่เปิด Netflix ทิ้งไว้
  • ปิดแอปเมื่อดูเสร็จ
  • หลีกเลี่ยงการสตรีมเรื่องเดิมซ้ำ
  • ลดจำนวนจอที่ดูพร้อมกัน
  • ใช้ Wi-Fi แทนข้อมูลมือถือ
  • ตั้งแอปเป็น Wi-Fi เท่านั้น
  • ตรวจสอบการใช้ข้อมูลเป็นประจำ

การลดคุณภาพจาก 4K เป็น HD ช่วยลดข้อมูลได้มาก โดยภาพยังชัดเพียงพอสำหรับทีวีหลายขนาด

คำถามที่พบบ่อย

Netflix หนึ่งชั่วโมงใช้เน็ตกี่ GB?

ประมาณ 0.3 GB ที่คุณภาพต่ำ 0.7 GB ที่คุณภาพปานกลาง สูงสุดประมาณ 1–3 GB สำหรับ SD หรือ HD และประมาณ 7 GB สำหรับ 4K

ดู Netflix 2 ชั่วโมงกินเน็ตเท่าไร?

ประมาณ 0.6 GB ที่คุณภาพต่ำ 1.4 GB ที่คุณภาพปานกลาง 2–6 GB สำหรับ SD หรือ HD และอาจสูงถึงประมาณ 14 GB สำหรับ 4K

เน็ต 10 GB ดู Netflix ได้นานกี่ชั่วโมง?

โดยประมาณ ดูคุณภาพต่ำได้ราว 33 ชั่วโมง ปานกลางประมาณ 14 ชั่วโมง SD ประมาณ 10 ชั่วโมง HD ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า และ 4K ได้ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า

เน็ต 50 GB ดู Netflix ได้นานแค่ไหน?

โดยประมาณ คุณภาพต่ำอาจดูได้มากกว่า 160 ชั่วโมง ปานกลางประมาณ 70 ชั่วโมง SD ประมาณ 50 ชั่วโมง HD ประมาณ 16 ชั่วโมง และ 4K ประมาณ 7 ชั่วโมง

Netflix เปิดทิ้งไว้กินเน็ตหรือไม่?

หากวิดีโอยังเล่นอยู่จะใช้ข้อมูลต่อเนื่อง แม้ไม่มีคนดู ควรกดหยุดและปิดแอปเมื่อใช้งานเสร็จ

ดู Netflix ผ่าน Wi-Fi ใช้เน็ตโทรศัพท์หรือไม่?

ไม่ใช้ หากอุปกรณ์เชื่อม Wi-Fi อยู่จริงและไม่ได้สลับกลับไปใช้ข้อมูลมือถือ

ดาวน์โหลดแล้วดูซ้ำใช้เน็ตเพิ่มหรือไม่?

การเปิดไฟล์แบบออฟไลน์ไม่ต้องสตรีมวิดีโอใหม่ แต่แอปอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อตรวจสอบสิทธิ์

ดูหลายจอพร้อมกันกินเน็ตเพิ่มหรือไม่?

เพิ่มตามจำนวนอุปกรณ์และคุณภาพของแต่ละจอ เช่น สองจอที่ดู HD อาจใช้ข้อมูลรวมเป็นสองเท่าของหนึ่งจอ

สรุป

ปริมาณอินเทอร์เน็ตที่ Netflix ใช้ต่อชั่วโมงโดยประมาณคือ

  1. คุณภาพต่ำประมาณ 0.3 GB
  2. คุณภาพปานกลางประมาณ 0.7 GB
  3. SD สูงสุดประมาณ 1 GB
  4. HD หรือ Full HD สูงสุดประมาณ 3 GB
  5. 4K Ultra HD สูงสุดประมาณ 7 GB

ผู้ใช้เน็ตจำกัดควรตั้งการใช้ข้อมูลเป็นระดับต่ำหรือปานกลาง ดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi ก่อนเดินทาง และปิดการเล่นตัวอย่างอัตโนมัติ ส่วนผู้ใช้ Smart TV ที่ดู 4K หลายชั่วโมงต่อวันควรเผื่อข้อมูลหลายร้อย GB ต่อเดือน หากไม่แน่ใจว่าเน็ตหายไปกับอะไร comsiam แนะนำให้คำนวณจากคุณภาพสูงสุด จำนวนชั่วโมง และจำนวนจอทั้งหมด เพื่อไม่ให้ประเมินต่ำกว่าการใช้งานจริง