Refresh Rate

Steam ย้ายเกมไป SSD โดยไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่ ทำอย่างไร

การย้ายเกม Steam ไป SSD โดยไม่ดาวน์โหลดใหม่สามารถทำได้จากเมนู Storage ของ Steam เพียงสร้าง Steam Library บน SSD แล้วเลือกเกมและกด Move โปรแกรมจะย้ายไฟล์เกม ตรวจสอบตำแหน่งใหม่ และอัปเดตข้อมูล Library ให้อัตโนมัติ

ไม่ควรใช้วิธีลากโฟลเดอร์เกมไปวางใน SSD ขณะที่ Steam เปิดอยู่ เพราะอาจทำให้ไฟล์ App Manifest ไม่ตรงกับตำแหน่งเกมและ Steam หาเกมไม่เจอ

📌 สารบัญ

  • ย้ายเกมไป SSD แล้วดีกว่าอย่างไร
  • สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนย้าย
  • ตรวจสอบพื้นที่ว่างของ SSD
  • สร้าง Steam Library บน SSD
  • ย้ายเกมผ่านหน้า Storage
  • ย้ายเกมผ่าน Properties
  • ตั้ง SSD เป็นตำแหน่งติดตั้งหลัก
  • ตรวจสอบไฟล์หลังย้าย
  • แก้ปัญหาไม่มีปุ่ม Move
  • แก้ปัญหา Steam หาเกมไม่เจอ
  • วิธีย้ายไฟล์ด้วยตนเอง
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

🚀 ย้ายเกม Steam ไป SSD แล้วดีกว่าอย่างไร

การย้ายเกมจากฮาร์ดดิสก์ไป SSD อาจช่วยในเรื่องต่อไปนี้

  • โหลดเข้าเกมเร็วขึ้น
  • โหลดแผนที่เร็วขึ้น
  • ลดเวลารอเปลี่ยนฉาก
  • ติดตั้งแพตช์เร็วขึ้น
  • แตกไฟล์เกมเร็วขึ้น
  • ลดอาการเกมสะดุดจากการโหลดข้อมูล
  • เปิด Texture และไฟล์ขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้น
  • ลดเวลาตรวจสอบไฟล์เกม

อย่างไรก็ตาม SSD ไม่ได้เพิ่ม FPS โดยตรงในทุกเกม เพราะ FPS ขึ้นอยู่กับ CPU, GPU, RAM และการตั้งค่ากราฟิกด้วย

เกมที่มีแผนที่ขนาดใหญ่และโหลดข้อมูลตลอดเวลาอาจได้รับประโยชน์จาก SSD มากกว่าเกมขนาดเล็ก

⚠️ สิ่งที่ควรทำก่อนย้ายเกม

ก่อนเริ่มย้ายควรตรวจสอบดังนี้

  • ปิดเกมให้เรียบร้อย
  • รอให้ Steam Cloud ซิงค์เสร็จ
  • หยุดการดาวน์โหลดและอัปเดตอื่น
  • ตรวจสอบพื้นที่ว่างของ SSD
  • สำรองไฟล์เซฟที่ไม่ได้อยู่บน Cloud
  • สำรอง Mod และไฟล์ตั้งค่าที่สำคัญ
  • ตรวจสอบว่า SSD เชื่อมต่ออย่างเสถียร
  • ไม่ปิดเครื่องระหว่างย้าย
  • ไม่ถอด External SSD ระหว่างย้าย
  • ตรวจสอบสุขภาพของ SSD หากเคยมีปัญหา

การย้ายผ่านเครื่องมือของ Steam จะปลอดภัยกว่าการคัดลอกโฟลเดอร์ด้วยตนเอง เพราะ Steam จะจัดการตำแหน่ง Library และข้อมูลของเกมให้อัตโนมัติ

① ตรวจสอบพื้นที่ว่างใน SSD

SSD ต้องมีพื้นที่ว่างมากกว่าขนาดที่เกมใช้งานจริง

วิธีดูขนาดเกมใน Steam

  1. เปิด Steam
  2. เข้า Library
  3. คลิกขวาที่เกม
  4. เลือก Properties
  5. เปิด Installed Files
  6. ดูขนาดการติดตั้ง
  7. เปรียบเทียบกับพื้นที่ว่างใน SSD

วิธีดูพื้นที่ว่างใน Windows

  1. กด Windows + E
  2. เปิด This PC
  3. ดู SSD ปลายทาง
  4. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  5. ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นหากพื้นที่ไม่พอ
  6. ล้าง Recycle Bin

ควรเหลือพื้นที่ว่างหลังย้ายด้วย ไม่ควรใช้งาน SSD จนเต็มทั้งหมด เพราะ Windows, Steam และเกมอาจต้องใช้พื้นที่สำหรับไฟล์ชั่วคราวและการอัปเดตในอนาคต

② ตรวจสอบว่า Windows มองเห็น SSD

ก่อนสร้าง Steam Library ต้องตรวจสอบว่า SSD ปรากฏใน File Explorer และสามารถเขียนข้อมูลได้

วิธีทดสอบ

  1. เปิด This PC
  2. ตรวจสอบชื่อและตัวอักษร SSD
  3. เปิด SSD
  4. สร้างโฟลเดอร์ทดสอบ
  5. คัดลอกไฟล์ขนาดเล็กลงไป
  6. ตรวจสอบว่าสามารถเปิดและลบไฟล์ได้

หาก SSD ไม่ปรากฏใน This PC ให้ตรวจสอบ Disk Management สายเชื่อมต่อ พอร์ต และการกำหนดตัวอักษรไดรฟ์ก่อน

③ สร้าง Steam Library บน SSD

หาก SSD ยังไม่มี Steam Library ต้องเพิ่มตำแหน่งใหม่ก่อน

วิธีเพิ่ม Steam Library

  1. เปิด Steam
  2. คลิกเมนู Steam
  3. เลือก Settings
  4. เปิดหัวข้อ Storage
  5. เลือกเพิ่มไดรฟ์หรือ Add Drive
  6. เลือก SSD ที่ต้องการ
  7. สร้างหรือเลือกโฟลเดอร์ Library
  8. รอให้ Steam เพิ่มตำแหน่งใหม่

ตัวอย่างตำแหน่งที่เหมาะสม:

D:\SteamLibrary

ไม่ควรเลือกโฟลเดอร์ระบบสำคัญหรือสร้าง Library ซ้อนอยู่ภายใน Steam Library เดิม

Steam จะสร้างโครงสร้างที่จำเป็น เช่น

SteamLibrary
└── steamapps
    └── common

④ ย้ายเกมผ่านหน้า Storage

วิธีนี้เหมาะสำหรับย้ายเกมหนึ่งเกมหรือหลายเกมพร้อมกัน

ขั้นตอนการย้าย

  1. เปิด Steam
  2. เข้า Settings
  3. เลือก Storage
  4. เลือกไดรฟ์ต้นทาง
  5. ทำเครื่องหมายหน้าเกมที่ต้องการย้าย
  6. เลือก Move
  7. เลือก SSD ปลายทาง
  8. ยืนยันการย้าย
  9. รอจนกระบวนการเสร็จ
  10. อย่าปิด Steam หรือปิดเครื่องระหว่างย้าย

Steam จะย้ายไฟล์จาก Library เดิมไป Library ใหม่โดยไม่ต้องดาวน์โหลดเกมทั้งหมดอีกครั้ง

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดเกม ความเร็วของไดรฟ์ต้นทาง ความเร็วของ SSD และการเชื่อมต่อ

⑤ ย้ายเกมผ่านหน้า Properties

หากต้องการย้ายเพียงเกมเดียว สามารถทำจากหน้า Properties ของเกมได้

วิธีดำเนินการ

  1. เปิด Steam
  2. เข้า Library
  3. คลิกขวาที่เกม
  4. เลือก Properties
  5. เปิด Installed Files
  6. เลือก Move Install Folder
  7. เลือก Steam Library บน SSD
  8. กด Move
  9. รอจนย้ายเสร็จ
  10. เปิดเกมเพื่อทดสอบ

ถ้าไม่มีปุ่ม Move Install Folder ให้ตรวจสอบว่าได้สร้าง Library บน SSD แล้วหรือยัง

⑥ หยุดดาวน์โหลดและอัปเดตก่อนย้าย

Steam อาจไม่อนุญาตให้ย้ายเกมที่กำลังดาวน์โหลด อัปเดต หรือตรวจสอบไฟล์

สิ่งที่ควรทำ

  1. เปิด Downloads
  2. กด Pause งานทั้งหมด
  3. รอให้ Steam หยุดเขียนข้อมูล
  4. ปิดเกมที่กำลังเปิด
  5. ปิด Launcher ที่เกี่ยวข้อง
  6. กลับไปหน้า Storage
  7. เริ่มย้ายเกมอีกครั้ง

หากเกมยังอยู่ในสถานะ Running ให้เปิด Task Manager และตรวจสอบว่ากระบวนการเกมปิดสมบูรณ์แล้วหรือไม่

⑦ ตรวจสอบไฟล์เกมหลังย้าย

หลังย้ายเสร็จควรตรวจสอบว่าไฟล์ครบและ Steam อ่านตำแหน่งใหม่ได้ถูกต้อง

วิธี Verify Files

  1. เปิด Steam
  2. เข้า Library
  3. คลิกขวาที่เกม
  4. เลือก Properties
  5. เปิด Installed Files
  6. เลือก Verify integrity of game files
  7. รอจนตรวจสอบครบ 100%
  8. ให้ Steam ดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ที่ขาด
  9. เปิดเกมเพื่อทดสอบ

การตรวจสอบอาจใช้เวลานานในเกมขนาดใหญ่ แต่ช่วยลดปัญหาเกมเปิดไม่ได้หรือมีไฟล์เสียหายหลังย้าย

⑧ ตรวจสอบว่าเกมอยู่ใน SSD จริง

หลังย้ายสามารถตรวจสอบตำแหน่งได้จาก Steam

วิธีตรวจสอบ

  1. คลิกขวาที่เกม
  2. เลือก Manage
  3. เลือก Browse local files
  4. ดูแถบตำแหน่งของ File Explorer
  5. ตรวจสอบว่าเป็นตัวอักษรของ SSD

ตัวอย่าง:

D:\SteamLibrary\steamapps\common\ชื่อเกม

หากยังแสดงไดรฟ์เดิม อาจย้ายไม่สำเร็จหรือเลือก Library ปลายทางผิด

⑨ ตั้ง SSD เป็นตำแหน่งติดตั้งเริ่มต้น

หากต้องการให้เกมใหม่ติดตั้งลง SSD โดยอัตโนมัติ สามารถตั้ง Library บน SSD เป็นค่าเริ่มต้นได้

วิธีตั้งค่า

  1. เปิด Steam
  2. เข้า Settings
  3. เลือก Storage
  4. เลือก SSD
  5. เปิดเมนูตัวเลือกของไดรฟ์
  6. เลือก Make Default หากมี
  7. ปิด Settings
  8. ทดลองกดติดตั้งเกมใหม่
  9. ตรวจสอบตำแหน่งที่ Steam เลือก

แม้ตั้งเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว ยังสามารถเลือกติดตั้งบางเกมลงในไดรฟ์อื่นได้ก่อนกดยืนยันการติดตั้ง

⑩ แก้ปัญหาไม่มีปุ่ม Move

หากไม่พบปุ่ม Move Install Folder ให้ตรวจสอบดังนี้

  • สร้าง Steam Library ใน SSD แล้วหรือยัง
  • เกมกำลังเปิดอยู่หรือไม่
  • เกมกำลังอัปเดตหรือไม่
  • Steam อยู่ใน Offline Mode หรือไม่
  • ไดรฟ์ปลายทางเชื่อมต่ออยู่หรือไม่
  • พื้นที่ SSD เพียงพอหรือไม่
  • เกมเป็นเครื่องมือหรือส่วนประกอบพิเศษหรือไม่
  • Library ปลายทางสามารถเขียนข้อมูลได้หรือไม่

ให้ปิดเกม Pause การดาวน์โหลด รีสตาร์ต Steam และเปิดแบบผู้ดูแลระบบหนึ่งครั้งเพื่อทดสอบ

⑪ แก้ปัญหาย้ายเกมแล้ว Steam หาไม่เจอ

หากย้ายเสร็จแล้ว Steam แสดงปุ่ม Install ให้ตรวจสอบก่อนว่าไฟล์เกมยังอยู่ใน SSD หรือไม่

ตำแหน่งควรเป็น:

SSD:\SteamLibrary\steamapps\common\ชื่อเกม

วิธีให้ Steam ตรวจหาไฟล์เดิม

  1. เพิ่ม Steam Library บน SSD
  2. เปิด Library
  3. เลือกเกม
  4. กด Install
  5. เลือก Library บน SSD
  6. รอ Steam ค้นหาไฟล์ที่มีอยู่
  7. รอการตรวจสอบให้เสร็จ
  8. ดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ที่ขาด

อย่าลบโฟลเดอร์เกมทันที เพราะ Steam อาจสามารถนำไฟล์เดิมกลับมาใช้งานได้

⑫ แก้ปัญหาย้ายเกมแล้วเปิดไม่ได้

หาก Steam มองเห็นเกม แต่เปิดไม่ได้หลังย้าย ให้ตรวจสอบตามลำดับ

  1. รีสตาร์ต Steam
  2. Verify Files
  3. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  4. ตรวจสอบสิทธิ์ของ Library
  5. ปิด Mod ชั่วคราว
  6. ล้าง Launch Options
  7. ตรวจสอบโปรแกรมป้องกันไวรัส
  8. เปิด Launcher ของเกมใหม่
  9. ซ่อม Anti-Cheat หากเกมใช้งาน
  10. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

เกมบางเกมใช้ Launcher เพิ่มเติม ซึ่งอาจยังจดจำตำแหน่งเดิมและต้องตรวจสอบหรืออัปเดตตำแหน่งไฟล์ใหม่

⑬ แก้ปัญหา Move Failed

หาก Steam แจ้งว่าย้ายไม่สำเร็จ ให้ตรวจสอบ:

  • SSD มีพื้นที่เพียงพอ
  • โฟลเดอร์ปลายทางเขียนข้อมูลได้
  • เกมและ Launcher ปิดแล้ว
  • โปรแกรมป้องกันไวรัสไม่ได้ล็อกไฟล์
  • SSD ไม่หลุดระหว่างย้าย
  • Steam Library ไม่เสียหาย
  • ไดรฟ์ไม่มีข้อผิดพลาด
  • ไม่มีไฟล์ชื่อซ้ำในปลายทาง

สามารถทดลอง Repair Folder ได้จากหน้า Storage จากนั้นรีสตาร์ต Steam แล้วลองย้ายใหม่

หากมีโฟลเดอร์เกมค้างอยู่ทั้งต้นทางและปลายทาง อย่าเพิ่งลบ ให้ตรวจสอบขนาดไฟล์และสำรองก่อนดำเนินการต่อ

⑭ ย้ายเกมไป External SSD ได้หรือไม่

สามารถทำได้หาก Steam มองเห็น External SSD และสร้าง Library ได้ แต่ควรระวังเรื่องการเชื่อมต่อ

ข้อควรระวัง

  • ใช้พอร์ตที่มีความเร็วเหมาะสม
  • ใช้สายที่ได้มาตรฐาน
  • ไม่เชื่อมต่อผ่าน USB Hub ที่ไม่เสถียร
  • เชื่อมต่อ SSD ก่อนเปิด Steam
  • ไม่ถอด SSD ขณะเกมทำงาน
  • ไม่ถอด SSD ระหว่างอัปเดต
  • กำหนดตัวอักษรไดรฟ์ให้คงที่
  • ใช้คำสั่งถอดอุปกรณ์อย่างปลอดภัย

หากตัวอักษรไดรฟ์เปลี่ยน Steam อาจหา Library ไม่พบและแสดงว่าเกมยังไม่ได้ติดตั้ง

⑮ วิธีย้ายเกมด้วยตนเองเมื่อปุ่ม Move ใช้ไม่ได้

ควรใช้วิธีนี้เฉพาะเมื่อเครื่องมือ Move ของ Steam ไม่สามารถใช้งานได้ และต้องสำรองไฟล์ก่อน

ขั้นตอนอย่างระมัดระวัง

  1. ปิดเกม
  2. ปิด Steam ผ่าน Task Manager
  3. สร้าง Steam Library บน SSD
  4. เปิดโฟลเดอร์ steamapps\common ของไดรฟ์เดิม
  5. คัดลอกโฟลเดอร์เกมไปยัง steamapps\common ใน SSD
  6. อย่าเพิ่งลบไฟล์ต้นทาง
  7. เปิด Steam
  8. กด Install เกม
  9. เลือก Steam Library บน SSD
  10. รอให้ Steam ตรวจหาไฟล์เดิม
  11. Verify Files
  12. เปิดเกมทดสอบ
  13. เมื่อตรวจสอบว่าทำงานได้แล้ว จึงจัดการไฟล์ต้นทาง

ควรใช้ Copy แทน Cut เพราะหากการถ่ายโอนหยุดกลางทางจะยังมีไฟล์ต้นฉบับอยู่

อย่าแก้ไขหรือนำไฟล์ App Manifest จากเว็บไซต์อื่นมาใช้ เพราะอาจไม่ตรงกับเกมและบัญชี Steam

⑯ ย้าย Steam ทั้งโปรแกรมไป SSD จำเป็นหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องย้ายตัว Steam Client หากต้องการเพียงให้เกมโหลดเร็วขึ้น สามารถเก็บ Steam ไว้ในไดรฟ์เดิมและสร้าง Steam Library บน SSD ได้

ตัวโปรแกรม Steam และเกมสามารถอยู่คนละไดรฟ์กันได้ เช่น

Steam Client: C:\Program Files (x86)\Steam
เกม: D:\SteamLibrary

วิธีนี้ช่วยประหยัดพื้นที่ไดรฟ์ระบบและจัดการเกมแต่ละไดรฟ์ได้สะดวก

🧪 ควรย้ายเกมประเภทใดไป SSD ก่อน

หาก SSD มีพื้นที่จำกัด ควรพิจารณาย้าย:

  • เกมที่เล่นเป็นประจำ
  • เกม Open World
  • เกมที่โหลดแผนที่บ่อย
  • เกมที่มี Texture ขนาดใหญ่
  • เกมที่ติดตั้งแพตช์บ่อย
  • เกมที่มีหน้าจอโหลดนาน
  • เกมที่แนะนำให้ใช้ SSD
  • เกมออนไลน์ที่โหลดฉากจำนวนมาก

เกมขนาดเล็กหรือเกมที่ไม่โหลดข้อมูลมากสามารถเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ได้ หากไม่ได้มีปัญหาเรื่องเวลาโหลด

❓ คำถามที่พบบ่อย

ย้ายเกมไป SSD ต้องดาวน์โหลดใหม่หรือไม่

ไม่ต้อง หากใช้คำสั่ง Move ผ่าน Steam โปรแกรมจะย้ายไฟล์เดิมไปยัง SSD และอัปเดตตำแหน่ง Library ให้

ไฟล์เซฟจะหายหรือไม่

โดยทั่วไปไฟล์เซฟจะไม่หายจากการย้ายโฟลเดอร์ติดตั้ง แต่ควรสำรองไฟล์เซฟที่ไม่ได้อยู่บน Steam Cloud ก่อนทุกครั้ง

ย้ายเกมแล้ว Mod จะหายหรือไม่

Mod ที่อยู่ในโฟลเดอร์เกมอาจถูกย้ายไปด้วย แต่ Mod Manager อาจยังจำตำแหน่งเดิม ควรสำรองและตรวจสอบการตั้งค่าหลังย้าย

สามารถย้ายหลายเกมพร้อมกันได้หรือไม่

สามารถเลือกหลายเกมจากหน้า Settings > Storage แล้วกด Move ไปยัง Library เดียวกันได้

ย้ายเกมกลับไป HDD ได้หรือไม่

ได้ เพียงสร้าง Steam Library บน HDD แล้วใช้คำสั่ง Move เหมือนเดิม

ย้ายเกมช่วยเพิ่ม FPS หรือไม่

โดยทั่วไปช่วยลดเวลาโหลดมากกว่าการเพิ่ม FPS แต่บางเกมอาจลดอาการสะดุดที่เกิดจากการอ่านข้อมูลไม่ทันได้

ใช้ SSD ที่มี Windows อยู่ติดตั้งเกมได้หรือไม่

ได้ หากมีพื้นที่เพียงพอ แต่ควรเหลือพื้นที่สำหรับ Windows ไฟล์ชั่วคราว และการอัปเดตระบบด้วย

ปิดเครื่องระหว่างย้ายได้หรือไม่

ไม่ควร เพราะไฟล์อาจย้ายไม่ครบและ Steam อาจต้องตรวจสอบหรือคัดลอกใหม่

✅ สรุป

การย้ายเกม Steam ไป SSD โดยไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่ควรทำผ่าน Settings > Storage หรือ Properties > Installed Files > Move Install Folder จากนั้นเลือก Steam Library บน SSD และรอจนย้ายเสร็จ

หลังย้ายควรตรวจสอบตำแหน่งไฟล์และใช้ Verify Integrity of Game Files เพื่อยืนยันว่าไฟล์ครบ หาก Steam หาเกมไม่เจอ ให้เพิ่ม Library บน SSD แล้วกด Install ในตำแหน่งเดิมเพื่อให้โปรแกรมตรวจหาไฟล์

แนวทางของ comsiam คือใช้เครื่องมือ Move ของ Steam เป็นวิธีหลัก และใช้การคัดลอกด้วยตนเองเฉพาะเมื่อจำเป็น เพราะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องตำแหน่ง Library และ App Manifest ไม่ตรงกัน

ก่อนย้ายควรสำรองเซฟและ Mod ตรวจสอบพื้นที่ว่าง และไม่ปิดเครื่องระหว่างดำเนินการ ส่วนวิธีจัดการ Steam และเกมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมสามารถติดตามได้จาก comsiam