Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การย้ายเกม Steam ไป SSD โดยไม่ดาวน์โหลดใหม่สามารถทำได้จากเมนู Storage ของ Steam เพียงสร้าง Steam Library บน SSD แล้วเลือกเกมและกด Move โปรแกรมจะย้ายไฟล์เกม ตรวจสอบตำแหน่งใหม่ และอัปเดตข้อมูล Library ให้อัตโนมัติ
ไม่ควรใช้วิธีลากโฟลเดอร์เกมไปวางใน SSD ขณะที่ Steam เปิดอยู่ เพราะอาจทำให้ไฟล์ App Manifest ไม่ตรงกับตำแหน่งเกมและ Steam หาเกมไม่เจอ
การย้ายเกมจากฮาร์ดดิสก์ไป SSD อาจช่วยในเรื่องต่อไปนี้
อย่างไรก็ตาม SSD ไม่ได้เพิ่ม FPS โดยตรงในทุกเกม เพราะ FPS ขึ้นอยู่กับ CPU, GPU, RAM และการตั้งค่ากราฟิกด้วย
เกมที่มีแผนที่ขนาดใหญ่และโหลดข้อมูลตลอดเวลาอาจได้รับประโยชน์จาก SSD มากกว่าเกมขนาดเล็ก
ก่อนเริ่มย้ายควรตรวจสอบดังนี้
การย้ายผ่านเครื่องมือของ Steam จะปลอดภัยกว่าการคัดลอกโฟลเดอร์ด้วยตนเอง เพราะ Steam จะจัดการตำแหน่ง Library และข้อมูลของเกมให้อัตโนมัติ
SSD ต้องมีพื้นที่ว่างมากกว่าขนาดที่เกมใช้งานจริง
Windows + Eควรเหลือพื้นที่ว่างหลังย้ายด้วย ไม่ควรใช้งาน SSD จนเต็มทั้งหมด เพราะ Windows, Steam และเกมอาจต้องใช้พื้นที่สำหรับไฟล์ชั่วคราวและการอัปเดตในอนาคต
ก่อนสร้าง Steam Library ต้องตรวจสอบว่า SSD ปรากฏใน File Explorer และสามารถเขียนข้อมูลได้
หาก SSD ไม่ปรากฏใน This PC ให้ตรวจสอบ Disk Management สายเชื่อมต่อ พอร์ต และการกำหนดตัวอักษรไดรฟ์ก่อน
หาก SSD ยังไม่มี Steam Library ต้องเพิ่มตำแหน่งใหม่ก่อน
ตัวอย่างตำแหน่งที่เหมาะสม:
D:\SteamLibrary
ไม่ควรเลือกโฟลเดอร์ระบบสำคัญหรือสร้าง Library ซ้อนอยู่ภายใน Steam Library เดิม
Steam จะสร้างโครงสร้างที่จำเป็น เช่น
SteamLibrary
└── steamapps
└── common
วิธีนี้เหมาะสำหรับย้ายเกมหนึ่งเกมหรือหลายเกมพร้อมกัน
Steam จะย้ายไฟล์จาก Library เดิมไป Library ใหม่โดยไม่ต้องดาวน์โหลดเกมทั้งหมดอีกครั้ง
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดเกม ความเร็วของไดรฟ์ต้นทาง ความเร็วของ SSD และการเชื่อมต่อ
หากต้องการย้ายเพียงเกมเดียว สามารถทำจากหน้า Properties ของเกมได้
ถ้าไม่มีปุ่ม Move Install Folder ให้ตรวจสอบว่าได้สร้าง Library บน SSD แล้วหรือยัง
Steam อาจไม่อนุญาตให้ย้ายเกมที่กำลังดาวน์โหลด อัปเดต หรือตรวจสอบไฟล์
หากเกมยังอยู่ในสถานะ Running ให้เปิด Task Manager และตรวจสอบว่ากระบวนการเกมปิดสมบูรณ์แล้วหรือไม่
หลังย้ายเสร็จควรตรวจสอบว่าไฟล์ครบและ Steam อ่านตำแหน่งใหม่ได้ถูกต้อง
การตรวจสอบอาจใช้เวลานานในเกมขนาดใหญ่ แต่ช่วยลดปัญหาเกมเปิดไม่ได้หรือมีไฟล์เสียหายหลังย้าย
หลังย้ายสามารถตรวจสอบตำแหน่งได้จาก Steam
ตัวอย่าง:
D:\SteamLibrary\steamapps\common\ชื่อเกม
หากยังแสดงไดรฟ์เดิม อาจย้ายไม่สำเร็จหรือเลือก Library ปลายทางผิด
หากต้องการให้เกมใหม่ติดตั้งลง SSD โดยอัตโนมัติ สามารถตั้ง Library บน SSD เป็นค่าเริ่มต้นได้
แม้ตั้งเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว ยังสามารถเลือกติดตั้งบางเกมลงในไดรฟ์อื่นได้ก่อนกดยืนยันการติดตั้ง
หากไม่พบปุ่ม Move Install Folder ให้ตรวจสอบดังนี้
ให้ปิดเกม Pause การดาวน์โหลด รีสตาร์ต Steam และเปิดแบบผู้ดูแลระบบหนึ่งครั้งเพื่อทดสอบ
หากย้ายเสร็จแล้ว Steam แสดงปุ่ม Install ให้ตรวจสอบก่อนว่าไฟล์เกมยังอยู่ใน SSD หรือไม่
ตำแหน่งควรเป็น:
SSD:\SteamLibrary\steamapps\common\ชื่อเกม
อย่าลบโฟลเดอร์เกมทันที เพราะ Steam อาจสามารถนำไฟล์เดิมกลับมาใช้งานได้
หาก Steam มองเห็นเกม แต่เปิดไม่ได้หลังย้าย ให้ตรวจสอบตามลำดับ
เกมบางเกมใช้ Launcher เพิ่มเติม ซึ่งอาจยังจดจำตำแหน่งเดิมและต้องตรวจสอบหรืออัปเดตตำแหน่งไฟล์ใหม่
หาก Steam แจ้งว่าย้ายไม่สำเร็จ ให้ตรวจสอบ:
สามารถทดลอง Repair Folder ได้จากหน้า Storage จากนั้นรีสตาร์ต Steam แล้วลองย้ายใหม่
หากมีโฟลเดอร์เกมค้างอยู่ทั้งต้นทางและปลายทาง อย่าเพิ่งลบ ให้ตรวจสอบขนาดไฟล์และสำรองก่อนดำเนินการต่อ
สามารถทำได้หาก Steam มองเห็น External SSD และสร้าง Library ได้ แต่ควรระวังเรื่องการเชื่อมต่อ
หากตัวอักษรไดรฟ์เปลี่ยน Steam อาจหา Library ไม่พบและแสดงว่าเกมยังไม่ได้ติดตั้ง
ควรใช้วิธีนี้เฉพาะเมื่อเครื่องมือ Move ของ Steam ไม่สามารถใช้งานได้ และต้องสำรองไฟล์ก่อน
steamapps\common ของไดรฟ์เดิมsteamapps\common ใน SSDควรใช้ Copy แทน Cut เพราะหากการถ่ายโอนหยุดกลางทางจะยังมีไฟล์ต้นฉบับอยู่
อย่าแก้ไขหรือนำไฟล์ App Manifest จากเว็บไซต์อื่นมาใช้ เพราะอาจไม่ตรงกับเกมและบัญชี Steam
ไม่จำเป็นต้องย้ายตัว Steam Client หากต้องการเพียงให้เกมโหลดเร็วขึ้น สามารถเก็บ Steam ไว้ในไดรฟ์เดิมและสร้าง Steam Library บน SSD ได้
ตัวโปรแกรม Steam และเกมสามารถอยู่คนละไดรฟ์กันได้ เช่น
Steam Client: C:\Program Files (x86)\Steam
เกม: D:\SteamLibrary
วิธีนี้ช่วยประหยัดพื้นที่ไดรฟ์ระบบและจัดการเกมแต่ละไดรฟ์ได้สะดวก
หาก SSD มีพื้นที่จำกัด ควรพิจารณาย้าย:
เกมขนาดเล็กหรือเกมที่ไม่โหลดข้อมูลมากสามารถเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ได้ หากไม่ได้มีปัญหาเรื่องเวลาโหลด
ไม่ต้อง หากใช้คำสั่ง Move ผ่าน Steam โปรแกรมจะย้ายไฟล์เดิมไปยัง SSD และอัปเดตตำแหน่ง Library ให้
โดยทั่วไปไฟล์เซฟจะไม่หายจากการย้ายโฟลเดอร์ติดตั้ง แต่ควรสำรองไฟล์เซฟที่ไม่ได้อยู่บน Steam Cloud ก่อนทุกครั้ง
Mod ที่อยู่ในโฟลเดอร์เกมอาจถูกย้ายไปด้วย แต่ Mod Manager อาจยังจำตำแหน่งเดิม ควรสำรองและตรวจสอบการตั้งค่าหลังย้าย
สามารถเลือกหลายเกมจากหน้า Settings > Storage แล้วกด Move ไปยัง Library เดียวกันได้
ได้ เพียงสร้าง Steam Library บน HDD แล้วใช้คำสั่ง Move เหมือนเดิม
โดยทั่วไปช่วยลดเวลาโหลดมากกว่าการเพิ่ม FPS แต่บางเกมอาจลดอาการสะดุดที่เกิดจากการอ่านข้อมูลไม่ทันได้
ได้ หากมีพื้นที่เพียงพอ แต่ควรเหลือพื้นที่สำหรับ Windows ไฟล์ชั่วคราว และการอัปเดตระบบด้วย
ไม่ควร เพราะไฟล์อาจย้ายไม่ครบและ Steam อาจต้องตรวจสอบหรือคัดลอกใหม่
การย้ายเกม Steam ไป SSD โดยไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่ควรทำผ่าน Settings > Storage หรือ Properties > Installed Files > Move Install Folder จากนั้นเลือก Steam Library บน SSD และรอจนย้ายเสร็จ
หลังย้ายควรตรวจสอบตำแหน่งไฟล์และใช้ Verify Integrity of Game Files เพื่อยืนยันว่าไฟล์ครบ หาก Steam หาเกมไม่เจอ ให้เพิ่ม Library บน SSD แล้วกด Install ในตำแหน่งเดิมเพื่อให้โปรแกรมตรวจหาไฟล์
แนวทางของ comsiam คือใช้เครื่องมือ Move ของ Steam เป็นวิธีหลัก และใช้การคัดลอกด้วยตนเองเฉพาะเมื่อจำเป็น เพราะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องตำแหน่ง Library และ App Manifest ไม่ตรงกัน
ก่อนย้ายควรสำรองเซฟและ Mod ตรวจสอบพื้นที่ว่าง และไม่ปิดเครื่องระหว่างดำเนินการ ส่วนวิธีจัดการ Steam และเกมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมสามารถติดตามได้จาก comsiam