Microsoft 365 Copilot vs Copilot Chat ต่างกันอย่างไร? สิทธิ์ใช้งานและฟีเจอร์ที่ต้องรู้

Microsoft 365 Copilot vs Copilot Chat ต่างกันอย่างไร? คำตอบคือ Copilot Chat เป็นบริการผู้ช่วย AI สำหรับบัญชีองค์กรหรือสถานศึกษาที่มี Microsoft 365 ตามเงื่อนไข โดยสามารถถามคำถาม ค้นหาข้อมูลเว็บ สรุปข้อความ และทำงานกับไฟล์ที่รองรับได้ ส่วน Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์เพิ่มเติมให้ความสามารถเข้าถึงบริบทการทำงานผ่าน Microsoft Graph และ Work IQ รวมถึงฟีเจอร์ AI ใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams ตามสิทธิ์

ความแตกต่างสำคัญที่สุดอยู่ที่ การเข้าถึงข้อมูลบริษัท การทำงานภายในแอป Microsoft 365 ความสามารถของ Agents และระดับการเข้าถึงฟีเจอร์ AI

ตัวอย่างเช่น พนักงานที่มี Copilot Chat อาจใช้ AI ช่วยเขียนรายงาน สรุปไฟล์ที่แนบ และค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ แต่หากต้องการถามว่า “สรุปความคืบหน้าโครงการจากอีเมล การประชุม Teams และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้หน่อย” โดยให้ระบบค้นบริบทข้อมูลงานที่ตนมีสิทธิ์เข้าถึงโดยอัตโนมัติ ความสามารถดังกล่าวเป็นจุดเด่นของ Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์ที่รองรับ Work IQ

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ Microsoft มีการปรับชื่อผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กร โดยเอกสารใหม่ใช้ชื่อ Microsoft Copilot และ Microsoft Copilot Chat ขณะที่หน้าจอและเอกสารบางแห่งยังใช้ชื่อ Microsoft 365 Copilot และ Microsoft 365 Copilot Chat อยู่

สรุปสั้น ๆ: หากองค์กรมี Microsoft 365 ที่เข้าเงื่อนไข ควรทดลอง Copilot Chat ก่อน เพราะมีความสามารถ AI พื้นฐานและการปกป้องข้อมูลระดับองค์กรอยู่แล้ว แต่หากพนักงานต้องใช้ AI กับอีเมล การประชุม เอกสาร SharePoint และข้อมูลใน Microsoft 365 ทุกวัน การซื้อไลเซนส์ Copilot เพิ่มเติมอาจคุ้มค่ากว่า

บทความนี้จาก comsiam จะเปรียบเทียบ Microsoft 365 Copilot กับ Copilot Chat อย่างละเอียด ทั้งสิทธิ์ฟรีกับเสียเงิน การใช้ Microsoft Graph, Work IQ, Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, Agents, Enterprise Data Protection และวิธีตรวจสอบไลเซนส์ของบัญชีองค์กร

① Microsoft 365 Copilot คืออะไร?

Microsoft 365 Copilot เป็นผลิตภัณฑ์ AI สำหรับการทำงานขององค์กร ที่นำความสามารถของ Generative AI มารวมกับเครื่องมือและข้อมูลงานใน Microsoft 365

สำหรับองค์กรที่มีไลเซนส์เหมาะสม สามารถใช้ Copilot ช่วยทำงาน เช่น

  • สรุปอีเมลใน Outlook
  • วิเคราะห์ข้อมูลใน Excel
  • ร่างและแก้ไขเอกสาร Word
  • สร้างและปรับ PowerPoint
  • สรุปการประชุม Teams
  • ค้นข้อมูลจากเอกสารที่เข้าถึงได้
  • ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลงาน
  • ใช้ Researcher และ Analyst ตามสิทธิ์
  • ทำงานร่วมกับ Agents
  • ใช้ Microsoft Graph และ Work IQ ตามความสามารถที่รองรับ

ทำไมต้องมีไลเซนส์?

เพราะความสามารถใช้บริบทจากข้อมูลขององค์กรและฟีเจอร์ขั้นสูงในแอปต่าง ๆ ต้องมีสิทธิ์การใช้งานที่ Microsoft กำหนด

ไม่ใช่ว่าเพียงติดตั้ง Word หรือมีบัญชี Outlook แล้วจะได้รับความสามารถทั้งหมดทันที

② Copilot Chat คืออะไร?

Copilot Chat เป็นบริการแชต AI ที่รวมอยู่ใน Microsoft 365 สำหรับองค์กรหรือสถานศึกษาที่มีสิทธิ์เข้าใช้งานตามเงื่อนไข

ผู้ใช้สามารถถามคำถาม สั่งให้เขียนข้อความ สรุปเนื้อหา หรือแนบไฟล์ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ได้ตามความสามารถของผลิตภัณฑ์

Copilot Chat ทำอะไรได้บ้าง?

  1. ตอบคำถามทั่วไป
  2. ค้นคว้าข้อมูลจากเว็บ
  3. เขียนและแก้ไขข้อความ
  4. สรุปเนื้อหา
  5. วิเคราะห์ไฟล์ที่รองรับ
  6. ช่วยระดมความคิด
  7. สร้างภาพตามฟีเจอร์และระดับสิทธิ์
  8. ช่วยเขียนโค้ดตัวอย่าง
  9. ใช้ Agents บางประเภท
  10. ทำงานภายใต้ Enterprise Data Protection

ต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่?

สำหรับผู้ใช้ที่มี Microsoft 365 แผนองค์กรหรือสถานศึกษาที่เข้าเงื่อนไข Copilot Chat แบบพื้นฐานรวมอยู่ใน Subscription โดยไม่มีค่าไลเซนส์ Copilot เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การใช้ Agents หรือบริการบางประเภทอาจมีค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน

③ Microsoft 365 Copilot กับ Copilot Chat ใช่ผลิตภัณฑ์เดียวกันหรือไม่?

ไม่ใช่สิทธิ์ระดับเดียวกัน แม้ใช้ประสบการณ์แชตพื้นฐานร่วมกัน

Copilot Chat คือความสามารถพื้นฐานที่ให้ผู้ใช้สื่อสารกับ AI ได้

Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์เพิ่มเติมให้ความสามารถและบริบทข้อมูลงานที่กว้างขึ้น

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

เข้าใจผิด: Copilot Chat ฟรี แปลว่าใช้ทุกฟีเจอร์ของ Microsoft 365 Copilot ได้

ความจริง: Copilot Chat แบบพื้นฐานมีขีดจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลงานและฟีเจอร์ขั้นสูง

เข้าใจผิด: Copilot Chat ไม่มีความปลอดภัยสำหรับองค์กร

ความจริง: Copilot Chat ที่เข้าเงื่อนไขมี Enterprise Data Protection เช่นเดียวกับบริการ Microsoft Copilot สำหรับองค์กร

เข้าใจผิด: ซื้อไลเซนส์ Copilot แล้ว AI จะอ่านเอกสารของทุกคนได้

ความจริง: การเข้าถึงข้อมูลยังต้องอยู่ภายใต้สิทธิ์ของผู้ใช้และนโยบายองค์กร

④ ตาราง Microsoft 365 Copilot vs Copilot Chat

ประเด็นCopilot Chat แบบพื้นฐานMicrosoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์
กลุ่มผู้ใช้ผู้ใช้ Microsoft 365 ที่เข้าเงื่อนไขผู้ใช้ที่ได้รับไลเซนส์เพิ่มเติม
แชต AIรองรับรองรับ
ค้นคว้าข้อมูลเว็บรองรับรองรับ
แนบและวิเคราะห์ไฟล์รองรับตามข้อจำกัดรองรับตามสิทธิ์
ความสามารถ AI ขั้นสูงStandard AccessPriority Access
ใช้ข้อมูล Microsoft Graph โดยอัตโนมัติจำกัดรองรับผ่าน Work IQ
ค้นอีเมลและไฟล์งานข้ามแหล่งจำกัดตามบริบทที่รองรับมีความสามารถมากกว่า
Copilot ภายใน Word/Excel/PowerPointขึ้นอยู่กับระดับสิทธิ์และฟีเจอร์ที่ได้รับรองรับความสามารถตามไลเซนส์
Outlookมีฟีเจอร์พื้นฐานบางประเภทมีความสามารถเพิ่มเติม
Teamsมีฟีเจอร์ที่รองรับตามสิทธิ์มีความสามารถสรุปงานและประชุมเพิ่มเติม
Researcher และ Analystจำกัดรองรับตามสิทธิ์
Custom Agentsอาจคิดค่าบริการตามการใช้งานมีสิทธิ์เพิ่มเติมตามเงื่อนไข
Enterprise Data Protectionมีมี
ค่าไลเซนส์เพิ่มไม่มีสำหรับ Chat พื้นฐานในแผนที่เข้าเงื่อนไขมีค่าไลเซนส์

หมายเหตุ: Microsoft มีระดับสิทธิ์และป้ายกำกับผลิตภัณฑ์หลายแบบ จึงควรตรวจสอบฟีเจอร์ที่บัญชีได้รับจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

⑤ ชื่อใหม่ของ Microsoft Copilot และ Copilot Chat ปี 2026

Microsoft มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์องค์กรในปี 2026

ชื่อที่อาจพบ

  • Microsoft 365 Copilot Chat
  • Microsoft Copilot Chat
  • Microsoft 365 Copilot
  • Microsoft Copilot

ชื่อเหล่านี้อาจพบในหน้าเว็บไซต์ เอกสารสนับสนุน ใบเสนอราคา หรือ Microsoft 365 Admin Center

ทำไมชื่อไม่ตรงกัน?

เนื่องจากผลิตภัณฑ์และเอกสารอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน บางส่วนจึงใช้ชื่อใหม่แล้ว ขณะที่บางส่วนยังอ้างถึงชื่อเดิม

วิธีตรวจสอบให้ถูกต้อง

อย่าตัดสินสิทธิ์จากชื่ออย่างเดียว

ควรตรวจสอบ

  1. ประเภทบัญชี
  2. แผน Microsoft 365 พื้นฐาน
  3. ไลเซนส์ Copilot ที่ได้รับ
  4. ป้ายกำกับภายในแอป
  5. ความสามารถ Work IQ
  6. ความสามารถใน Word และ Excel
  7. สิทธิ์ Agents

⑥ Copilot Chat (Basic), M365 Copilot (Basic) และ M365 Copilot (Premium) คืออะไร?

Microsoft มีป้ายกำกับระดับประสบการณ์ Copilot ในบัญชีองค์กรเพื่อช่วยระบุสิทธิ์

Copilot Chat (Basic)

เป็นประสบการณ์แชต AI พื้นฐานสำหรับบัญชีองค์กรที่เข้าเงื่อนไข

M365 Copilot (Basic)

เป็นอีกระดับป้ายกำกับที่แสดงสิทธิ์ Copilot ในระบบ Microsoft 365 โดยมีความสามารถพื้นฐานและข้อจำกัดตามแผน

M365 Copilot (Premium)

มีความสามารถข้อมูลงานผ่าน Microsoft Graph และ Work IQ พร้อมฟีเจอร์ขั้นสูงตามไลเซนส์

ทำไมต้องดูป้ายกำกับ?

เพราะการมีคำว่า Copilot ในแอปไม่ได้ยืนยันว่าผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูล Microsoft 365 ทั้งหมดแบบเดียวกับ Premium

วิธีตรวจสอบ

ลงชื่อเข้าใช้ Microsoft Copilot ด้วยบัญชีงานหรือสถานศึกษา แล้วตรวจสอบป้ายกำกับสิทธิ์ใต้ชื่อหรือในหน้าข้อมูลบัญชีตามที่ระบบแสดง

⑦ ความแตกต่างเรื่อง Web Data กับ Work Data

หนึ่งในความแตกต่างสำคัญที่สุดคือชนิดข้อมูลที่ AI นำมาใช้ประกอบคำตอบ

Web Data คืออะไร?

ข้อมูลที่ได้จากเว็บสาธารณะผ่านความสามารถค้นหา เช่น

  • ข้อมูลเทคโนโลยี
  • ข่าว
  • บทความสาธารณะ
  • คู่มือผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลทั่วไป

Work Data คืออะไร?

ข้อมูลการทำงานที่อยู่ในระบบองค์กร เช่น

  • อีเมล
  • เอกสาร
  • การประชุม
  • แชต
  • ข้อมูลบุคคลในองค์กร
  • ไฟล์ใน SharePoint
  • ไฟล์ใน OneDrive

Copilot Chat แบบพื้นฐานใช้ Work Data ได้ไหม?

ได้ในบางสถานการณ์ เช่น ผู้ใช้อัปโหลดไฟล์เอง ทำงานกับเนื้อหาที่เปิดอยู่ในแอปที่รองรับ หรือใช้ Agent ที่มีสิทธิ์และรูปแบบค่าใช้จ่ายเหมาะสม

แต่ไม่ได้หมายความว่า Copilot Chat แบบพื้นฐานค้นข้อมูลงานทั้งหมดผ่าน Microsoft Graph โดยอัตโนมัติ

⑧ Microsoft Graph และ Work IQ ต่างกันอย่างไร?

Microsoft Graph เป็นระบบเชื่อมต่อข้อมูลและบริการ Microsoft 365 ภายใต้สิทธิ์และการควบคุมขององค์กร

Work IQ เป็นความสามารถที่ใช้บริบทการทำงานเพื่อช่วยให้ Copilot ตอบคำถามเกี่ยวกับงานจากข้อมูลที่ผู้ใช้ได้รับสิทธิ์เข้าถึง

ตัวอย่างการทำงาน

ผู้ใช้ถามว่า

“สรุปความคืบหน้าโครงการติดตั้งระบบเครือข่ายที่ฉันเกี่ยวข้องในสัปดาห์นี้”

หากมีไลเซนส์และฟีเจอร์ที่รองรับ Copilot อาจใช้บริบทจากเอกสาร การประชุม อีเมล และแชตที่เกี่ยวข้องตามสิทธิ์ผู้ใช้

Copilot Chat แบบพื้นฐานทำแบบเดียวกันไหม?

ไม่ได้ในระดับเดียวกันโดยอัตโนมัติ

อาจต้องแนบเอกสารเอง ใช้เนื้อหาที่เปิดอยู่ หรือให้ Agent ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเฉพาะส่วน

ข้อควรระวัง

แม้ระบบมี Work IQ ก็ยังอาจสรุปข้อมูลไม่ครบหรือตีความผิด ผู้ใช้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจ

⑨ Copilot Chat อัปโหลด PDF และ Word ได้ไหม?

ได้ในประสบการณ์และเงื่อนไขที่รองรับ

ตัวอย่างงาน

  • สรุป PDF
  • วิเคราะห์ Word
  • ตรวจตาราง
  • เปรียบเทียบเอกสาร
  • สร้างสรุป
  • ตอบคำถามจากไฟล์

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Copilot Chat
  2. ตรวจสอบบัญชี
  3. สร้างบทสนทนาใหม่
  4. เลือกแนบไฟล์
  5. ตรวจว่าการแนบเสร็จสมบูรณ์
  6. พิมพ์คำถาม
  7. ตรวจผลกับไฟล์ต้นฉบับ

ตัวอย่าง Prompt

“สรุปเอกสาร PDF ที่แนบ โดยแบ่งเป็นหัวข้อหลัก ประเด็นสำคัญ และรายการงานที่ต้องติดตาม หากอ่านบางส่วนไม่ได้ให้แจ้งอย่างชัดเจน”

ต้องซื้อไลเซนส์เต็มหรือไม่?

ไม่จำเป็นสำหรับการใช้ความสามารถแนบไฟล์ที่ Copilot Chat แบบพื้นฐานรองรับ

แต่ต้องตรวจสอบขีดจำกัดและสิทธิ์ของบัญชีจริง

⑩ Microsoft 365 Copilot ค้นข้อมูลจากอีเมลและการประชุมได้อย่างไร?

ความสามารถนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่องค์กรพิจารณาไลเซนส์เพิ่มเติม

ตัวอย่างการค้นข้อมูล

“สรุปการตัดสินใจเรื่องงบประมาณจากการประชุมโครงการล่าสุด”

“มีงานอะไรจากอีเมลของสัปดาห์นี้ที่ฉันยังต้องติดตาม?”

“สรุปเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการตามสิทธิ์ที่ฉันเข้าถึงได้”

สิ่งที่ต้องมี

  • บัญชีองค์กร
  • ไลเซนส์ที่รองรับ
  • ข้อมูลอยู่ในขอบเขตที่เข้าถึงได้
  • สิทธิ์ Microsoft Graph
  • นโยบายองค์กรอนุญาต
  • บริการที่เกี่ยวข้องพร้อมใช้งาน

Copilot เห็นอีเมลทุกคนไหม?

ไม่ใช่

การเข้าถึงข้อมูลขึ้นอยู่กับสิทธิ์และระบบควบคุมขององค์กร

⑪ Copilot Chat กับ Copilot ใน Word ต่างกันอย่างไร?

Copilot Chat

เหมาะกับการถามคำถาม เขียนข้อความ และทำงานกับเนื้อหาที่นำเข้า

Copilot ใน Word

ช่วยทำงานในบริบทของเอกสาร Word โดยตรงตามระดับสิทธิ์และฟีเจอร์ที่รองรับ

ตัวอย่าง

Copilot Chat

“ร่างบทนำรายงานการติดตั้งระบบ LAN”

Copilot ใน Word

“ปรับย่อหน้าที่เลือกให้กระชับ และจัดเนื้อหาใหม่ในเอกสารนี้”

ทำไมต้องซื้อไลเซนส์เพิ่มเติม?

หากต้องการฟีเจอร์ Copilot ภายในแอปที่ไม่รวมในสิทธิ์พื้นฐาน องค์กรอาจต้องซื้อไลเซนส์ที่เข้าเงื่อนไข

ไม่ควรถือว่าการมี Copilot Chat หมายความว่า Word ทุกเวอร์ชันจะมีความสามารถ AI ครบเหมือนกัน

⑫ Copilot Chat กับ Copilot ใน Excel ต่างกันอย่างไร?

Copilot Chat

ช่วยอธิบายสูตร วิเคราะห์ตัวอย่างข้อมูล และสรุปไฟล์ที่รองรับ

Copilot ใน Excel

สามารถทำงานกับ Workbook และตารางในแอปตามฟีเจอร์ที่ได้รับ

ตัวอย่างงาน เช่น

  • วิเคราะห์ข้อมูล
  • แนะนำสูตร
  • สร้างหรือแก้ไขสูตร
  • จัดรูปแบบข้อมูล
  • ช่วยสร้างตารางหรือกราฟ
  • อธิบายความเปลี่ยนแปลงของข้อมูล

Prompt ตัวอย่าง

“วิเคราะห์ยอดขายรายเดือน แล้วระบุเดือนที่ยอดขายลดลงมากที่สุด พร้อมแสดงตัวเลขและวิธีคำนวณ”

ต้องตรวจผลหรือไม่?

ต้องตรวจเสมอ

โดยเฉพาะสูตร Excel การจับคู่คอลัมน์ และข้อมูลด้านการเงิน

⑬ Copilot Chat กับ Copilot ใน PowerPoint

Copilot Chat

สามารถช่วยคิดโครงสร้างและร่างเนื้อหาสไลด์

Microsoft 365 Copilot ใน PowerPoint

ช่วยสร้างและแก้ไขงานนำเสนอภายในแอปตามความสามารถที่รองรับ

ตัวอย่าง Prompt

“สร้างงานนำเสนอ 10 สไลด์เกี่ยวกับการติดตั้งระบบ Wi-Fi สำหรับสำนักงาน โดยครอบคลุมปัญหา อุปกรณ์ งบประมาณ และระยะเวลาดำเนินการ”

ตัวไหนสะดวกกว่า?

หากต้องการเพียงร่างข้อความ ใช้ Copilot Chat อาจเพียงพอ

หากต้องสร้างและปรับสไลด์จริงใน PowerPoint บ่อยครั้ง ฟีเจอร์ Copilot ในแอปอาจช่วยลดขั้นตอนทำงาน

⑭ Copilot Chat กับ Copilot ใน Outlook

Microsoft มีความสามารถ Copilot บางประเภทใน Outlook สำหรับผู้ใช้ Microsoft 365 ที่เข้าเงื่อนไข และเพิ่มความสามารถตามระดับไลเซนส์

งานที่เกี่ยวข้อง

  • ร่างอีเมล
  • ปรับสำนวน
  • สรุปข้อความ
  • ทำงานกับบริบทอีเมล
  • ช่วยค้นข้อมูลการสื่อสารตามสิทธิ์

ตัวอย่าง

“ช่วยเขียนอีเมลแจ้งลูกค้าเรื่องเลื่อนกำหนดติดตั้งสายไฟเบอร์ออฟติกอย่างสุภาพ”

งานร่างข้อความแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ Work IQ

แต่ถ้าต้องให้ AI รวบรวมข้อมูลอีเมลหลายฉบับในระบบองค์กรโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจระดับสิทธิ์ที่รองรับ

⑮ Copilot Chat กับ Copilot ใน Teams

Microsoft Teams เป็นระบบที่องค์กรใช้สื่อสารและประชุมกัน

Copilot ใน Teams อาจช่วย

  • สรุปการประชุม
  • ระบุรายการงานติดตาม
  • สรุปประเด็นตัดสินใจ
  • ค้นข้อมูลจากบริบทที่ได้รับอนุญาต
  • ช่วยเตรียมข้อมูลก่อนประชุม

ต้องมี Transcript หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และรูปแบบการประชุม บางความสามารถต้องมีข้อมูลการประชุมที่ระบบเข้าถึงได้ตามนโยบาย

Copilot Chat พื้นฐานทำได้เหมือนกันไหม?

ไม่ใช่ทุกฟีเจอร์

ต้องตรวจสอบสิทธิ์และรูปแบบการเข้าถึงเนื้อหาการประชุม

⑯ Standard Access กับ Priority Access ต่างกันอย่างไร?

Microsoft แบ่งการเข้าถึงความสามารถบางประเภทเป็น Standard Access และ Priority Access

Standard Access

สำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีไลเซนส์ Copilot เพิ่มเติมในระดับที่กำหนด

การใช้งานอาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบและมีข้อจำกัดมากขึ้นในช่วงที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

Priority Access

สำหรับผู้ใช้ที่มีไลเซนส์ Copilot ที่รองรับ

ได้รับลำดับความสำคัญในการเข้าถึงบริการ เพื่อให้ตอบสนองได้เร็วขึ้นและมีความพร้อมใช้งานสม่ำเสมอกว่าเมื่อเทียบกับ Standard Access โดยยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริการ

ฟีเจอร์ที่อาจได้รับผล

  • การแนบไฟล์
  • การสร้างภาพ
  • โมเดล AI
  • การใช้เหตุผลขั้นสูง
  • เสียงและฟีเจอร์อื่นที่รองรับ

Priority Access หมายความว่าคำตอบถูกต้องกว่าเสมอไหม?

ไม่ใช่

การได้รับสิทธิ์เข้าถึงก่อนเกี่ยวข้องกับระดับบริการ ไม่ใช่การรับประกันความถูกต้องของข้อมูล

⑰ Agents ใน Copilot Chat ใช้งานได้แค่ไหน?

Copilot Chat แบบพื้นฐานสามารถใช้ Agents บางประเภทได้ ตามรูปแบบการเปิดใช้งานและการคิดค่าบริการขององค์กร

ตัวอย่าง Agents

  • Agent ตอบ FAQ
  • Agent ค้นคู่มือพนักงาน
  • Agent ช่วยงาน IT
  • Agent ตรวจสถานะคำขอ
  • Agent ใช้ SharePoint เป็นแหล่งความรู้
  • Agent ใช้ Workflow ที่รองรับ

ต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่?

บางกรณีมีการคิดค่าบริการแบบ Pay-As-You-Go ผ่าน Copilot Studio หรือเครื่องมือคิดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

ผู้ใช้ที่มีไลเซนส์เต็มต่างกันอย่างไร?

ผู้ใช้ Copilot แบบมีไลเซนส์ได้รับสิทธิ์ Agents ขั้นสูงและการใช้งานเพิ่มเติมตามเงื่อนไขแพ็กเกจ

ข้อควรระวัง

การมี Copilot Chat ไม่ได้แปลว่าสามารถสร้างและใช้งาน Agent ทุกประเภทได้ไม่จำกัดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

⑱ Researcher และ Analyst ใช้ได้กับแพ็กเกจไหน?

Microsoft มี Agents ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยงานค้นคว้าและวิเคราะห์โดยเฉพาะ

Researcher

เน้นงานรวบรวม ค้นคว้า และสังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งที่เข้าถึงได้

Analyst

เน้นงานวิเคราะห์ข้อมูลและช่วยอธิบายผลลัพธ์

Copilot Chat ฟรีสำหรับองค์กรใช้ได้ไหม?

การเข้าถึง Agents ขั้นสูงอย่าง Researcher และ Analyst แตกต่างตามระดับไลเซนส์ โดย Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์ให้สิทธิ์มากกว่าประสบการณ์พื้นฐาน

เหมาะกับใคร?

  • นักวิเคราะห์
  • ทีมบริหาร
  • ฝ่ายการตลาด
  • นักวิจัย
  • ผู้จัดการโครงการ
  • ทีมวางแผนธุรกิจ

ข้อควรจำ

AI Agent ที่วิเคราะห์ข้อมูลได้ ไม่ได้รับประกันว่าตัวเลขหรือข้อสรุปถูกต้องทุกครั้ง

ต้องตรวจผลกับข้อมูลต้นฉบับ

⑲ Copilot Chat มี Enterprise Data Protection หรือไม่?

มี สำหรับบัญชีงานหรือสถานศึกษาที่เข้าเงื่อนไข

Microsoft ระบุว่า Copilot Chat และ Microsoft Copilot ในประสบการณ์องค์กรได้รับ Enterprise Data Protection ตามข้อกำหนดบริการ

ประโยชน์ของ Enterprise Data Protection

  • การคุ้มครองข้อมูลตามข้อตกลงองค์กร
  • การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างส่งและจัดเก็บ
  • การแยกข้อมูลลูกค้า
  • การควบคุมข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด Microsoft
  • การใช้สิทธิ์และนโยบายองค์กร
  • การจัดการข้อมูลในระบบ Microsoft 365

Prompt และคำตอบใช้ฝึกโมเดลพื้นฐานหรือไม่?

Microsoft ระบุว่าข้อมูล Prompt คำตอบ และข้อมูลที่เข้าถึงผ่าน Microsoft Graph ภายใต้ Enterprise Data Protection ไม่ถูกนำไปฝึก Foundation Models

หมายความว่าปลอดภัยทุกกรณีไหม?

ไม่ใช่

องค์กรต้องดูแลสิทธิ์ SharePoint การแชร์ข้อมูล การตั้งค่า Connector และนโยบายการเก็บข้อมูลให้ถูกต้องด้วย

⑳ Microsoft 365 Copilot ปลอดภัยกว่า Copilot Chat หรือไม่?

ทั้งสองมี Enterprise Data Protection เมื่อใช้งานในเงื่อนไของค์กรที่รองรับ

จุดที่เหมือนกัน

  • มีข้อตกลงด้านข้อมูลสำหรับองค์กร
  • มีมาตรการรักษาความปลอดภัย
  • ไม่ใช้ข้อมูลที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวเพื่อฝึกโมเดลพื้นฐาน
  • อยู่ภายใต้นโยบายที่เกี่ยวข้องของ Microsoft

จุดที่ต่างกัน

Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์สามารถทำงานกับข้อมูลองค์กรได้กว้างกว่าเมื่อมีสิทธิ์เหมาะสม

ดังนั้นองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลสิทธิ์และข้อมูลที่ AI สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น

คำแนะนำฝ่าย IT

ควรตรวจสอบ

  1. SharePoint Permissions
  2. OneDrive Sharing
  3. Sensitivity Labels
  4. Data Loss Prevention
  5. Conditional Access
  6. Audit
  7. Data Retention
  8. การเชื่อมต่อ Agents และ Connectors

㉑ วิธีตรวจสอบว่าใช้ Copilot Chat หรือ Microsoft 365 Copilot

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปในองค์กร

  1. เปิด Microsoft Copilot ด้วยบัญชีงาน
  2. ตรวจสอบบัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้
  3. ดูป้ายกำกับสิทธิ์ใต้ชื่อ
  4. ตรวจสอบความสามารถในหน้าแชต
  5. เปิด Word หรือ Excel ที่รองรับ
  6. ตรวจสอบว่ามี Copilot ในแอปหรือไม่
  7. หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามฝ่าย IT

ป้ายกำกับที่อาจพบ

  • Copilot Chat (Basic)
  • M365 Copilot (Basic)
  • M365 Copilot (Premium)

ข้อควรระวัง

การเห็นปุ่ม Copilot ในบางแอปไม่ได้ยืนยันว่ามีสิทธิ์ Premium ทั้งหมด

ควรตรวจสอบจากไลเซนส์ที่ผู้ดูแลกำหนดให้บัญชีด้วย

㉒ วิธีตรวจสอบไลเซนส์ Copilot ใน Microsoft 365 Admin Center

สำหรับผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์เข้าถึง

ขั้นตอน

  1. ลงชื่อเข้า Microsoft 365 Admin Center
  2. เปิดเมนู Users
  3. เลือก Active Users
  4. เลือกบัญชีพนักงาน
  5. ตรวจ Licenses and Apps
  6. ดูแผน Microsoft 365 ที่ได้รับ
  7. ตรวจสอบ Copilot Add-On
  8. ตรวจสถานะ Service Plans
  9. ตรวจว่ามีไลเซนส์พร้อมใช้หรือไม่
  10. ทดลองเปิด Copilot ใหม่หลังปรับสิทธิ์

หากไลเซนส์ไม่ปรากฏ

ให้ตรวจสอบการจัดซื้อและการกำหนดสิทธิ์ ไม่ควรซื้อซ้ำทันทีโดยไม่ตรวจรายการ License ที่องค์กรมี

㉓ Copilot Chat ใช้ไม่ได้ ต้องตรวจสอบอะไร?

อาการที่พบบ่อย

  • ลงชื่อเข้าใช้ไม่ได้
  • ไม่มีปุ่ม Copilot
  • แชตไม่โหลด
  • แนบไฟล์ไม่ได้
  • ฟีเจอร์บางอย่างไม่ปรากฏ
  • ขึ้นข้อความว่าบัญชีไม่มีสิทธิ์
  • ใช้งานช้าช่วงเวลาที่มีผู้ใช้มาก

วิธีแก้

  1. ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต
  2. ตรวจบัญชีงานหรือสถานศึกษา
  3. ตรวจ Microsoft 365 Subscription
  4. ตรวจไลเซนส์
  5. ทดลองผ่านเบราว์เซอร์อื่น
  6. ตรวจนโยบายองค์กร
  7. ตรวจสถานะ Microsoft 365 Services
  8. ติดต่อผู้ดูแลระบบเมื่อจำเป็น

หากเกิดจาก Standard Access

บางฟีเจอร์อาจถูกจำกัดชั่วคราวในช่วงที่บริการมีความต้องการใช้งานสูง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าระบบเสียเสมอไป

㉔ Microsoft 365 Copilot อ่านข้อมูลบริษัทไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?

แม้มีไลเซนส์แล้ว ผู้ใช้ก็อาจพบว่า Copilot ไม่เจอไฟล์หรือข้อมูลที่ต้องการ

สาเหตุที่เป็นไปได้

  • บัญชีไม่มีสิทธิ์
  • ไฟล์อยู่ในตำแหน่งที่ไม่รองรับ
  • ข้อมูลยังไม่พร้อมให้ค้นหา
  • เอกสารถูกจำกัดด้วยนโยบาย
  • ผู้ใช้ลงชื่อเข้าบัญชีผิด
  • ฟีเจอร์ไม่รองรับข้อมูลชนิดนั้น
  • ระบบไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนแก้ไข

  1. เปิดไฟล์ต้นฉบับด้วยบัญชีเดียวกัน
  2. ตรวจว่าผู้ใช้มีสิทธิ์อ่าน
  3. ตรวจตำแหน่ง SharePoint หรือ OneDrive
  4. ตรวจนโยบาย Sensitivity Labels
  5. ตรวจขอบเขตการค้นหา
  6. ทดลองถามโดยระบุชื่อไฟล์
  7. ตรวจคำตอบว่ามีหลักฐานสนับสนุน
  8. ให้ฝ่าย IT ตรวจสอบเมื่อจำเป็น

ต้องเพิ่มสิทธิ์ Everyone ไหม?

ไม่ควร

การเพิ่มสิทธิ์กว้างเกินไปเพื่อให้ AI ค้นพบเอกสารอาจทำให้ข้อมูลรั่วไหล

㉕ ราคา Microsoft 365 Copilot กับ Copilot Chat ต่างกันอย่างไร?

Copilot Chat แบบพื้นฐาน

รวมอยู่ใน Microsoft 365 แผนองค์กรหรือสถานศึกษาที่เข้าเงื่อนไขโดยไม่มีค่าไลเซนส์ Copilot เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์บางประเภท เช่น Agents อาจมีค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน

Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์

ต้องมีไลเซนส์ Copilot ที่รองรับ และโดยทั่วไปต้องมี Microsoft 365 พื้นฐานที่เข้าเงื่อนไข

สิ่งที่อาจมีค่าใช้จ่าย

  • Copilot Add-On
  • Microsoft 365 Subscription พื้นฐาน
  • Copilot Studio Credits
  • Agents ที่คิดตามการใช้งาน
  • Connector หรือบริการเพิ่มเติม
  • ค่าติดตั้งและบริหารระบบ

ต้องซื้อให้พนักงานทุกคนไหม?

ไม่จำเป็น

ควรเริ่มกับทีมที่ได้รับประโยชน์จาก Work IQ และฟีเจอร์ในแอปมากที่สุดก่อน

วิธีเปรียบเทียบความคุ้มค่า

ควรตรวจสอบราคาและสิทธิ์ที่แสดงสำหรับองค์กร ณ วันที่สั่งซื้อ เพราะ Microsoft อาจเปลี่ยนโครงสร้างไลเซนส์และราคาได้

㉖ Copilot Chat เหมาะกับพนักงานประเภทไหน?

เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ AI ช่วยงานทั่วไป แต่ยังไม่ได้ต้องการข้อมูลจากหลายระบบโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่าง

พนักงานทั่วไป

ใช้ช่วยเขียนอีเมลและปรับข้อความ

เจ้าหน้าที่ธุรการ

ใช้สร้างรายการตรวจสอบหรือสรุปเอกสารที่แนบ

ฝ่ายบริการลูกค้า

ใช้ร่างคำตอบจากข้อมูลที่ได้รับอนุญาต

นักเรียนและบุคลากรการศึกษา

ใช้ช่วยสรุปและอธิบายเนื้อหาตามเงื่อนไขบัญชี

จุดเด่น

สามารถเริ่มทดลองประโยชน์ของ AI โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ Copilot Add-On ให้ทุกคนทันที

㉗ Microsoft 365 Copilot เหมาะกับใคร?

เหมาะกับพนักงานที่มีข้อมูลและงานประจำอยู่ใน Microsoft 365 จำนวนมาก

ตัวอย่าง

  • ผู้บริหารที่ต้องสรุปข้อมูลหลายแหล่ง
  • ผู้จัดการโครงการ
  • ฝ่ายขาย
  • ฝ่ายการตลาด
  • ฝ่ายวิเคราะห์
  • ฝ่ายบุคคล
  • ผู้ที่ใช้ Outlook และ Teams ทุกวัน
  • ผู้ที่ทำงานกับเอกสารจำนวนมาก

ตัวอย่าง Prompt

“สรุปความคืบหน้าโครงการจากเอกสาร การประชุม และอีเมลที่ฉันมีสิทธิ์เข้าถึง โดยแยกงานที่เสร็จแล้ว งานค้าง และกำหนดส่ง”

ทำไมไลเซนส์จึงอาจคุ้ม?

เพราะลดการค้นและรวบรวมข้อมูลด้วยมือจากหลายระบบได้ เมื่อข้อมูลพร้อมใช้งานและคำตอบมีคุณภาพเพียงพอ

㉘ วิธีประเมินความคุ้มค่าก่อนซื้อไลเซนส์

ให้เริ่มโครงการทดลองใช้งานกับพนักงานจำนวนไม่มาก

ขั้นตอน

  1. เลือกพนักงานเป้าหมาย
  2. ระบุงานที่ทำซ้ำ
  3. บันทึกเวลาที่ใช้ก่อนทดลอง
  4. ทดลอง Copilot Chat พื้นฐาน
  5. ทดลอง Copilot แบบมีไลเซนส์
  6. บันทึกเวลาที่ประหยัดได้
  7. ตรวจคุณภาพผลลัพธ์
  8. ตรวจต้นทุนและความเสี่ยง
  9. ประเมินผลตอบแทน
  10. ตัดสินใจขยายจำนวนผู้ใช้

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติพนักงานมีต้นทุนเวลาทำงาน 250 บาทต่อชั่วโมง

Copilot ช่วยประหยัดเวลาได้จริง 10 ชั่วโมงต่อเดือน

มูลค่าเวลาที่ประหยัดได้คือ

250 × 10 = 2,500 บาทต่อเดือน

แต่ยังต้องหักค่าไลเซนส์ เวลาตรวจทาน ค่าอบรม และต้นทุนระบบเพิ่มเติม

สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

เวลาที่ AI ใช้สร้างคำตอบและเวลาที่พนักงานต้องตรวจความถูกต้องถือเป็นต้นทุนเช่นกัน

㉙ ตารางเลือก Copilot Chat หรือ Microsoft 365 Copilot

ความต้องการตัวเลือกที่ควรเริ่ม
ถามคำถาม AICopilot Chat
เขียนข้อความCopilot Chat
สรุป PDF ที่แนบCopilot Chat
ค้นข้อมูลเว็บCopilot Chat
ต้องการ Standard AccessCopilot Chat
ต้องการ Priority AccessCopilot แบบมีไลเซนส์
ค้นข้อมูลงานผ่าน Work IQCopilot แบบมีไลเซนส์
สรุปข้อมูลข้ามอีเมลและการประชุมCopilot แบบมีไลเซนส์
ทำงานกับเอกสารใน Word ขั้นสูงCopilot แบบมีไลเซนส์
ใช้ Researcher และ AnalystCopilot แบบมีไลเซนส์
สร้าง Agent พื้นฐานตรวจสิทธิ์ Copilot Chat และ Copilot Studio
ใช้ Agent ขั้นสูงตรวจไลเซนส์และการคิดค่าใช้จ่าย
บริษัทเพิ่งเริ่มใช้ AIเริ่มจาก Copilot Chat

㉚ คำถามที่พบบ่อย Microsoft 365 Copilot vs Copilot Chat (FAQ)

Microsoft 365 Copilot กับ Copilot Chat ต่างกันอย่างไร?

Copilot Chat เป็นประสบการณ์ AI พื้นฐานสำหรับบัญชีองค์กรที่เข้าเงื่อนไข ส่วน Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์ให้ความสามารถ Work IQ การเชื่อมข้อมูลงานและฟีเจอร์ AI ขั้นสูงมากกว่า

Copilot Chat ใช้ฟรีได้ไหม?

รวมอยู่ใน Microsoft 365 แผนองค์กรหรือสถานศึกษาที่เข้าเงื่อนไขโดยไม่มีค่าไลเซนส์ Copilot เพิ่มเติม

ต้องมี Microsoft 365 ก่อนใช้ Copilot Chat ไหม?

ต้องมีแผนบัญชีงานหรือสถานศึกษาที่เข้าเงื่อนไขสำหรับ Copilot Chat ในระดับองค์กร

Microsoft 365 Copilot ต้องซื้อไลเซนส์ไหม?

ความสามารถระดับที่ใช้ Work IQ และฟีเจอร์ขั้นสูงตามข้อกำหนดต้องใช้ไลเซนส์ที่รองรับ

Copilot Chat ใช้ภาษาไทยได้ไหม?

ได้ รองรับการถามและสร้างคำตอบภาษาไทยตามความสามารถของบริการ

Copilot Chat วิเคราะห์ PDF ได้ไหม?

ได้ในขีดจำกัดของความสามารถแนบและประมวลผลไฟล์ที่ได้รับ

Copilot Chat ใช้ Microsoft Graph ได้ไหม?

ประสบการณ์พื้นฐานไม่ได้ใช้ข้อมูลงานร่วมทั้งหมดผ่าน Microsoft Graph โดยอัตโนมัติแบบไลเซนส์ขั้นสูง แต่สามารถใช้ไฟล์ที่แนบ เนื้อหาที่เปิดอยู่ หรือ Agents ที่รองรับ

Microsoft 365 Copilot ใช้ SharePoint ได้ไหม?

ได้ตามความสามารถและสิทธิ์ของผู้ใช้ โดยไม่ควรเข้าถึงข้อมูลเกินกว่าสิทธิ์ที่กำหนด

Copilot Chat ใช้กับ Word ได้ไหม?

มีความสามารถบางระดับตามผลิตภัณฑ์และป้ายกำกับสิทธิ์ แต่ไม่ควรถือว่าได้รับฟีเจอร์ Copilot ใน Word ครบเหมือนไลเซนส์ขั้นสูง

Copilot Chat ใช้กับ Excel ได้ไหม?

สามารถช่วยตอบคำถามเรื่อง Excel และวิเคราะห์ไฟล์ที่รองรับได้ แต่ความสามารถทำงานใน Workbook ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และไลเซนส์

Copilot Chat ใช้กับ Outlook ได้ไหม?

มีฟีเจอร์บางประเภทตามสิทธิ์และประสบการณ์ที่ Microsoft เปิดให้ใช้งาน โดยผู้ใช้ไลเซนส์ Copilot อาจได้รับความสามารถเพิ่มเติม

Copilot Chat กับ Copilot ใน Teams เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันทุกฟีเจอร์ โดยการสรุปประชุมและการใช้ข้อมูล Teams ขึ้นอยู่กับไลเซนส์และเงื่อนไขการประชุม

Copilot Chat มี Enterprise Data Protection ไหม?

มีสำหรับบัญชีและผลิตภัณฑ์องค์กรที่เข้าเงื่อนไข

Copilot Chat ใช้ข้อมูลบริษัทฝึก AI หรือไม่?

Microsoft ระบุว่าข้อมูล Prompt คำตอบ และข้อมูล Microsoft Graph ภายใต้ Enterprise Data Protection ไม่ใช้ฝึก Foundation Models

Standard Access กับ Priority Access ต่างกันอย่างไร?

Standard Access ขึ้นอยู่กับความพร้อมบริการมากกว่า ส่วน Priority Access ได้ลำดับการเข้าถึงสูงกว่าและความพร้อมใช้งานสม่ำเสมอกว่าตามข้อกำหนด

Copilot Chat ใช้ Researcher ได้ไหม?

สิทธิ์ Researcher และ Analyst ขั้นสูงแตกต่างตามไลเซนส์ โดยผู้ใช้ Copilot แบบมีไลเซนส์ได้รับสิทธิ์เพิ่มเติม

Copilot Chat ใช้ Agents ได้ไหม?

ได้บางประเภท โดยอาจต้องมีการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานผ่าน Copilot Studio

ทำไมมี Copilot Chat แล้วหาไฟล์บริษัทไม่เจอ?

เพราะประสบการณ์พื้นฐานมีข้อจำกัดในการใช้ข้อมูลร่วมผ่าน Microsoft Graph และต้องตรวจสิทธิ์ รวมถึงวิธีนำไฟล์เข้าสู่ระบบ

จะรู้ได้อย่างไรว่าบัญชีมีไลเซนส์ Copilot แบบเต็ม?

ตรวจป้ายกำกับสิทธิ์ภายในแอปหรือให้ผู้ดูแลตรวจ Assigned Licenses ใน Microsoft 365 Admin Center

บริษัทควรซื้อ Copilot ให้พนักงานทุกคนหรือไม่?

ไม่จำเป็น ควรทดลอง Copilot Chat ก่อน แล้วเพิ่มไลเซนส์ให้กลุ่มที่มีประโยชน์จาก Work IQ และฟีเจอร์ขั้นสูงจริง

㉛ สรุป Microsoft 365 Copilot vs Copilot Chat เลือกตัวไหนดี?

Microsoft 365 Copilot และ Copilot Chat เป็นบริการ AI สำหรับองค์กรที่มีพื้นฐานการสนทนาคล้ายกัน แต่แตกต่างกันเรื่องระดับสิทธิ์ การเข้าถึงข้อมูลงาน และความสามารถภายใน Microsoft 365

Copilot Chat เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเริ่มใช้ AI เพื่อถามคำถาม เขียนข้อความ ค้นเว็บ และวิเคราะห์ไฟล์ที่รองรับ โดยมี Enterprise Data Protection ตามข้อกำหนดบริการ

Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์เหมาะกับพนักงานที่ต้องใช้ข้อมูลจากอีเมล การประชุม แชตและเอกสารใน Microsoft 365 อยู่เป็นประจำ รวมถึงต้องการ Work IQ และฟีเจอร์ Agents ขั้นสูง

หากบริษัทเพิ่งเริ่มใช้ AI ควรทดลอง Copilot Chat ซึ่งรวมอยู่ใน Microsoft 365 ที่เข้าเงื่อนไขก่อน

หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพงานข้ามแอปอย่างจริงจัง จึงค่อยประเมินการซื้อไลเซนส์เพิ่มเติมให้พนักงานที่เหมาะสม

ข้อแนะนำจาก comsiam: ก่อนซื้อ Microsoft 365 Copilot ให้พนักงานทุกคน ควรทดลอง Copilot Chat กับงานจริงก่อน แล้วเลือกผู้ใช้ที่ต้องค้นข้อมูลจาก SharePoint, Outlook และ Teams เป็นประจำมาทดสอบไลเซนส์ขั้นสูง จากนั้นวัดเวลาที่ประหยัดได้ ความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายรวม วิธีนี้ช่วยให้บริษัทเลือกสิทธิ์ได้ตรงงานโดยไม่จ่ายค่าไลเซนส์เกินความจำเป็น

ComSiam Professional Team