Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

LG Content Store เปิดไม่ได้ มักเกิดจากอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร วันและเวลาผิด ตั้ง LG Services Country ไม่ตรง ยังไม่ได้ยอมรับ User Agreements หรือระบบ webOS ค้าง ให้ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที รีสตาร์ตเราเตอร์ และตรวจสอบประเทศกับข้อตกลงก่อนรีเซ็ตเครื่อง
LG Content Store หรือหน้า Apps คือร้านค้าสำหรับค้นหา ดาวน์โหลด และอัปเดตแอปบน LG Smart TV ที่ใช้ webOS เช่น แอปดูวิดีโอ ฟังเพลง ข่าว และบริการอื่นที่รองรับทีวี
หาก LG Content Store เปิดไม่ได้ อาจทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่อง เช่น
แอปที่ติดตั้งไว้แล้วอาจยังใช้งานได้ แม้ร้านค้าจะเปิดไม่ได้ จึงไม่ควรรีบลบแอปเหล่านั้นก่อนแก้ LG Content Store
อาการที่พบได้ ได้แก่
ควรจดข้อความที่แสดงบนหน้าจอและทดสอบแอปออนไลน์อื่น เพื่อแยกว่าปัญหาเกิดเฉพาะร้านค้าหรืออินเทอร์เน็ตของทีวีทั้งหมด
สัญลักษณ์ Wi-Fi หมายถึงทีวีเชื่อมต่อเราเตอร์แล้ว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเราเตอร์ออกอินเทอร์เน็ตได้
เวลาที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้ webOS ตรวจสอบใบรับรองความปลอดภัยไม่ได้ จึงเชื่อมต่อ LG Content Store ไม่สำเร็จ
ร้านค้าแอปจะโหลดรายการตามประเทศที่ให้บริการ หากตั้งประเทศผิดหรือข้อมูลประเทศมีปัญหา หน้า Store อาจเปิดไม่ครบ
บริการอัจฉริยะของ LG บางส่วนต้องได้รับการยอมรับข้อตกลง หากหน้า Agreement โหลดไม่ได้ Store อาจไม่ทำงาน
ข้อมูลบัญชีอาจหมดอายุ ต้องยืนยันใหม่ หรือระบบซิงค์บัญชีไม่สมบูรณ์
เมื่อเปิด Quick Start+ ทีวีอาจเก็บกระบวนการบางส่วนไว้เพื่อเปิดเครื่องเร็วขึ้น ทำให้ Store ที่ค้างไม่ได้เริ่มระบบใหม่เต็มรูปแบบ
LG Content Store ต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวสำหรับรูปภาพ ข้อมูลแอป และไฟล์ดาวน์โหลด หากพื้นที่ใกล้เต็ม ร้านค้าอาจเปิดช้าหรือเด้งออก
ซอฟต์แวร์รุ่นเก่าอาจมีปัญหากับบริการบัญชี การเชื่อมต่อ หรือร้านค้าแอปรุ่นปัจจุบัน
เครือข่ายอาจเปิดบางแอปได้ แต่ไม่สามารถค้นหาที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์ LG ได้ ทำให้ Store โหลดไม่ขึ้น
หากปัญหาเพิ่งเกิดและการตั้งค่าทุกอย่างปกติ อาจเป็นเหตุขัดข้องชั่วคราวจากระบบบริการ ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ตทีวีทันที
หากหน้าจอยังค้าง ให้รีสตาร์ตทีวีอย่างสมบูรณ์
ไม่ควรถอดปลั๊กเมื่อทีวีกำลังอัปเดต webOS หรือแสดงข้อความห้ามปิดเครื่อง
ตำแหน่งเมนูอาจอยู่ใน
ให้ปิด Quick Start+ แล้วถอดปลั๊กทีวีประมาณ 60 วินาที จากนั้นเปิด Store ใหม่
หากไม่พบเมนูนี้ รุ่นทีวีอาจไม่มีฟังก์ชันดังกล่าวหรือใช้ชื่อแตกต่างกัน
เปิด YouTube หรือเว็บเบราว์เซอร์ หากใช้งานไม่ได้ ให้แก้เครือข่ายก่อน
หากใช้ฮอตสปอตแล้ว Store เปิดได้ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่เราเตอร์ DNS หรืออินเทอร์เน็ตบ้าน
หากทีวีอยู่ไกลเราเตอร์หรือ Wi-Fi ไม่เสถียร ให้ทดลองต่อสาย LAN แล้วเปิด LG Content Store
หากใช้สาย LAN ได้ตามปกติ ควรตรวจสอบสัญญาณ Wi-Fi ตำแหน่งเราเตอร์ หรือเครือข่ายไร้สายเดิม
เปิด All Settings แล้วค้นหา Date & Time หรือ Time & Timer จากนั้นเปิด Set Automatically
ตรวจสอบว่า
หลังตั้งค่าให้ถอดปลั๊กทีวีแล้วเปิด Store ใหม่
ตำแหน่งเมนูอาจเป็น
บางรุ่นอาจมี Set Automatically หากเลือกอัตโนมัติแล้ว Store ไม่เปิด ให้ตรวจสอบว่าระบบเลือกประเทศถูกต้องหรือไม่
หากรายการ Agreement ไม่โหลด อย่าเพิ่งรีเซ็ตเครื่อง ให้ทดสอบอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายอื่นก่อน
เปิดเมนูบัญชีแล้วตรวจสอบว่ายังเข้าสู่ระบบอยู่หรือไม่
หากบัญชีมีปัญหา ให้ทำดังนี้
ลบแอปที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น
หากรุ่นมี Memory Optimizer หรือ Device Self Care ให้ใช้ฟังก์ชันดังกล่าวเพื่อปิดแอปและจัดการหน่วยความจำ
ตำแหน่งเมนูโดยทั่วไปคือ
ทีวีรุ่นเก่าบางรุ่นอาจวาง Software Update ไว้ใน General > About This TV
หากเคยกำหนด DNS ด้วยตนเอง ให้จดค่าเดิมแล้วตั้งเป็น Automatic เพื่อทดสอบ
ไม่ควรเปลี่ยน IP Address, Gateway หรือ Subnet โดยไม่จดค่าปัจจุบัน เพราะอาจทำให้ทีวีเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้
หลังเปลี่ยน DNS ให้ปิดทีวี รีสตาร์ตเราเตอร์ และเปิด Store ใหม่
ใช้เมื่อ Store และบริการ Smart TV ทั้งหมดมีปัญหาพร้อมกัน แม้ทดสอบเครือข่ายอื่นและอัปเดต webOS แล้ว
ก่อนรีเซ็ตควรจด
หลังรีเซ็ต ให้เลือกประเทศไทย เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ยอมรับ User Agreements และทดสอบ LG Content Store ก่อนตั้งค่าอื่น
หากหน้า User Agreements ว่างหรือหมุนโหลด ให้ทำตามนี้
หาก Agreements โหลดได้ผ่านฮอตสปอต แต่ไม่ได้ผ่าน Wi-Fi บ้าน ให้ตรวจสอบเราเตอร์หรือ DNS ก่อนรีเซ็ตทีวี
หากหน้าร้านค้าแสดงปกติ แต่กด Install ไม่ได้ ให้ตรวจสอบ
หากดาวน์โหลดไม่ได้เพียงแอปเดียว ไม่ควร Reset to Initial Settings ก่อนตรวจสอบว่าแอปรองรับทีวีหรือไม่
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ APK มาติดตั้ง เพราะ LG Smart TV ใช้ webOS ไม่ใช่ Android TV
หากเชื่อมต่อฮอตสปอตแล้ว LG Content Store เปิดได้ แสดงว่าตัวทีวีและแอปร้านค้ามีแนวโน้มทำงานปกติ ปัญหาอาจอยู่ที่
ควรคืนค่าการเชื่อมต่อทีวีเป็นอัตโนมัติ รีสตาร์ตเราเตอร์ และตรวจสอบระบบเครือข่ายก่อน Factory Reset
Store อาจถูกย้ายออกจากตำแหน่งเดิมหรือใช้ชื่อ Apps ใน webOS รุ่นใหม่
ให้ลองทำดังนี้
ไม่ควรพยายามดาวน์โหลด LG Content Store จากเว็บไซต์ภายนอก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบ webOS
หากแอปอื่นเร็วแต่ Store ช้าเพียงชั่วคราว อาจเป็นปัญหาของระบบบริการ LG ควรรอแล้วทดลองใหม่
หากลบแอปในช่วงที่ LG Content Store ใช้งานไม่ได้ อาจไม่สามารถดาวน์โหลดกลับได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อ
ตามแนวทางของ comsiam ควรทำให้ LG Content Store กลับมาใช้งานได้ก่อน แล้วจึงลบหรือติดตั้งแอปใหม่
| อาการ | จุดที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| Store ไม่เปิดเลย | ระบบค้าง อินเทอร์เน็ต และเวลา |
| Store หมุนโหลด | เครือข่าย DNS หรือบริการ LG |
| User Agreements ไม่ขึ้น | ประเทศ เวลา และอินเทอร์เน็ต |
| Store เปิดได้ผ่านฮอตสปอต | เราเตอร์หรือ DNS บ้าน |
| Store เปิดแต่ติดตั้งไม่ได้ | บัญชี พื้นที่ และการรองรับ |
| ค้นหาแอปไม่พบ | ประเทศ รุ่น หรือ webOS |
| Store เด้งออก | หน่วยความจำ พื้นที่ หรือระบบ |
| รูปแอปไม่โหลด | อินเทอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์ |
| Store หายจาก Home | อาจเปลี่ยนชื่อเป็น Apps หรือถูกย้าย |
| Store ช้ามาก | เครือข่าย พื้นที่ หรือบริการชั่วคราว |
อาจเกิดจาก LG Services Country, User Agreements, LG Account, DNS หรือระบบบริการของ LG ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
รายชื่อแอป ข้อตกลง และบัญชีบางส่วนอาจเปลี่ยน แอปที่ไม่มีบริการในประเทศใหม่อาจหายจากหน้า Home
การเปิดดูร้านค้าอาจทำได้ในบางรุ่น แต่การดาวน์โหลดและจัดการแอปอาจต้องใช้ LG Account
ทีวีอาจเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ วันเวลาผิด หรือตั้งประเทศไม่ตรง ให้ทดสอบฮอตสปอตและตรวจสอบเวลา
ไม่แน่นอน หากปัญหาเกิดจากเราเตอร์ DNS หรือระบบบริการของ LG การรีเซ็ตทีวีจะไม่แก้ต้นเหตุ
ใน webOS บางรุ่น หน้า LG Content Store อาจเปลี่ยนรูปแบบหรือใช้ชื่อ Apps แต่ยังทำหน้าที่ค้นหาและติดตั้งแอป
จดหมายเลขรุ่น เวอร์ชัน webOS เครือข่ายที่ทดสอบ และข้อความผิดพลาด จากนั้นติดต่อศูนย์บริการ LG
LG Content Store เปิดไม่ได้ควรเริ่มจากถอดปลั๊กทีวี รีสตาร์ตเราเตอร์ และตรวจสอบวันเวลา LG Services Country, User Agreements รวมถึง LG Account หากใช้ฮอตสปอตแล้วเปิดได้ ให้แก้เราเตอร์หรือ DNS ก่อนรีเซ็ตทีวี
ไม่ควรลบแอปที่ยังใช้งานได้ในช่วงที่ Store มีปัญหา หากทดสอบหลายเครือข่ายและอัปเดต webOS แล้วยังไม่ได้ comsiam แนะนำให้ใช้ Reset to Initial Settings เป็นขั้นตอนท้าย และไม่ควรติดตั้ง APK หรือ Firmware ที่ไม่ตรงกับรุ่น