League of Legends เปิดไม่ได้หรือเข้าเกมแล้วจอดำ แก้อย่างไร

หาก League of Legends เปิดไม่ได้หรือเข้าเกมแล้วจอดำ ให้ปิด Riot Client และกระบวนการ League ที่ค้างใน Task Manager แล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ จากนั้นใช้เครื่องมือ Repair ใน Riot Client ตรวจสอบ Riot Vanguard และปิดโปรแกรม Overlay หากจอดำหลัง Champion Select ให้กด Alt + Enter เพื่อสลับโหมดหน้าจอ พร้อมอัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอและรีเซ็ตไฟล์ Config ของเกม

สารบัญ

  • อาการของปัญหา League of Legends เปิดไม่ได้
  • สาเหตุที่เข้าเกมแล้วจอดำ
  • วิธีแก้ League of Legends ตามลำดับ
  • วิธีแก้จอดำหลัง Champion Select
  • วิธีแก้ Riot Client และ Riot Vanguard
  • วิธีติดตั้งเกมใหม่แบบสะอาด
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

อาการของปัญหา League of Legends เปิดไม่ได้

ปัญหาของ League of Legends อาจเกิดที่ Riot Client, League Client หรือหน้าต่างเกมหลังเลือกแชมเปี้ยน ทำให้ผู้เล่นพบอาการแตกต่างกันดังนี้

  • กด Play ใน Riot Client แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • Riot Client เปิดไม่ขึ้น
  • League Client เปิดแล้วเป็นหน้าจอดำ
  • Client เปิดขึ้นมาแล้วปิดเอง
  • Client ค้างอยู่ที่โลโก้ League of Legends
  • เข้าสู่ระบบได้แต่กด Play ไม่ได้
  • เกมค้างหลัง Champion Select
  • หน้าจอโหลดเข้าแมตช์เป็นสีดำ
  • มีเสียงเกมแต่ไม่มีภาพ
  • เห็นเมาส์ของ League แต่หน้าจอเป็นสีดำ
  • เกมเด้งกลับ League Client
  • กด Reconnect แล้วกลับมาจอดำเหมือนเดิม
  • Client แสดงข้อความกำลังซ่อมแซมหรืออัปเดตวนซ้ำ
  • Riot Vanguard ไม่ทำงาน
  • พบข้อความ VAN Error
  • ปัญหาเริ่มหลังอัปเดตเกม Windows หรือไดรเวอร์

สาเหตุที่ League of Legends เปิดไม่ได้หรือจอดำ

สาเหตุของปัญหาอาจอยู่ที่ตัวเกม Riot Client, Riot Vanguard, Windows หรือโปรแกรมอื่นที่ทำงานร่วมกับเกม

สาเหตุที่พบได้บ่อยประกอบด้วย

  • เซิร์ฟเวอร์ League of Legends ขัดข้อง
  • Riot Client หรือ League Client ค้างอยู่เบื้องหลัง
  • ไฟล์เกมเสียหายหรืออัปเดตไม่สมบูรณ์
  • Riot Vanguard เริ่มทำงานไม่สำเร็จ
  • โปรแกรม Overlay ขัดแย้งกับเกม
  • การตั้งค่ากราฟิกในไฟล์ Config ผิดปกติ
  • โหมด Fullscreen ไม่เข้ากับความละเอียดหน้าจอ
  • ไดรเวอร์การ์ดจอล้าสมัยหรือเสียหาย
  • Windows ไม่ได้รับการอัปเดต
  • Firewall หรือโปรแกรมป้องกันไวรัสบล็อกเกม
  • VPN หรือ Proxy ทำให้เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้
  • โปรแกรมเบื้องหลังขัดแย้งกับ Riot Client
  • ไดรฟ์ติดตั้งเกมมีพื้นที่ว่างไม่เพียงพอ
  • Windows 11 ไม่ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่รหัส VAN ระบุ
  • ติดตั้งเกมหรือ Riot Client ไม่สมบูรณ์

① ตรวจสอบสถานะเซิร์ฟเวอร์ League of Legends

ก่อนแก้ไขไฟล์เกม ให้ตรวจสอบก่อนว่าเซิร์ฟเวอร์ในภูมิภาคที่เล่นกำลังทำงานตามปกติหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นจำนวนมากเปิดเกมไม่ได้พร้อมกัน

สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจเป็นปัญหาจากเซิร์ฟเวอร์ ได้แก่

  • เข้าสู่ระบบ Riot Client ไม่ได้
  • รายชื่อเพื่อนไม่แสดง
  • กดค้นหาเกมไม่ได้
  • Client แสดงข้อความเกี่ยวกับการบำรุงรักษา
  • ผู้เล่นคนอื่นในภูมิภาคเดียวกันพบปัญหาพร้อมกัน
  • เกมมีปัญหาหลังปล่อยแพตช์ใหม่

หากระบบกำลังบำรุงรักษา ควรรอจนกว่าบริการจะกลับมาทำงาน การติดตั้งเกมใหม่ในช่วงนี้มักไม่ช่วย

② ปิด Riot Client และ League ที่ค้างอยู่

แม้หน้าต่างเกมจะหายไป แต่กระบวนการของ Riot อาจยังทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำให้เปิดเกมครั้งใหม่ไม่ได้

วิธีปิดกระบวนการที่ค้างมีดังนี้

  1. กด Ctrl + Shift + Esc
  2. เปิด Task Manager
  3. มองหารายการ Riot Client
  4. มองหา LeagueClient หรือ League of Legends
  5. เลือกแต่ละรายการแล้วกด End task
  6. ตรวจสอบว่าไม่มีกระบวนการอัปเดตของ Riot ค้างอยู่
  7. ปิด Task Manager
  8. เปิด Riot Client ใหม่

หากไม่แน่ใจว่ากระบวนการใดต้องปิด ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์แทนการสุ่มปิดบริการของ Windows

③ รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

League of Legends ใช้ส่วนประกอบหลายส่วนร่วมกัน ได้แก่ Riot Client, League Client, ตัวเกม และ Riot Vanguard การรีสตาร์ตจะช่วยเริ่มระบบเหล่านี้ใหม่ทั้งหมด

ควรเลือก Restart จากเมนู Power ไม่ใช่ Sleep หรือ Hibernate หลังเครื่องเปิดกลับมาแล้ว ให้รอจน Windows โหลดเสร็จก่อนเปิด Riot Client

หากเพิ่งติดตั้งหรืออัปเดต Riot Vanguard การรีสตาร์ตเครื่องเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะระบบป้องกันการโกงอาจยังไม่พร้อมจนกว่าจะเริ่ม Windows ใหม่

④ เปิด Riot Client โดยตรง

หากกดทางลัด League of Legends แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เปิด Start และค้นหา Riot Client จากนั้นเข้าสู่ระบบและเลือก League of Legends ภายใน Client

หาก Riot Client เปิดได้แต่ League เปิดไม่ได้ ปัญหาน่าจะอยู่ที่ไฟล์เกมหรือ League Client แต่ถ้า Riot Client เปิดไม่ได้ด้วย ให้ตรวจสอบโปรแกรมรักษาความปลอดภัย สิทธิ์ของ Windows และไฟล์ Riot Client

⑤ ลองเปิด Riot Client แบบผู้ดูแลระบบ

ปิด Riot Client ให้หมด จากนั้นคลิกขวาที่ทางลัด Riot Client แล้วเลือก Run as administrator เพื่อทดสอบว่าปัญหาเกิดจากสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์หรือไม่

หากเปิดได้ด้วยวิธีนี้ ให้ตรวจสอบสิทธิ์ของโฟลเดอร์ติดตั้งเกมและโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องตั้งให้ทุกโปรแกรมในเครื่องเปิดแบบผู้ดูแลระบบถาวร

หากเคยเปิด Compatibility Mode ไว้ ให้ทดลองปิด เพราะการบังคับใช้โหมดสำหรับ Windows รุ่นเก่าอาจทำให้ Riot Client ทำงานผิดปกติ

⑥ ใช้เครื่องมือ Repair ใน Riot Client

Riot Client มีเครื่องมือซ่อมแซมไฟล์เกมที่ช่วยตรวจหาไฟล์หายหรือไฟล์เสียหาย โดยไม่จำเป็นต้องลบเกมทั้งหมด

วิธีใช้งานโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. เปิด Riot Client
  2. เข้าสู่ระบบ
  3. เปิด Settings
  4. เลือก League of Legends
  5. หาเมนู Repair หรือ Full Repair
  6. เริ่มตรวจสอบไฟล์
  7. รอจนกระบวนการเสร็จสมบูรณ์
  8. ปิดและเปิด Riot Client ใหม่

ชื่อหรือตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันของ Riot Client ไม่ควรปิดเครื่องขณะกำลังตรวจสอบหรือดาวน์โหลดไฟล์

⑦ ตรวจสอบการอัปเดตเกมให้เสร็จสมบูรณ์

หาก Riot Client ค้างอยู่ที่การอัปเดต ให้ตรวจสอบพื้นที่ว่างและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อน

ไม่ควรเปิด Riot Client หลายหน้าต่างพร้อมกัน และควรปิดโปรแกรมดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ชั่วคราว หากเปอร์เซ็นต์การอัปเดตไม่ขยับเป็นเวลานาน ให้ปิด Client รีสตาร์ตเครื่อง แล้วใช้เครื่องมือ Repair

⑧ ตรวจสอบพื้นที่ว่างของไดรฟ์

การอัปเดต League of Legends ต้องใช้พื้นที่สำหรับดาวน์โหลด แตกไฟล์ และแทนที่ไฟล์เดิม หากไดรฟ์ติดตั้งเกมหรือไดรฟ์ระบบใกล้เต็ม การอัปเดตอาจค้างหรือทำให้เกมเปิดไม่ได้

ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น ล้าง Recycle Bin และตรวจสอบพื้นที่ว่างอีกครั้ง ไม่ควรลบไฟล์ภายในโฟลเดอร์ League of Legends แบบสุ่ม เพราะอาจทำให้ต้องดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่ม

⑨ ตรวจสอบ Riot Vanguard

League of Legends บน Windows ต้องใช้ Riot Vanguard หาก Vanguard ไม่ทำงาน เกมอาจไม่เปิดหรือแสดงรหัส VAN

เริ่มจากตรวจสอบไอคอน Riot Vanguard ในพื้นที่แจ้งเตือนของ Windows แล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ หากเคยออกจาก Vanguard ด้วยตนเอง จำเป็นต้องรีสตาร์ตเครื่องก่อนเปิดเกมอีกครั้ง

หากมีรหัส VAN ให้จดรหัสแบบเต็ม เพราะแต่ละรหัสอาจต้องใช้วิธีแก้ต่างกัน ไม่ควรเปลี่ยน BIOS หรือการตั้งค่าความปลอดภัยโดยไม่มีข้อความระบุว่าจำเป็น

⑩ ติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่

หาก Riot Vanguard เสียหายหรือไม่เริ่มทำงาน สามารถติดตั้งใหม่ได้ดังนี้

  1. ปิด League of Legends และ Riot Client
  2. เปิด Settings ของ Windows
  3. ไปที่ Apps
  4. เลือก Installed apps
  5. ค้นหา Riot Vanguard
  6. เลือก Uninstall
  7. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  8. เปิด Riot Client และ League of Legends
  9. รอให้ระบบติดตั้ง Vanguard ใหม่
  10. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์อีกครั้งเมื่อระบบแจ้ง

หลังจากนั้นจึงเปิดเกมเพื่อทดสอบ ไม่ควรดาวน์โหลด Riot Vanguard แยกจากเว็บไซต์อื่น

⑪ ตรวจสอบ Secure Boot และ TPM เฉพาะเมื่อพบรหัส VAN

บน Windows 11 รหัส VAN บางรายการอาจแจ้งให้เปิด Secure Boot หรือ TPM 2.0 ให้ตรวจสอบสถานะก่อนโดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าทันที

ตรวจสอบ Secure Boot ได้ดังนี้

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ msinfo32
  3. กด Enter
  4. ดู BIOS Mode
  5. ดู Secure Boot State

ตรวจสอบ TPM ได้ดังนี้

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ tpm.msc
  3. กด Enter
  4. ตรวจสอบสถานะและ Specification Version

หากรหัสข้อผิดพลาดระบุว่าต้องเปิดคุณสมบัติเหล่านี้ ควรศึกษาคู่มือเมนบอร์ดหรือขอให้ผู้ดูแลเครื่องดำเนินการ การเปลี่ยนโหมด BIOS, UEFI, Secure Boot หรือรูปแบบพาร์ทิชันผิดวิธีอาจทำให้ Windows บูตไม่ขึ้น

ไม่ควรใช้วิธีหลีกเลี่ยง Riot Vanguard หรือแก้ไขไฟล์เพื่อข้ามข้อกำหนดของระบบ

⑫ ปิดโปรแกรม Overlay

โปรแกรม Overlay อาจขัดแย้งกับโหมด Fullscreen หรือ DirectX ทำให้เกิดหน้าจอดำหลัง Champion Select

ให้ปิด Overlay ชั่วคราวจากโปรแกรมต่อไปนี้

  • Discord Overlay
  • NVIDIA Overlay
  • AMD Overlay
  • Xbox Game Bar
  • โปรแกรมแสดง FPS
  • โปรแกรมบันทึกหน้าจอ
  • โปรแกรมปรับแต่งการ์ดจอ
  • โปรแกรมควบคุมไฟ RGB บางชนิด

จากนั้นปิด Riot Client และเปิดใหม่ หากเกมกลับมาทำงานได้ ให้เปิดโปรแกรมกลับทีละตัวเพื่อหาตัวที่ขัดแย้ง

⑬ ปิดโปรแกรมเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น

โปรแกรมบางชนิดอาจรบกวน Riot Client หรือ Vanguard เช่น โปรแกรมปรับแต่งเกม โปรแกรมควบคุมเครือข่าย Auto Clicker หรือซอฟต์แวร์ที่แทรกการทำงานเข้าไปในเกม

ให้ปิดโปรแกรมเหล่านี้ก่อนทดสอบ League of Legends และใช้เฉพาะตัวเกมกับ Riot Client เวอร์ชันทางการ

ไม่ควรใช้โปรแกรมดัดแปลง Client, Script หรือเครื่องมือที่หลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบ เพราะอาจเสี่ยงต่อบัญชีและความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์

⑭ อนุญาต League of Legends ผ่าน Firewall

Firewall อาจบล็อก Riot Client หรือไฟล์เกมหลังการอัปเดต ทำให้ Client เปิดได้แต่เข้าแมตช์ไม่ได้

เปิด Windows Security แล้วไปที่ Firewall & network protection จากนั้นตรวจสอบรายการแอปที่อนุญาต และเพิ่มส่วนประกอบของ Riot Client กับ League of Legends ที่มาจากโฟลเดอร์ติดตั้งทางการ

ควรเพิ่มเกมเป็นรายการอนุญาตแทนการปิด Firewall ถาวร หลังเปลี่ยนค่าแล้วให้รีสตาร์ต Riot Client

⑮ ตรวจสอบโปรแกรมป้องกันไวรัส

เปิดประวัติการป้องกันหรือ Quarantine แล้วตรวจสอบว่ามีไฟล์ของ Riot Client, League of Legends หรือ Vanguard ถูกบล็อกหรือไม่

หากเป็นไฟล์จากการติดตั้งทางการ ให้เพิ่มเป็นข้อยกเว้นตามคำแนะนำของโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ไม่ควรปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสถาวรและไม่ควรอนุญาตไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากแหล่งอื่น

⑯ ปิด VPN และ Proxy

VPN หรือ Proxy อาจทำให้ Riot Client เข้าสู่ระบบไม่ได้ อัปเดตค้าง หรือเชื่อมต่อเกมไม่สำเร็จ

ให้ปิด VPN และ Proxy แล้วเปิด Riot Client ใหม่ หากใช้เครือข่ายที่มีผู้ดูแล เช่น โรงเรียน สำนักงาน หรือหอพัก อาจมีนโยบายจำกัดบริการเกม ควรใช้เฉพาะเครือข่ายที่ได้รับอนุญาต

ไม่ควรพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของผู้ดูแลเครือข่าย

⑰ รีสตาร์ตเราเตอร์

ปิด League of Legends และ Riot Client จากนั้นปิดเราเตอร์ ถอดไฟประมาณ 30 วินาที แล้วเสียบกลับ รอจนอินเทอร์เน็ตทำงานตามปกติก่อนเปิดเกม

หากเป็นไปได้ ให้ใช้สาย LAN แทน Wi‑Fi ระหว่างทดสอบ และหยุดการดาวน์โหลดไฟล์หรือการสตรีมวิดีโอความละเอียดสูงชั่วคราว

ถ้าทุกเกมออนไลน์มีปัญหาพร้อมกัน ควรตรวจสอบเครือข่ายก่อนติดตั้ง League of Legends ใหม่

⑱ ตั้งวันและเวลาของ Windows เป็นอัตโนมัติ

วันและเวลาที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้การเข้าสู่ระบบและการเชื่อมต่อแบบปลอดภัยผิดพลาด

เปิด Settings ไปที่ Time & language เลือก Date & time แล้วเปิดการตั้งเวลาอัตโนมัติ จากนั้นกด Sync now และตรวจสอบว่าเขตเวลาสำหรับประเทศไทยเป็น UTC+7

⑲ อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอ

อาการหน้าจอดำ มีเสียงแต่ไม่มีภาพ หรือเกมเด้งหลัง Champion Select มักเกี่ยวข้องกับระบบแสดงผล

ตรวจสอบรุ่นการ์ดจอใน Device Manager แล้วติดตั้งไดรเวอร์ที่เหมาะสมจากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือผู้ผลิตชิปกราฟิก ได้แก่ Intel, AMD หรือ NVIDIA

หลังติดตั้งไดรเวอร์ ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ ไม่ควรใช้โปรแกรมรวมไดรเวอร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

⑳ อัปเดต Windows

เปิด Settings ไปที่ Windows Update แล้วติดตั้งอัปเดตสำคัญทั้งหมด รวมถึงอัปเดตที่ต้องรีสตาร์ต

หากปัญหาเริ่มหลัง Windows Update ให้ตรวจสอบว่ามีอัปเดตแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ก่อนถอนอัปเดตเดิม การย้อนกลับระบบควรทำเมื่อยืนยันได้ว่าปัญหาเริ่มจากอัปเดตรายการนั้นจริง

㉑ สลับระหว่าง Fullscreen และ Windowed

ถ้าเข้าเกมแล้วหน้าจอดำ ให้กด

Alt + Enter

คำสั่งนี้ใช้สลับระหว่าง Fullscreen และ Windowed หากภาพกลับมา แสดงว่าปัญหาอาจเกิดจากโหมดเต็มหน้าจอ ความละเอียด หรืออัตรารีเฟรช

เมื่อเข้าเกมได้แล้ว ให้เปิด Video Settings และเลือก Borderless หรือ Windowed เพื่อทดสอบก่อนกลับไปใช้ Fullscreen

㉒ รีเซ็ตไดรเวอร์กราฟิกเมื่อจอดำ

หาก Windows ยังตอบสนองแต่หน้าจอเกมเป็นสีดำ สามารถกดปุ่มต่อไปนี้หนึ่งครั้ง

Windows + Ctrl + Shift + B

Windows จะรีเซ็ตไดรเวอร์กราฟิกชั่วคราว หน้าจออาจกะพริบและมีเสียงแจ้งเตือน จากนั้นรอสักครู่เพื่อดูว่าภาพเกมกลับมาหรือไม่

หากคอมพิวเตอร์ค้างทั้งระบบหรือทำซ้ำแล้วยังไม่หาย ให้หยุดทดสอบและรีสตาร์ตเครื่อง

㉓ ตั้งความละเอียดและอัตรารีเฟรชให้เหมาะสม

ถ้าปัญหาเริ่มหลังเปลี่ยนจอหรือปรับความละเอียด ให้ตั้ง Windows กลับไปใช้ค่าที่หน้าจอแนะนำ

ตรวจสอบทั้ง Resolution และ Refresh rate หากใช้หลายจอ ให้ทดลองเปิดเกมด้วยจอหลักเพียงจอเดียวก่อน รวมถึงถอดอุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพที่เพิ่งติดตั้งเพื่อทดสอบ

㉔ ปิด Fullscreen Optimizations

หากเกมจอดำเฉพาะโหมด Fullscreen สามารถทดลองปิด Fullscreen Optimizations ได้ดังนี้

  1. ปิดเกม
  2. เปิดโฟลเดอร์ติดตั้ง League of Legends
  3. หาไฟล์สำหรับเปิดตัวเกม
  4. คลิกขวาแล้วเลือก Properties
  5. เปิดแท็บ Compatibility
  6. เลือก Disable fullscreen optimizations
  7. กด Apply
  8. เปิดเกมใหม่

หากอาการไม่เปลี่ยนแปลง ให้ยกเลิกตัวเลือกนี้เพื่อกลับสู่ค่าเดิม

㉕ รีเซ็ตไฟล์ Config ของ League of Legends

ไฟล์ Config เก็บความละเอียด โหมดหน้าจอ กราฟิก และการตั้งค่าภายในเกม หากไฟล์เสียหายอาจทำให้เกมเปิดแล้วจอดำ

วิธีที่ปลอดภัยคือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์แทนการลบทันที

  1. ปิด Riot Client และเกมทั้งหมด
  2. เปิดโฟลเดอร์ติดตั้ง League of Legends
  3. หาโฟลเดอร์ Config
  4. เปลี่ยนชื่อเป็น Config-backup
  5. เปิด Riot Client
  6. เข้า Practice Tool หรือเกมฝึกซ้อม
  7. ตรวจสอบว่าเกมสร้าง Config ใหม่หรือไม่

วิธีนี้อาจทำให้การตั้งค่ากราฟิกและปุ่มควบคุมกลับเป็นค่าเริ่มต้น หากไม่ช่วย สามารถนำโฟลเดอร์สำรองกลับมาได้

㉖ เลือกใช้การ์ดจอที่เหมาะสม

โน้ตบุ๊กที่มีทั้งการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกอาจเลือก GPU ผิดตัว ทำให้เกมจอดำหรือเปิดไม่สำเร็จ

เปิด Settings ของ Windows ไปที่ System, Display และ Graphics แล้วเพิ่ม League of Legends จากนั้นทดลองเลือก High performance

หากเลือก High performance แล้วปัญหาหนักขึ้น ให้กลับไปใช้ Let Windows decide เพื่อทดสอบ ไม่ควรบังคับใช้ GPU โดยไม่ตรวจสอบว่าไดรเวอร์ทำงานปกติ

㉗ ปิดการโอเวอร์คล็อกชั่วคราว

หากมีการโอเวอร์คล็อก CPU, GPU หรือ RAM ให้กลับไปใช้ค่ามาตรฐานเพื่อทดสอบ ความไม่เสถียรที่ไม่แสดงอาการกับโปรแกรมทั่วไปอาจทำให้ League of Legends เด้งหรือจอดำได้

ควรใช้คำสั่ง Reset หรือ Default ของโปรแกรมปรับแต่งที่ใช้อยู่ ไม่ควรเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าหรือค่าขั้นสูงโดยไม่มีความรู้

㉘ ทำ Clean Boot เพื่อหาโปรแกรมที่ขัดแย้ง

หากสงสัยว่าโปรแกรมเบื้องหลังทำให้เกมเปิดไม่ได้ สามารถใช้ Clean Boot เพื่อทดสอบ

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ msconfig
  3. กด Enter
  4. เปิดแท็บ Services
  5. เลือก Hide all Microsoft services
  6. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้ปิดบริการที่ League และ Vanguard ต้องใช้
  7. ปิดบริการของโปรแกรมอื่นที่ไม่จำเป็น
  8. เปิด Task Manager จากแท็บ Startup
  9. ปิดโปรแกรม Startup ที่ไม่จำเป็น
  10. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

ถ้าเกมเปิดได้ ให้เปิดบริการและโปรแกรมกลับทีละกลุ่มเพื่อค้นหาตัวที่ขัดแย้ง เมื่อทดสอบเสร็จควรกลับไปเลือก Normal startup หรือเปิดบริการที่จำเป็นกลับคืน

㉙ กรณีจอดำทันทีหลัง Champion Select

หากเลือกแชมเปี้ยนเสร็จแล้วหน้าต่างเกมเป็นสีดำ ให้แก้ตามลำดับนี้

  1. รอสักครู่เพื่อดูว่าเกมกำลังโหลดหรือไม่
  2. กด Alt + Enter
  3. ปิด Overlay
  4. รีเซ็ตไดรเวอร์กราฟิกหนึ่งครั้ง
  5. ปิดเกมที่ค้างผ่าน Task Manager
  6. กด Reconnect จาก League Client
  7. อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอ
  8. รีเซ็ตโฟลเดอร์ Config
  9. ทดลองเข้า Practice Tool
  10. ใช้ Repair ใน Riot Client

ไม่ควรทดลองเข้าเกมจัดอันดับซ้ำจนกว่าจะยืนยันใน Practice Tool หรือเกมฝึกซ้อมว่าอาการหายแล้ว

㉚ กรณีมีเสียงเกมแต่ไม่มีภาพ

อาการนี้บ่งบอกว่าตัวเกมอาจทำงานอยู่ แต่ระบบแสดงผลมีปัญหา ให้เริ่มจากกด Alt + Enter แล้วตรวจสอบว่าหน้าต่างเกมอยู่บนจออื่นหรือไม่

จากนั้นปิด Overlay อัปเดตไดรเวอร์ ปิด Fullscreen Optimizations และรีเซ็ต Config หากใช้สายต่อจอหรืออะแดปเตอร์ ให้ทดลองเชื่อมต่อจอโดยตรง

㉛ กรณี League Client เป็นจอดำ

หากจอดำตั้งแต่หน้า Client ก่อนค้นหาเกม ให้ปิดกระบวนการ Riot และ League ทั้งหมด แล้วเปิด Riot Client ใหม่

จากนั้นทดลองดำเนินการดังนี้

  • ปิด Hardware Acceleration ใน Client หากมีตัวเลือก
  • ปิด VPN และ Proxy
  • อนุญาต Riot Client ผ่าน Firewall
  • ปิด Overlay
  • ตั้งเวลา Windows เป็นอัตโนมัติ
  • ใช้เครื่องมือ Repair
  • ล้างไฟล์ชั่วคราวของ Client ด้วยวิธีทางการ
  • ติดตั้ง Riot Client ใหม่เมื่อจำเป็น

หากจอดำเฉพาะหลังเข้าสู่ระบบ ควรตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์และเครือข่ายร่วมด้วย

㉜ กรณีกด Reconnect แล้วกลับมาจอดำ

อย่ากด Reconnect ซ้ำอย่างต่อเนื่อง ให้ปิดหน้าต่างเกมที่ค้างใน Task Manager ก่อน แล้วกลับไปกด Reconnect เพียงครั้งเดียว

หากยังจอดำ ให้สลับเป็น Windowed ปิด Overlay และรีเซ็ตไดรเวอร์กราฟิก หลังจบแมตช์ควรใช้ Practice Tool ทดสอบก่อนเข้าเกมใหม่

㉝ กรณี Riot Client อัปเดตวนซ้ำ

ตรวจสอบพื้นที่ว่างและปิด Riot Client ที่ซ้ำกันใน Task Manager จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องและเปิด Client แบบผู้ดูแลระบบหนึ่งครั้ง

หากยังวนซ้ำ ให้ใช้ Repair ตรวจสอบ Firewall ปิด VPN และตรวจสอบว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสไม่ได้กักไฟล์อัปเดตไว้ การติดตั้งใหม่ควรเป็นขั้นตอนท้าย

㉞ กรณีเกิดเฉพาะบัญชีเดียว

หากบัญชีอื่นเปิดเกมบนเครื่องเดียวกันได้ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับภูมิภาค บริการของบัญชี หรือการตั้งค่าที่ซิงค์กับบัญชี

ตรวจสอบข้อความแจ้งเตือนใน Riot Client และสถานะเซิร์ฟเวอร์ของภูมิภาคนั้น หากบัญชีได้รับข้อจำกัด ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนและดำเนินการผ่านช่องทางทางการ ไม่ควรสร้างบัญชีหรือใช้วิธีอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด

㉟ ถอนและติดตั้ง League of Legends ใหม่

การติดตั้งใหม่ควรทำหลังใช้ Repair แล้วยังไม่หาย

  1. ปิด Riot Client และกระบวนการ Riot ทั้งหมด
  2. เปิด Settings
  3. ไปที่ Apps
  4. ถอนการติดตั้ง League of Legends
  5. ถอน Riot Client หากไม่มีเกม Riot อื่นใช้งาน
  6. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
  7. ตรวจสอบและลบเฉพาะไฟล์ League ที่เหลือ
  8. ดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากแหล่งทางการ
  9. ติดตั้งเกมใหม่
  10. รอให้อัปเดตเสร็จ
  11. รีสตาร์ตเครื่องก่อนทดสอบ

หากมี VALORANT หรือเกม Riot อื่นอยู่ อย่าลบ Riot Client หรือ Riot Vanguard โดยไม่ตรวจสอบผลกระทบต่อเกมเหล่านั้น

㊱ ตรวจสอบไดรฟ์และไฟล์ระบบ Windows

หาก League of Legends และโปรแกรมอื่นเปิดไม่ได้ร่วมกัน ให้ตรวจสอบไฟล์ระบบ Windows

เปิด Windows Terminal หรือ Command Prompt แบบผู้ดูแลระบบ แล้วใช้คำสั่งต่อไปนี้

DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth

เมื่อเสร็จแล้วใช้คำสั่ง

sfc /scannow

รอจนตรวจสอบครบ จากนั้นรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ หากไดรฟ์แสดงอาการผิดปกติ เช่น เปิดไฟล์ช้ามากหรือมีข้อผิดพลาดหลายโปรแกรม ควรสำรองข้อมูลสำคัญก่อนตรวจสอบเพิ่มเติม

㊲ ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนติดต่อ Riot Support

หากยังแก้ไม่ได้ ให้รวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ข้อความและรหัสข้อผิดพลาดแบบเต็ม
  • ภาพหน้าจอของอาการ
  • ปัญหาเกิดก่อนหรือหลัง Champion Select
  • Riot Client เปิดได้หรือไม่
  • มีเสียงเกมแต่ไม่มีภาพหรือไม่
  • รุ่นของ Windows
  • รุ่นการ์ดจอและเวอร์ชันไดรเวอร์
  • ใช้ Fullscreen, Borderless หรือ Windowed
  • ปัญหาเกิดใน Practice Tool หรือไม่
  • โปรแกรม Overlay ที่ติดตั้ง
  • วิธีที่ทดลองแก้ไปแล้ว
  • ไฟล์บันทึกจากเครื่องมือของ Riot เมื่อฝ่ายสนับสนุนร้องขอ

ไม่ควรส่งรหัสผ่าน รหัสยืนยันตัวตน หรือข้อมูลเข้าสู่ระบบให้บุคคลอื่น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมกด Play League of Legends แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อาจมีกระบวนการ Riot หรือ League ค้างอยู่ ไฟล์เกมเสีย หรือ Riot Vanguard ไม่ทำงาน ให้ปิดกระบวนการใน Task Manager รีสตาร์ตเครื่อง แล้วใช้ Repair ใน Riot Client

ทำไมเกมจอดำหลัง Champion Select

สาเหตุที่พบบ่อยคือโหมด Fullscreen, Overlay, Config กราฟิก หรือไดรเวอร์การ์ดจอ ให้กด Alt + Enter ปิด Overlay อัปเดตไดรเวอร์ และสร้าง Config ใหม่

มีเสียงเกมแต่ไม่มีภาพควรแก้อย่างไร

ให้สลับเป็น Windowed ด้วย Alt + Enter ตรวจสอบว่าหน้าต่างเกมอยู่บนจออื่นหรือไม่ แล้วปิด Overlay และอัปเดตไดรเวอร์กราฟิก

ลบโฟลเดอร์ Config แล้วข้อมูลบัญชีจะหายหรือไม่

ข้อมูลบัญชี แชมเปี้ยน และไอเทมไม่หาย แต่การตั้งค่ากราฟิก เสียง และปุ่มควบคุมบางส่วนอาจกลับเป็นค่าเริ่มต้น จึงควรเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์เพื่อสำรองก่อน

ต้องเปิด Secure Boot และ TPM 2.0 หรือไม่

ให้ตรวจสอบตามรหัส VAN ที่ปรากฏ ไม่ควรเปลี่ยน BIOS เพียงเพราะเกมเปิดไม่ได้ทั่วไป หากระบบระบุว่าจำเป็น ควรศึกษาคู่มือของเครื่องหรือให้ผู้มีความรู้ดำเนินการ

ถอน Riot Vanguard แล้วเล่นเกมได้หรือไม่

League of Legends บน Windows ต้องใช้ Riot Vanguard หากถอนออก Riot Client จะต้องติดตั้งกลับและอาจร้องขอให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ก่อนเล่น

ควรปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือไม่

ไม่ควรปิดถาวร ให้ตรวจสอบ Quarantine และเพิ่มไฟล์จากการติดตั้ง Riot อย่างเป็นทางการเป็นข้อยกเว้นแทน

Repair ต่างจากติดตั้งเกมใหม่อย่างไร

Repair ตรวจสอบและดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ที่เสียหรือหาย จึงใช้เวลาน้อยกว่า ส่วนการติดตั้งใหม่จะลบและดาวน์โหลดเกมใหม่ทั้งหมด ควรใช้ Repair ก่อนเสมอ

ทำไมกด Reconnect แล้วจอดำเหมือนเดิม

เพราะหน้าต่างเกมเดิมอาจยังค้างอยู่หรือ Config กราฟิกยังผิดปกติ ให้ปิดกระบวนการเกมก่อน Reconnect และแก้โหมดหน้าจอ Overlay กับ Config หลังจบแมตช์

ต้องลง Windows ใหม่หรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น ควรตรวจสอบ Riot Client, Vanguard, ไฟล์เกม ไดรเวอร์ และโปรแกรมที่ขัดแย้งก่อน การลง Windows ใหม่ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อหลายโปรแกรมในระบบมีปัญหาร่วมกัน

สรุป

เมื่อ League of Legends เปิดไม่ได้ ให้เริ่มจากตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ ปิด Riot Client และ League ที่ค้างใน Task Manager แล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ จากนั้นใช้ Repair ตรวจสอบไฟล์เกม ตรวจสอบ Riot Vanguard และอนุญาตเกมผ่าน Firewall

หากจอดำหลัง Champion Select ให้กด Alt + Enter เพื่อสลับโหมดหน้าจอ ปิดโปรแกรม Overlay อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอ และเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Config เพื่อให้เกมสร้างการตั้งค่าใหม่ ควรทดสอบใน Practice Tool ก่อนเข้าเกมปกติหรือเกมจัดอันดับ

แนวทางจาก comsiam คือแก้จากขั้นตอนที่ปลอดภัยและใช้เวลาน้อยก่อน ไม่ควรรีบลบเกมหรือเปลี่ยน BIOS โดยยังไม่ทราบรหัสข้อผิดพลาด หากพบ VAN Error ให้แก้ตามรหัสนั้นโดยตรงและไม่ใช้วิธีข้าม Riot Vanguard

หากดำเนินการทั้งหมดแล้วยังไม่หาย ให้เก็บภาพหน้าจอ รหัสผิดพลาดและข้อมูลเครื่องก่อนติดต่อฝ่ายสนับสนุน คู่มือของ comsiam แนะนำให้บันทึกด้วยว่าอาการเกิดก่อนหรือหลัง Champion Select เพราะข้อมูลนี้ช่วยแยกปัญหาระหว่าง Client, Vanguard และระบบกราฟิกได้รวดเร็วขึ้น