KineMaster Export ไม่ได้ แก้อย่างไร? วิธีแก้ค้าง เด้ง และเกิดข้อผิดพลาดตอนบันทึก

KineMaster Export ไม่ได้ บันทึกวิดีโอค้าง แอปเด้ง หรือขึ้นข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาดระหว่าง Export มักเกิดจากพื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอ โทรศัพท์ประมวลผลความละเอียดที่เลือกไม่ได้ ไฟล์ต้นฉบับไม่รองรับ โปรเจกต์มี Layer หรือเอฟเฟกต์มากเกินไป หรือวิดีโอบางคลิปมี Codec ที่อุปกรณ์ถอดรหัสไม่ได้

วิธีแก้ที่ควรลองก่อนคือสำรองโปรเจกต์เป็นไฟล์ .kine รีสตาร์ตโทรศัพท์ ปิดแอปอื่น ตรวจสอบพื้นที่ว่าง แล้วลดความละเอียดจาก 4K เป็น 1080p ลดจาก 60 FPS เป็น 30 FPS และใช้ H.264 ก่อนทดลอง Export ใหม่

ข้อควรระวังคืออย่าล้างข้อมูลหรือถอนการติดตั้ง KineMaster ก่อนสำรองโปรเจกต์ เพราะโปรเจกต์ที่เก็บอยู่ภายในเครื่องอาจสูญหายและไม่สามารถกู้คืนได้

วิธีแก้ KineMaster Export ไม่ได้แบบรวดเร็ว

ให้ทำตามลำดับต่อไปนี้ โดยทดลอง Export หลังจบแต่ละขั้นตอน

  1. สำรองโปรเจกต์เป็นไฟล์ .kine
  2. ปิด KineMaster และแอปอื่นทั้งหมด
  3. รีสตาร์ตโทรศัพท์
  4. ตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูล
  5. อัปเดต KineMaster จากร้านค้าแอปทางการ
  6. ตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงรูปภาพ วิดีโอ และพื้นที่จัดเก็บ
  7. ลด Resolution เป็น 1080p หรือ 720p
  8. ลด Frame Rate จาก 60 เป็น 30 FPS
  9. ลด Bitrate ลงมาใกล้ค่าเริ่มต้น
  10. เปลี่ยน Codec เป็น H.264
  11. ใช้ Transcode กับวิดีโอที่มีปัญหา
  12. ปิดหรือนำ Effect และ Layer ที่ไม่จำเป็นออก
  13. ทำสำเนาโปรเจกต์แล้วหาไฟล์ที่เสีย
  14. แบ่งโปรเจกต์ยาวออกเป็นหลายช่วง

หาก Export ที่ 720p 30 FPS ผ่าน แต่ 4K 60 FPS ไม่ผ่าน แสดงว่าโปรเจกต์หรืออุปกรณ์อาจมีทรัพยากรไม่พอสำหรับค่าที่สูงกว่า

สำรองโปรเจกต์ KineMaster ก่อนแก้ไข

KineMaster สามารถส่งออกโปรเจกต์เป็นไฟล์ .kine ซึ่งเก็บข้อมูลการตัดต่อ สื่อ Layer การตั้งค่า ข้อความ รูปแบบ และเสียงที่ใช้ในโปรเจกต์

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิด KineMaster
  2. เข้าแท็บ Create
  3. ค้นหาโปรเจกต์ที่ต้องการสำรอง
  4. แตะปุ่มเพิ่มเติมข้างโปรเจกต์
  5. เลือก Export to .kine file
  6. เลือกตำแหน่งจัดเก็บ
  7. รอจนสร้างไฟล์สำเร็จ
  8. คัดลอกไฟล์ไปเก็บในพื้นที่อื่น

ควรเก็บไฟล์ .kine ไว้มากกว่าหนึ่งแห่ง เช่น พื้นที่เก็บไฟล์บนคลาวด์ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์จัดเก็บภายนอก

อย่าลบโปรเจกต์ต้นฉบับจนกว่าจะทดลองนำเข้าไฟล์ .kine และยืนยันว่าโปรเจกต์เปิดได้ครบถ้วน

สาเหตุที่ KineMaster Export ไม่ได้

พื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอ

KineMaster ต้องใช้พื้นที่สำหรับไฟล์ชั่วคราวและวิดีโอปลายทาง หากพื้นที่เหลือน้อย การ Export อาจหยุดกลางทางหรือไม่เริ่มทำงาน

พื้นที่ที่ต้องใช้จริงอาจมากกว่าขนาดไฟล์ที่แสดงก่อน Export เพราะระบบยังต้องใช้พื้นที่สำหรับประมวลผล

โทรศัพท์รองรับการถ่าย 4K แต่ตัดต่อ 4K ไม่ได้

การที่กล้องโทรศัพท์ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์จะสามารถตัดต่อหลาย Layer และ Export 4K ผ่าน KineMaster ได้

การถ่าย การถอดรหัส การใส่เอฟเฟกต์ และการเข้ารหัสวิดีโอใหม่เป็นงานคนละประเภท อุปกรณ์บางรุ่นจึงถ่าย 4K ได้ แต่ต้อง Transcode ลงมาเป็น 1440p หรือ 1080p ก่อนตัดต่อ

RAM หรือทรัพยากรของเครื่องไม่พอ

โปรเจกต์ที่มีวิดีโอหลาย Layer, Chroma Key, Magic Remover, Effect, Transition และข้อความเคลื่อนไหวพร้อมกัน ต้องใช้ RAM และการประมวลผลมากขึ้น

เมื่อทรัพยากรไม่เพียงพอ อาจพบอาการ

  • Export ค้าง
  • แอปปิดเอง
  • โทรศัพท์ร้อน
  • บันทึกหยุดที่เปอร์เซ็นต์เดิม
  • หน้าจอค้าง
  • ขึ้นข้อความเกิดข้อผิดพลาด

ไฟล์ต้นฉบับมี Codec ไม่รองรับ

KineMaster รองรับไฟล์ทั่วไป เช่น MP4, MOV และ 3GP ที่ใช้ H.264 หรือ H.265 แต่ความเข้ากันได้ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์

ไฟล์จากกล้อง DSLR โดรน โปรแกรมอัดหน้าจอ หรือโทรศัพท์อีกเครื่องอาจใช้ Profile, Level, Frame Rate หรือ Codec ที่อุปกรณ์ปัจจุบันประมวลผลไม่ได้

วิดีโอบันทึกหน้าจอมี Variable Frame Rate

Screen Recording บางไฟล์ใช้ Frame Rate ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการภาพกระตุก ตัดคลิปผิดตำแหน่ง เสียงไม่ตรงภาพ หรือ Export ไม่สำเร็จ

การใช้ Transcode ภายใน KineMaster สามารถช่วยสร้างไฟล์ใหม่ที่เหมาะกับการตัดต่อมากขึ้น

มีไฟล์หรือ Layer เสียใน Timeline

หาก Export หยุดตรงเปอร์เซ็นต์เดิมทุกครั้ง อาจมีวิดีโอ รูป เสียง ฟอนต์ Transition หรือ Effect ที่ผิดปกติอยู่บริเวณนั้น

ตรวจสอบประสิทธิภาพอุปกรณ์ใน KineMaster

KineMaster มีระบบวิเคราะห์ว่าอุปกรณ์รองรับความละเอียดและจำนวน Layer ได้ระดับใด

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิด KineMaster
  2. เข้าแท็บ Create
  3. แตะการตั้งค่ารูปเฟือง
  4. เลือก Device Performance Information
  5. แตะ Analyze Device Performance
  6. รอให้ระบบวิเคราะห์จนเสร็จ
  7. อย่าปิดแอปหรือสลับไปแอปอื่นระหว่างวิเคราะห์

ผลลัพธ์จะแสดงความละเอียดสูงสุดและจำนวน Layer ที่อุปกรณ์รองรับ ควรเลือกตั้งค่าโปรเจกต์ตามผลวิเคราะห์ ไม่ใช่ตามความละเอียดสูงสุดของกล้องเพียงอย่างเดียว

ตั้งค่า Export ทดสอบให้ผ่านก่อน

หากไม่ทราบสาเหตุ ให้เริ่มทดสอบด้วยค่าที่ใช้ทรัพยากรไม่สูง

  • Resolution: 720p
  • Frame Rate: 30 FPS
  • Codec: H.264
  • Bitrate: 4–6 Mbps
  • Format: MP4

หาก Export ผ่าน ให้เพิ่มค่าทีละอย่าง เช่น

  1. เปลี่ยนจาก 720p เป็น 1080p
  2. ทดลอง Export
  3. หากผ่านจึงเพิ่ม Bitrate
  4. เพิ่มเป็น 60 FPS เฉพาะเมื่อต้องใช้จริง
  5. ทดลอง H.265 เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ไม่ควรเพิ่มทุกค่าพร้อมกัน เพราะจะไม่ทราบว่าการตั้งค่าใดเป็นต้นเหตุ

ตั้งค่า KineMaster 1080p สำหรับงานทั่วไป

ค่าที่เหมาะกับวิดีโอสำหรับโซเชียลมีเดียคือ

วิดีโอ 1080p 30 FPS

  • Resolution: 1080p
  • Frame Rate: 30 FPS
  • Codec: H.264
  • Bitrate: ประมาณ 8 Mbps
  • Format: MP4

วิดีโอ 1080p 60 FPS

  • Resolution: 1080p
  • Frame Rate: 60 FPS
  • Codec: H.264
  • Bitrate: ประมาณ 12 Mbps
  • Format: MP4

KineMaster ตั้งค่า Bitrate เริ่มต้นประมาณ 8 Mbps ซึ่งเหมาะกับวิดีโอทั่วไปบน YouTube, Instagram และ TikTok หากโปรเจกต์ Export ไม่ผ่าน ไม่ควรเลื่อน Bitrate ไปสูงสุดทันที

H.264 กับ H.265 ควรเลือกอะไร

เลือก H.264 เมื่อ

  • ต้องการความเข้ากันได้กว้าง
  • ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าหรือระดับเริ่มต้น
  • ต้องการ Export เร็วขึ้น
  • จะนำวิดีโอขึ้นโซเชียลมีเดีย
  • พบปัญหากับ H.265

เลือก H.265 เมื่อ

  • อุปกรณ์รองรับอย่างสมบูรณ์
  • ต้องการคุณภาพสูงใน Bitrate ใกล้เคียงกัน
  • ต้องการลดขนาดไฟล์
  • ใช้กับโทรศัพท์หรือโทรทัศน์รุ่นใหม่
  • ต้องการคุณสมบัติเฉพาะที่ใช้ H.265

หาก KineMaster Export ไม่ได้ ให้เริ่มแก้ด้วย H.264 เนื่องจากใช้กำลังประมวลผลน้อยกว่าและมีความเข้ากันได้กว้างกว่าในอุปกรณ์จำนวนมาก

วิธีใช้ Transcode แก้ไฟล์วิดีโอมีปัญหา

หากสงสัยว่าวิดีโอต้นฉบับทำให้ Export ไม่ผ่าน ให้สร้างไฟล์ความละเอียดต่ำกว่าหรือไฟล์ที่เข้ากันได้มากขึ้นด้วย Transcode

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิดโปรเจกต์
  2. แตะวิดีโอที่สงสัยบน Timeline
  3. เลือก Transcode จากแผงเครื่องมือ
  4. เลือกความละเอียดที่เหมาะสม
  5. ยืนยันการ Transcode
  6. รอให้กระบวนการเสร็จ
  7. ทดลองเล่นวิดีโอใน Timeline
  8. Export โปรเจกต์ใหม่

วิธีนี้เหมาะกับ

  • วิดีโอ 4K ที่เครื่องตัดต่อไม่ไหว
  • Screen Recording
  • ไฟล์จากโดรน
  • ไฟล์จากกล้องภายนอก
  • วิดีโอที่ภาพกระตุก
  • ไฟล์ที่ทำให้ Export หยุด

หากไฟล์ต้นฉบับสำคัญ ควรเก็บไฟล์เดิมไว้และสร้างไฟล์ Transcode แยกต่างหาก

KineMaster Export ค้างที่เปอร์เซ็นต์เดิม

หาก Export หยุดที่เปอร์เซ็นต์เดิมทุกครั้ง ให้ประมาณตำแหน่งที่มีปัญหาบน Timeline

ตัวอย่างเช่น โปรเจกต์ยาว 100 วินาทีและ Export หยุดที่ 60% ควรเริ่มตรวจสอบบริเวณใกล้วินาทีที่ 60

ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ในตำแหน่งดังกล่าว

  • วิดีโอที่เพิ่งเริ่มหรือสิ้นสุด
  • Transition
  • Effect
  • Chroma Key
  • Speed Control
  • Reverse
  • AI Effect
  • Font ที่เพิ่มเอง
  • ไฟล์เสียง
  • รูปภาพความละเอียดสูง
  • Screen Recording

ทำสำเนาโปรเจกต์แล้วปิดหรือลบองค์ประกอบทีละรายการ จากนั้นทดลอง Export ใหม่จนพบต้นเหตุ

วิธีหา Layer ที่ทำให้ Export ไม่ผ่าน

ใช้วิธีแบ่งครึ่งโปรเจกต์เพื่อลดเวลาตรวจสอบ

  1. ทำสำเนาโปรเจกต์
  2. ลบครึ่งหลังออกจากสำเนา
  3. ทดลอง Export ครึ่งแรก
  4. หากผ่าน แสดงว่าปัญหาน่าจะอยู่ครึ่งหลัง
  5. หากไม่ผ่าน แสดงว่าปัญหาน่าจะอยู่ครึ่งแรก
  6. แบ่งช่วงที่มีปัญหาออกเป็นครึ่งอีกครั้ง
  7. ทำซ้ำจนพบคลิปหรือ Effect ต้นเหตุ
  8. นำไฟล์ต้นฉบับเข้ามาใหม่หรือสร้าง Layer ใหม่

วิธีนี้เร็วกว่าการลบ Layer แบบสุ่ม โดยเฉพาะโปรเจกต์ยาวที่มีองค์ประกอบจำนวนมาก

Screen Recording ทำให้ Export ไม่ได้แก้อย่างไร

วิดีโอบันทึกหน้าจออาจใช้ Variable Frame Rate หรือ Codec ที่อุปกรณ์จัดการได้ไม่สมบูรณ์

วิธีแก้คือ

  1. เลือกคลิป Screen Recording
  2. ใช้คำสั่ง Transcode
  3. เลือก 1080p หรือ 720p
  4. เลือก Frame Rate มาตรฐาน
  5. รอให้สร้างไฟล์ใหม่
  6. ใช้ไฟล์ที่ Transcode แล้วแทนต้นฉบับ
  7. ทดลอง Export อีกครั้ง

หาก KineMaster Transcode ไม่ผ่าน ให้แปลงไฟล์เป็น MP4 แบบ H.264 และ Constant Frame Rate ด้วยโปรแกรมที่เชื่อถือได้ก่อนนำกลับเข้ามาในโปรเจกต์

โปรเจกต์มี AI Effect แล้วแอปเด้ง

คุณสมบัติ AI บางรายการต้องใช้หน่วยความจำและประสิทธิภาพของอุปกรณ์สูง KineMaster ระบุว่าฟีเจอร์ AI บางประเภทต้องการอุปกรณ์ที่มี RAM อย่างน้อยตามเกณฑ์ของแอป และอาจไม่แสดงหรือทำงานไม่สมบูรณ์บนเครื่องสเปกต่ำ

แนวทางแก้คือ

  • ใช้ AI Effect กับคลิปสั้นลง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ AI หลาย Layer พร้อมกัน
  • ประมวลผลคลิป AI ให้เสร็จก่อนเพิ่ม Effect อื่น
  • Export ฉาก AI เป็นวิดีโอแยก
  • นำวิดีโอสำเร็จกลับมาแทน Layer เดิม
  • ลด Resolution ของโปรเจกต์
  • ปิดแอปอื่นก่อน Export

ควรเก็บโปรเจกต์ต้นฉบับไว้ เพราะการรวม Layer เป็นวิดีโอจะทำให้แก้รายละเอียดภายในได้ยากขึ้น

Export แบบแบ่งช่วงเมื่อโปรเจกต์หนักมาก

หากโปรเจกต์ยาวและ Export ทั้งหมดไม่ผ่าน สามารถแบ่งเป็นหลายตอน

  1. ทำสำเนาโปรเจกต์สำหรับแต่ละช่วง
  2. เก็บเฉพาะช่วงที่ต้องการในแต่ละสำเนา
  3. Export ทุกช่วงด้วย Resolution และ Frame Rate เดียวกัน
  4. สร้างโปรเจกต์ใหม่
  5. นำวิดีโอแต่ละช่วงมาต่อกัน
  6. หลีกเลี่ยงการเพิ่ม Effect หนักในรอบสุดท้าย
  7. Export วิดีโอฉบับสมบูรณ์

วิธีนี้ช่วยลดจำนวน Layer ที่ KineMaster ต้องประมวลผลพร้อมกัน แต่ควรใช้ Bitrate ที่เหมาะสมเพื่อลดการสูญเสียคุณภาพจากการ Export ซ้ำ

KineMaster Export แล้วหาไฟล์ไม่เจอ

หากแอปแจ้งว่าบันทึกสำเร็จแต่หาไฟล์ไม่พบ ให้ตรวจสอบ

  • แอปรูปภาพหรือแกลเลอรี
  • อัลบั้ม KineMaster
  • แอป Files หรือ File Manager
  • สิทธิ์เข้าถึงรูปภาพและวิดีโอ
  • พื้นที่จัดเก็บภายใน
  • ตัวกรองวันที่ในแกลเลอรี

ลองเรียงไฟล์ตามวันที่ล่าสุดและค้นหานามสกุล MP4 หากยังไม่พบ ให้ Export คลิปสั้นทดสอบแล้วสังเกตตำแหน่งที่แอปแจ้งว่าบันทึกไฟล์

ล้าง Cache ช่วยแก้ Export ไม่ได้หรือไม่

การล้าง Cache อาจช่วยเมื่อไฟล์ชั่วคราวผิดปกติหรือแอปทำงานไม่เสถียร แต่ต้องระวังไม่ให้กดล้างข้อมูลแอป

  • Clear Cache: โดยทั่วไปลบไฟล์ชั่วคราว
  • Clear Data หรือ Clear Storage: อาจลบข้อมูลและโปรเจกต์
  • Uninstall: อาจทำให้โปรเจกต์ภายในเครื่องสูญหาย

ก่อนล้างข้อมูลหรือถอนการติดตั้ง ต้อง Export โปรเจกต์สำคัญเป็นไฟล์ .kine และนำไฟล์ไปเก็บนอกโฟลเดอร์ของแอป

อัปเดต KineMaster แล้ว Export ไม่ได้

หากปัญหาเริ่มหลังอัปเดต ให้ทำตามนี้

  1. รีสตาร์ตโทรศัพท์
  2. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  3. เปิดและบันทึกสำเนาโปรเจกต์
  4. Export คลิปสั้นทดสอบ
  5. ใช้ H.264
  6. ลด Resolution และ Frame Rate
  7. Transcode ไฟล์ที่มีปัญหา
  8. ส่งข้อมูลให้ฝ่ายสนับสนุนจากเมนู Help ภายในแอป

ควรระบุรุ่นโทรศัพท์ เวอร์ชันระบบ เวอร์ชัน KineMaster ความละเอียด Codec และเปอร์เซ็นต์ที่ Export หยุด เพื่อช่วยให้ตรวจสอบได้แม่นยำขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

KineMaster Export 4K ไม่ได้ทั้งที่โทรศัพท์ถ่าย 4K ได้ เพราะอะไร

การถ่าย 4K ไม่ได้ยืนยันว่าอุปกรณ์สามารถตัดต่อและเข้ารหัส 4K ได้ ให้ใช้ Device Performance Information ตรวจสอบความละเอียดที่ KineMaster รองรับบนเครื่องนั้น

ทำไม KineMaster Export 720p ได้ แต่ 1080p ไม่ได้

โปรเจกต์อาจใช้ RAM หรือกำลังประมวลผลเกินขีดจำกัดเมื่อเลือก 1080p ให้ลดจำนวน Layer, Effect, Frame Rate และ Bitrate หรือ Transcode วิดีโอความละเอียดสูงก่อน

KineMaster ควรใช้ Bitrate เท่าไร

วิดีโอ 1080p 30 FPS สามารถเริ่มที่ประมาณ 8 Mbps ส่วน 1080p 60 FPS สามารถเริ่มที่ประมาณ 12 Mbps แล้วปรับตามรายละเอียดและการเคลื่อนไหวของภาพ

Export 60 FPS ไม่ได้ควรทำอย่างไร

ตรวจสอบว่าต้นฉบับเป็น 60 FPS จริงและอุปกรณ์รองรับ หาก 60 FPS ไม่ผ่าน ให้ใช้ 30 FPS หรือลด Resolution ก่อน

KineMaster Export ไม่มีเสียงแก้อย่างไร

ตรวจสอบว่า Audio Layer ไม่ถูกปิด ระดับเสียงไม่เป็นศูนย์ ไฟล์เสียงไม่ได้ถูกย้ายหรือลบ และไม่มีการป้องกัน DRM หากเสียงมาจากไฟล์ที่ไม่รองรับ ให้แปลงเป็น AAC, M4A, MP3 หรือ WAV ที่เหมาะสมก่อนนำเข้าใหม่

ทำไม Export แล้วโทรศัพท์ร้อนมาก

การ Export วิดีโอใช้ CPU, GPU และระบบเข้ารหัสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4K, 60 FPS และโปรเจกต์หลาย Layer หากเครื่องร้อนผิดปกติให้หยุดพัก วางในพื้นที่อากาศถ่ายเท และลดการตั้งค่า Export

ไม่ควรนำโทรศัพท์ไปแช่ตู้เย็นหรือสัมผัสความชื้นเพื่อเร่งลดอุณหภูมิ

ต้องซื้อ Premium จึง Export ได้หรือไม่

ความสามารถและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชัน ภูมิภาค สินทรัพย์ที่ใช้ และแผนสมาชิก หากมี Premium Asset อยู่ในโปรเจกต์ ให้ตรวจสอบข้อความที่แอปแสดงและสถานะบัญชี แต่ปัญหา Export ค้างหรือเด้งมักต้องตรวจสอบทรัพยากร ไฟล์ต้นฉบับ และการตั้งค่าร่วมด้วย

วิธีป้องกัน KineMaster Export ไม่ได้

  • วิเคราะห์ประสิทธิภาพอุปกรณ์ก่อนเริ่มโปรเจกต์ใหญ่
  • ใช้ความละเอียดไม่เกินที่เครื่องรองรับ
  • ใช้ 1080p แทน 4K หากไม่จำเป็น
  • เลือก Frame Rate ให้ตรงกับต้นฉบับ
  • ใช้ H.264 สำหรับความเข้ากันได้กว้าง
  • อย่าตั้ง Bitrate สูงสุดโดยไม่มีเหตุผล
  • Transcode ไฟล์จากการอัดหน้าจอ
  • ลดจำนวน Video Layer ที่ทำงานพร้อมกัน
  • ลด AI Effect และ Effect ที่ใช้ทรัพยากรสูง
  • ลบ Layer ที่ไม่ได้ใช้งาน
  • เหลือพื้นที่ว่างให้เพียงพอ
  • ปิดแอปอื่นก่อน Export
  • เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้
  • สำรองโปรเจกต์เป็น .kine
  • อย่าล้างข้อมูลหรือถอนแอปก่อนสำรอง

สรุป

หาก KineMaster Export ไม่ได้ ให้สำรองโปรเจกต์เป็นไฟล์ .kine ก่อน จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง ปิดแอปอื่น ตรวจสอบพื้นที่ว่าง และทดลอง Export ด้วย 720p หรือ 1080p, 30 FPS, H.264 และ Bitrate ระดับกลาง

ถ้า Export หยุดที่เปอร์เซ็นต์เดิม ให้ตรวจสอบวิดีโอ Effect, Transition, Font และ Audio บริเวณนั้น โดยทำงานบนสำเนาโปรเจกต์ หากเป็น Screen Recording หรือไฟล์จากอุปกรณ์อื่น ให้ใช้ Transcode เพื่อสร้างไฟล์ที่เข้ากันได้มากขึ้น

โทรศัพท์ที่ถ่าย 4K ได้อาจไม่สามารถตัดต่อและ Export 4K ได้ ควรใช้ Device Performance Information ตรวจสอบขีดจำกัดของเครื่อง และเลือกความละเอียดตามความสามารถจริงของอุปกรณ์ ไม่ใช่เลือกค่าที่สูงที่สุดเสมอไป