Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Alight Motion Export ไม่ได้ Export ค้าง แอปเด้ง หรือแถบความคืบหน้าเกิน 100% มักเกิดจาก RAM ไม่เพียงพอ โปรเจกต์มีความละเอียดสูงเกินไป ใช้เอฟเฟกต์หนักหลายชั้น มีไฟล์ต้นฉบับเสีย หรือเลือกการตั้งค่า Export สูงกว่าที่โทรศัพท์สามารถประมวลผลได้
วิธีแก้ที่ควรลองก่อนคือรีสตาร์ตโทรศัพท์ ปิดแอปอื่นทั้งหมด อัปเดต Alight Motion แล้ว Export จากหน้ารายการโปรเจกต์ หากยังไม่สำเร็จให้ลด Resolution, Frame Rate และ Quality ก่อนตรวจสอบ Layer ที่ทำให้เกิดปัญหา
ข้อควรระวังสำคัญคืออย่าถอนการติดตั้งหรือล้างข้อมูล Alight Motion ก่อนสำรองโปรเจกต์ เพราะโปรเจกต์และองค์ประกอบที่เก็บอยู่ภายในเครื่องอาจถูกลบถาวร
ให้ทดลองตามลำดับจากวิธีที่ปลอดภัยและง่ายที่สุด
หลังทำแต่ละข้อให้ทดลอง Export ใหม่ เพื่อให้ทราบว่าวิธีใดแก้ปัญหาได้จริง
ระหว่าง Export แอปต้องประมวลผลวิดีโอ รูปภาพ เสียง ตัวหนังสือ เอฟเฟกต์ และ Layer พร้อมกัน หากโปรเจกต์ต้องใช้หน่วยความจำมากกว่า RAM ที่เครื่องมี แอปอาจค้าง เด้ง หรือแสดงข้อผิดพลาด Insufficient RAM
แม้โทรศัพท์จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลว่างมาก แต่ยัง Export ไม่ได้ เพราะ RAM กับพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นคนละส่วนกัน
โปรเจกต์ 2K หรือ 4K ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่า 1080p อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้ 60 FPS และเอฟเฟกต์หลายชั้นพร้อมกัน
Alight Motion แนะนำให้หลีกเลี่ยงความละเอียดสูงกว่า 1080p หากไม่ได้จำเป็นกับงานจริง
เอฟเฟกต์ที่อาจใช้ทรัพยากรมาก ได้แก่
การใช้เอฟเฟกต์หนึ่งรายการอาจไม่มีปัญหา แต่หากใช้พร้อมกันในหลาย Layer อาจทำให้ RAM ไม่เพียงพอในบางช่วงของ Timeline
โทรศัพท์แต่ละรุ่นมีขีดจำกัดในการถอดรหัสวิดีโอและเสียงพร้อมกัน แม้ Alight Motion จะไม่ได้กำหนดจำนวน Layer ตายตัว แต่อุปกรณ์อาจไม่สามารถประมวลผลสื่อหลายไฟล์ในเวลาเดียวกันได้
วิดีโอ รูปภาพ เสียง หรือฟอนต์บางไฟล์อาจเสีย ดาวน์โหลดไม่ครบ หรือใช้รูปแบบที่ Alight Motion ประมวลผลไม่ได้ ส่งผลให้ Export หยุดตรงตำแหน่งเดิมทุกครั้ง
การ Export ต้องมีพื้นที่สำหรับสร้างไฟล์ชั่วคราวและไฟล์วิดีโอปลายทาง หากพื้นที่ใกล้เต็ม การ Export อาจล้มเหลวแม้ไฟล์ปลายทางมีขนาดไม่ใหญ่มาก
ควรเหลือพื้นที่ว่างมากกว่าขนาดไฟล์ที่คาดว่าจะได้หลายเท่า เพื่อให้ระบบและแอปมีพื้นที่ทำงาน
การถอนการติดตั้งหรือล้างข้อมูล Alight Motion อาจลบโปรเจกต์ องค์ประกอบ และไฟล์ภายในแอปอย่างถาวร การเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดิมไม่ได้หมายความว่าโปรเจกต์ทั้งหมดจะกลับมาอัตโนมัติ
ก่อนดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการลบแอป ให้สำรองด้วย Project Package
ขั้นตอนทั่วไปคือ
ควรสำรองลิงก์และ QR Code มากกว่าหนึ่งแห่ง เพราะหากสูญหาย อาจไม่สามารถกู้โปรเจกต์กลับมาได้
Alight Motion แนะนำให้ Export จากหน้ารายการโปรเจกต์ เพราะใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการเปิดโปรเจกต์ค้างไว้แล้ว Export
ทำตามขั้นตอนนี้
หาก Export จาก Timeline ไม่ผ่าน แต่ Export จากรายการโปรเจกต์ผ่าน แสดงว่าปัญหาน่าจะเกี่ยวกับทรัพยากรของเครื่อง
ให้เริ่มทดสอบด้วยค่าที่ไม่หนักเกินไป
หาก Export ผ่านแล้วและต้องการคุณภาพสูงขึ้น ให้เพิ่มค่าทีละรายการ เช่น เปลี่ยน 720p เป็น 1080p โดยยังคง 30 FPS ก่อน
ไม่ควรเพิ่ม Resolution, Frame Rate และ Quality พร้อมกัน เพราะจะไม่ทราบว่าค่าใดทำให้แอป Export ไม่ผ่าน
หลังแก้ปัญหาและยืนยันว่าโปรเจกต์ Export ได้ สามารถใช้ค่าต่อไปนี้
หากโปรเจกต์มีเอฟเฟกต์จำนวนมากหรือโทรศัพท์ RAM ไม่สูง ให้ใช้ 30 FPS ก่อน ส่วน 60 FPS เหมาะเมื่อไฟล์ต้นฉบับเป็น 60 FPS และอุปกรณ์สามารถประมวลผลได้จริง
หาก Export ค้างหรือเด้งที่เปอร์เซ็นต์เดิมทุกครั้ง มีโอกาสสูงว่ามี Layer หรือเอฟเฟกต์ผิดปกติอยู่ในตำแหน่งนั้น
วิธีตรวจสอบคือ
ตัวอย่างเช่น วิดีโอยาว 60 วินาทีและ Export หยุดที่ประมาณ 50% ควรเริ่มตรวจสอบบริเวณใกล้วินาทีที่ 30
การคำนวณนี้เป็นเพียงแนวทาง เพราะขั้นตอนบางส่วนอาจใช้เวลาประมวลผลไม่เท่ากัน
หากแถบ Export เกิน 100% แล้วยังไม่เสร็จ ให้ตรวจหาไฟล์หรือ Layer ที่เสียตามแนวทางนี้
เมื่อพบต้นเหตุแล้ว ให้ทำสำเนาจากโปรเจกต์ต้นฉบับอีกครั้ง ลบหรือสร้าง Layer ที่มีปัญหาใหม่ แล้วจึง Export ด้วยคุณภาพที่ต้องการ
ไม่ควรแก้ไขโปรเจกต์ต้นฉบับโดยตรง เพราะอาจลบ Layer ผิดและกู้กลับได้ยาก
ข้อผิดพลาด 1285 หมายถึงช่วงใดช่วงหนึ่งของ Timeline ต้องใช้ RAM มากกว่าที่อุปกรณ์มีอยู่
วิธีแก้คือ
หากช่วงหนึ่งมีเอฟเฟกต์จำนวนมาก สามารถ Export เฉพาะช่วงนั้นเป็นวิดีโอ แล้วนำวิดีโอที่ได้กลับมาใช้แทน Layer จำนวนมาก วิธีนี้ช่วยลดภาระตอน Export รอบสุดท้าย แต่ควรเก็บโปรเจกต์ต้นฉบับไว้เผื่อแก้ไข
ข้อผิดพลาด 1037 มักเกิดเมื่ออุปกรณ์ไม่สามารถเริ่มประมวลผล Video Layer ได้ เช่น มีวิดีโอหลายชั้นพร้อมกัน หรือมีแอปอื่นกำลังใช้ทรัพยากรสำหรับวิดีโอ
แนวทางแก้คือ
หาก Layer ซ้อนกันแต่ถูก Layer ด้านบนปิดบังอยู่ ไฟล์ด้านล่างอาจยังใช้ทรัพยากรระหว่างประมวลผล จึงควรนำ Layer ที่ไม่ใช้จริงออกจากโปรเจกต์ทดสอบ
ข้อความ Failed Starting Asset Reader มักเกี่ยวข้องกับไฟล์สื่อที่ไม่รองรับ ไฟล์เสีย ไฟล์หนักเกินไป หรืออุปกรณ์มี RAM ไม่พอ
ให้ทำตามขั้นตอนนี้
ควรหลีกเลี่ยงไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์ หรือไฟล์ที่เปลี่ยนนามสกุลโดยไม่ได้แปลง Codec จริง
หากพบ AVFoundationError ให้ทดลองดังนี้
Codec ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และไฟล์ในโปรเจกต์ หากตัวเลือกหนึ่งไม่ผ่าน การสลับ Codec อาจช่วยได้
หากโปรเจกต์มีเอฟเฟกต์จำนวนมาก ให้ลดภาระด้วยวิธีต่อไปนี้
ควรทำทุกอย่างบนสำเนาโปรเจกต์ เพื่อรักษาเวอร์ชันต้นฉบับที่ยังแก้ไขได้
หากโปรเจกต์ Export ไม่ผ่านทั้งงาน สามารถแบ่งออกเป็นหลายช่วง
ควรใช้ Resolution, Frame Rate และระบบสีเดียวกันทุกช่วง เพื่อป้องกันภาพกระตุก ขนาดไม่ตรง หรือสีเปลี่ยนบริเวณรอยต่อ
การล้าง Cache อาจช่วยเมื่อไฟล์ชั่วคราวผิดปกติหรือแอปทำงานไม่เสถียร แต่ต้องแยกให้ออกจากการล้างข้อมูลแอป
ชื่อเมนูและผลลัพธ์อาจต่างกันตามอุปกรณ์ ก่อนกดล้างข้อมูลหรือถอนการติดตั้งต้องสำรอง Project Package ให้เรียบร้อย
การอัปเดตตามปกติจากร้านค้าแอปไม่ควรมีจุดประสงค์เพื่อลบโปรเจกต์ แต่ข้อมูลภายในเครื่องอาจมีความเสี่ยงได้จากข้อผิดพลาด พื้นที่เต็ม หรือกระบวนการอัปเดตที่ไม่สมบูรณ์
โปรเจกต์สำคัญควรสำรองเป็น Project Package ก่อนอัปเดตระบบหรือแอปเสมอ
หากเปอร์เซ็นต์ยังเคลื่อนหรือโทรศัพท์ยังประมวลผลอยู่ สามารถรอต่อได้ แต่หากหยุดตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานทุกครั้ง ควรตรวจสอบ Layer ใกล้ส่วนท้ายของ Timeline และลดการตั้งค่า Export
1080p ต้องประมวลผลจำนวนพิกเซลมากกว่า จึงใช้ RAM และทรัพยากรมากกว่า หาก 720p ผ่านแต่ 1080p ไม่ผ่าน แสดงว่าโปรเจกต์อาจอยู่ใกล้ขีดจำกัดของอุปกรณ์
60 FPS มีจำนวนเฟรมที่ต้องประมวลผลมากกว่า 30 FPS เกือบสองเท่า จึงใช้เวลา RAM และพื้นที่มากขึ้น ควรใช้ 60 FPS เมื่อต้นฉบับและลักษณะงานต้องการจริง
ตรวจสอบว่า Audio Layer ไม่ถูกปิด ระดับเสียงไม่เป็นศูนย์ และไฟล์เสียงยังอยู่ในเครื่อง หากใช้ Audio Resampling ระดับต่ำระหว่างตัดต่อ ให้ปรับกลับเป็น High หรือ Ultra ก่อน Export ตามความเหมาะสม
อาจช่วยในบางอุปกรณ์และบางข้อผิดพลาด แต่ H.265 ไม่ได้รองรับได้ดีกว่าทุกเครื่อง หาก H.265 ไม่ผ่าน ให้กลับมาใช้ H.264 ซึ่งมีความเข้ากันได้กว้างกว่า
ทำได้ในงานที่ไม่ต้องใช้เสียงและมีช่วงสั้น แต่ GIF ไม่เหมาะกับวิดีโอทั่วไป เนื่องจากสีจำกัด ไฟล์อาจใหญ่ และไม่มีเสียง จึงไม่ใช่วิธีแก้หลักสำหรับการ Export วิดีโอไม่ได้
อาจเกี่ยวข้องได้ เมื่อเครื่องร้อน ระบบอาจลดประสิทธิภาพเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ควรหยุดพัก ถอดเคสหากผู้ผลิตอนุญาต วางเครื่องในบริเวณอากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงการชาร์จพร้อม Export หากเครื่องร้อนผิดปกติ
ไม่ควรนำโทรศัพท์ไปแช่เย็นหรือวางบนพื้นผิวเปียก เพราะอาจเกิดความเสียหายจากความชื้น
หาก Alight Motion Export ไม่ได้ ให้เริ่มจากรีสตาร์ตเครื่อง ปิดแอปอื่น ตรวจสอบพื้นที่ว่าง อัปเดตแอป และ Export จากหน้ารายการโปรเจกต์ หากยังไม่ได้ให้ลด Resolution, Frame Rate และ Quality โดยเริ่มทดสอบที่ 720p, 30 FPS และ H.264
หาก Export หยุดตำแหน่งเดิม แถบเกิน 100% หรือพบ Error 1285, 1037 และ Failed Starting Asset Reader ให้ทำสำเนาโปรเจกต์แล้วตรวจหา Layer ที่มีปัญหา ลดจำนวนวิดีโอ เอฟเฟกต์ Blur, Glow, Shadow และองค์ประกอบที่ทำงานพร้อมกัน
ก่อนล้างข้อมูลหรือถอนการติดตั้ง Alight Motion ต้องสำรองโปรเจกต์เป็น Project Package และเก็บลิงก์กับ QR Code ไว้ เพราะการเข้าสู่ระบบใหม่ไม่ได้รับประกันว่าโปรเจกต์ที่เก็บในเครื่องจะกลับมา