Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

iPhone เปิด 5G ไม่ได้ มักเกิดจากรุ่นเครื่องไม่รองรับ ซิมหรือแพ็กเกจยังไม่เปิดบริการ 5G พื้นที่ไม่มีสัญญาณ หรือการตั้งค่าเครือข่ายผิดปกติ วิธีแก้ควรเริ่มจากตรวจสอบรุ่น iPhone แพ็กเกจมือถือ และเมนูเสียงและข้อมูลก่อนรีเซ็ตเครือข่าย
หากเข้าไปตั้งค่าแล้วไม่พบตัวเลือก 5G เปิดแล้วกลับขึ้นเพียง 4G หรือเคยใช้ 5G ได้แต่จู่ ๆ หายไป ยังไม่ควรสรุปว่าเครื่องเสีย เพราะสาเหตุส่วนใหญ่อยู่ที่พื้นที่ให้บริการ ซิม แพ็กเกจ หรือการตั้งค่าของผู้ให้บริการเครือข่าย
บทความนี้รวบรวมวิธีตรวจสอบและแก้ปัญหาตามลำดับ เพื่อช่วยให้ iPhone กลับมาเชื่อมต่อ 5G ได้โดยไม่ต้องล้างข้อมูลในเครื่อง
เว็บไซต์ comsiam แนะนำให้ทดสอบในพื้นที่ที่เคยจับสัญญาณ 5G ได้ก่อน เพราะการเปิดเมนู 5G ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะแสดง 5G ตลอดเวลา
ปัญหาอาจแสดงออกได้หลายแบบ เช่น
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
ก่อนแก้การตั้งค่า ควรตรวจสอบก่อนว่าเครื่องรองรับ 5G จริงหรือไม่
iPhone รุ่นที่ไม่รองรับ 5G จะไม่มีตัวเลือก 5G ในเมนูเครือข่าย แม้จะใช้ซิมและแพ็กเกจ 5G ก็ตาม
ตรวจสอบชื่อรุ่นได้ที่
การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ > ชื่อรุ่น
หากไม่แน่ใจ ควรนำชื่อรุ่นไปตรวจสอบกับข้อมูลจำเพาะของ Apple หรือผู้ให้บริการเครือข่าย
แม้ตัวเครื่องรองรับ แต่หมายเลขโทรศัพท์อาจยังไม่ได้เปิดบริการ 5G
ควรตรวจสอบว่า
หากเพิ่งเปลี่ยนแพ็กเกจ อาจต้องรอให้ระบบของเครือข่ายอัปเดตสิทธิ์ก่อน
โดยทั่วไปสามารถเปิดได้ดังนี้
ตัวเลือกอาจมีชื่อแตกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชัน iOS ภาษาเครื่อง และผู้ให้บริการเครือข่าย
5G Auto เหมาะกับการใช้งานทั่วไป เพราะ iPhone จะเลือกใช้ 5G เมื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และสลับเป็น LTE เมื่อไม่จำเป็น เพื่อประหยัดแบตเตอรี่
เปิด 5G จะพยายามใช้เครือข่าย 5G เมื่อมีสัญญาณ แต่อาจใช้แบตเตอรี่มากกว่าและไม่ได้ทำให้ความเร็วสูงขึ้นเสมอไป
หากต้องการเพียงใช้งานทั่วไป แนะนำให้เลือก 5G Auto ก่อน
โหมดประหยัดพลังงานอาจจำกัดการใช้งาน 5G ในบางสถานการณ์
ไปที่
การตั้งค่า > แบตเตอรี่
จากนั้นปิด
โหมดประหยัดพลังงาน
แล้วลองใช้งานอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง
วิธีนี้ช่วยให้ iPhone ค้นหาเสาสัญญาณใหม่
หากอยู่ในพื้นที่ที่มี 5G เครื่องควรเชื่อมต่อใหม่โดยอัตโนมัติ
การรีสตาร์ทช่วยแก้ปัญหาซอฟต์แวร์ชั่วคราวและการเชื่อมต่อโมเด็มเครือข่ายได้
หลังเปิดเครื่องใหม่ ให้รอประมาณ 1–2 นาที แล้วตรวจสอบสัญลักษณ์เครือข่ายอีกครั้ง
หากใช้ซิมจริง ควรตรวจสอบว่า
หากใช้ eSIM ให้ไปที่
การตั้งค่า > เซลลูลาร์
ตรวจสอบว่าแผนบริการนั้นเปิดใช้งานอยู่ และถูกเลือกเป็นหมายเลขสำหรับข้อมูลเซลลูลาร์
หากใช้สองหมายเลข ให้ตรวจสอบว่าเลือกซิมที่รองรับ 5G เป็นสายข้อมูลมือถือ
ไปที่
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ข้อมูลเซลลูลาร์
จากนั้นเลือกหมายเลขที่ต้องการใช้
บางครั้งผู้ใช้เปิด 5G ให้ซิมหนึ่ง แต่เครื่องกำลังใช้ข้อมูลจากอีกซิม จึงยังแสดง 4G หรือ LTE
การตั้งค่าผู้ให้บริการมีผลโดยตรงต่อการรองรับ 5G
ไปที่
การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ
รออยู่ในหน้านี้สักครู่ หากมีข้อความให้อัปเดตการตั้งค่าผู้ให้บริการ ให้กดอัปเดต
จากนั้นรีสตาร์ท iPhone แล้วตรวจสอบอีกครั้ง
ไปที่
การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
หากมีเวอร์ชันใหม่ ควรสำรองข้อมูลและติดตั้งอัปเดต เพราะอาจมีการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่าย โมเด็ม และการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ
หากเคยเลือกเครือข่ายด้วยตนเอง อาจทำให้ iPhone จับเครือข่ายไม่ครบ
ไปที่
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย
เปิด
อัตโนมัติ
จากนั้นรอให้เครื่องค้นหาเครือข่ายใหม่
สัญลักษณ์ 5G จะปรากฏต่อเมื่อพื้นที่นั้นมีสัญญาณที่รองรับและคุณภาพเพียงพอ
ให้ลอง
หากทุกเครื่องจับได้เพียง 4G ปัญหาน่าจะอยู่ที่พื้นที่ให้บริการ ไม่ใช่ iPhone
หากยังเปิด 5G ไม่ได้ ให้ลองรีเซ็ตเครือข่าย
ไปที่
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
ขั้นตอนนี้ไม่ลบรูปภาพ แอป หรือรายชื่อ แต่จะลบข้อมูลการเชื่อมต่อ เช่น
หลังรีเซ็ต ให้เชื่อมต่อเครือข่ายใหม่และตรวจสอบเมนู 5G อีกครั้ง
หากมีเครื่องที่รองรับ 5G ให้ลองนำซิมไปทดสอบ
ผลที่เป็นไปได้ ได้แก่
ควรติดต่อเครือข่ายเมื่อ
ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะ 5G ของหมายเลข การลงทะเบียนซิม และการตั้งค่าระบบเครือข่าย
ควรเข้าศูนย์เมื่อ
ศูนย์บริการจะสามารถตรวจสอบโมเด็ม เสาอากาศ และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องได้ละเอียดกว่า
พื้นที่นั้นอาจไม่มีสัญญาณ 5G หรือเครื่องเลือกใช้ LTE เพราะสัญญาณมีความเสถียรกว่า โดยเฉพาะเมื่อเลือก 5G Auto
ไม่เสมอ ความเร็วขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งาน คุณภาพสัญญาณ ความถี่ที่เครือข่ายใช้ และข้อจำกัดของแพ็กเกจ
ไม่จำเป็น อาจเกิดจากรุ่นเครื่อง ซิม แพ็กเกจ หรือผู้ให้บริการยังไม่เปิดสิทธิ์ให้หมายเลข
อาจใช้พลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สัญญาณ 5G อ่อนและเครื่องต้องค้นหาเครือข่ายบ่อย
ผู้ใช้ทั่วไปควรเลือก 5G Auto เพราะสมดุลระหว่างความเร็ว ความเสถียร และการประหยัดแบตเตอรี่
รูปภาพ แอป รายชื่อ และไฟล์ไม่หาย แต่รหัสผ่าน Wi-Fi และการตั้งค่าเครือข่ายที่บันทึกไว้จะถูกลบ
ปัญหา iPhone เปิด 5G ไม่ได้ ควรเริ่มตรวจสอบจากรุ่นเครื่อง ซิม แพ็กเกจ พื้นที่ให้บริการ และเมนูเสียงและข้อมูล จากนั้นจึงลองปิดโหมดประหยัดพลังงาน เปิด-ปิดโหมดเครื่องบิน อัปเดต Carrier Settings และรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากซิมเดียวกันใช้ 5G ได้ในเครื่องอื่น แต่ iPhone เครื่องเดิมยังใช้งานไม่ได้ ควรติดต่อผู้ให้บริการและศูนย์บริการตามลำดับ เพื่อแยกว่าเป็นปัญหาจากเครือข่ายหรือฮาร์ดแวร์
เว็บไซต์ comsiam รวบรวมคู่มือแก้ปัญหา iPhone และการตั้งค่าเครือข่ายแบบละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบปัญหาได้อย่างเป็นขั้นตอนและไม่รีเซ็ตเครื่องโดยไม่จำเป็น