iphone-18-pro

ปิดตำแหน่งที่ตั้งบน iPhone 18 Pro ช่วยประหยัดแบตไหม ตั้งค่าอย่างไร

การปิด Location Services บน iPhone 18 Pro สามารถช่วยลดการใช้แบตเตอรี่ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีแอปติดตามตำแหน่งอยู่เบื้องหลังเป็นเวลานาน แต่ไม่แนะนำให้ปิด Location Services ทั้งเครื่องทันที เพราะจะทำให้ฟังก์ชันสำคัญหลายอย่าง เช่น Maps, Find My และบริการบางส่วนของระบบทำงานได้ไม่เต็มที่

Apple ระบุว่า Location Services ใช้ข้อมูลจาก GPS, Wi-Fi, Bluetooth และเครือข่ายเซลลูลาร์เพื่อระบุตำแหน่ง และผู้ใช้สามารถควบคุมสิทธิ์เป็นรายแอปได้จาก Settings > Privacy & Security > Location Services

ดังนั้นแนวทางที่ comsiam แนะนำคือ อย่าปิด Location ทั้งเครื่อง แต่ให้ลดสิทธิ์ของแอปที่ไม่จำเป็นจาก “Always” เป็น “While Using the App” หรือปิด Precise Location เมื่อไม่ต้องการตำแหน่งแบบละเอียด

① Location Services กินแบตไหม

กินพลังงานได้ โดยเฉพาะแอปที่ติดตามตำแหน่งต่อเนื่อง

Apple ระบุว่ากิจกรรมเบื้องหลังอย่าง การติดตามตำแหน่ง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถทำให้แอปใช้แบตเตอรี่ได้ แม้ไม่ได้เปิดแอปอยู่บนหน้าจอ

ตัวอย่างเช่น

  • Maps กำลังนำทาง
  • แอปเรียกรถติดตามตำแหน่ง
  • แอป Fitness บันทึกเส้นทาง
  • แอปติดตามสมาชิกครอบครัว
  • แอปบางตัวได้รับสิทธิ์ใช้ Location ตลอดเวลา

ถ้ากิจกรรมเหล่านี้ทำงานต่อเนื่อง แบตเตอรี่ย่อมถูกใช้มากกว่าการที่ Location ไม่ได้ทำงาน

② ต้องปิด Location Services ทั้งเครื่องไหม

โดยทั่วไป ไม่ควร

Apple เตือนว่าหากปิด Location Services ฟังก์ชันสำคัญของ iPhone จำนวนหนึ่งจะหยุดทำงานหรือทำงานได้จำกัด

ตัวอย่างที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่

  • Maps
  • Find My
  • สภาพอากาศตามตำแหน่ง
  • แอปเรียกรถ
  • Navigation
  • การแชร์ตำแหน่ง
  • ฟังก์ชันบางอย่างของระบบ

จึงควรจัดการเป็นรายแอปมากกว่า

③ วิธีเข้าเมนู Location Services

ทำตามนี้

  1. เปิด การตั้งค่า (Settings)
  2. แตะ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy & Security)
  3. แตะ บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services)

จากหน้านี้จะเห็นรายชื่อแอปทั้งหมดที่เคยขอใช้ตำแหน่ง และสามารถเปลี่ยนสิทธิ์ของแต่ละแอปได้

④ ตัวเลือก Location แต่ละแบบหมายความว่าอะไร

แต่ละแอปอาจมีตัวเลือกแตกต่างกัน เช่น

Never

แอปจะไม่สามารถใช้ตำแหน่งของคุณได้

เหมาะกับแอปที่ไม่มีเหตุผลต้องใช้ Location

Ask Next Time Or When I Share

ครั้งถัดไปที่แอปต้องการตำแหน่ง ระบบจะถามคุณอีกครั้ง

เหมาะกับแอปที่ใช้นาน ๆ ครั้ง

While Using the App

แอปใช้ตำแหน่งเมื่อคุณกำลังใช้งานแอปอยู่

นี่เป็นค่าที่เหมาะกับแอปจำนวนมาก

Always

แอปสามารถใช้ตำแหน่งแม้กำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง

ควรเปิดเฉพาะเมื่อมีเหตุผลชัดเจนว่าต้องใช้จริง

Apple ระบุว่าหากอนุญาตให้แอปใช้ตำแหน่งเบื้องหลัง ระบบจะเตือนเป็นระยะว่าแอปนั้นกำลังใช้ข้อมูลตำแหน่งอยู่

⑤ ค่าไหนเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปมากที่สุด

สำหรับแอปส่วนใหญ่ เริ่มจาก

While Using the App

มักสมดุลที่สุด

เพราะแอปยังรู้ตำแหน่งเมื่อคุณเปิดใช้งาน แต่ไม่จำเป็นต้องติดตามอยู่ตลอดเวลา

ตัวอย่างเช่น

  • แอปอาหาร
  • แอปร้านค้า
  • Social Media
  • กล้องบางประเภท
  • แอปค้นหาร้านใกล้ตัว

ไม่จำเป็นต้องตั้ง Always หากไม่มีฟังก์ชันที่ต้องติดตามตำแหน่งเบื้องหลังจริง

⑥ แอปแบบไหนควรใช้ Always

ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้

อาจเหมาะกับ

  • แอปติดตามครอบครัว
  • แอปความปลอดภัย
  • แอป Fitness บางประเภท
  • แอปที่ต้องบันทึกเส้นทางต่อเนื่อง
  • แอปที่มีฟังก์ชัน Geofencing

แต่การตั้ง Always ควรมีเหตุผลชัดเจน

ถ้าแอป Shopping หรือเกมขอ Always Location ทั้งที่ไม่ได้มีฟังก์ชันเกี่ยวกับตำแหน่งต่อเนื่อง ก็ควรตรวจว่าจำเป็นจริงหรือไม่

⑦ Maps ควรตั้ง Location แบบไหน

Maps ต้องใช้ตำแหน่งเพื่อ

  • แสดงตำแหน่งปัจจุบัน
  • ค้นหาเส้นทาง
  • Navigation
  • คำนวณระยะทาง

หากกำลังนำทาง แอปสามารถใช้ Location อยู่เบื้องหลังได้ และ Apple ระบุว่าการนำทางเป็นหนึ่งใน Background Activities ที่อาจใช้แบตเตอรี่

ดังนั้น Maps มี Background Activity ระหว่างเดินทางถือเป็นเรื่องปกติ

⑧ Find My ควรปิดไหม

ไม่แนะนำให้ปิด Find My เพียงเพื่อประหยัดแบต

Find My มีประโยชน์ด้าน

  • ค้นหา iPhone
  • ระบุตำแหน่งอุปกรณ์
  • ป้องกันการสูญหาย
  • แชร์ตำแหน่งกับบุคคลที่เลือก

การปิดฟังก์ชันสำคัญด้านความปลอดภัยเพื่อแลกกับการลดพลังงานเล็กน้อยไม่ใช่จุดแรกที่ควรทำ

ให้ตรวจแอปอื่นที่ใช้ Location โดยไม่จำเป็นก่อน

⑨ Precise Location คืออะไร

Precise Location คือการอนุญาตให้แอปใช้ตำแหน่งที่ละเอียดมากขึ้น

Apple ระบุว่าหากปิด Precise Location แอปจะได้รับเพียงตำแหน่งโดยประมาณ ซึ่งเพียงพอสำหรับแอปบางประเภท

ตัวอย่างเช่น แอปสภาพอากาศอาจไม่จำเป็นต้องรู้ว่าคุณอยู่บ้านเลขที่ใด เพียงรู้พื้นที่โดยประมาณก็เพียงพอ

⑩ วิธีปิด Precise Location

เข้า

Settings > Privacy & Security > Location Services

เลือกแอปที่ต้องการ

แล้วปิด

Precise Location

หลังจากนั้นแอปจะใช้เพียงตำแหน่งโดยประมาณแทน

⑪ แอปไหนควรปิด Precise Location ได้

พิจารณาได้กับแอป เช่น

  • Weather
  • ข่าวท้องถิ่น
  • Social Media บางประเภท
  • แอป Shopping
  • แอปที่ใช้ตำแหน่งเพื่อแนะนำคอนเทนต์

ถ้าแอปเพียงต้องการรู้เมืองหรือบริเวณทั่วไป ตำแหน่งแบบละเอียดอาจไม่จำเป็น

⑫ แอปไหนควรเปิด Precise Location

แอปที่ต้องการตำแหน่งแม่นยำ เช่น

  • Maps
  • Navigation
  • แอปเรียกรถ
  • แอปส่งอาหาร
  • แอปที่ต้องหาตำแหน่งรับส่งของ

ในกรณีเหล่านี้ Precise Location ช่วยให้บริการทำงานถูกต้องกว่า

⑬ ปิด Precise Location ช่วยแบตไหม

อาจช่วยลดภาระบางส่วนในบางกรณี แต่ไม่ควรคาดหวังว่าเป็นวิธีประหยัดแบตหลัก

ประโยชน์สำคัญของ Precise Location คือเรื่อง ความเป็นส่วนตัวและความจำเป็นในการแชร์ตำแหน่งละเอียด

หากต้องการลดการใช้แบต สิ่งสำคัญกว่าคือดูว่าแอปนั้น

  • ใช้ Location บ่อยแค่ไหน
  • ทำงาน Background หรือไม่
  • ตั้งเป็น Always หรือไม่

⑭ ดูได้อย่างไรว่าแอปกำลังใช้ Location

iPhone จะแสดงสัญลักษณ์ Location Services เมื่อแอปกำลังใช้ข้อมูลตำแหน่ง

Apple ระบุว่าสัญลักษณ์ลูกศร Location สามารถปรากฏใน Status Bar หรือ Control Center เมื่อมีแอปใช้ Location Services

ถ้าเห็นสัญลักษณ์บ่อยผิดปกติ ให้เข้า Location Services แล้วตรวจว่าแอปใดได้รับสิทธิ์

⑮ ลูกศรสีต่าง ๆ หมายถึงอะไร

ในหน้า Location Services ระบบสามารถแสดงสัญลักษณ์เพื่อช่วยบอกว่าแอปเคยใช้ Location หรือกำลังใช้อยู่

รายละเอียดของสีและลักษณะสามารถเปลี่ยนตามเวอร์ชัน iOS

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเข้าไปดูสิทธิ์ของแอปโดยตรงและตรวจว่าตั้งค่าเหมาะกับการใช้งานหรือไม่

⑯ วิธีดูว่า Location ทำให้แบตหมดเร็วจริงหรือไม่

เข้า

Settings > Battery > View All Battery Usage

จากนั้นดูแอปที่ใช้พลังงานสูง

ถ้าเห็น

  • Background Activity สูง
  • แอปเกี่ยวข้องกับ Navigation
  • แอปติดตามตำแหน่ง

ก็มีความเป็นไปได้ว่า Location มีส่วน

Apple ระบุว่าการติดตามตำแหน่งเป็นตัวอย่างของ Background Activity ที่สามารถเพิ่มการใช้แบตได้

⑰ Location กับ Background App Refresh คนละอย่าง

ใช่

การปิด Background App Refresh ไม่ได้หมายความว่า Location จะถูกปิดทั้งหมด

แอปบางประเภทอาจยังสามารถใช้ Location ตามสิทธิ์ที่ได้รับ โดยเฉพาะฟังก์ชันที่ออกแบบมาให้ทำงานเบื้องหลัง

ดังนั้นถ้าปิด Background App Refresh แล้วแบตยังลด ให้ตรวจ Location Permission เพิ่มด้วย

⑱ แอป Fitness ใช้ Location เยอะถือว่าปกติไหม

ถ้ากำลังบันทึก

  • วิ่ง
  • เดิน
  • ปั่นจักรยาน
  • เส้นทางออกกำลังกาย

แอปอาจต้องใช้ GPS ต่อเนื่อง

Battery Usage สูงขึ้นระหว่างกิจกรรมแบบนี้จึงสามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ

สิ่งที่ควรสงสัยคือ แอปยังติดตาม Location ต่อไปหลายชั่วโมงหลังจบกิจกรรมโดยไม่มีเหตุผล

⑲ แอปเรียกรถควรใช้ Always ไหม

ส่วนใหญ่ฟังก์ชันหลักต้องใช้ Location เพื่อ

  • หาตำแหน่งรับ
  • ติดตามรถ
  • คำนวณเส้นทาง

แต่ควรดูคำอธิบายของแอปว่าทำไมจึงขอ Background Location

ถ้าไม่มีเหตุผลต้องติดตามตลอดวัน สามารถเลือก While Using the App เมื่อเหมาะสม

⑳ แอปส่งอาหารล่ะ

หลักเดียวกัน

ต้องใช้ตำแหน่งในการหาที่อยู่และร้านใกล้เคียง แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องติดตามตำแหน่งตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้าไม่ต้องการ Background Location ให้เลือกสิทธิ์ที่จำกัดกว่าเมื่อแอปรองรับ

㉑ Social Media ต้องใช้ Location ไหม

ขึ้นอยู่กับฟังก์ชัน

เช่น

  • Tag Location
  • แนะนำสถานที่
  • Content ตามพื้นที่
  • โฆษณาตาม Location

ถ้าคุณไม่ได้ใช้ฟังก์ชันเหล่านี้ สามารถลดสิทธิ์เป็น While Using หรือ Never ได้

㉒ เกมต้องใช้ Location หรือไม่

เกมบางเกมใช้ Location สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จริง

แต่เกมจำนวนมากไม่มีเหตุผลต้องใช้ Location

ถ้าพบเกมที่ขอ Location และคุณไม่รู้ว่าทำไม ให้ตรวจคำอธิบายในหน้า Permission ก่อนอนุญาต

㉓ Weather ควรตั้งแบบไหน

ถ้าต้องการสภาพอากาศตามตำแหน่งปัจจุบัน สามารถให้สิทธิ์ Location