ปิด Always-On Display บน iPhone 18 Pro ช่วยประหยัดแบตไหม

การปิด Always-On Display บน iPhone 18 Pro ช่วยลดการใช้แบตเตอรี่ได้ เพราะหน้าจอจะดับสนิทเมื่อเครื่องล็อก แทนที่จะคงหน้าจอแบบหรี่ไว้เพื่อแสดงเวลา วิดเจ็ต Wallpaper และการแจ้งเตือน

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคาดหวังว่าการปิด Always-On Display เพียงอย่างเดียวจะทำให้แบตเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะ Apple ออกแบบฟังก์ชันนี้ให้ลดการใช้พลังงานอย่างมากเมื่อเครื่องถูกล็อก และหน้าจอยังสามารถดับเองอัตโนมัติในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อวางเครื่องคว่ำ อยู่ในกระเป๋า เปิด Low Power Mode หรือเปิด Sleep Focus

ดังนั้นคำตอบสำหรับผู้ใช้ comsiam คือ ถ้าคุณต้องการรีดระยะเวลาแบตให้มากที่สุดและไม่ได้ใช้ Always-On Display มากนัก ปิดได้เลย แต่ถ้าชอบดูเวลาและการแจ้งเตือนโดยไม่ต้องแตะเครื่อง ก็สามารถเปิดไว้และลดสิ่งที่แสดงแทนได้

① Always-On Display คืออะไร

Always-On Display คือฟังก์ชันที่ทำให้ Lock Screen ของ iPhone ยังคงแสดงแบบหรี่ลงแม้เครื่องถูกล็อก

คุณสามารถมองเห็นข้อมูล เช่น

  • เวลา
  • วันที่
  • Widgets
  • Notifications
  • Wallpaper

โดยไม่ต้องแตะหน้าจอหรือกดปุ่ม Side

Apple ยืนยันว่า iPhone 18 Pro รองรับ Always-On Display และใช้หน้าจอ Super Retina XDR OLED พร้อม ProMotion ที่ปรับ Refresh Rate ได้ตามการใช้งาน

② Always-On Display กินแบตไหม

กินแบต เพราะหน้าจอยังต้องใช้พลังงานเพื่อแสดงข้อมูล

แต่ระบบถูกออกแบบให้ลดการใช้พลังงานเมื่อ Lock Screen อยู่ในโหมด Always-On

ดังนั้นจึงแตกต่างจากการเปิดหน้าจอเต็มความสว่างตามปกติอย่างมาก

หลักง่าย ๆ คือ

หน้าจอเปิดแบบหรี่ = ยังใช้พลังงานบางส่วน
หน้าจอดับสนิท = ใช้พลังงานด้านจอน้อยกว่า

เพราะฉะนั้น การปิด Always-On Display สามารถช่วยยืด Battery Life ได้

③ ปิด Always-On Display ช่วยแบตได้กี่เปอร์เซ็นต์

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับผู้ใช้ทุกคน

Apple ไม่ได้ระบุตัวเลขตายตัวว่าการปิด Always-On Display จะเพิ่ม Battery Life กี่เปอร์เซ็นต์

ผลจริงขึ้นอยู่กับหลายอย่าง เช่น

  • ระยะเวลาที่วางเครื่องไว้
  • จำนวน Notifications
  • Wallpaper
  • Widgets
  • เวลาที่เครื่องอยู่ในกระเป๋า
  • Sleep Focus
  • Low Power Mode
  • รูปแบบการใช้งานของเจ้าของเครื่อง

ดังนั้นหากมีเว็บไซต์ใดบอกว่า “ปิดแล้วประหยัดได้ X% แน่นอน” ควรระวัง เพราะผลจริงแต่ละคนไม่เหมือนกัน

④ วิธีปิด Always-On Display บน iPhone 18 Pro

ทำตามขั้นตอนนี้

  1. เปิด การตั้งค่า (Settings)
  2. แตะ จอภาพและความสว่าง (Display & Brightness)
  3. แตะหรือหา Always-On Display
  4. ปิด Always-On Display

Apple ระบุเส้นทางนี้โดยตรงสำหรับ iPhone รุ่นที่รองรับฟังก์ชันดังกล่าว

หลังปิด เมื่อ iPhone ล็อก หน้าจอจะดับแทนที่จะคง Lock Screen แบบหรี่ไว้

⑤ ปิดแล้วมีผลกับการแจ้งเตือนไหม

Notifications ยังมาถึงตามปกติ

การปิด Always-On Display ไม่ได้หมายถึงการปิด Notifications

เพียงแต่คุณจะไม่เห็นข้อมูลบนหน้าจอที่เปิดค้างตลอดเวลา

เมื่อมีการแจ้งเตือน คุณยังสามารถเปิดหน้าจอเพื่อดูได้ตามปกติ

⑥ ปิดแล้ว Face ID ยังใช้ได้ไหม

ใช้ได้ตามปกติ

Always-On Display เป็นเรื่องของการแสดง Lock Screen เท่านั้น ไม่ได้เป็นสวิตช์เปิดหรือปิด Face ID

การปลดล็อก การใช้แอปธนาคาร หรือการยืนยันตัวตนจึงยังทำงานตามปกติ

⑦ ปิดแล้ว ProMotion ยังทำงานไหม

ยังทำงาน

iPhone 18 Pro รองรับ ProMotion และ Adaptive Refresh Rate ตามสเปกของ Apple

การปิด Always-On Display ไม่ได้ปิด ProMotion ตอนที่คุณกำลังใช้งานหน้าจอ

ดังนั้นเมื่อปลดล็อกเครื่องแล้ว การเลื่อนหน้าจอยังสามารถทำงานด้วย Refresh Rate ที่เหมาะสมตามระบบได้

⑧ ถ้าไม่อยากปิดทั้งหมด ปิด Wallpaper แทนได้ไหม

ได้

Apple เปิดให้ผู้ใช้ตั้งได้ว่า Always-On Display จะแสดง Wallpaper หรือไม่

เข้า

Settings > Display & Brightness > Always-On Display

จากนั้นปิด

Show Wallpaper

คุณยังสามารถเห็นข้อมูลหลัก เช่น เวลา แต่ไม่ต้องแสดงภาพพื้นหลังตลอดเวลา

⑨ ปิด Notifications บน Always-On ได้ไหม

ได้เช่นกัน

ในเมนู Always-On Display สามารถปิด

Show Notifications

ได้

Apple ระบุว่าสามารถเลือกเปิดหรือปิดทั้ง Wallpaper และ Notifications บน Always-On Lock Screen แยกกันได้

เหมาะกับคนที่อยากเห็นเพียงเวลาและ Widgets โดยไม่ต้องให้ข้อความแจ้งเตือนแสดงตลอด

⑩ สูตรตั้งค่าแบบกลาง ๆ

ถ้าชอบ Always-On แต่ต้องการลดสิ่งที่แสดง ลองตั้งแบบนี้

  • Always-On Display: เปิด
  • Show Wallpaper: ปิด
  • Show Notifications: ปิดหรือเปิดเฉพาะตามความต้องการ

คุณยังได้ประโยชน์จากการดูเวลาอย่างรวดเร็ว แต่ลดองค์ประกอบบนหน้าจอลง

⑪ Always-On ดับเองเมื่อวาง iPhone คว่ำ

Apple ระบุว่า Always-On Display จะดับเมื่อวาง iPhone คว่ำหน้าลง

ดังนั้นถ้าวางโทรศัพท์คว่ำบนโต๊ะบ่อย ๆ หน้าจอก็ไม่ได้ติดแบบ Always-On ตลอดเวลาอยู่แล้ว

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผลด้าน Battery Life แตกต่างกันในแต่ละคน

⑫ อยู่ในกระเป๋าหน้าจอจะดับไหม

ดับ

ระบบตรวจว่าหน้าจอถูกบดบังหรือมองไม่เห็น แล้วปิด Always-On Display อัตโนมัติ

ดังนั้นคนที่เก็บ iPhone ไว้ในกระเป๋าส่วนใหญ่ของวัน อาจเห็นความแตกต่างจากการปิด Always-On น้อยกว่าคนที่วางเครื่องหงายอยู่บนโต๊ะตลอดวัน

⑬ เปิด Low Power Mode แล้ว Always-On เป็นอย่างไร

Apple ระบุว่า Always-On Display จะดับเมื่อเปิด Low Power Mode

ดังนั้นหากคุณเปิด Low Power Mode อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปปิด Always-On เพิ่มทุกครั้งเพื่อให้หน้าจอดับ

ระบบจัดการให้เอง

⑭ เปิด Sleep Focus แล้ว Always-On ดับไหม

ดับ

Apple ระบุว่าเมื่อ Sleep Focus ทำงาน Always-On Display จะปิดหน้าจอเอง

ดังนั้นผู้ใช้ที่ตั้ง Sleep Focus ทุกคืน ไม่จำเป็นต้องปิด Always-On ด้วยตัวเองก่อนนอนทุกคืน

⑮ ตอนเข้านอนระบบสามารถดับเองได้

Apple ระบุว่า Always-On Display สามารถปิดตาม เวลานอนปกติของผู้ใช้ ได้ด้วย

จุดประสงค์คือไม่ให้หน้าจอติดโดยไม่จำเป็นในช่วงเวลาที่ผู้ใช้น่าจะไม่ได้มองเครื่อง

⑯ ถ้าใช้ Apple Watch มีผลอย่างไร

Apple ระบุว่า Always-On Display สามารถดับเมื่อ iPhone ตรวจว่าไม่ได้อยู่ใกล้ Apple Watch ที่จับคู่ไว้

ระบบจึงไม่ได้เปิดหน้าจอ Always-On ตลอดเวลาแบบไม่มีเงื่อนไข

⑰ CarPlay ทำให้ Always-On ดับไหม

ใช่

Apple ระบุว่า Always-On Display จะดับเมื่อมี CarPlay Session ทำงาน

เพราะระหว่างขับรถ ข้อมูลสำคัญสามารถถูกแสดงผ่านระบบ CarPlay แทน

⑱ Continuity Camera มีผลไหม

มี

เมื่อ iPhone ถูกใช้เป็น Continuity Camera หน้าจอ Always-On สามารถดับอัตโนมัติได้

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าระบบถูกออกแบบมาให้ไม่เปิดหน้าจอ Always-On ในสถานการณ์ที่ไม่มีประโยชน์

⑲ คนแบบไหนควรปิด Always-On Display

เหมาะกับคนที่

  • ไม่เคยมอง Lock Screen ตอนวางเครื่อง
  • ใช้ Apple Watch ดูเวลาอยู่แล้ว
  • ต้องการ Battery Life สูงที่สุด
  • เดินทางทั้งวัน
  • ไม่มีที่ชาร์จ
  • ใช้เครื่องหนักมาก
  • ไม่ต้องการให้ Notifications ปรากฏบนโต๊ะ

กลุ่มนี้เสียประโยชน์จากการปิดไม่มากนัก

⑳ คนแบบไหนควรเปิดไว้

เหมาะกับคนที่ชอบ

  • ดูเวลาโดยไม่ต้องแตะเครื่อง
  • ดู Notifications อย่างรวดเร็ว
  • ดู Calendar หรือ Widgets
  • วาง iPhone บนโต๊ะทำงาน
  • ใช้ Lock Screen เป็นข้อมูลสำคัญตลอดวัน

ในกรณีนี้ ความสะดวกอาจคุ้มกับพลังงานเพิ่มเติมที่ใช้

㉑ ถ้าเน้นแบตทั้งวัน ควรปิดไหม

ถ้าวันนั้นรู้ว่าจะใช้งานหนักและไม่มีที่ชาร์จ การปิด Always-On Display เป็นหนึ่งในการตั้งค่าที่ทำได้

สามารถใช้ร่วมกับ

  • Low Power Mode
  • Auto-Brightness
  • Auto-Lock
  • 5G Auto
  • ลด Screen Time

จะมีประโยชน์มากกว่าหวังผลจาก Always-On เพียงอย่างเดียว

㉒ Always-On กับ Auto-Lock เหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน

Auto-Lock กำหนดว่าเมื่อไม่ได้ใช้งานนานเท่าไร iPhone จะล็อก

ส่วน Always-On Display กำหนดว่าหลังล็อกแล้ว หน้าจอจะยังแสดง Lock Screen แบบหรี่อยู่หรือไม่

Apple ระบุว่าการตั้ง Auto-Lock ให้นานเกินไปหรือป้องกันไม่ให้ล็อกสามารถเพิ่มการใช้พลังงานได้

㉓ ตั้ง Auto-Lock สั้นแต่ Always-On เปิดอยู่ได้ไหม

ได้

ตัวอย่างเช่น

  • Auto-Lock = 30 วินาที
  • Always-On Display = เปิด

หลังจาก 30 วินาที เครื่องจะล็อก จากนั้นหน้าจอจะเปลี่ยนเข้าสู่ Always-On Display

เป็นคนละขั้นตอนกัน

㉔ ระหว่างลด Brightness กับปิด Always-On อะไรสำคัญกว่า

ถ้าคุณเปิดหน้าจอใช้งานหลายชั่วโมงต่อวัน การจัดการ Brightness มีความสำคัญมาก

เพราะขณะใช้งานจริง หน้าจอเปิดเต็มรูปแบบและสามารถใช้พลังงานสูง โดยเฉพาะกลางแจ้ง

Always-On มีผลในช่วงที่เครื่องล็อก

ดังนั้นควรปรับทั้งสองตามพฤติกรรมจริง

㉕ ถ้าหน้าจอติดวันละ 7 ชั่วโมง ปิด Always-On อย่างเดียวพอไหม

ไม่พอ

ถ้า Screen Time สูงมาก สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มเติมคือ

  • Brightness
  • แอปที่เปิด
  • วิดีโอ
  • เกม
  • Social Media
  • 5G
  • GPS

เพราะพลังงานส่วนใหญ่ในวันนั้นอาจถูกใช้ขณะคุณเปิดหน้าจอจริง ไม่ใช่ตอน Always-On

㉖ ทำไมบางคนปิดแล้วรู้สึกแบตดีขึ้นมาก

เป็นไปได้ถ้าคนนั้น

  • วางเครื่องหงายบนโต๊ะทั้งวัน
  • ไม่ใช้ Sleep Focus
  • มี Notifications จำนวนมาก
  • ใช้ Wallpaper บน Always-On
  • แทบไม่เก็บเครื่องในกระเป๋า

จึงมีเวลาที่ Always-On ทำงานยาวกว่าผู้ใช้คนอื่น

㉗ ทำไมบางคนปิดแล้วแทบไม่เห็นความต่าง

เพราะเครื่องอาจดับ Always-On เองเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว เช่น

  • อยู่ในกระเป๋า
  • วางคว่ำ
  • เปิด Sleep Focus
  • ใช้ Low Power Mode
  • อยู่ในช่วงเวลานอน

ตามเงื่อนไขที่ Apple กำหนด

㉘ Always-On ทำให้ Battery Health เสื่อมเร็วไหม

ไม่ควรสรุปตรง ๆ เช่นนั้น

Always-On Display ใช้พลังงานเพิ่มบางส่วน จึงอาจทำให้มีการใช้แบตต่อวันมากขึ้นเล็กน้อยตามลักษณะการใช้งาน

แต่ Battery Health ระยะยาวยังขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น

  • อุณหภูมิ
  • รอบการชาร์จ
  • อายุแบต
  • รูปแบบการใช้งาน
  • การชาร์จ

จึงไม่ควรมอง Always-On เป็นสาเหตุเดียวของแบตเสื่อม

㉙ Always-On ทำให้เครื่องร้อนไหม

โดยทั่วไปไม่ควรทำให้เครื่องร้อนผิดปกติด้วยตัวมันเอง

ถ้าเครื่องร้อนขณะวางเฉย ๆ ควรตรวจเพิ่มเติม

Settings > Battery

เพื่อดูว่า

  • มีแอปทำงาน Background หรือไม่
  • Cloud กำลัง Sync หรือไม่
  • สัญญาณมือถืออ่อนหรือไม่
  • มี Process ของระบบทำงานหรือไม่

อย่าโทษ Always-On เพียงเพราะหน้าจอยังแสดงอยู่

㉚ Wallpaper สีดำช่วยไหม

บนจอ OLED พื้นที่มืดสามารถใช้พลังงานแตกต่างจากพื้นที่สว่างได้

แต่ถ้าต้องการลดพลังงานจาก Always-On โดยตรง วิธีที่ชัดเจนกว่าคือ

ปิด Show Wallpaper

เพราะ Apple มีตัวเลือกนี้ให้โดยตรง

㉛ Widgets เยอะกินแบตเพิ่มไหม

Widget บางชนิดต้องอัปเดตข้อมูล เช่น

  • สภาพอากาศ
  • Calendar
  • Fitness
  • หุ้น

แต่ไม่ควรลบ Widget ทั้งหมดโดยไม่มีหลักฐาน

ถ้าต้องการประหยัดแบต ให้เริ่มจากปิด Wallpaper หรือ Always-On ทั้งระบบก่อน เพราะควบคุมได้ตรงกว่า

㉜ Notifications เยอะควรปิด Always-On หรือปิด Notifications

ถ้าไม่ต้องการ Notifications จากแอปนั้นจริง ๆ ควรจัดการจาก

Settings > Notifications

เพราะการปิด Always-On เพียงอย่างเดียวไม่ได้หยุด Notification จากการเข้ามา

หากยังต้องการ Notification แต่ไม่ต้องการให้ปรากฏบนหน้าจอ Always-On ให้ปิด Show Notifications ในเมนู Always-On แทน

㉝ ใช้ StandBy กับ Always-On ต่างกันอย่างไร

StandBy เป็นโหมดที่แสดงข้อมูลแบบเต็มหน้าจอเมื่อ iPhone อยู่ในแนวนอนและกำลังชาร์จ เช่น

  • นาฬิกา
  • Widgets
  • รูปภาพ
  • Live Activities

บนรุ่นที่รองรับ Always-On หน้าจอ StandBy สามารถคงอยู่เพื่อแสดงข้อมูลต่อได้

Always-On Display ปกติใช้กับ Lock Screen ขณะที่ StandBy เน้นการใช้งานตอนกำลังชาร์จในแนวนอน

㉞ ถ้าชาร์จข้ามคืนควรปิด Always-On ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

หากใช้ Sleep Focus หน้าจอ Always-On สามารถดับเองอยู่แล้ว

ดังนั้นตั้ง Sleep Focus ให้เหมาะสมอาจสะดวกกว่าการเข้าไปเปิดปิด Always-On ทุกคืน

㉟ Low Power Mode กับการปิด Always-On แบบไหนดีกว่า

Low Power Mode ลดการใช้พลังงานหลายส่วนของระบบ ไม่ใช่เฉพาะหน้าจอ

และ Apple ระบุว่า Always-On Display จะดับเองเมื่อ Low Power Mode ทำงาน

ถ้าแบตเหลือน้อยมากและต้องการยืดเวลาใช้งาน การเปิด Low Power Mode จึงครอบคลุมกว่า

㊱ ควรปิด Always-On เมื่อแบตเหลือเท่าไร

ไม่มีเปอร์เซ็นต์บังคับ

ถ้าต้องการรีด Battery Life คุณสามารถปิดได้ตั้งแต่แบตยังสูง

แต่ถ้าแบตเหลือน้อย เช่น 20% และยังต้องใช้งานอีกหลายชั่วโมง การเปิด Low Power Mode จะทำให้ Always-On ดับเองอยู่แล้ว

㊲ วิธีทดสอบว่า Always-On มีผลกับแบตของคุณแค่ไหน

ทดสอบง่าย ๆ โดยใช้พฤติกรรมใกล้เคียงกันหลายวัน

วันแรก

เปิด Always-On Display ตามปกติ

วันถัดไป

ปิด Always-On Display

แล้วเข้า

Settings > Battery

เปรียบเทียบ

  • Screen Time
  • Battery Usage
  • การใช้งานแอป
  • ระยะเวลาที่วางเครื่อง
  • เครือข่าย

ควรทดลองมากกว่าหนึ่งวันเพื่อให้เห็นแนวโน้ม

㊳ อย่าทดสอบคนละรูปแบบการใช้งาน

ตัวอย่างที่ไม่ควรทำ

วันแรก:
เปิด Always-On แต่เล่นเกม 4 ชั่วโมง

วันสอง:
ปิด Always-On และแทบไม่ใช้เครื่อง

แล้วสรุปว่าแบตดีขึ้นเพราะปิด Always-On

ข้อมูลแบบนี้เปรียบเทียบกันไม่ได้

ควรพยายามให้ Screen Time และประเภทกิจกรรมใกล้เคียงกัน

㊴ ค่าที่แนะนำสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

ถ้าต้องการสมดุลระหว่างความสะดวกกับแบต

ตัวเลือกที่ 1: ชอบ Always-On

  • Always-On Display: เปิด
  • Show Wallpaper: ปิด
  • Show Notifications: ตามความต้องการ
  • Sleep Focus: เปิดตอนกลางคืน

ตัวเลือกที่ 2: เน้นแบต

  • Always-On Display: ปิด

ทั้งสองแบบใช้งานได้ดี ไม่มีแบบไหนที่ทุกคนจำเป็นต้องเลือกเหมือนกัน

㊵ ค่าที่แนะนำสำหรับวันที่ต้องเดินทาง

ถ้าจะอยู่นอกบ้านทั้งวันและไม่มีที่ชาร์จ

แนะนำ

  • ปิด Always-On Display
  • เปิด Auto-Brightness
  • ตั้ง Auto-Lock สั้น
  • ใช้ 5G Auto
  • เปิด Low Power Mode เมื่อจำเป็น
  • ลดเกมและวิดีโอหนัก

Always-On เป็นเพียงหนึ่งส่วนของแผนประหยัดแบตทั้งหมด

㊶ ต้องปิด Always-On ทุกวันเพื่อให้แบตดีไหม

ไม่จำเป็น

iPhone 18 Pro ถูกออกแบบให้รองรับ Always-On Display เป็นฟังก์ชันปกติของเครื่อง

ถ้าคุณชอบใช้ สามารถเปิดไว้ได้

ถ้าคุณไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน การปิดก็สมเหตุสมผลกว่า เพราะไม่มีเหตุผลต้องใช้พลังงานกับข้อมูลที่คุณไม่เคยมอง

㊷ สรุป ปิด Always-On Display บน iPhone 18 Pro ช่วยประหยัดแบตไหม

ช่วยครับ เพราะเมื่อปิด Always-On Display หน้าจอจะดับสนิทหลังล็อกเครื่อง แทนที่จะคง Lock Screen แบบหรี่เพื่อแสดงเวลา Notifications และ Widgets

แต่ผลด้าน Battery Life จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละคน และ Apple ไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัวว่าปิดแล้วประหยัดได้กี่เปอร์เซ็นต์

Apple ยังออกแบบ Always-On ให้ดับเองในหลายกรณี เช่น

  • วางเครื่องคว่ำ
  • อยู่ในกระเป๋า
  • เปิด Low Power Mode
  • เปิด Sleep Focus
  • อยู่ในช่วงเวลานอน
  • ใช้ CarPlay

จึงทำให้ผลด้านแบตแตกต่างกันในแต่ละคน

แนวทางที่ comsiam แนะนำคือ ถ้าไม่ค่อยใช้ Always-On หรือกำลังพยายามยืดแบตให้นานที่สุด ให้ปิดจาก

Settings > Display & Brightness > Always-On Display

แต่ถ้ายังอยากเห็นเวลา สามารถเปิด Always-On ไว้แล้วปิด Show Wallpaper และ Show Notifications แทนได้

สุดท้าย หาก iPhone 18 Pro แบตหมดเร็วผิดปกติ อย่ามอง Always-On เป็นสาเหตุเดียว ควรตรวจ Settings > Battery เพิ่มเติม เพราะแอป Background, 5G, สัญญาณมือถือ หน้าจอ และกิจกรรมระบบอาจใช้พลังงานมากกว่าได้

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ปิด Always-On Display ช่วยประหยัดแบตไหม

ช่วย เพราะหน้าจอจะดับสนิทหลังล็อกแทนการแสดง Lock Screen แบบหรี่ แต่ผลจริงแตกต่างตามพฤติกรรมการใช้งาน

ปิด Always-On Display ตรงไหน

เข้า Settings > Display & Brightness > Always-On Display แล้วปิดสวิตช์

Apple ระบุไหมว่าปิด Always-On ประหยัดแบตกี่เปอร์เซ็นต์

Apple ไม่ได้ให้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ตายตัวสำหรับผู้ใช้ทุกคน ดังนั้นไม่ควรอ้างว่าประหยัดได้ X% แน่นอน

เปิด Low Power Mode แล้วต้องปิด Always-On อีกไหม

ไม่จำเป็น Apple ระบุว่า Always-On Display จะดับอัตโนมัติเมื่อ Low Power Mode ทำงาน

Always-On ดับเองตอนนอนไหม

ได้ Apple ระบุว่าหน้าจอจะดับเมื่อใช้ Sleep Focus และสามารถดับตามเวลานอนตามปกติของผู้ใช้ด้วย

อยากใช้ Always-On แต่ลดการกินแบตทำอย่างไร

เปิด Always-On ไว้ แล้วปิด Show Wallpaper และหากไม่จำเป็นให้ปิด Show Notifications จากเมนู Always-On Display