iCloud Backup ค้างหรือสำรองข้อมูลไม่เสร็จ แก้อย่างไร? วิธีแก้ Backup iPhone ใช้เวลานานผิดปกติ

กด Back Up Now บน iPhone แล้วพบว่า iCloud Backup ค้างอยู่เป็นเวลานาน แถบสถานะไม่ขยับ ขึ้นข้อความว่า Backup ไม่สำเร็จ หรือการสำรองข้อมูลใช้เวลานานกว่าปกติมาก อย่าเพิ่ง Factory Reset หรือปิด iCloud Backup แบบสุ่ม เพราะต้นเหตุอาจเป็นเพียง Wi-Fi ช้า พื้นที่ iCloud ไม่พอ Backup มีขนาดใหญ่ หรือ iPhone ยัง Restore ข้อมูลเดิมไม่เสร็จ

Apple แนะนำว่า หาก iCloud Backup ใช้เวลานานกว่าที่คาด ให้ตรวจ Wi-Fi และความเร็ว Upload แล้วปล่อยเครื่อง เชื่อมต่อไฟและ Wi-Fi ต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง หากยังไม่เสร็จจึงค่อยตรวจและแก้เพิ่มเติม

บทความนี้ comsiam จะพาไล่ตรวจทีละจุด เพื่อให้รู้ว่า iCloud Backup ค้างเพราะอะไร และควรแก้อย่างไรโดยลดความเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญ

① เช็กก่อนว่า iCloud Backup เปิดอยู่หรือไม่

เข้า

Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud > iCloud Backup

แล้วตรวจว่าเปิด

Back Up This iPhone

อยู่หรือไม่

สำหรับการสำรองด้วยตนเอง ให้แตะ

Back Up Now

Apple ระบุว่าหลังเริ่ม Manual Backup ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi ต่อไปจนกระบวนการเสร็จ และใต้ปุ่ม Back Up Now จะแสดงวันที่และเวลาของ Backup ล่าสุดเมื่อสำรองสำเร็จแล้ว

② ดูวันที่ Backup ล่าสุดก่อน

ก่อนสรุปว่า Backup ค้าง ให้ดูข้อความใต้

Back Up Now

หากแสดงวันที่และเวลาล่าสุด เช่น

Last successful backup: Today…

แสดงว่าอย่างน้อย Backup ก่อนหน้านี้สำเร็จแล้ว

แต่หากวันที่ล่าสุดเก่าหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และ Backup ครั้งใหม่ยังไม่เสร็จ ควรตรวจหาสาเหตุต่อ

ก่อนรีเซ็ตเครื่องควรให้ความสำคัญกับ Backup ล่าสุดที่สำเร็จจริง ไม่ใช่เพียงการเปิด iCloud Backup ไว้

③ เช็ก Wi-Fi เป็นอันดับแรก

Apple แนะนำให้ตรวจว่า iPhone เชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่เมื่อ Backup ไม่สำเร็จหรือใช้เวลานานผิดปกติ

ลอง

  1. เปิด Settings
  2. เข้า Wi-Fi
  3. ตรวจว่าเชื่อมต่อเครือข่ายแล้ว
  4. ทดลองเปิดเว็บไซต์
  5. กลับไป iCloud Backup
  6. ลอง Back Up Now ใหม่

สัญลักษณ์ Wi-Fi ขึ้นไม่ได้หมายความว่าอินเทอร์เน็ตทำงานปกติเสมอไป

④ Wi-Fi ช้า โดยเฉพาะ Upload ทำให้ Backup นานมาก

iCloud Backup คือการส่งข้อมูลจาก iPhone ขึ้น Cloud

ดังนั้น Upload Speed มีผลโดยตรง

ตัวอย่างเช่น อินเทอร์เน็ตอาจดาวน์โหลดเร็ว แต่ Upload ช้ามาก

Apple ระบุโดยตรงว่าหาก Backup ใช้เวลานานกว่าที่คาด ให้ตรวจความเร็ว Upload ของเครือข่าย

โดยเฉพาะ Backup ครั้งแรกที่มีข้อมูลหลายสิบ GB อาจใช้เวลานานกว่า Backup ครั้งถัดไปมาก

⑤ ลองเปลี่ยน Wi-Fi

หาก Backup ขึ้นว่าไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ Apple แนะนำให้ทดลองสำรองผ่าน Wi-Fi เครือข่ายอื่น

ตัวอย่างเช่น หาก Backup ค้างบน Wi-Fi บ้านเดิม ลองเครือข่ายอื่นที่เชื่อถือได้

ถ้าเปลี่ยน Wi-Fi แล้ว Backup ทำงานทันที มีแนวโน้มว่าปัญหาอยู่ที่เครือข่ายเดิม

ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ต iPhone ทั้งเครื่องเพียงเพราะ Backup ไม่ผ่านเครือข่ายเดียว

⑥ เสียบชาร์จ iPhone ไว้

สำหรับ Automatic iCloud Backup Apple ระบุว่า iPhone ควร

  • เชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟ
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi
  • ล็อกหน้าจอ

และเปิด Back Up This iPhone ไว้

ดังนั้นหากต้อง Backup ข้อมูลจำนวนมาก แนะนำให้เสียบชาร์จและวางเครื่องไว้บน Wi-Fi ที่เสถียร

ไม่ควรเริ่ม Backup ขนาดใหญ่ตอนแบตเหลือน้อยมาก

⑦ ล็อกหน้าจอหากต้องการ Automatic Backup

หากสงสัยว่าทำไม iPhone ไม่ Backup อัตโนมัติตอนกลางคืน ให้ตรวจว่า

  • เปิด iCloud Backup แล้ว
  • ต่อไฟ
  • ต่อ Wi-Fi
  • หน้าจอล็อก

Apple ระบุเงื่อนไขเหล่านี้สำหรับ Automatic iCloud Backup

หากต้องการ Backup ทันที ไม่จำเป็นต้องรอรอบอัตโนมัติ สามารถใช้ Back Up Now ได้

⑧ ปล่อยเครื่องไว้ 24 ชั่วโมงได้หรือไม่?

ได้ หาก Backup ยังมีความคืบหน้า

Apple แนะนำว่า หาก iCloud Backup ใช้เวลานานกว่าปกติ ให้ตรวจ Wi-Fi และ Upload Speed แล้วปล่อยอุปกรณ์ต่อไฟและ Wi-Fi เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

ดังนั้น Backup ขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าเสียทันที

จุดที่ควรสนใจคือ

สถานะไม่เปลี่ยนเลย + ไม่มีข้อมูลส่งขึ้น + ผ่านเวลานานมาก

จึงค่อยตรวจสาเหตุอื่นต่อ

⑨ เช็กพื้นที่ iCloud ว่าเต็มหรือไม่

เข้า

Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud

ด้านบนจะมีข้อมูลพื้นที่ iCloud ที่ใช้ไป

หากต้องการรายละเอียด ให้เข้า

Storage / Manage Account Storage

Apple ระบุว่าหน้านี้จะแสดงแอปและฟีเจอร์ที่ใช้ iCloud Storage โดยรายการที่ใช้พื้นที่มากจะอยู่ด้านบน

หาก iCloud เต็ม Backup ใหม่อาจไม่สามารถเสร็จได้

⑩ เช็ก Next Backup Size

ถ้าขึ้นว่า

Not Enough iCloud Storage

ให้เข้า

Settings > [ชื่อ] > iCloud > Storage / Manage Account Storage > Backups > iPhone เครื่องนี้

แล้วดู

Next Backup Size

Apple ระบุว่าระบบอาจใช้เวลาสักครู่ในการคำนวณขนาด Backup ครั้งถัดไป

จากนั้นเปรียบเทียบ

Next Backup Size

กับ

พื้นที่ iCloud ที่เหลือ

หาก Backup ต้องการ 12 GB แต่ Cloud เหลือเพียง 3 GB ก็ต้องจัดการพื้นที่ก่อน

⑪ Backup ใหญ่มาก ลดขนาดได้อย่างไร?

เข้า

Settings > [ชื่อ] > iCloud > Storage / Manage Account Storage > Backups > iPhone

แล้วดูรายชื่อแอปใน Backup

Apple อนุญาตให้ปิดการ Backup ของแอปที่ไม่ต้องการเพื่อช่วยลดขนาด iCloud Backup

แต่ต้องระวัง เพราะเมื่อปิด Backup ของแอปนั้น Apple ระบุว่าข้อมูล Backup ของแอปดังกล่าวใน iCloud จะถูกลบออกด้วย

จึงไม่ควรปิดแอปที่มีข้อมูลสำคัญแบบสุ่ม

⑫ ตรวจ Backup ของ iPhone เครื่องเก่า

หากเคยใช้ iPhone หรือ iPad หลายเครื่อง อาจมี Backup เก่ากินพื้นที่อยู่

เข้า

Settings > [ชื่อ] > iCloud > Storage / Manage Account Storage > Backups

แล้วดูรายชื่ออุปกรณ์

Apple รองรับการลบ Backup ของอุปกรณ์เก่าที่ไม่ต้องการแล้ว แต่การลบ Backup จะปิด iCloud Backup สำหรับอุปกรณ์นั้นด้วย

ต้องตรวจชื่อเครื่องให้ดี อย่าลบ Backup ของ iPhone ปัจจุบันโดยไม่ได้ตั้งใจ

⑬ อย่าลบรูปเพื่อเพิ่มพื้นที่แบบสุ่ม

หากเปิด iCloud Photos รูปและวิดีโอจะ Sync ผ่าน iCloud Photos และไม่ได้ทำงานเหมือนข้อมูลใน Device Backup ทุกประเภท

Apple เตือนว่าหากใช้ iCloud Photos แล้วลบรูปหรือวิดีโอจากอุปกรณ์หนึ่ง รูปนั้นจะถูกลบจากอุปกรณ์อื่นที่ใช้ Apple Account เดียวกันด้วย

ดังนั้นอย่าเลือกภาพทั้งหมดแล้ว Delete เพียงเพราะต้องการให้ Backup ผ่าน

⑭ iCloud Photos เปิดอยู่ รูปอยู่ใน Backup อีกไหม?

โดยทั่วไป หากใช้ iCloud Photos รูปและวิดีโอจะ Sync ไปยัง iCloud Photos และจะไม่รวมซ้ำอยู่ใน Daily iCloud Backup

แต่หาก ไม่ได้เปิด iCloud Photos Photo Library อาจรวมอยู่ใน iCloud Backup ได้

นี่เป็นเหตุผลที่ Backup ของ iPhone บางเครื่องมีขนาดใหญ่มากกว่าบางเครื่อง

⑮ iCloud Backup สำรองอะไรจริง?

Apple อธิบายว่า iCloud มีทั้ง

Sync

และ

Backup

ข้อมูลที่ Sync ไป iCloud อยู่แล้ว เช่นข้อมูลในบริการ iCloud บางประเภท จะได้รับการจัดการผ่าน Sync

ส่วนข้อมูลในเครื่องที่ไม่ได้ Sync เป็นประจำจะถูกเก็บใน iCloud Backup ตามประเภทที่ระบบรองรับ

ดังนั้นไม่ควรคิดว่า iCloud Backup เป็นไฟล์สำเนาทุกอย่างใน iPhone แบบ 1:1

⑯ Backup ค้างเพราะ iPhone กำลัง Restore อยู่ได้ไหม?

ได้

Apple ระบุว่าหากเมนู iCloud Backup เป็นสีเทาหรือไม่สามารถสร้าง Backup ใหม่ได้ ให้ตรวจว่า iPhone กำลัง Restore ข้อมูลจาก Backup เดิมอยู่หรือไม่

หากกำลัง Restore ระบบอาจแสดงข้อความประมาณว่าอุปกรณ์กำลังถูกกู้คืนและจะ Backup อัตโนมัติหลัง Restore เสร็จ

ในกรณีนี้ควรรอ Restore ให้เสร็จก่อน

⑰ เพิ่งย้าย iPhone ใหม่ Backup ไม่ได้ ต้องดู Restore ก่อน

หากเพิ่งย้ายจาก iPhone เครื่องเก่าหรือเพิ่ง Restore จาก iCloud ข้อมูลบางอย่างอาจยังดาวน์โหลดกลับมาอยู่

ให้

  • ต่อ Wi-Fi
  • เสียบชาร์จ
  • รอ Restore ให้เสร็จ
  • ตรวจ iCloud Backup อีกครั้ง

อย่ารีเซ็ตเครื่องใหม่ซ้ำระหว่างกระบวนการ Restore หากยังไม่มีเหตุผลจำเป็น

⑱ ตรวจ Software Update

หากขึ้นว่า Last Backup Couldn’t Be Completed Apple แนะนำให้เข้า

Settings > General > Software Update

แล้วติดตั้ง Software Update ที่มีให้สำหรับอุปกรณ์

ก่อนอัปเดตควรตรวจแบตเตอรี่และพื้นที่ภายในเครื่องให้เพียงพอ

ใช้เฉพาะ Software Update จากระบบของ Apple ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ระบบจากแหล่งอื่น

⑲ Restart iPhone ช่วยได้ไหม?

หาก Backup ค้างโดยไม่มีความคืบหน้า สามารถลอง Restart iPhone ก่อนเริ่มใหม่ได้

หลังเปิดเครื่อง

  1. ต่อ Wi-Fi
  2. เสียบชาร์จ
  3. เข้า iCloud Backup
  4. ตรวจพื้นที่
  5. กด Back Up Now

วิธีนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่าการล้างข้อมูลหรือปิด Backup ทั้งหมด

⑳ ตรวจ Apple Account

เข้า

Settings > [ชื่อของคุณ]

แล้วตรวจว่าใช้ Apple Account ที่ถูกต้อง

หากมีการเปลี่ยน Account หรือกำลังมีปัญหา Sign in บริการ iCloud ก็อาจทำงานไม่ครบตามปกติ

อย่า Sign out จาก Apple Account แบบสุ่มเพื่อทดลองแก้ Backup โดยเฉพาะถ้ายังไม่แน่ใจว่า

  • จำ Password ได้
  • มีวิธีรับรหัสยืนยัน
  • ข้อมูลใด Sync อยู่ใน iCloud

ควรแก้ปัญหาที่ตรงสาเหตุก่อน

㉑ VPN หรือ Profile มีผลได้หรือไม่?

Apple ระบุว่า หากตัวเลือก iCloud Backup เป็นสีเทา ให้ตรวจ Profile ที่ติดตั้งอยู่จาก

Settings > General > VPN & Device Management

เพราะ Profile บางประเภทอาจจำกัดการใช้งาน iCloud Backup

พบได้โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ถูกจัดการโดย

  • โรงเรียน
  • บริษัท
  • องค์กร

หากเป็นเครื่องที่องค์กรดูแล ไม่ควรลบ Profile เองโดยไม่ทราบผลกระทบ

㉒ Backup ค้างที่เวลาประมาณเดิมตลอด

ตัวเลข Estimated Time อาจเปลี่ยนได้ตาม

  • Upload Speed
  • ปริมาณข้อมูล
  • สภาพ Wi-Fi
  • การประมวลผลของอุปกรณ์

จึงไม่ควรยึดเวลาที่แสดงเป็นค่าตายตัว

ให้ดูว่าข้อมูลยังมีการส่งและสถานะยังทำงานอยู่หรือไม่

หาก Apple แนะนำให้ปล่อยเครื่องต่อไฟและ Wi-Fi ได้ถึง 24 ชั่วโมงสำหรับ Backup ที่ช้า แปลว่าบาง Backup สามารถใช้เวลานานได้จริง

㉓ Backup ครั้งแรกมักใช้เวลานานกว่า

ในทางปฏิบัติ Backup ครั้งแรกอาจต้องส่งข้อมูลจำนวนมากขึ้น ขณะที่ Backup ภายหลังมีข้อมูลเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า

จึงไม่ควรเปรียบเทียบว่า

“เมื่อวานใช้ 10 นาที วันนี้ต้องใช้ 10 นาทีเหมือนกัน”

ขนาด Backup และเครือข่ายในแต่ละครั้งสามารถต่างกันได้

ควรใช้ Next Backup Size และสถานะจริงเป็นตัวช่วยประเมินมากกว่า

㉔ อย่าปิด iCloud Backup ระหว่างกำลังแก้ปัญหาแบบสุ่ม

การปิด Backup แล้วเปิดใหม่ไม่ควรเป็นวิธีแรกโดยไม่เข้าใจผล

Apple ระบุว่า Backup ที่หยุดใช้งานจะมีนโยบายการเก็บรักษาตามระบบ และการลบ Backup มีผลต่อข้อมูลใน iCloud

ดังนั้นให้เริ่มจาก

Wi-Fi → Storage → Update → Restart

ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า Backup ครั้งใหญ่

㉕ ไม่ควร Factory Reset เพื่อแก้ Backup ค้าง

Factory Reset เป็นการล้างข้อมูลในเครื่อง

แต่เป้าหมายของการทำ Backup คือสร้างสำเนาก่อนที่ข้อมูลจะถูกล้างหรือเครื่องมีปัญหา

ดังนั้นหาก Backup ยังไม่สำเร็จและมีข้อมูลอยู่เฉพาะบน iPhone การ Factory Reset จะเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ควรแก้ Backup หรือสร้าง Computer Backup ก่อน

㉖ ถ้า iCloud Backup ยังไม่สำเร็จ สำรองลงคอมพิวเตอร์ได้

ถ้าต้องรีบมี Backup แต่ iCloud ยังมีปัญหา สามารถใช้ Mac หรือ Windows PC สร้าง Local Backup เป็นทางเลือกเพิ่มเติม

นี่มีประโยชน์มากก่อน

  • Factory Reset
  • ส่งซ่อม
  • เปลี่ยน iPhone
  • อัปเดตระบบสำคัญ

ไม่จำเป็นต้องรอให้ iCloud ทำงานได้ก่อนจึงจะสร้าง Backup อีกประเภทหนึ่งได้

㉗ ก่อนรีเซ็ต iPhone ต้องตรวจอะไร?

ตรวจอย่างน้อย

iCloud Backup — ล่าสุดเมื่อไร

Photos — Sync/Backup แล้วหรือยัง

Contacts — อยู่ใน iCloud หรือบัญชีที่ใช้หรือไม่

Messages — ตรวจแล้ว

Files — สำคัญอยู่ที่ไหน

Notes — Sync แล้วหรือไม่

แอปสำคัญ — มีข้อมูล Local หรือไม่

Authenticator — ย้ายหรือสำรองตามระบบแล้ว

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าข้อมูลสำคัญอยู่ที่ไหน อย่าเพิ่ง Erase All Content and Settings

㉘ วิธีแก้ iCloud Backup ค้างแบบเร็วที่สุด

ทำตามลำดับนี้

1. เปิด Settings > [ชื่อ] > iCloud > iCloud Backup

2. ตรวจ Back Up This iPhone

3. ตรวจ Backup ล่าสุด

4. ต่อ Wi-Fi ที่เสถียร

5. เสียบชาร์จ

6. ตรวจ Upload Speed

7. ตรวจพื้นที่ iCloud

8. ตรวจ Next Backup Size

9. Restart iPhone

10. ตรวจ Software Update

11. ทดลอง Wi-Fi เครือข่ายอื่น

12. ปล่อยต่อไฟและ Wi-Fi หาก Backup ยังมีความคืบหน้า

Apple แนะนำขั้นตอนหลักคือ Wi-Fi, Software Update, ลองเครือข่ายอื่น และตรวจพื้นที่ iCloud เมื่อ Backup ไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้

㉙ ถ้าปล่อย 24 ชั่วโมงแล้วยังไม่เสร็จ

Apple แนะนำว่า หาก Backup ใช้เวลานาน ให้ปล่อยเครื่องต่อไฟและ Wi-Fi 24 ชั่วโมง และหากยังไม่เสร็จให้ เก็บสำเนาข้อมูลสำคัญ ก่อนลองแก้ตามขั้นตอนใหม่

ข้อมูลสำคัญสามารถพิจารณาสำรองเพิ่มไปยัง

  • Mac
  • Windows PC
  • Cloud อื่นตามประเภทข้อมูล

โดยเฉพาะรูป วิดีโอ และเอกสารที่มีเพียงสำเนาเดียว

㉚ สิ่งที่ไม่ควรทำ

เมื่อ iCloud Backup ค้าง ไม่ควรรีบ

  • Factory Reset
  • Sign out Apple Account แบบสุ่ม
  • ลบ Backup ปัจจุบัน
  • ลบรูปจำนวนมากโดยไม่ตรวจ iCloud Photos
  • ปิด Backup ของแอปสำคัญ
  • ลบ iCloud Drive แบบสุ่ม
  • รีเซ็ตเครื่องซ้ำ
  • ซื้อพื้นที่เพิ่มก่อนตรวจ Next Backup Size
  • เชื่อว่า Backup ค้างเพราะ iPhone เสียทันที

ควรแก้ตามสาเหตุทีละจุด

สรุป iCloud Backup ค้างหรือสำรองข้อมูลไม่เสร็จ แก้อย่างไร?

หาก iCloud Backup ค้างหรือสำรองข้อมูลไม่เสร็จ ให้เริ่มจากตรวจ

  • Wi-Fi
  • Upload Speed
  • พื้นที่ iCloud
  • Next Backup Size
  • Software Update
  • สถานะ Restore
  • Backup ล่าสุด

Apple แนะนำว่าหากขึ้นว่า Backup ล่าสุดไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ ให้ตรวจ Wi-Fi อัปเดต Software ทดลอง Wi-Fi อื่น และยืนยันว่ามีพื้นที่ iCloud เพียงพอ

ถ้า Backup เพียงแค่ ใช้เวลานาน Apple แนะนำให้ตรวจ Upload Speed และปล่อย iPhone ต่อไฟและ Wi-Fiได้นานถึง 24 ชั่วโมง ก่อนสรุปว่ากระบวนการมีปัญหา

สำหรับ Automatic Backup ควรเปิด Back Up This iPhone พร้อมต่อไฟ ต่อ Wi-Fi และล็อกหน้าจอ

และถ้าพื้นที่ไม่พอ ให้ตรวจ Next Backup Size ก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาลดข้อมูลใน Backup หรือเพิ่มพื้นที่ ไม่ควรสุ่มลบรูปหรือข้อมูลสำคัญ

หลักที่ comsiam แนะนำคือ เช็ก Wi-Fi → เช็กพื้นที่ → เช็กขนาด Backup → ต่อไฟ → รออย่างเหมาะสม → ตรวจ Backup ล่าสุด → แล้วค่อยแก้ขั้นต่อไป

อย่า Factory Reset จนกว่าจะมี Backup ที่ตรวจสอบได้ เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุดไม่ใช่ทำให้แถบ Backup วิ่งเร็วขึ้น แต่คือทำให้ข้อมูลสำคัญยังมีสำเนาที่สามารถนำกลับมาใช้ได้จริง