Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือ Android เปิด Backup by Google One ไว้แล้ว แต่กลับขึ้นว่าสำรองข้อมูลไม่สำเร็จ กด Back up now แล้วไม่มีความคืบหน้า วันที่สำรองล่าสุดไม่เปลี่ยน หรือขึ้น Backup incomplete เป็นปัญหาที่ควรแก้ให้เรียบร้อยก่อนรีเซ็ตมือถือ เปลี่ยนเครื่อง หรือส่งเครื่องซ่อม
Google แนะนำให้เริ่มตรวจจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แบตเตอรี่ แอป Google One และพื้นที่ของบัญชี Google หากพื้นที่ Cloud หมด จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่หรือลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นก่อนจึงจะสำรองข้อมูลต่อได้
บทความนี้ comsiam จะพาแก้ปัญหา Android Backup ไม่สำเร็จแบบเป็นขั้นตอน โดยเน้นรักษาข้อมูลต้นฉบับในเครื่องไว้ก่อน และไม่ใช้ Factory Reset เป็นวิธีทดลองแก้ปัญหา
บน Android รุ่นปัจจุบัน โดยทั่วไปสามารถเข้า
Settings > Google > All services > Backup
ภายใต้ส่วน Backup and restore
จากนั้นตรวจว่าเปิดระบบ Backup อยู่หรือไม่
หากต้องการสำรองทันที สามารถเลือก
Back up now
Google ระบุเส้นทางดังกล่าวสำหรับการสำรองข้อมูล Android ด้วยตนเอง
ชื่อเมนูอาจแตกต่างเล็กน้อยใน Samsung, Xiaomi, OPPO, vivo, Pixel และมือถือ Android ยี่ห้ออื่น
ถ้ากด Back up now แล้วสถานะยังไม่เปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องกดซ้ำหลายครั้งติดต่อกัน
ให้ตรวจตามลำดับก่อนว่า
Google แนะนำจุดตรวจเหล่านี้โดยตรงสำหรับปัญหาการ Backup
หากมือถือมี Gmail หลายบัญชี ปัญหาอาจเกิดจากกำลังดูคนละบัญชีกับที่ใช้สำรองข้อมูล
เข้า
Settings > Google > All services > Backup > Account storage
จากนั้นดูว่ากำลังเลือกบัญชีใด
Google รองรับการเลือกและสลับบัญชีสำหรับ Backup จากเมนู Account storage
ตัวอย่างเช่น
ถ้าเลือกผิดบัญชี อาจดูเหมือนว่า Backup เดิมหายหรือไม่มีการสำรองล่าสุด
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ พื้นที่ Google เต็ม
พื้นที่ของบัญชี Google ถูกใช้กับบริการหลายประเภท จึงควรเข้า Google One Storage Manager แล้วดูว่าพื้นที่เหลือเท่าไรและมี Backup ที่กำลังรอใช้พื้นที่เท่าใด Google ระบุว่า Storage Manager สามารถแสดงพื้นที่ที่ต้องเคลียร์และขนาด Pending Backup ได้
หากพื้นที่เต็ม มีทางเลือกหลักคือ
แต่ควรตรวจข้อมูลก่อนลบทุกครั้ง
Phone Storage กับ Google Account Storage เป็นคนละพื้นที่
ตัวอย่างเช่น
มือถืออาจเหลือ 50 GB
แต่ Google Account เหลือ 0 GB
ในสถานการณ์นี้ Android ยังเก็บไฟล์ในเครื่องได้ แต่ Cloud Backup อาจไม่สามารถสร้าง Backup ใหม่ได้เนื่องจากพื้นที่บัญชีไม่พอ
กลับกัน หาก Google Account ยังเหลือมาก แต่ Internal Storage ของมือถือเต็ม ระบบและแอปต่าง ๆ ก็อาจทำงานผิดปกติได้
จึงควรตรวจทั้งสองพื้นที่
Google แนะนำว่าหากกำลังใช้ Mobile Data แล้วมีปัญหา Backup ให้ลองเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อการเชื่อมต่อที่ดีกว่า
ให้ทดลอง
หาก Backup เริ่มทำงานหลังเปลี่ยน Wi-Fi ปัญหาน่าจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเดิม
การเห็นสัญลักษณ์ Wi-Fi ไม่ได้หมายความว่าอินเทอร์เน็ตใช้งานได้จริงเสมอไป
ลองเปิดเว็บไซต์หรือแอปออนไลน์ก่อน
หากเปิดไม่ได้ ให้แก้ Wi-Fi ก่อน เช่น
เมื่ออินเทอร์เน็ตทำงานปกติแล้วค่อยกด Backup ใหม่
Google แนะนำให้ตรวจด้วยว่าโทรศัพท์มีแบตเตอรี่เพียงพอเมื่อแก้ปัญหา Backup
หากแบตต่ำมาก ให้เสียบชาร์จแล้วค่อยเริ่มสำรองข้อมูล
โดยเฉพาะ Backup ครั้งแรกหรือเครื่องที่มีข้อมูลจำนวนมาก เพราะกระบวนการอาจใช้เวลานาน
มือถือ Android หลายยี่ห้อจำกัดการทำงานเบื้องหลังเมื่อเปิด
Battery Saver
Power Saving
หรือ
Ultra Power Saving
ถ้าพบว่า Backup ทำงานเมื่อเปิดหน้าจอ แต่หยุดเมื่อปิดหน้าจอ ให้ทดลองปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ชั่วคราว
จากนั้น
แล้วดูว่าสถานะ Backup มีความคืบหน้าหรือไม่
ก่อนใช้วิธีที่รุนแรง ให้ Restart เครื่องก่อน
หลังเปิดกลับมา
การ Restart ไม่ลบข้อมูลและเหมาะสำหรับแก้ปัญหาชั่วคราวของบริการเบื้องหลัง
Google แนะนำให้ติดตั้งหรืออัปเดตแอป Google One เมื่อพบปัญหาการสำรองข้อมูล
เปิด Google Play Store
ค้นหา
Google One
หากมีปุ่ม
Update
ให้อัปเดตผ่าน Play Store
ไม่ควรดาวน์โหลด APK Google One จากเว็บไซต์สุ่มเพื่อแก้ปัญหา Backup
ถ้ามือถือไม่ได้อัปเดตมานาน ให้ตรวจ
Settings > System > Software update
หรือตำแหน่งที่ผู้ผลิตกำหนด
ระบบ Backup เชื่อมโยงกับบริการหลายส่วนของ Android การใช้เวอร์ชันที่ผู้ผลิตยังรองรับและอัปเดตล่าสุดสำหรับเครื่องนั้นช่วยลดปัญหาความเข้ากันได้
ก่อนอัปเดตระบบควรมีแบตเตอรี่และพื้นที่ว่างเพียงพอ
Android ยังมี Google Play system update แยกจาก Firmware ของผู้ผลิตในอุปกรณ์ที่รองรับ
ตำแหน่งมักอยู่ในส่วน
Security & privacy
หรือ
About phone
ชื่อเมนูขึ้นอยู่กับ Android เวอร์ชัน
หากมีอัปเดตค้างอยู่ ให้ดำเนินการผ่านระบบของมือถือ แล้ว Restart ก่อนทดลอง Backup ใหม่
Google ระบุในแนวทางแก้ปัญหา Backup/Restore ว่าควรตรวจให้แน่ใจว่า Storage ภายในเครื่องมีพื้นที่เพียงพอด้วย
เปิด
Settings > Storage
หากเหลือใกล้ 0 GB ให้คืนพื้นที่จากสิ่งที่ปลอดภัย เช่น
อย่าลบรูปหรือเอกสารที่ยังไม่ได้ Backup เพื่อสร้างพื้นที่แบบเร่งด่วน
เข้า
Settings > Google > All services > Backup
จากนั้นดูรายละเอียดว่าอะไรถูกสำรองแล้ว
เช่น
Google ระบุว่า Android สามารถแสดงข้อมูลที่รวมอยู่ใน Backup และสามารถสั่ง Backup ด้วยตนเองจากหน้านี้ได้
ถ้ามีเพียงข้อมูลประเภทหนึ่งที่ไม่สำเร็จ ควรแก้เฉพาะส่วนนั้นแทนการล้างระบบทั้งหมด
ไม่จำเป็น
Google ระบุว่า Backup อาจใช้เวลาสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง กว่าจะเสร็จในบางกรณี
จึงควรดูว่า
หากเพิ่งเปิด Backup เป็นครั้งแรก ไม่ควร Factory Reset เพียงเพราะยังไม่เสร็จภายในไม่กี่นาที
นี่เป็นข้อสำคัญมาก
Google ระบุว่า ไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore ข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดได้
ดังนั้นแม้ Backup สำเร็จแล้ว ก็ไม่ควรคิดว่า
“ทุกไฟล์ ทุกแชต และทุกข้อมูลในทุกแอปจะกลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด”
ข้อมูลสำคัญควรตรวจระบบ Backup ของแอปนั้นเพิ่มเติม
Device Backup กับ Google Photos ไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
ก่อน Factory Reset ให้เปิด Google Photos แล้วตรวจว่า
Google เองแนะนำให้ใช้ Google Photos สำหรับ Backup รูปเมื่อย้ายอุปกรณ์ Android
ดังนั้นเห็น Device Backup สำเร็จแล้วก็ยังควรตรวจ Photos อีกครั้ง
แอปบางประเภทมีระบบ Backup ของตัวเอง
Google ระบุในขั้นตอนย้าย Android ว่า WhatsApp ต้องเปิด WhatsApp Backup บนเครื่องเก่าก่อนเพื่อให้สามารถกู้ Chat และข้อมูลจาก Cloud ได้ตามระบบของแอป
หลักเดียวกันนี้ใช้กับแอปอื่น ๆ ได้คือ
อย่าคิดว่า Android Backup จะเก็บ Chat ของทุกแอปให้ทั้งหมด
ให้ตรวจเมนู Backup ภายในแอปสำคัญด้วย
หากมีรายชื่อสำคัญ ให้ตรวจว่าเก็บไว้กับ Google Account หรือไม่
รายชื่อบางส่วนอาจอยู่ใน
ก่อน Factory Reset ควรยืนยันว่ารายชื่อที่ต้องการอยู่บนบัญชีที่สามารถ Sync กลับมาได้ หรือ Export สำรองไว้อีกชุด
ไฟล์ใน
Downloads
Documents
หรือโฟลเดอร์ที่สร้างเอง ไม่ควรพึ่ง Android Backup อย่างเดียว
เปิด Files หรือ My Files แล้วตรวจ
จากนั้น Copy ข้อมูลสำคัญไปคอมพิวเตอร์หรือ Cloud เพิ่มอีกชุด
Google แนะนำว่าเมื่อย้ายเครื่อง หากต้องจัดการไฟล์และโฟลเดอร์สามารถใช้ Google Drive หรือถ่ายโอนระหว่างคอมพิวเตอร์กับ Android ได้
เมื่อ Backup ไม่สำเร็จ บางคนอาจพยายามล้างข้อมูล System App หลายตัว
ไม่ควรเริ่มจาก
เพราะมีผลกับบริการหรือการตั้งค่าหลายส่วน
ให้เริ่มจาก
Internet → Account → Storage → Battery → Update → Restart
ก่อน
ถ้าแอป Google One เปิดผิดปกติ สามารถตรวจ Cache ของแอปบน Android ได้จาก
Settings > Apps > Google One > Storage & cache
หากต้องการทดลอง ควรเริ่มจาก
Clear Cache
ไม่ใช่
Clear Storage / Clear Data
เพราะ Clear Data มีผลมากกว่าและอาจรีเซ็ตข้อมูลการตั้งค่าของแอป
อย่างไรก็ตาม Google แนะนำการตรวจออนไลน์ แบตเตอรี่ เวอร์ชันแอป และ Storage ก่อน จึงควรเริ่มจากจุดเหล่านั้น
การ Remove Google Account ออกจากมือถือไม่ควรเป็นขั้นตอนแรกสำหรับ Backup Failed
โดยเฉพาะหาก
ควรตรวจบัญชีและ Password ให้พร้อมก่อนเปลี่ยนแปลง Account ใด ๆ
Google ระบุว่าระหว่าง Restore Backup อาจต้องใช้ PIN, Pattern หรือ Password ของเครื่องเดิมในบางสถานการณ์
ดังนั้นก่อนรีเซ็ตหรือเปลี่ยนเครื่อง ควรจำ
ให้ได้
อย่าล้างเครื่องหากไม่แน่ใจว่ากลับเข้าบัญชีเดิมได้
Factory Reset ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับแก้ปัญหา Backup
ถ้า Backup ล่าสุดยังล้มเหลว การ Reset จะทำให้ต้นฉบับข้อมูลในเครื่องถูกลบ
Google เองจัดขั้นตอน Backup ก่อน แล้วจึง Reset ไว้ตามลำดับ
ดังนั้นต้องยืนยันข้อมูลสำคัญก่อนทุกครั้ง
ตรวจให้ครบ
Google Backup — ล่าสุดหรือยัง
Google Photos — รูปครบหรือยัง
Contacts — Sync แล้วหรือยัง
แชตสำคัญ — Backup แล้วหรือยัง
Documents — Copy แล้วหรือยัง
Downloads — ตรวจแล้วหรือยัง
Authenticator — ย้าย/สำรองแล้วหรือยัง
SD Card — มีข้อมูลสำคัญหรือไม่
Google Account Password — จำได้หรือไม่
ถ้าข้อใดยังไม่แน่ใจ อย่าเพิ่ง Factory Reset
Google ระบุว่าในการ Restore ข้อมูล อุปกรณ์ใหม่ควรใช้ Android เวอร์ชันเดียวกันหรือใหม่กว่าอุปกรณ์เดิมในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกู้ Backup
และข้อมูล Backup จาก Android รุ่นใหม่กว่าไม่ควรถูกคาดหวังว่าจะ Restore ลง Android รุ่นเก่ากว่าได้อย่างสมบูรณ์
จึงควรตรวจเวอร์ชันของเครื่องใหม่หากปัญหาเกิดในขั้น Restore
หากกำลังเปลี่ยนมือถือ
อย่ารีบขายหรือรีเซ็ตเครื่องเก่าทันทีหลังตั้งเครื่องใหม่
ควรตรวจ
ก่อน
Google ระบุว่าสามารถเลือก Backup และข้อมูลที่ต้องการ Restore ระหว่างการตั้งค่าเครื่อง Android ใหม่ได้
เมื่อยืนยันว่าข้อมูลสำคัญมาแล้วจึงค่อยจัดการเครื่องเก่า
ทำตามลำดับนี้
1. เข้า Settings > Google > All services > Backup
2. ตรวจว่า Backup เปิดอยู่
3. ตรวจ Account storage
4. ตรวจพื้นที่ Google Account
5. ต่อ Wi-Fi ที่เสถียร
6. ชาร์จแบตเตอรี่
7. ปิด Battery Saver ชั่วคราว
8. Restart มือถือ
9. Update Google One
10. ตรวจพื้นที่ในมือถือ
11. กด Back up now
12. ตรวจ Backup details
13. รอการประมวลผล ซึ่งบางกรณีอาจใช้ถึง 24 ชั่วโมง
Google แนะนำให้ตรวจ Online connection, Battery, Google One app และ Storage โดยตรงเมื่อแก้ปัญหา Backup
หากยังไม่สำเร็จ ให้แยกว่า
Backup ทุกอย่างล้มเหลว
หรือ
มีเพียงข้อมูลบางประเภทล้มเหลว
ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะแอปหนึ่ง อาจเกี่ยวกับข้อจำกัดของแอป เพราะ Google ระบุว่าไม่ใช่ทุกแอปจะ Backup และ Restore ข้อมูลทั้งหมดได้
ถ้าระบบ Backup ทั้งหมดไม่ทำงาน ให้กลับไปตรวจ
อีกครั้ง
เมื่อ Android Backup ไม่สำเร็จ อย่ารีบ
เป้าหมายแรกคือ รักษาต้นฉบับในเครื่องจนกว่าจะมี Backup ที่ตรวจสอบได้
หาก Android สำรองข้อมูล Google One ไม่สำเร็จ ให้เริ่มจาก
Settings > Google > All services > Backup
แล้วตรวจว่า Backup เปิดอยู่ ใช้ Google Account ถูกบัญชี และลอง Back up now ตามขั้นตอนที่ Google รองรับ
จากนั้นตรวจ 5 จุดหลัก
Google แนะนำจุดตรวจเหล่านี้สำหรับการแก้ Backup โดยตรง และระบุว่า Backup บางครั้งอาจใช้เวลาสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมงจึงจะเสร็จ
ที่สำคัญคือ อย่า Factory Reset ขณะที่ Backup ยังขึ้น Failed หรือ Incomplete และอย่าคิดว่า Google One จะสำรองข้อมูลทุกแอปครบ 100% เพราะ Google ระบุว่าแอปแต่ละตัวอาจรองรับการ Backup และ Restore แตกต่างกัน
ก่อนล้างหรือเปลี่ยนเครื่อง comsiam แนะนำให้ตรวจ Google Photos, Contacts, แอปแชต, Documents และไฟล์สำคัญแยกอีกครั้ง
จำง่าย ๆ ว่า เช็กบัญชี → เช็กพื้นที่ → เช็ก Wi-Fi → ชาร์จเครื่อง → Restart → Back up now → ตรวจ Backup details → ยืนยันข้อมูลก่อนรีเซ็ต จะปลอดภัยกว่าการล้างระบบทั้งที่ยังไม่มีสำเนาข้อมูลที่แน่นอน