Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือ Android ขึ้นข้อความ “Google Play Services หยุดทำงาน”, “Google Play services keeps stopping”, “Google Play services has stopped” หรือมีข้อความเด้งซ้ำจนใช้งานเครื่องลำบาก มักเกี่ยวข้องกับ Google Play Services เอง ข้อมูลชั่วคราวเสีย ระบบยังไม่ได้อัปเดต หรือ Google Play Store และบริการ Google ทำงานไม่สมบูรณ์
Google แนะนำให้เริ่มจาก ตรวจว่า Google Play Services เป็นเวอร์ชันล่าสุด → ล้าง Cache/Data ของ Google Play Services → ล้าง Cache/Data ของ Google Play Store ตามลำดับ หากขั้นตอนพื้นฐานไม่สามารถแก้ปัญหาได้
สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิ่ง Factory Reset มือถือ เพราะยังมีวิธีแก้อีกหลายขั้นที่ไม่ต้องล้างเครื่อง
Google Play Services เป็นบริการระบบที่ช่วยให้แอปบน Android เชื่อมต่อกับบริการของ Google และฟังก์ชันต่าง ๆ ของระบบ
เมื่อ Google Play Services มีปัญหา อาจกระทบหลายแอปพร้อมกัน เช่น
Google ระบุว่า Google Play Services ช่วยให้แอปและอุปกรณ์ Android ทำงานร่วมกับบริการต่าง ๆ ของ Google ได้ จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบ Android
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
ถ้า Error เกิดกับหลายแอปพร้อมกัน ควรตรวจ Google Play Services ก่อนที่จะไล่ Clear Data ทุกแอปแยกกัน
ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าระบบ ให้ลอง Restart เครื่องก่อน
ทำได้โดย
Power → Restart
จากนั้นรอ Android เปิดขึ้นมาแล้วทดสอบใช้งานอีกครั้ง
ถ้า Error เกิดเพียงชั่วคราว การ Restart อาจช่วยให้ Process ของบริการ Google เริ่มต้นใหม่ได้
ถ้ายังขึ้น Google Play Services Keeps Stopping ให้เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
Google แนะนำให้ตรวจว่า Google Play Services เป็นเวอร์ชันล่าสุดเป็นขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหา
บน Android รุ่นใหม่ Google ระบุเส้นทางประมาณ
Settings → รูปโปรไฟล์ → All services → System services → Google Play services
จากนั้นเลือก
Update หรือ Install
หากมีตัวเลือกดังกล่าว
ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตาม Samsung, OPPO, vivo, Xiaomi, realme และ Android เวอร์ชัน
ถ้าหาไม่เจอ ให้ค้นคำว่า
Google Play services
ใน Settings
Google Play Services กับ Google Play System Update ไม่ใช่สิ่งเดียวกันทั้งหมด แต่ทั้งคู่เกี่ยวข้องกับบริการระบบของ Google
Google ระบุว่าสามารถตรวจข้อมูลเหล่านี้ได้จากเมนู Android Version
โดยทั่วไปสามารถเข้า
Settings → About phone → Android version
แล้วตรวจว่า Google Play System Update มีเวอร์ชันใหม่หรือไม่
ถ้ามี ให้ติดตั้งแล้ว Restart เครื่อง
Google ระบุว่า Google System Services Updates มีเป้าหมายช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความเสถียร และความสามารถของอุปกรณ์ Android
อย่าตรวจเฉพาะ Play Services
ควรตรวจ Android System Update ด้วย
ไปที่
Settings → System → System Update
หรือ
Settings → About phone → Software Update
ตามยี่ห้อของมือถือ
Google ระบุว่าสามารถตรวจ Android version และ Security Update ได้จาก Settings และติดตั้ง Update ที่พร้อมใช้งานได้จากระบบ
หลังอัปเดตแล้วควร Restart โทรศัพท์อีกครั้ง
หาก Update แล้วไม่หาย ให้เริ่มจาก Clear Cache ก่อน Clear Data
Google แนะนำขั้นตอนการล้าง Cache ของ Google Play Services โดยตรง
โดยทั่วไปเข้า
Settings → Apps → Google Play services → Storage & cache
แล้วเลือก
Clear cache
จากนั้น
Clear Cache เน้นล้างข้อมูลชั่วคราว จึงควรเป็นขั้นตอนก่อน Clear All Data
Google Play Services เป็น System Service จึงอาจไม่แสดงเหมือนแอปทั่วไปใน Android บางรุ่น
ลอง
Settings → Apps → See all apps
แล้วค้นหา
Google Play services
หากมีเมนูแสดง System Apps ให้เปิดการแสดง System Apps ก่อน
Google เองระบุในขั้นตอน Troubleshooting ว่า หากไม่พบ Google Play Services ให้เข้าเมนูดูแอปทั้งหมดก่อน
ทำได้ แต่ควรอยู่หลัง Clear Cache และ Update
Google แนะนำ Clear cache & data from Google Play services เป็นขั้นตอนแก้ปัญหาเมื่อบริการนี้ทำงานไม่ถูกต้อง
โดยทั่วไปเข้า
Settings → Apps → Google Play services → Storage & cache → Manage space
จากนั้นอาจมี
Clear all data
แต่ต้องระวังมากกว่า Clear Cache
เพราะข้อมูลและการยืนยันบริการบางอย่างของ Google อาจต้องตั้งค่าใหม่หลังจากนั้น
ดังนั้นควรเริ่มจาก Cache ก่อนเสมอ
ก่อนล้างข้อมูล Google Play Services ควรแน่ใจว่า
เหตุผลคือ Google Play Services มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อหลายบริการของ Google
ถ้าไม่มั่นใจ ควรลองขั้นตอนอื่นให้ครบก่อน Clear All Data
Google แนะนำว่า หากแก้ Google Play Services แล้วยังมีปัญหา ให้ล้าง Cache และ Data ของ Google Play Store ต่อ
เข้า
Settings → Apps → Google Play Store → Storage & cache
จากนั้น
Google ระบุว่าการ Clear Cache ของ Play Store เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดในการแก้ปัญหา Google Play Store
โดยทั่วไปไม่ได้ถอนแอปทั้งหมดออกจากโทรศัพท์
แต่ Google ระบุว่าการ Clear Cache/Data ของ Play Store อาจรีเซ็ตการตั้งค่าบางอย่าง เช่น
และเมื่อเปิด Play Store อีกครั้งอาจต้องยอมรับ Terms of Service ใหม่
ดังนั้นไม่ต้องตกใจหาก Play Store กลับมาเหมือนตั้งค่าใหม่บางส่วน
ถ้าเปิด Play Store ได้ ให้ตรวจเวอร์ชันของ Play Store ด้วย
Google ระบุขั้นตอนว่า
Google Play Store → Profile → Settings → About → Update Play Store
หากมี Update ระบบจะดาวน์โหลดและติดตั้งให้
หลังจากนั้น Restart แล้วทดสอบอีกครั้ง
มีผล โดยเฉพาะกรณี Google Play Services ต้องเชื่อมต่อกับบริการออนไลน์
ลอง
Google แนะนำให้ตรวจ Wi-Fi และพื้นที่จัดเก็บ รวมถึง System Update เมื่อมีปัญหา Google Play
ถ้าเปลี่ยนเครือข่ายแล้วอาการหาย ควรตรวจ Network เดิมเพิ่มเติม
พื้นที่ใกล้เต็มสามารถทำให้ Android ทำงานผิดปกติหลายอย่างได้
เปิด
Settings → Storage
แล้วตรวจพื้นที่ว่าง
หากใกล้เต็ม ให้ลบหรือย้าย
Google แนะนำให้ตรวจ Storage Space เป็นหนึ่งในขั้นตอนแก้ปัญหา Google Play เช่นกัน
หาก Google Play Services Keeps Stopping เริ่มหลัง System Update ให้ลอง
อย่ารีบ Factory Reset ทันที
เพราะอาจมี Update ย่อยตามมาแก้ปัญหาหลังการอัปเดตหลัก
หากเริ่มเกิดทันทีหลัง Play Services อัปเดต ให้ตรวจก่อนว่ามี Update ใหม่กว่าออกมาแล้วหรือไม่
Google System Services มีการอัปเดตต่อเนื่องเพื่อปรับด้านความปลอดภัยและความเสถียรของ Android
ดังนั้นขั้นตอนแรกควรเป็นการตรวจ Update ก่อนพยายามแก้ไฟล์ระบบแบบอื่น
ถ้า
พร้อมกัน ให้เน้น Google Play Services และระบบก่อน
เพราะมีโอกาสมากกว่าที่หลายแอปจะเสียพร้อมกันโดยบังเอิญ
ให้ตรวจ
Play Services → Play Store → Google Play System Update → Android Update
ตามลำดับ
กรณีนี้พบได้ เพราะ Play Store พึ่งพาบริการระบบของ Google
ให้ทำตามลำดับ
Google จัดขั้นตอนเหล่านี้ไว้ในแนวทาง Troubleshooting ของ Google Play Services และ Play Store โดยตรง
ไม่ควรเป็นวิธีแรก
ก่อน Remove Google Account ให้ลอง
ให้ครบก่อน
หากสุดท้ายต้องถอดบัญชี ต้องแน่ใจว่าจำ
ได้
เพราะหลังเพิ่มบัญชีกลับจะต้อง Sign in ใหม่
หาก Play Services มี Error ไม่ควรรีบค้นหา APK จากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก
ความเสี่ยงคือ
Google มีช่องทาง Update Google Play Services ผ่านระบบของ Android โดยตรง จึงควรใช้ช่องทางของ Google ก่อน
ถ้าข้อความเด้งซ้ำจนใช้งาน Settings ลำบาก ให้ลอง
ถ้ายังใช้งานไม่ได้ อาจต้องพิจารณา Safe Mode เพื่อแยกว่าแอปที่ติดตั้งเพิ่มกำลังทำให้ระบบผิดปกติหรือไม่
หาก Safe Mode แล้วยังมี Error เช่นเดิม ให้เน้นระบบ Google และ Android มากกว่าแอปภายนอก
หากเห็น Google Play Services ใช้แบตเตอรี่สูงร่วมกับอาการ Error อย่าเพิ่ง Disable บริการ
Google Play Services เป็นส่วนสำคัญของระบบ Android และหลายแอปใช้บริการนี้
ควรแก้ต้นเหตุ เช่น
มากกว่าการ Disable System Service โดยตรง
การ Disable หรือบังคับปิดบริการระบบอย่างไม่เข้าใจอาจทำให้แอป Google และแอปอื่นทำงานผิดปกติ
ถ้าจุดประสงค์คือแก้ Error ให้ใช้วิธีที่ Google แนะนำก่อน คือ
Update → Clear Cache/Data → Clear Play Store Cache/Data
หลีกเลี่ยงการ Disable System Component เป็นวิธีแรก
สำหรับ Google Play Services Keeps Stopping Factory Reset ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
ควรลองให้ครบก่อน
หากทำทั้งหมดแล้วระบบยัง Error หนักทั่วทั้งเครื่อง จึงค่อยพิจารณาการสำรองข้อมูลและ Factory Reset เป็นทางเลือกท้าย ๆ
ถ้าต้องการลองทันที ให้ทำตามนี้
Google เองแนะนำแกนหลักคือ Update Google Play Services → Clear Cache/Data ของ Play Services → Clear Cache/Data ของ Play Store
ถ้ามือถือ Android ขึ้น Google Play Services หยุดทำงาน หรือ Google Play Services Keeps Stopping ให้เริ่มจากวิธีที่ไม่กระทบข้อมูลก่อน
Restart → Update Google Play Services → Google Play System Update → Android Update → Clear Cache Play Services → Clear Cache/Data Play Store
Google แนะนำให้ตรวจว่า Google Play Services เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน จากนั้นจึงล้าง Cache/Data ของ Play Services และ Play Store ตามลำดับหากยังมีปัญหา
หากจำเป็นต้อง Clear All Data ของ Google Play Services ให้เตรียมข้อมูลบัญชี Google และการยืนยันบริการต่าง ๆ ให้พร้อมก่อน
และไม่ควรแก้ด้วยการดาวน์โหลด APK จากแหล่งไม่รู้จักหรือ Factory Reset โทรศัพท์ทันที เพราะยังมีวิธีแก้ที่ปลอดภัยกว่าหลายขั้น
หมายถึงบริการ Google Play Services เกิด Crash หรือไม่สามารถทำงานต่อได้ ซึ่งอาจกระทบ Play Store และแอปอื่นที่ใช้บริการ Google
เริ่มจาก Restart และตรวจว่า Google Play Services เป็นเวอร์ชันล่าสุด Google แนะนำให้ Update เป็นขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหา
Clear Cache เน้นล้างไฟล์ชั่วคราว จึงควรใช้ก่อน Clear All Data
ไม่ใช่ Factory Reset ทั้งเครื่อง แต่มีผลมากกว่า Clear Cache และอาจทำให้ต้องตั้งค่าหรือยืนยันบริการบางอย่างใหม่ จึงควรใช้หลังขั้นตอนอื่นไม่สำเร็จ
ไม่เหมือนกัน Play Store เป็นร้านดาวน์โหลดแอป ส่วน Google Play Services เป็นบริการระบบที่แอปและบริการ Google หลายส่วนใช้ร่วมกัน
ควรตรวจ เพราะ Android แสดง Google Play System Update แยกจาก Android Security Update และ Android Version
ไม่ควรเป็นวิธีแรก ให้ลอง Update, Clear Cache/Data ของ Play Services และ Play Store รวมถึงตรวจ System Update ให้ครบก่อน