Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

เปิด Google Photos แล้วเห็นว่า Backup complete หรือสำรองข้อมูลเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อกลับไปดู Storage ของมือถือ พื้นที่กลับยังเต็มเหมือนเดิม เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนสงสัยว่า “สำรองรูปขึ้น Google Photos แล้วทำไมพื้นที่ในเครื่องไม่เพิ่ม?”
สาเหตุหลักคือ การ Backup กับการลบสำเนาในมือถือเป็นคนละขั้นตอน รูปและวิดีโอที่สำรองขึ้น Google Photos แล้วสามารถยังมีไฟล์ต้นฉบับอยู่ในเครื่องต่อไป จึงยังคงใช้พื้นที่มือถือเหมือนเดิม Google มีฟังก์ชัน Free up space on this device สำหรับนำสำเนาที่สำรองเรียบร้อยแล้วออกจากอุปกรณ์เพื่อคืนพื้นที่โดยเฉพาะ
บทความนี้ comsiam จะอธิบายตั้งแต่การตรวจว่า Backup เสร็จจริงหรือไม่ วิธีใช้ Free up space อย่างถูกต้อง ไปจนถึงสิ่งที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้เผลอลบรูปจาก Google Photos ด้วย
Google Photos Backup มีหน้าที่นำสำเนารูปและวิดีโอจากอุปกรณ์ไปเก็บไว้ในบัญชี Google ที่เลือก แต่ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ต้นฉบับในมือถือจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติทุกครั้ง
ดังนั้นหลัง Backup เสร็จ อาจเกิดสถานการณ์นี้
รูปหนึ่งชุดอยู่ในมือถือ + มีสำเนาอยู่ใน Google Photos
พื้นที่ในมือถือจึงยังถูกใช้อยู่ตามเดิม
หากต้องการคืนพื้นที่ ต้องจัดการสำเนาที่อยู่ในเครื่องเพิ่มเติม โดย Google มีคำสั่ง Free up space สำหรับรูปและวิดีโอที่ตรวจแล้วว่าถูกสำรองเรียบร้อย
อย่าเพิ่งลบรูปออกจากมือถือจนกว่าจะตรวจสถานะ Backup
เปิด Google Photos แล้วแตะรูปโปรไฟล์หรืออักษรย่อของบัญชีด้านบน
Google Photos สามารถแสดงสถานะ เช่น
Backup complete — สำรองรายการที่รออยู่เสร็จแล้ว
Backing up — ยังอยู่ระหว่างสำรอง
Backup is off — ปิดการสำรองอยู่
Backup stopped — การสำรองหยุดชั่วคราว
Google แนะนำให้ตรวจทั้งสถานะ Backup และบัญชี Google ที่กำลังใช้ เพื่อให้แน่ใจว่ารูปถูกสำรองไปยังบัญชีที่ถูกต้อง
หากยังขึ้น Backing up อย่าเพิ่งเริ่มลบรูปจำนวนมาก
ปัญหาที่พบบ่อยคือมี Gmail หลายบัญชีในเครื่อง
เช่น
ก่อนคืนพื้นที่ควรตรวจว่า Google Photos กำลัง Backup ไปยังบัญชีใด
Google ระบุว่าสามารถตรวจ Backup account ได้จากการตั้งค่า Backup ของ Google Photos
ควรจำ Email ของบัญชีนี้ไว้ เพราะหลังจากนำรูปออกจากอุปกรณ์แล้ว คุณต้องใช้บัญชีเดิมเพื่อดูรูปที่สำรองไว้
ถ้าเป็นรูปที่สำคัญมากและไม่อยากเสี่ยง สามารถตรวจสถานะ Backup ของรูปนั้นก่อน
Google Photos มีข้อมูลรายละเอียดของรูปหรือวิดีโอ ซึ่งสามารถแสดงว่ารายการนั้นถูก Backed up แล้วหรือไม่
วิธีนี้เหมาะสำหรับตรวจ
หากเป็นข้อมูลสำคัญมาก ควรมี Backup มากกว่าหนึ่งแห่ง ไม่ควรพึ่ง Cloud เพียงสำเนาเดียว
หาก Google Photos แสดงว่า Backup เสร็จแล้ว และต้องการคืนพื้นที่ในมือถือ ให้ใช้ฟังก์ชัน
Free up space on this device
ชื่อเมนูอาจแตกต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชันของแอป
ฟังก์ชันนี้ออกแบบมาเพื่อค้นหารูปและวิดีโอในอุปกรณ์ที่ Google Photos พิจารณาว่าสำรองเรียบร้อยแล้ว และนำสำเนาในอุปกรณ์ออกเพื่อคืนพื้นที่
นี่เป็นวิธีที่เหมาะกว่าการเปิด Google Photos แล้วกด Delete รูปแบบสุ่ม
เมื่อใช้ Free up space กับรายการที่สำรองแล้ว สำเนาใน Storage ของมือถือจะถูกนำออกเพื่อคืนพื้นที่ ขณะที่รายการที่สำรองไว้ยังสามารถดูได้ผ่าน Google Photos เมื่อใช้บัญชีที่ถูกต้องและมีการเชื่อมต่อที่เหมาะสม
ผลที่เห็นหลังจากนั้นอาจเป็นว่า
รูปยังปรากฏอยู่ใน Google Photos
แต่เมื่อเปิด Gallery ของมือถือหรือดูไฟล์ Local อาจไม่พบสำเนาเดิมแล้ว
นี่เป็นพฤติกรรมที่คาดหมาย เพราะเป้าหมายของ Free up space คือการคืนพื้นที่ภายในอุปกรณ์
นี่เป็นจุดที่สำคัญมาก
คำสั่ง Delete ใน Google Photos กับ Free up space ไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่เข้าใจผล
Google ระบุว่ารูปและวิดีโอที่สำรองแล้ว เมื่อถูกลบผ่าน Google Photos จะถูกส่งไป Trash และรายการที่สำรองแล้วจะอยู่ใน Trash ตามระยะเวลาที่ระบบกำหนดก่อนถูกลบถาวร
ดังนั้นหากจุดประสงค์คือ
“ต้องการเก็บรูปไว้ใน Google Photos แต่เอาสำเนาออกจากมือถือ”
ให้ใช้เครื่องมือที่ออกแบบสำหรับคืนพื้นที่ แทนการกด Delete รูปทั้งหมดจาก Google Photos
เป็นไปได้ และเป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนสับสน
หลังนำ Local Copy ออกจากอุปกรณ์ รูปนั้นอาจไม่ปรากฏใน Gallery แบบเดิม เพราะ Gallery มักแสดงไฟล์ที่มีอยู่ใน Storage ของเครื่อง
แต่หาก Backup สำเร็จ รูปควรยังสามารถพบได้ใน Google Photos ภายใต้บัญชีที่ใช้ Backup
ดังนั้นก่อนใช้ Free up space ควรแน่ใจว่าคุณต้องการเก็บรูปแบบ Cloud และยอมรับได้ที่สำเนา Local บางส่วนจะถูกนำออก
อาจเกิดได้เพราะรูปและวิดีโอที่สามารถนำออกได้มีไม่มาก หรือ Storage ถูกใช้โดยอย่างอื่นเป็นหลัก
ตัวอย่างเช่นมือถือ 128 GB อาจใช้พื้นที่ดังนี้
Photos 10 GB
เกม 25 GB
แอปและข้อมูล 30 GB
Downloads 8 GB
System 20 GB
ในกรณีนี้ ต่อให้จัดการ Google Photos ได้หลาย GB พื้นที่เครื่องก็ยังอาจค่อนข้างเต็มอยู่
ดังนั้นต้องกลับไปตรวจหน้า Settings > Storage ของมือถือด้วย ไม่ควรดู Google Photos เพียงอย่างเดียว
ต้องแยกพื้นที่สองส่วนนี้ให้ออก
พื้นที่มือถือ คือ Storage ภายในเครื่อง
ส่วน พื้นที่บัญชี Google คือพื้นที่ Cloud ที่ใช้ร่วมกับบริการของ Google ตามบัญชี
ดังนั้นอาจเกิดได้ทั้งสองแบบ
มือถือเต็ม แต่พื้นที่ Cloud ยังเหลือ
หรือ
มือถือยังเหลือ แต่พื้นที่ Google Account เต็ม
หากปัญหาคือมือถือเต็ม ต้องลดข้อมูล Local ในมือถือ ส่วนถ้าพื้นที่ Cloud เต็ม ต้องจัดการพื้นที่ของบัญชี Google แยกต่างหาก Google Photos มีเครื่องมือ Manage storage สำหรับจัดการพื้นที่ของบัญชีด้วย
ให้ตรวจสถานะ Backup ก่อน
หากยังมีรายการกำลัง Backup อยู่ เครื่องมืออาจยังไม่สามารถจัดการรายการเหล่านั้นเหมือนรูปที่สำรองเสร็จแล้ว
Google แนะนำให้ตรวจสถานะ Backup จาก Google Photos และตรวจว่า Backup เปิดอยู่ รวมถึงกำลังใช้บัญชีที่ถูกต้อง
ลองทำตามนี้
อย่าปิด Backup แล้วสุ่มลบรูปเพื่อทดลอง
บน Android รูปไม่ได้มีเฉพาะ Camera
อาจมีรูปหรือวิดีโอจาก
การตั้งค่า Backup ของโฟลเดอร์ในอุปกรณ์สามารถแตกต่างกันได้ ดังนั้นอย่าเหมารวมว่าทุกภาพที่เห็นในมือถือถูก Backup แล้วทั้งหมด
Google มีการตั้งค่าสำหรับเลือกโฟลเดอร์ในอุปกรณ์ที่จะสำรอง
ก่อนลบโฟลเดอร์สำคัญ ควรตรวจสถานะของไฟล์จริง
ถ้ารูปถูกบันทึกจากแอปแชตและอยู่ในโฟลเดอร์แยก อาจไม่ได้ถูก Backup หากไม่ได้เปิดการสำรองสำหรับโฟลเดอร์นั้น
ดังนั้นก่อนล้างพื้นที่จำนวนมากควรตรวจรูปจาก
โดยเฉพาะรูปที่มีเพียงสำเนาเดียว
อย่าใช้วิธีลบทั้งโฟลเดอร์จาก File Manager โดยคิดว่า Google Photos Backup ทุกอย่างไว้แล้ว
ต้องระวังเรื่องระบบ Sync และแอปที่ใช้จัดการรูป
วิธีที่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการ เก็บ Backup ใน Google Photos แต่คืนพื้นที่อุปกรณ์ คือใช้ฟังก์ชัน Free up space ที่ Google จัดไว้สำหรับวัตถุประสงค์นี้
การลบผ่าน Gallery หรือแอปอื่นควรทำก็ต่อเมื่อเข้าใจว่ากำลังลบสำเนาใด และได้ตรวจ Backup แล้ว
หากเป็นรูปสำคัญมาก ควรทดสอบกับรูปที่ไม่สำคัญก่อนหนึ่งหรือสองรูป
หากใช้คำสั่ง Delete ภายใน Google Photos กับรูปที่สำรองไว้ รายการที่ลบจะถูกส่งไป Trash ตามระบบการลบของ Google Photos และรายการที่สำรองแล้วจะถูกเก็บใน Trash เป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนถูกลบถาวร
เพราะเหตุนี้จึงไม่ควรใช้ Delete เป็นวิธีหลักในการ “คืนพื้นที่มือถือแต่เก็บ Cloud”
จำง่าย ๆ ว่า
Free up space = เน้นคืนพื้นที่อุปกรณ์จากรายการที่สำรองแล้ว
Delete = เป็นการลบรายการจาก Google Photos
อย่าสลับสองคำสั่งนี้
หากเผลอลบรูปจาก Google Photos ให้ตรวจ
Collections > Trash
Google Photos มีระบบ Restore สำหรับรายการที่ยังอยู่ใน Trash และยังไม่ถูกลบถาวร
หากพบรูปสำคัญให้ Restore ก่อนทำอย่างอื่น
ไม่ควรรอจนหมดระยะเวลาเก็บใน Trash เพราะรายการที่ถูกลบถาวรแล้วอาจไม่สามารถกู้คืนได้ผ่าน Google Photos
สามารถเกิดขึ้นได้
เมื่อไม่มี Local Copy อยู่ในเครื่อง การดูไฟล์อาจต้องอาศัยข้อมูลที่อยู่บน Cloud จึงขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสถานะไฟล์
ดังนั้นหากมีรูปหรือวิดีโอที่ต้องใช้แบบ Offline บ่อย ๆ ไม่จำเป็นต้องนำทุกอย่างออกจากอุปกรณ์
ควรเก็บไฟล์ที่ต้องใช้ประจำไว้ในเครื่อง และคืนพื้นที่จากวิดีโอหรือรูปเก่าที่ไม่จำเป็นต้องเข้าถึง Offline ก่อน
หาก Google Photos มีรูปและวิดีโอจำนวนมาก วิดีโอมักเป็นกลุ่มที่ใช้ Storage ในเครื่องสูง
โดยเฉพาะ
ถ้าไฟล์เหล่านี้ Backup เสร็จและไม่จำเป็นต้องเก็บ Local Copy ไว้ การนำสำเนาออกจากอุปกรณ์สามารถคืนพื้นที่ได้มากกว่าการลบรูปขนาดเล็กจำนวนมาก
ก่อนจัดการข้อมูลสำคัญ ไม่ควรพึ่งเพียงความรู้สึกว่า “เห็นรูปในแอปแล้วแปลว่าสำรองแล้ว”
Google มีวิธีตรวจสถานะของรายการและสถานะ Backup ของบัญชีโดยตรง
โดยเฉพาะถ้าคุณเคย
ควรตรวจรูปสำคัญเป็นรายรายการก่อน
ไม่จำเป็น
หากมือถือยังมีพื้นที่เหลือมาก การเก็บสำเนา Local ไว้มีข้อดีคือเปิดได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ควรใช้ Free up space เมื่อ
เป้าหมายคือจัดสมดุลระหว่างพื้นที่ว่างกับจำนวนข้อมูลที่ต้องการเก็บ Offline
ถ้าจัดการ Google Photos แล้ว Storage ยังเต็ม ให้ตรวจสิ่งต่อไปนี้
อย่าลบรูปเพิ่มไปเรื่อย ๆ หาก Photos ไม่ใช่ตัวกินพื้นที่หลัก
ต้องแยกให้ชัดว่ากำลังพูดถึงพื้นที่ใด
Trash ใน Google Photos เกี่ยวข้องกับรายการที่ถูกลบในบริการ Google Photos ขณะที่พื้นที่ Local ในมือถือขึ้นอยู่กับว่ายังมีสำเนาอยู่บนอุปกรณ์หรือไม่
Google ระบุว่ารายการที่ Backup แล้วและถูก Delete จะอยู่ใน Trash 60 วันก่อนถูกลบถาวร ส่วนรายการที่ไม่ได้ Backup มีระยะเวลาต่างออกไป
ดังนั้นไม่ควรล้าง Trash เพียงเพราะต้องการเพิ่ม Storage มือถือโดยไม่ตรวจว่าปัญหาอยู่ที่ Local Storage หรือ Cloud Storage
หากปัญหาคือ พื้นที่มือถือเต็ม แต่ Backup ยังทำงานได้ การซื้อพื้นที่ Cloud เพิ่มไม่ได้ทำให้ Storage ภายในมือถือเพิ่มขึ้นโดยตรง
แต่ถ้าพื้นที่บัญชี Google เต็มจน Backup รูปใหม่ไม่ได้ จึงต้องจัดการพื้นที่ Cloud หรือพิจารณาพื้นที่เพิ่มเติมตามความต้องการ
ควรตรวจให้ชัดก่อนว่า
Phone Storage เต็ม
หรือ
Google Account Storage เต็ม
เพราะเป็นคนละปัญหาและใช้วิธีแก้คนละแบบ
หากมีรูปสำคัญจำนวนมาก ให้ใช้ลำดับนี้
1. เปิด Google Photos
2. ตรวจบัญชี Google
3. ตรวจว่า Backup เปิดอยู่
4. รอจนขึ้น Backup complete
5. ตรวจรูปสำคัญเป็นรายรูป
6. ถ้าเป็นข้อมูลสำคัญมาก ให้มี Backup ชุดที่สอง
7. ใช้ Free up space on this device
8. ตรวจ Storage ของมือถือ
9. เปิด Google Photos ดูว่ารูปที่ต้องการยังอยู่
10. อย่าใช้ Delete ธรรมดาแทน Free up space
Google แยกเครื่องมือ Free up space สำหรับจัดการสำเนาบนอุปกรณ์ออกจากการ Delete รูปในบริการ จึงควรใช้เครื่องมือให้ตรงกับวัตถุประสงค์
หาก Google Photos Backup แล้วแต่เครื่องยังเต็ม ไม่ควร
การจัด Storage ควรทำแบบตรวจสอบได้ ไม่ใช่ลบก่อนแล้วค่อยดูว่ารูปยังอยู่หรือไม่
ถ้า Google Photos สำรองรูปแล้วพื้นที่มือถือยังเต็ม สาเหตุหลักคือ Backup ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ต้นฉบับในมือถือถูกนำออกแล้ว
ให้ตรวจสถานะจนแน่ใจว่า Backup complete และกำลังใช้ Google Account ที่ถูกต้อง จากนั้นหากต้องการคืนพื้นที่ ให้ใช้ Free up space on this device ซึ่ง Google ออกแบบมาเพื่อจัดการสำเนาบนอุปกรณ์ของรูปและวิดีโอที่สำรองไว้แล้ว
สิ่งสำคัญคือ อย่ากด Delete รูปทั้งหมดใน Google Photos เพราะคิดว่าเหมือน Free up space เนื่องจากการ Delete เป็นกระบวนการลบรายการใน Google Photos และรายการที่สำรองแล้วจะเข้าสู่ Trash ตามระบบของบริการ
หากใช้ Free up space แล้วมือถือยังเต็ม ให้กลับไปตรวจเกม แอป Downloads ไฟล์ Offline Cache และ System Data เพราะ Photos อาจไม่ใช่ต้นเหตุหลัก
หลักที่ comsiam แนะนำคือ Backup ให้เสร็จ → ตรวจบัญชี → ตรวจรูปสำคัญ → ใช้ Free up space → ตรวจ Storage ใหม่ วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการสุ่มลบรูป และช่วยลดโอกาสสูญเสียรูปหรือวิดีโอที่มีเพียงสำเนาเดียว