Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Generative Answers ใน Microsoft Copilot Studio คือความสามารถที่ช่วยให้ AI Agent ค้นหาข้อมูลจาก Knowledge Sources เช่น เว็บไซต์ เอกสาร SharePoint, Dataverse และแหล่งข้อมูลขององค์กร แล้วนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาสร้างคำตอบด้วยภาษาธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องเขียนคำถามและคำตอบล่วงหน้าทุกหัวข้อ
วิธีเปิดใช้ Generative Answers ใน Copilot Studio สำหรับ Agent ที่ใช้ Standard Harness สามารถเริ่มจากเปิด Agent เลือก Knowledge → Add knowledge แล้วเพิ่มแหล่งข้อมูลที่ต้องการ จากนั้นทดสอบด้วย Test your agent หากต้องการควบคุมการตอบภายใน Topic ให้เพิ่ม Create generative answers node และกำหนด Knowledge Sources เฉพาะของ Topic นั้น
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีคู่มือการติดตั้ง Fiber Optic จำนวน 50 หน้า เมื่อพนักงานถามว่า “การตรวจสอบค่า Optical Loss หลัง Fusion Splicing ต้องทำอย่างไร?” AI Agent สามารถค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากคู่มือและนำมาเรียบเรียงเป็นคำตอบที่เข้าใจง่ายได้
ความสามารถนี้เหมาะกับองค์กรที่มีเอกสารและข้อมูลจำนวนมาก เพราะช่วยลดภาระในการสร้าง Topics และคำตอบแบบกำหนดตายตัวสำหรับทุกคำถาม
อย่างไรก็ตาม Generative Answers ไม่ได้หมายความว่า AI จะตอบถูกทุกครั้ง หากข้อมูลต้นทางไม่ครบ ล้าสมัย ค้นหาไม่พบ หรือผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง ระบบอาจไม่สามารถสร้างคำตอบที่ต้องการได้
บทความนี้ comsiam จะอธิบาย Generative Answers ตั้งแต่หลักการทำงานแบบ Retrieval-Augmented Generation (RAG) การเพิ่ม Knowledge Sources การตั้งค่า Generative Answers Node การใช้ร่วมกับ SharePoint และ Dataverse การควบคุม Grounded Answers การอ้างอิงข้อมูล ไปจนถึงการแก้ปัญหา AI ตอบผิดและแนวทางปรับปรุงคำตอบให้แม่นยำขึ้น
Generative Answers เป็นความสามารถของ Microsoft Copilot Studio ที่ช่วยให้ AI Agent สร้างคำตอบจากข้อมูลในแหล่งความรู้ที่กำหนดไว้
แทนที่จะต้องสร้าง Topic สำหรับทุกคำถาม ผู้พัฒนาสามารถเพิ่ม Knowledge Sources ให้ Agent แล้วปล่อยให้ระบบค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามคำถามของผู้ใช้
Chatbot แบบเดิม
ผู้สร้างต้องเตรียมคำถามและคำตอบ เช่น
คำถาม: บริษัทรับติดตั้ง Wi-Fi หรือไม่?
คำตอบ: บริษัทมีบริการติดตั้งระบบ Wi-Fi สำหรับสำนักงาน
หากผู้ใช้ถามต่างจากรูปแบบที่เตรียมไว้ ระบบอาจไม่เข้าใจคำถาม
Generative Answers
ผู้สร้างเพิ่มข้อมูลบริการ Wi-Fi ลงใน Knowledge
จากนั้นผู้ใช้สามารถถามได้หลายรูปแบบ เช่น
Agent สามารถพยายามค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แล้วสร้างคำตอบจาก Knowledge ได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Topic แยกสำหรับทุกประโยค
เช่น คู่มือพนักงาน คู่มือสินค้า และเอกสารทางเทคนิค
ใช้เนื้อหาจากเว็บไซต์สาธารณะที่รองรับ
นำข้อมูลจาก Knowledge มาอธิบายอย่างกระชับ
ช่วยให้ Agent รองรับรูปแบบคำถามที่หลากหลาย
ตามวิธี Authentication และ Permissions ที่รองรับ
ค้นหาข้อมูลธุรกิจที่ได้รับอนุญาต
ระบบสามารถค้นและใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแหล่งต่างๆ ตามการตั้งค่า
รองรับ Citations ตามประเภทแหล่งข้อมูลและ Channel
เมื่อ Topic ที่กำหนดไว้ไม่สามารถตอบคำถามได้
เหมาะกับ Agent ที่ต้องตอบคำถามจากข้อมูลจำนวนมาก
Generative Answers ใช้แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ Retrieval-Augmented Generation (RAG)
RAG เป็นแนวทางให้โมเดลภาษาใช้ข้อมูลที่ค้นคืนจากแหล่งข้อมูลภายนอกมาช่วยสร้างคำตอบ
คำถามจากผู้ใช้
“สาย Fiber Optic แบบ Single Mode เหมาะกับงานประเภทไหน?”
Knowledge Source
เอกสารคุณสมบัติของสาย Fiber Optic
การทำงาน
Agent ค้นข้อมูล Single Mode จากเอกสาร แล้วนำข้อมูลที่พบมาสร้างคำตอบ
เพราะช่วยให้ AI ใช้ข้อมูลที่องค์กรกำหนด แทนการพึ่งความรู้ทั่วไปของโมเดลเพียงอย่างเดียว
แต่ RAG ไม่ใช่การรับประกันว่าคำตอบจะถูกต้อง 100% จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลและทดสอบคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ
สองความสามารถนี้ทำงานเกี่ยวข้องกัน แต่มีหน้าที่ต่างกัน
| หัวข้อ | Generative Answers | Generative Orchestration |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | สร้างคำตอบจากข้อมูล | วางแผนและเลือกความสามารถ |
| ใช้ Knowledge | ใช่ | สามารถเลือก Knowledge |
| ใช้ Tools | ไม่ใช่หน้าที่หลัก | สามารถเลือก Tools |
| ใช้ Topics | ใช้ภายใน Topic ได้ | สามารถเลือก Topic |
| เป้าหมาย | ตอบคำถามจากข้อมูล | จัดการกระบวนการของ Agent |
ผู้ใช้ถามว่า
“ขั้นตอนติดตั้ง Fiber Optic มีอะไรบ้าง?”
เหมาะกับ Generative Answers เพราะต้องการคำตอบจากเอกสาร
แต่หากถามว่า
“ช่วยสร้างรายการขอสำรวจหน้างาน Fiber Optic ให้หน่อย”
Generative Orchestration อาจเลือก Tool สำหรับสร้างคำขอ เมื่อ Agent มีเครื่องมือและสิทธิ์รองรับ
Generative Answers ใช้ตอบจาก Knowledge เป็นหลัก
ส่วนการเพิ่ม แก้ไข หรือลบข้อมูลในระบบจริง ต้องใช้ Tools หรือ Actions ที่รองรับ ไม่ใช่อาศัย Generative Answers เพียงอย่างเดียว
Microsoft Copilot Studio รองรับ Knowledge Sources หลายประเภท
| Knowledge Source | ตัวอย่างการใช้งาน |
|---|---|
| Public Websites | ข้อมูลบริการบริษัท |
| Uploaded Documents | คู่มือ PDF และเอกสาร |
| SharePoint | เอกสารภายในองค์กร |
| OneDrive | ไฟล์ที่จัดเก็บในระบบ |
| Dataverse | ข้อมูลธุรกิจ |
| Microsoft 365 Copilot Connectors | ข้อมูลระบบองค์กรที่เชื่อมต่อ |
| Custom Data | ข้อมูลผ่าน Flow หรือ HTTP ในรูปแบบที่รองรับ |
เหมาะกับข้อมูลที่เผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปค้นหาได้
เหมาะกับเอกสารที่ผู้สร้างต้องการเพิ่มเป็น Knowledge
เหมาะกับเอกสารองค์กรที่ต้องควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้
เหมาะกับข้อมูลธุรกิจแบบตาราง
เหมาะกับกรณีที่ต้องการส่งข้อมูลจากระบบอื่นเข้ามาใช้กับ Generative Answers Node
อย่างไรก็ตาม ความสามารถและข้อจำกัดของแต่ละแหล่งแตกต่างกัน และบางแหล่งรองรับเฉพาะ Classic Data Configuration
วิธีแรกเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้าง Agent ตอบคำถามจากข้อมูล
ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์สร้างหรือแก้ไข Agent
ตรวจสอบ Environment ที่ต้องการ
เลือก Agent ที่สร้างไว้
ตัวอย่าง:
Company Knowledge Assistant
เลือกเมนู Knowledge หรือส่วน Knowledge ของ Agent
ระบบจะแสดงประเภทแหล่งข้อมูล
ตัวอย่าง:
กรอก URL เลือกเอกสาร หรือเลือกแหล่งข้อมูลตามประเภทที่ใช้
ควรใช้ชื่อที่สื่อความหมาย
ตัวอย่าง:
Fiber Optic Installation Manual
อธิบายว่าแหล่งข้อมูลใช้ตอบคำถามเรื่องใด
รอให้ Knowledge พร้อมใช้งานตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด
เปรียบเทียบกับเนื้อหาต้นทาง
เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว จึง Publish เวอร์ชันล่าสุด
สำหรับ Agent แบบ Standard Harness สามารถเพิ่ม Generative Answers Node เพื่อให้ Topic ใช้ Knowledge เฉพาะเรื่อง
ตัวอย่าง:
Fiber Optic Troubleshooting
ระบบจะเพิ่ม Node สำหรับสร้างคำตอบจากข้อมูล
เลือกข้อมูลคำถามที่ส่งให้ Node
ตัวอย่าง:
Activity.Text
เป็นตัวแปรระบบที่เก็บข้อความจากผู้ใช้
เลือกแหล่งข้อมูลเฉพาะของ Topic
เปิดการค้นหาเฉพาะ Sources เมื่อจำเป็นต้องจำกัดขอบเขตข้อมูล
เช่น Custom Instructions ตามตัวเลือกที่รองรับ
เพราะช่วยให้ Topic มี Knowledge Sources เฉพาะเรื่อง และควบคุมขั้นตอนสนทนาได้ละเอียดกว่าใช้ Knowledge ระดับ Agent อย่างเดียว
เพิ่มจากหน้า Knowledge ของ Agent
เหมาะกับข้อมูลที่ Agent ควรใช้ตอบคำถามทั่วไป
กำหนดภายใน Generative Answers Node
เหมาะกับ Topic ที่ต้องใช้ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
| หัวข้อ | Agent-Level | Topic-Level |
|---|---|---|
| จุดตั้งค่า | Knowledge | Generative Answers Node |
| ขอบเขต | ทั้ง Agent | Topic ที่กำหนด |
| เหมาะกับ | FAQ ทั่วไป | คำถามเฉพาะงาน |
| การจัดการ | ง่ายกว่า | ควบคุมได้ละเอียดกว่า |
| ตัวอย่าง | ข้อมูลบริการ | คู่มือแก้ปัญหา Wi-Fi |
สำหรับการตั้งค่า Generative Answers Node แหล่งข้อมูลเฉพาะภายใน Node จะมีลำดับความสำคัญเหนือกว่า Agent-Level Knowledge
เมื่อไม่มีข้อมูลที่เหมาะสมจาก Node อาจใช้ Agent-Level Knowledge เป็น Fallback ตามการตั้งค่า
หาก Agent มีหลายกลุ่มความรู้ เช่น HR, IT และ Sales ควรจัดโครงสร้างให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้คำถามถูกส่งไปยัง Knowledge ที่ไม่เกี่ยวข้อง
Conversational Boosting เป็น System Topic ที่ Microsoft Copilot Studio สร้างให้โดยอัตโนมัติใน Agent บางรูปแบบ
Topic นี้มี Generative Answers Node สำหรับช่วยตอบคำถามจาก Knowledge เมื่อไม่มี Topic อื่นที่เหมาะสม
ช่วยให้ Agent ตอบคำถามที่ไม่ได้สร้าง Topic ไว้ล่วงหน้าได้
Agent มี Topic สำหรับสร้าง Ticket
แต่ผู้ใช้ถามว่า
“Fiber Optic แบบ Single Mode มีข้อดีอะไร?”
เมื่อไม่มี Topic เฉพาะ ระบบสามารถใช้ Generative Answers จาก Knowledge ตามการตั้งค่าได้
หากต้องการให้ Agent ตอบเฉพาะข้อมูลบริษัท ควรตรวจสอบการตั้งค่า AI General Knowledge และ Web Search เพิ่มเติม
ไม่ควรเข้าใจว่า Conversational Boosting จะจำกัดคำตอบอยู่ในเอกสารบริษัทโดยอัตโนมัติทุกกรณี
Grounded Answers คือคำตอบที่สร้างขึ้นโดยมีข้อมูลจาก Knowledge Sources รองรับ
ตัวอย่างเช่น Agent ตอบข้อมูลจากคู่มือบริษัทแทนการใช้ความรู้ทั่วไปของโมเดล
เพราะองค์กรต้องการให้ Agent ตอบตามข้อมูลที่ได้รับอนุมัติ
ตัวอย่างข้อมูลที่ควรใช้ Grounding ได้แก่
ไม่รับประกัน
แม้จะค้นพบข้อมูลต้นทางแล้ว โมเดลก็ยังอาจตีความหรือสรุปผิดได้
จึงควรตรวจสอบ Citations และเปรียบเทียบคำตอบกับเอกสารจริงสำหรับข้อมูลสำคัญ
สำหรับ Standard Harness ที่รองรับการตั้งค่า Generative AI สามารถควบคุมตัวเลือกการใช้ความรู้ทั่วไปและคำตอบที่ไม่ได้ Grounding ได้
Allow AI to use its own general knowledge
กำหนดว่า Agent สามารถใช้ความรู้ทั่วไปของโมเดลได้หรือไม่
Allow ungrounded responses
ควบคุมการยอมให้ตอบโดยไม่มีหลักฐานจาก Knowledge ตามความสามารถที่รองรับ
Use information from the web / Web Search
กำหนดว่า Agent สามารถค้นข้อมูลจากเว็บทั่วไปได้หรือไม่
เมื่อปิด Allow ungrounded responses ระบบอาจไม่แสดงคำตอบแม้ข้อมูลต้นทางมีเนื้อหาที่ถูกต้อง หากโมเดลไม่ได้สร้าง Citation ตามเงื่อนไข
ดังนั้นควรทดสอบการตอบและการแสดง Citations ร่วมกัน
Citations คือข้อมูลอ้างอิงที่ช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าคำตอบอาศัยแหล่งข้อมูลใด
ตัวอย่างเช่น
Agent ตอบวิธีตั้งค่า Wi-Fi จากเอกสาร IT Support Manual แล้วแสดงชื่อเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ไม่จำเป็น
รูปแบบการแสดง Citations อาจแตกต่างกันระหว่าง Microsoft Teams, Web Chat และ Channel อื่น
Microsoft ระบุว่า Teams รองรับ Citations ในคำตอบได้สูงสุด 20 รายการต่อคำตอบ และอาจตัดข้อความชื่อเอกสารหรือ Snippets ที่ยาวเกินข้อกำหนด
หากผู้สร้างนำผลจาก Generative Answers ไปแสดงด้วย Message Node หรือ Adaptive Card ที่กำหนดเอง อาจต้องจัดการการแสดง Citations เพิ่มเติม
ไม่ควรสมมติว่า Citations จะแสดงให้อัตโนมัติในทุกกรณี
สมมติว่าเว็บไซต์เผยแพร่รายละเอียดบริการดังนี้
“บริษัทมีบริการรับสไปซ์ Fiber Optic หรือไม่?”
Agent จะพยายามค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เพิ่มไว้และสร้างคำตอบ
Public Website Knowledge ใช้การค้นหาหน้าเว็บสาธารณะผ่านระบบที่อาศัย Bing
จึงไม่เหมาะกับหน้าเว็บที่ต้อง Login หรือไม่มีข้อมูลให้ Search Engine ค้นพบ
อาจต้องรอให้ระบบค้นหาพบข้อมูลก่อน จึงจะนำมาใช้ตอบได้ตามวิธี Knowledge Source นี้
SharePoint เหมาะกับเอกสารภายในองค์กรที่มี Permissions
IT Support Documents
ประกอบด้วยเอกสาร
“ขั้นตอนตั้งค่า Wi-Fi สำหรับพนักงานใหม่คืออะไร?”
Agent สามารถค้นข้อมูลจาก SharePoint ตามการตั้งค่าและสิทธิ์ของผู้ใช้งาน
SharePoint Knowledge ที่ใช้สิทธิ์ผู้ใช้ต้องมีการยืนยันตัวตนและ Permission ที่ถูกต้อง
การเพิ่ม SharePoint เป็น Knowledge ไม่ได้เพิ่มสิทธิ์อ่านเอกสารให้พนักงานโดยอัตโนมัติ
Dataverse ใช้จัดเก็บข้อมูลธุรกิจแบบมีโครงสร้าง
“งานแจ้งซ่อม Fiber Optic ที่ยังไม่เสร็จมีรายการอะไรบ้าง?”
Agent สามารถใช้ Dataverse Knowledge เพื่อค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามความสามารถและสิทธิ์ที่รองรับ
หากต้องการจำนวนรายการทั้งหมดที่แน่นอน หรือผลลัพธ์ที่ต้องกรองตามเงื่อนไขอย่างเข้มงวด ควรพิจารณาใช้ Dataverse Tool ที่ Query ข้อมูลแบบมีโครงสร้างโดยตรง
เพราะ Generative Answers เน้นค้นคืนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การรับประกันว่าผลลัพธ์จะเท่ากับการ Query ฐานข้อมูลทุก Row
IT Knowledge Assistant
ตอบคำถามด้าน IT จากคู่มือบริษัท
ใช้ Knowledge ระดับ Agent สำหรับข้อมูลทั่วไป
หากต้องการให้ Topic เฉพาะใช้คู่มือชุดเดียว ให้เพิ่ม Generative Answers Node ใน Topic นั้น
Agent ควรตอบเป็นขั้นตอน โดยใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุญาต
หากไม่พบข้อมูล ควรแจ้งข้อจำกัดและเสนอช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่
Fiber Technical Assistant
“Fiber Cleaver ใช้ทำอะไร?”
“ก่อน Fusion Splicing ต้องเตรียมอะไรบ้าง?”
“OTDR ใช้ตรวจหาจุดขาดของสายได้อย่างไร?”
“ค่า Optical Loss สูงเกิดจากอะไร?”
“ก่อนส่งมอบงาน Fiber Optic ต้องตรวจอะไรบ้าง?”
ข้อมูลการทดสอบ เช่น ค่า Optical Loss ที่ยอมรับได้ ต้องอ้างอิงเกณฑ์ของโครงการหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องจริง
ไม่ควรให้ Agent กำหนดตัวเลขผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นเองจากความรู้ทั่วไป
ตัวอย่าง Instructions ที่นำไปปรับใช้กับ Agent ได้
ROLE
You are a company knowledge assistant.
OBJECTIVE
Help authorized users find accurate answers from configured knowledge sources.
KNOWLEDGE RULES
Use approved knowledge sources for company-specific information.
Prioritize information from relevant company documents.
Do not invent company policies, service prices, warranty conditions, or project details.
If the required information is missing, clearly state that it cannot be confirmed.
CITATIONS
Provide source citations when supported by the knowledge source and channel.
SECURITY
Respect authentication and source permissions.
Do not reveal confidential information to unauthorized users.
RESPONSE STYLE
Respond in polite Thai.
Use numbered steps for procedures.
Keep technical explanations accurate and understandable.
FALLBACK
If no reliable answer is available, explain the limitation and recommend an appropriate support channel.
เพราะกำหนดขอบเขตข้อมูลอย่างชัดเจน และลดความเสี่ยงที่ Agent จะตอบข้อมูลบริษัทโดยไม่มีหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม Instructions ไม่สามารถใช้แทน Permissions หรือ Authentication ของระบบต้นทางได้
ควรทดสอบหลายประเภทคำถาม
ตรวจสอบว่า Agent ตอบจากเอกสารได้
ตรวจสอบ Semantic Retrieval
ดูว่าเลือกแหล่งข้อมูลเหมาะสมหรือไม่
ตรวจสอบว่าไม่สร้างข้อมูลขึ้นเอง
ตรวจสอบคำศัพท์เฉพาะและภาษาพูด
ตรวจสอบค่ากับต้นทาง
ตรวจสอบว่า Agent สามารถระบุความไม่แน่นอนได้
ตรวจสอบ Permissions
ตรวจสอบว่า Agent ไม่ใช้ Knowledge แทน Tool อย่างผิดวัตถุประสงค์
ตรวจสอบความพร้อมของข้อมูลที่อัปเดต
คำถาม
“สาย Fiber Optic แบบ Single Mode รองรับระยะทางเท่าไร?”
หากเอกสารไม่ได้ระบุระยะทางสำหรับอุปกรณ์และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง Agent ไม่ควรสร้างตัวเลขตายตัวโดยไม่มีเงื่อนไข
ควรอธิบายว่าระยะทางขึ้นอยู่กับชนิด Transceiver, Optical Budget และองค์ประกอบของระบบ
ตรวจสอบว่าเพิ่ม Knowledge สำเร็จและพร้อมใช้งาน
ตรวจสอบ AI General Knowledge และ Allow ungrounded responses
ปรับชื่อและ Description
ตรวจสอบ Generative Answers Node และ Knowledge Sources ที่เลือก
ตรวจสอบว่าเว็บไซต์เป็นสาธารณะและค้นพบผ่านระบบค้นหาที่รองรับ
ตรวจสอบ Authentication และ Permissions
ตรวจสอบ Dataverse Search, Authentication และ Security Roles
ตรวจสอบสถานะไฟล์ว่า Ready หรือไม่
ตรวจสอบ Knowledge, Channel และการปรับแต่ง Message Node
ตรวจสอบเนื้อหาและความเกี่ยวข้องของ Knowledge
ตรวจสอบการอัปเดตหรือการซิงโครไนซ์แหล่งข้อมูล
ตรวจสอบว่าข้อมูลต้นทางมีรายละเอียดเพียงพอหรือไม่
ปรับข้อมูลให้สอดคล้องและระบุเอกสารที่เป็นปัจจุบัน
ตรวจสอบว่าโมเดลสามารถสร้าง Citations ตามข้อกำหนดได้หรือไม่
ปรับเนื้อหา คำศัพท์เฉพาะ และ Description ให้สอดคล้องกับภาษาที่ผู้ใช้ถาม
ตรวจสอบ Generative Orchestration และ Tool Description
ใช้ Tool เพื่อดึงข้อมูลแบบมีโครงสร้างเมื่อจำเป็นต้องแม่นยำตามสถานะล่าสุด
หยุดการใช้งานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ Authentication, Connections และ Permissions ทันที
| รายการ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
| Knowledge Sources | ถูกต้อง |
| Knowledge Status | พร้อมใช้งาน |
| Name | ชัดเจน |
| Description | ตรง Intent |
| Agent-Level Knowledge | เหมาะสม |
| Topic-Level Knowledge | ตั้งค่าถูกต้อง |
| Generative Answers Node | ทำงาน |
| General Knowledge | ตรงนโยบาย |
| Web Search | ตรงนโยบาย |
| Ungrounded Responses | ตั้งค่าเหมาะสม |
| Citations | ทดสอบแล้ว |
| Authentication | ถูกต้อง |
| Permissions | ตรวจสอบแล้ว |
| Tool Integration | ทำงานถูกหน้าที่ |
| Test Questions | ครอบคลุม |
| Error Handling | พร้อม |
| Publish | เวอร์ชันล่าสุด |
| Monitoring | มีผู้รับผิดชอบ |
Generative Answers ที่ดีไม่ได้เกิดจากการเพิ่มเอกสารจำนวนมากที่สุด แต่เกิดจากการมีข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และระบบค้นหาที่สามารถนำข้อมูลนั้นมาตอบได้อย่างเหมาะสม
คือความสามารถที่ให้ AI Agent ค้นหาข้อมูลจาก Knowledge Sources แล้วสร้างคำตอบด้วยภาษาธรรมชาติ
ใช้การค้นคืนข้อมูลที่เกี่ยวข้องจาก Knowledge แล้วนำมาเป็นบริบทสำหรับสร้างคำตอบ
Generative Answers ใช้แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ RAG แต่เป็นความสามารถภายใน Copilot Studio ที่มีระบบ Knowledge และการตั้งค่าเพิ่มเติม
Generative Answers เน้นตอบคำถามจาก Knowledge ส่วน Generative Orchestration เน้นเลือกและจัดลำดับความสามารถของ Agent
ไม่จำเป็นทุกกรณี เพราะสามารถเพิ่ม Agent-Level Knowledge ให้ Agent ใช้ตอบคำถามได้
ได้สำหรับ Agent แบบ Standard Harness ที่รองรับ Topic และ Node ประเภทนี้
ได้เมื่อมี Authentication และ Permissions ที่เหมาะสม
ได้ตามรูปแบบ Knowledge และข้อกำหนดการเข้าถึง
ได้เมื่อเพิ่มเอกสารผ่าน Knowledge Source ที่รองรับไฟล์ประเภทนั้น
สามารถใช้คำถามภาษาไทยได้ แต่ควรทดสอบกับเนื้อหาและคำศัพท์จริง
ได้สำหรับเว็บไซต์สาธารณะที่ระบบรองรับการค้นหา
ได้ตาม Knowledge Source และ Channel ที่รองรับ
มีการตั้งค่าสำหรับควบคุม General Knowledge และ Ungrounded Responses ตามความสามารถที่รองรับ
อาจเกิดจากข้อมูลต้นทางไม่ครบ ค้นหาไม่ตรง หรือการตีความของโมเดล
อาจเกิดจากการซิงโครไนซ์หรือจัดทำดัชนียังไม่เสร็จ
Generative Answers เพียงอย่างเดียวไม่ได้สร้าง Ticket ต้องใช้ Tool หรือ Workflow ที่รองรับ
ได้ตามข้อจำกัดของ Knowledge Source และ Orchestration Mode
ได้ผ่านการตั้งค่า Generative Answers Node ในรูปแบบ Classic Data ที่รองรับ
มีการควบคุมด้าน Authentication และ Knowledge Permissions แต่ผู้สร้างยังต้องตั้งค่าความปลอดภัยให้เหมาะสม
ขึ้นอยู่กับ Copilot Studio License, Copilot Credits, Capacity และบริการที่เกี่ยวข้อง
Generative Answers เป็นความสามารถสำคัญของ Microsoft Copilot Studio ที่ช่วยให้ AI Agent ค้นหาข้อมูลจาก Knowledge Sources แล้วสร้างคำตอบด้วยภาษาธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดคำถามและคำตอบล่วงหน้าทุกหัวข้อ
ผู้สร้างสามารถเริ่มจากการเพิ่ม Knowledge ระดับ Agent หรือใช้ Generative Answers Node ภายใน Topic เพื่อกำหนดแหล่งข้อมูลเฉพาะเรื่อง
Knowledge Sources ที่รองรับ ได้แก่ เว็บไซต์สาธารณะ เอกสาร SharePoint, Dataverse และแหล่งข้อมูลขององค์กรตามความสามารถที่กำหนด
สำหรับองค์กรที่ต้องการคำตอบจากข้อมูลภายใน ควรให้ความสำคัญกับ Grounding, Citations, Authentication และ Permissions
หากต้องการให้ Agent ดำเนินงาน เช่น สร้าง Ticket หรืออัปเดตข้อมูล ต้องใช้ Tools และ Actions เพิ่มเติม ไม่ใช่ใช้ Generative Answers เพียงอย่างเดียว
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง เตรียมข้อมูล → เพิ่ม Knowledge → ตั้ง Description → กำหนด Generative Answers → ตรวจสอบ Grounding → ทดสอบ Citations → ตรวจสอบสิทธิ์ → Publish → ติดตาม Analytics → ปรับปรุงต่อเนื่อง
การใช้ Generative Answers อย่างถูกต้องจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนเอกสารและฐานความรู้ที่มีอยู่ให้กลายเป็น AI Assistant ที่ค้นหาข้อมูลและตอบคำถามได้สะดวกขึ้น พร้อมต่อยอดสู่ระบบ AI Agent สำหรับงานธุรกิจในอนาคต